เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2: สามปีที่เป็นหมา สู้กระเป๋า LV ไม่ได้

บทที่ 2: สามปีที่เป็นหมา สู้กระเป๋า LV ไม่ได้

บทที่ 2: สามปีที่เป็นหมา สู้กระเป๋า LV ไม่ได้


บทที่ 2: สามปีที่เป็นหมา สู้กระเป๋า LV ไม่ได้

จริงๆ แล้ววันนี้ จ้าวเสี่ยวเซวียนตั้งใจจะไปด้อมๆ มองๆ แถวลานจอดรถเพื่อ 'บังเอิญเจอ' จางเจียหมิง เพราะไม่กี่วันก่อนในงานปาร์ตี้ จางเจียหมิงมาขอวีแชทเธอไป แล้วก็พยายามจะนัดเธอไปกินข้าวตลอด ในฐานะ 'นักล่าทองคำมืออาชีพ' ที่คลุกคลีกับผู้ชายมานานหลายปี มีหรือที่จ้าวเสี่ยวเซวียนจะดูไม่ออกว่าจางเจียหมิงต้องการอะไร คิดจะนัดง่ายๆ แค่นี้เหรอ?

ฝันไปเถอะ! จ้าวเสี่ยวเซวียนได้ยินมานานแล้วว่าจางเจียหมิงฐานะดี ปกติขับมาเซราติมาเรียน ดังนั้นหลังจากปฏิเสธไปสองครั้ง เธอก็วางแผนจะสร้างสถานการณ์ 'บังเอิญเจอ' แล้วก็ทำทีเป็นให้จางเจียหมิงพาไปเดินช้อปปิ้ง ซื้อกระเป๋า LV ใบใหม่ที่เธอเล็งไว้ให้ แล้วเธอถึงจะยอมไปดินเนอร์ด้วย ส่วนเรื่องหลังดินเนอร์น่ะเหรอ... ก็แล้วแต่อารมณ์เธอตอนนั้น

แต่คาดไม่ถึง พอมาถึงใกล้ลานจอดรถ กลับเห็นผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นรถจางเจียหมิงไปซะก่อน เธอเลยอารมณ์เสีย กะว่าจะไปซื้อของกินนิดหน่อยแล้วกลับหอ แต่ก็ดันมาเจอหลินเฟยที่เสนอตัวเข้ามาเองซะนี่

จางเจียหมิงแย่งโจวซินอี๋ของหลินเฟยไป ไม่น่าเชื่อว่าบุพเพอาละวาด ทำให้หลินเฟยดันมาคว้าจ้าวเสี่ยวเซวียนที่จริงๆ แล้วตั้งใจจะไปหาจางเจียหมิงแทน... นี่มันเวรกรรมชัดๆ!

"อ้อ จริงสิ อันนี้ให้คุณ" หลินเฟยยื่นกล่องไอโฟนในมือให้

จ้าวเสี่ยวเซวียนเปิดกล่อง เห็นว่าเป็นไอโฟน 14 Pro รุ่นล่าสุด "ขอบใจนะ" เธอก็เก็บมันใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว

[ จ้าวเสี่ยวเซวียน: ค่าความประทับใจ +5, ผลรวม -25 ]

ครึ่งชั่วโมงต่อมา จ้าวเสี่ยวเซวียนในชุดสุดเปรี้ยว กับหลินเฟยในสภาพสุดโทรม ก็ปรากฏตัวขึ้นในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมือง

"ไปกันเถอะ ฉันเพิ่งไปดูกระเป๋า LV ไว้ใบนึง นายคงไม่ว่าอะไรนะถ้าจะซื้อมันให้ฉัน" จ้าวเสี่ยวเซวียนเปิดฉากเข้าประเด็นทันที ถึงแม้การที่หลินเฟยยอมจ่ายเงินแสนเมื่อกี้จะทำให้เธอเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเขาไปบ้าง แต่มันก็ยังไม่พอที่จะทำให้เธอรู้สึกดีกับผู้ชายหน้าตาธรรมดาๆ คนนี้ได้ เธอเลยตัดสินใจพูดตรงๆ ไม่ต้องเสียเวลาอ้อมค้อม

"ไม่ว่าอะไรเลย" หลินเฟยตอบกลับแบบเหนือความคาดหมายอีกครั้ง

หลินเฟยคิดในใจ 'กูก็มาเพื่อเปย์มึงอยู่แล้ว จะว่าอะไรได้ไงวะ?'

เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขามาห้างหรูขนาดนี้ หลินเฟยเลยไม่รู้ว่าเคาน์เตอร์ LV อยู่ตรงไหน เขาเลยจงใจเดินตามหลังจ้าวเสี่ยวเซวียนไปหนึ่งก้าว แอบมองบั้นท้ายดินระเบิดที่ขยับไปมาใต้กระโปรงสั้นๆ ของเธอ แล้วลอบกลืนน้ำลาย 'ไอ้ห่าเอ๊ย ตูดโคตรงอน น่าฟัดชิบหาย!' ไอ้หนุ่มซิงอย่างหลินเฟยแค่มองแวบเดียว 'ไอ้จ้อน' ข้างล่างก็ดันตั้งโด่ขึ้นมาซะงั้น ทำเอาเขาต้องรีบละสายตา ทำเป็นมองจมูกตัวเอง แล้วรีบสั่งให้น้องชายในกางเกงสงบลงโดยด่วน

ช่างเป็นเรื่องตลกร้ายจริงๆ! หลินเฟยเดินตามจ้าวเสี่ยวเซวียนเข้าไปในช็อป LV ปุ๊บ ก็เจอคนรู้จักปั๊บ! ห่างออกไปไม่ไกล มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเกาะแขนผู้ชายหน้าตาจิ้มลิ้มเลือกกระเป๋าอยู่ จะเป็นใครไปได้ ถ้าไม่ใช่โจวซินอี๋ที่เพิ่งสะบัดหน้าหนีเขาไปเมื่อกี้!

"เจียหมิง ดูใบนี้สิคะ เหมาะกับฉันไหม?" โจวซินอี๋หยิบกระเป๋าถือ LV ใบหนึ่งไปส่องหน้ากระจก หมุนซ้ายหมุนขวา แล้วหันมามองจางเจียหมิงด้วยสายตาคาดหวัง

"สวยสิ แต่ว่าราคานี่มัน..." จางเจียหมิงเหลือบมองป้ายราคา "วันนี้บัตรฉันวงเงินเต็มแล้วอ่ะ สงสัยต้องพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่นะ" นี่คือมุกเก่าของจางเจียหมิง สำหรับผู้หญิงที่ฟันไปแล้ว เขาไม่คิดจะเสียเงินกับพวกเธออีกต่อไปอยู่แล้ว อีกอย่าง ตัวเขาเองก็ไม่ได้มีเงินมากมายอะไรนัก เงินทั้งหมดมาจากการ 'ทำงาน' ที่บอกใครไม่ได้ นั่นคือการเป็นเด็กเสี่ยให้ป้าๆ รวยๆ รถก็เป็นของป้า แค่เอามาขับเฉยๆ เพราะงั้นไม่มีทางที่เขาจะควักเงินซื้อของให้โจวซินอี๋อีกแน่ ถ้าไม่ใช่วันนี้เธอดื้อดึงจะมาให้ได้ เขาก็ไม่มีทางมาที่นี่เด็ดขาด

"งะ... งั้นก็ได้ค่ะ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ก็ได้..." โจวซินอี๋วางกระเป๋าคืนที่เดิมอย่างเสียดาย

"อืม" จางเจียหมิงรับคำส่งๆ คิดในใจ 'คืนนี้ต้องซอยอีนังนี่ให้ยับ แล้วรีบๆ เขี่ยทิ้งซะ! ตอนแรกก็แค่เห็นว่ามีไอ้โง่หลินเฟยตามจีบอยู่ แถมยังเคยคบกันตอนม.ปลาย เลยเกิดหมั่นไส้ กลับมาง้อเล่นๆ ไม่คิดว่าซื้อโทรศัพท์ให้เครื่องนึงแล้วยังจะเรียกร้องเอากระเป๋า LV อีก แม่งเอ๊ย! นึกถึงค่าโทรศัพท์แล้วยังเจ็บใจไม่หาย คืนนี้กูจะเอามึงให้ยันสว่างเลยคอยดู!'

ตอนนั้น จ้าวเสี่ยวเซวียนที่เดินเข้ามาก่อนยังไม่ทันสังเกตเห็นทั้งคู่ เธอมุ่งตรงไปที่ตู้โชว์ที่เล็งไว้ มองหาเป้าหมายของเธอ

ส่วนหลินเฟยที่เดินตามเข้ามาทีหลัง ยืนนิ่งมองโจวซินอี๋ที่กำลังทำตัวเป็นลูกนกเกาะแขนจางเจียหมิงอยู่ นี่มันศัตรูคู่แค้นกันชัดๆ! ดูท่าทางออดอ้อนออเซาะนั่นสิ ต่างจากตอนอยู่กับเขาราวฟ้ากับเหว ที่ทำท่าหยิ่งยโสเหมือนนางพญา

จังหวะที่หันมา โจวซินอี๋สบตากับหลินเฟยพอดี

"หลินเฟย! นายตามฉันมาทำไม? ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ชอบนาย! ทำตัวน่ารำคาญแบบนี้มันได้อะไรขึ้นมา?!" โจวซินอี๋จงใจควงแขนจางเจียหมิงแน่นขึ้น ทำหน้าเอือมระอาใส่หลินเฟยเต็มที่ จางเจียหมิงที่อยู่ข้างๆ เหลือบมองหลินเฟยแวบหนึ่งแล้วแค่นเสียงหัวเราะ ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไอ้ขยะระดับราชาหมาทาสรักแบบนี้ ไม่ได้อยู่ในสายตาเขาเลยสักนิด

หลินเฟยข่มความโกรธที่กำลังปะทุในใจ ถ้าก่อนหน้านี้ยังพอมีเยื่อใยกับโจวซินอี๋อยู่บ้าง ตอนนี้ในใจเขามีแต่ความรังเกียจผู้หญิงไร้หัวใจ เห็นแก่ตัวคนนี้เต็มประดา

"เธอจะหลงตัวเองไปหน่อยไหม? โทษทีนะ ฉันมาเดินช้อปปิ้งเป็นเพื่อนจ้าวเสี่ยวเซวียนต่างหาก ไม่ต้องห่วง เลิกก็คือเลิกแล้ว บอกตามตรงเลยนะ จริงๆ ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว ขอบคุณนะที่วันนี้ทำให้ฉันได้สมหวัง"

พอได้ยินชื่อ 'จ้าวเสี่ยวเซวียน' จางเจียหมิงถึงกับสะดุ้ง รีบหันซ้ายหันขวามองหาทันที แล้วก็เห็นจ้าวเสี่ยวเซวียนตัวจริงที่ได้ยินหลินเฟยเอ่ยชื่อตัวเอง กำลังมองมาทางนี้พอดี

จางเจียหมิงรีบดึงแขนตัวเองออกจากอ้อมแขนของโจวซินอี๋อย่างรวดเร็ว

จ้าวเสี่ยวเซวียนมองท่าทางลนลานของจางเจียหมิง ยิ้มอย่างมีเลศนัย แล้วเดินเข้ามาหา

"เจียหมิง?" โจวซินอี๋ที่กำลังหัวเสียกับคำพูดของหลินเฟย สังเกตเห็นท่าทีผิดปกติของจางเจียหมิง มองเขาด้วยความสงสัย

ขณะนั้นเอง หลินเฟยกำลังยืนเหม่อฟังเสียงในหัวอยู่...

[ เริ่มปฏิบัติการหมาทาสรัก: ]

[ ชื่อ: โจวซินอี๋ ]

[ อายุ: 21 ปี ]

[ ส่วนสูง: 162 ซม. ]

[ น้ำหนัก: 45 กก. ]

[ คะแนนหน้าตา: 7.5 ]

[ ค่าความประทับใจต่อโฮสต์: -10 ]

หลินเฟยคาดไม่ถึงว่าโจวซินอี๋จะยังสามารถผูกสัมพันธ์หมาทาสรักกับเขาได้อีก หรือว่าลึกๆ ในใจเขายังอยากจะพิชิตโจวซินอี๋อยู่?

'ไอ้ชาติหมาเอ๊ย! กูมันเลวจริงๆ! ไม่ใช่สิ!'

'ต้องเป็นเพราะกูยังไม่ได้ฟันยัยนี่ต่างหาก เลยยังแค้นใจอยู่ ต้องใช่แน่ๆ!' หลินเฟยคิดอย่างฉุนเฉียว

ค่าความประทับใจ -10 เนี่ยนะ หลินเฟยได้แต่หัวเราะเหอะๆ ในใจ คนที่เขาตามจีบมาตั้งนาน ยอมแบกรับฉายาราชาหมาทาสรักเพื่อเธอ สุดท้ายเธอกลับเกลียดขี้หน้าเขาเข้าไส้... มันทำให้หลินเฟยใจเย็นชาไปหมดจริงๆ

"มาเดินเล่นกับแฟนเหรอคะ?" จ้าวเสี่ยวเซวียนเดินเข้ามา พินิจพิจารณาโจวซินอี๋ แล้วพูดเหน็บแนม

"เสี่ยวเซวียน ผมแนะนำให้รู้จัก นี่โจวซินอี๋ เพื่อนสมัยมัธยมของผมเอง คุณ... คุณมาทำอะไรที่นี่?" จางเจียหมิงแนะนำอย่างตะกุกตะกัก

"เหอะ? เพื่อนเหรอ" โจวซินอี๋แค่นหัวเราะด้วยความโกรธ ตวัดตามองจ้าวเสี่ยวเซวียนอย่างเกลียดชัง

ยังไม่ทันที่โจวซินอี๋จะได้พูดอะไรต่อ หลินเฟยก็ชิงพูดขึ้นก่อน "เสี่ยวเซวียน เลือกได้รึยัง?"

"อื้ม" จ้าวเสี่ยวเซวียนฟังออกว่าหลินเฟยเปลี่ยนสรรพนามเรียกเธอ แต่เธอก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร ด้วยประสบการณ์ที่คลุกคลีกับผู้ชายหลากหลายประเภทมานาน ทำให้เธอมีเซ้นส์สูง แค่มองแวบเดียวเธอก็พอจะเดาความสัมพันธ์ของคนตรงหน้าได้แปดเก้าส่วนแล้ว

"พนักงานครับ ช่วยห่อกระเป๋าที่ผู้หญิงสวยคนนี้ลองเมื่อกี้ทั้งหมดเลยครับ" หลินเฟยหันไปบอกพนักงานขายที่ยืนมองเหตุการณ์ตาแป๋วอยู่ข้างๆ จ้าวเสี่ยวเซวียนตั้งแต่แรก

"ได้ค่ะ คุณผู้ชาย" พนักงานขายสาวรีบปรับโหมดเข้าสู่รอยยิ้มบริการมืออาชีพทันที ไปจัดการห่อกระเป๋าสามใบที่จ้าวเสี่ยวเซวียนลองเมื่อครู่ ประสบการณ์ทำงานที่นี่มานาน ทำให้เธอเห็นเศรษฐีมานักต่อนัก ถึงจะยังอึ้งกับความใจป้ำของหลินเฟยอยู่บ้าง แต่เธอก็เก็บอาการได้ดี ไม่แสดงออกมาจนเกินงาม

แต่คนอีกสามคนที่เหลือไม่ได้มีสมาธิดีขนาดนั้น ต่างจ้องมองหลินเฟยด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน อ้าปากค้าง ส่วนหลินเฟยทำเป็นไม่สนใจ เดินไปที่เคาน์เตอร์อย่างสง่าผ่าเผย "รูดบัตรครับ" หลินเฟยหยิบการ์ดดำใบนั้นออกมาอย่างเท่

"ได้ค่ะคุณผู้ชาย ทั้งหมด 81,200 หยวนค่ะ" พนักงานแคชเชียร์สาวยิ้มหวาน เลื่อนเครื่อง POS มาตรงหน้าหลินเฟย

จางเจียหมิงที่ยังแอบหวังลึกๆ ว่าจะได้เห็นหลินเฟยหน้าแตก พอได้ยินเสียงเครื่อง POS ดัง "ติ๊ดๆๆ" พิมพ์ใบเสร็จออกมา ความหวังสุดท้ายก็พังทลายลง

[ จ้าวเสี่ยวเซวียน: ค่าความประทับใจ +60, ผลรวม 35 ]

[ โจวซินอี๋: ค่าความประทับใจ +20, ผลรวม 10 ]

มองค่าความประทับใจของทั้งคู่ที่พุ่งพรวด หลินเฟยได้แต่ถอนหายใจในใจ "ไอ้ห่าเอ๊ย สามปีที่เป็นหมาให้มึง สู้กระเป๋าไม่กี่ใบไม่ได้เลยว่ะ"

"ไปกันเถอะ วันนี้คุณชอบอะไรอีก บอกมาเลย เดี๋ยวผมซื้อให้หมด" หลินเฟยไม่สนใจโจวซินอี๋กับจางเจียหมิงที่ยืนอยู่ข้างๆ อีกต่อไป มือหนึ่งถือถุงกระเป๋า LV ใหม่เอี่ยมสามใบ หันไปพูดกับจ้าวเสี่ยวเซวียน

[ จ้าวเสี่ยวเซวียน: ค่าความประทับใจ +10, ผลรวม 45 ]

"ขอบคุณนะคะ... ที่รักขา~" จ้าวเสี่ยวเซวียนฉลาดพอที่จะพูดคำนี้ออกมาเพื่อกระตุ้นต่อมสองคนที่ยืนอยู่ เธอมองหลินเฟยที่ไม่ดูแลตัวเองคนนี้ กลับรู้สึกว่าเขามีเสน่ห์บางอย่างที่ดูเท่ไม่หยอก ยื่นมือไปควงแขนเขา ทั้งสองคนเดินหายลับไปจากสายตาของโจวซินอี๋และจางเจียหมิงอย่างสง่างาม

นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น? โจวซินอี๋ยืนหน้าซีดเผือด ใจสับสนว้าวุ่น หลินเฟยไปเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ?

แล้วผู้หญิงสวยที่ไม่แพ้เธอคนนี้ ไปแอบกิ๊กกั๊กกับหลินเฟยตั้งแต่เมื่อไหร่?

แต่ที่ทำให้เธอเสียสมดุลที่สุดคือ หลินเฟยเลิกเป็นหมาให้เธอ แล้วหันไปเปย์คนอื่นจริงๆ งั้นเหรอ!?

"เมื่อกี้นายพูดแบบนั้นทำไม?!" ความโกรธที่อัดอั้นทำให้โจวซินอี๋ไม่มีที่ระบาย นึกถึงท่าทีของจางเจียหมิงเมื่อครู่ก็หันไปตวาดใส่เขาทันที

"ซินอี๋~ อย่าเข้าใจผิดสิ ไปเถอะ คืนนี้ฉันจะอธิบายให้เธอฟังช้าๆ เอง" เหตุการณ์ไม่คาดฝันทำเอาจางเจียหมิงไปไม่เป็นเหมือนกัน รีบโอบเอวบางของโจวซินอี๋ หวังจะพูดกลบเกลื่อนเรื่องนี้ไป

"นายไปคนเดียวเถอะ" พูดจบโจวซินอี๋ก็สะบัดมือจางเจียหมิงออก เดินจากไปคนเดียว

"แม่งเอ๊ย!" ดูท่าแผนฟันยับคืนนี้จะล่มไม่เป็นท่า แถมยังไปผิดใจกับจ้าวเสี่ยวเซวียนอีก ทั้งหมดเป็นเพราะอีโจวซินอี๋ดอกนี่แท้ๆ! เสือกอยากได้กระเป๋าห่าเหวอะไรนักหนา! พับผ่าสิ!

จางเจียหมิงสบถอย่างหัวเสีย หันหลังเดินไปอีกทาง

"พี่คะ สังคมสมัยนี้หนูตามไม่ทันแล้วจริงๆ" หลังจากทั้งสี่คนไปแล้ว แคชเชียร์สาวก็หันไปพูดกับพนักงานขายรุ่นพี่ข้างๆ "พี่ดูดิ ผู้ชายคนเมื่อกี้แต่งตัวแบรนด์เนมทั้งตัวเหมือนลูกคนรวย แฟนอยากได้กระเป๋าใบเดียวยังบ่ายเบี่ยงบอกไม่ได้ แต่ผู้ชายอีกคนที่ใส่เสื้อผ้าตลาดนัดกลับจ่ายเงินเป็นว่าเล่น เดี๋ยวนี้คนรวยเขาชอบแอ๊บจนกันเหรอคะ?"

"นี่แหละ พี่ถึงบอกเราไง ว่าอย่าตัดสินคนแค่ที่การแต่งตัว เดี๋ยวนี้อ่ะนะ บางคนก็ชอบอวดรวย บางคนก็ชอบทำตัวจน เราก็แค่บริการทุกคนให้เท่าเทียมกันก็พอ" พนักงานขายรุ่นพี่สอน แคชเชียร์สาวรุ่นน้องพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

ช่วงเวลาที่เหลือ จ้าวเสี่ยวเซวียนก็เดินช้อปปิ้งไปพลาง สังเกตหลินเฟยไปพลาง ผู้ชายคนนี้มีเบื้องหลังยังไงกันแน่? ไม่ว่าเธอจะอยากได้อะไร เขาก็ไม่เคยถามราคา รูดบัตรจ่ายเงินหน้าตาเฉย เหมือนเงินที่จ่ายไปไม่ใช่เงินตัวเอง แถมสีหน้านั่นก็ไม่ได้แกล้งทำด้วย หรือว่าเขาจะเป็นคุณชายจากตระกูลมหาเศรษฐีที่แอบมาใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาจริงๆ?

ลูกคนรวยเธอก็เจอมาเยอะแล้ว แต่คนที่ทำเหมือนกลัวเงินจะใช้ไม่หมดแบบเขานี่ เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก นอกจากว่าเขาจะเกิดมาบนกองเงินกองทอง เห็นเงินพวกนี้เป็นแค่เศษธุลีมาตั้งแต่เด็กแล้ว ใช่ ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ

[ จ้าวเสี่ยวเซวียน: ค่าความประทับใจ +5, ผลรวม 50 ]

หลินเฟยกำลังรูดบัตรเปย์จ้าวเสี่ยวเซวียนอย่างมีความสุข พอได้ยินว่าค่าความประทับใจเธอเพิ่มขึ้นอีก ก็อดทึ่งในอานุภาพของ 'เงินตรา' ไม่ได้

หลินเฟยยังไม่รู้ว่าเมื่อค่าความชอบแตะ 50 แต้ม นั่นหมายความว่าผู้หญิงคนนี้เริ่มจะชอบเขาเข้าแล้ว

หลังจากซื้อเสื้อผ้าและเครื่องสำอางเพิ่มอีกสองสามอย่าง รวมๆ แล้วหลินเฟยคำนวณดู ใช้เงินไปประมาณแสนสามนิดๆ "ช้าไปว่ะ" หลินเฟยคิดในใจ

"เดี๋ยวผมซื้อนาฬิกาให้อีกเรือนนะ เมื่อกี้ตอนมาผมเห็นชั้นล่างมีช็อปปาเต็ก ฟิลิปป์ด้วย" หลินเฟยนึกถึงราคาแพงหูฉี่แล้วก็ยิ้มกริ่ม ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป การพิชิตจ้าวเสี่ยวเซวียนก็แค่เรื่องของเวลา ยิ่งเปย์เยอะ เขาก็ยิ่งได้คืนเยอะ ตอนนี้เขาเลยอยากจะซื้อห้างทั้งห้างให้เธอเลยด้วยซ้ำ

"อยะ... อย่าเลยค่ะ อันนั้นมันแพงเกินไป" ถึงแม้จ้าวเสี่ยวเซวียนจะไม่เคยปิดบังว่าตัวเองเป็นพวกวัตถุนิยม แต่เธอก็รู้ดีว่าการก้าวกระโดดเร็วเกินไปอาจจะทำให้เจ็บตัวได้ พวกคุณชายตระกูลใหญ่แบบหลินเฟยคงไม่มีใครยอมทุ่มเงินให้โดยไม่มีเหตุผล เธอเองก็กลัวว่าวันหนึ่งถ้าหลินเฟยมาทวง 'ค่าตอบแทน' แล้วเธอจะไม่มีปัญญาจ่าย

"เราไปดูเสื้อผ้าผู้ชายกันดีกว่าค่ะ นายซื้อของให้ฉันตั้งเยอะ ฉันก็ต้องขอบคุณนายบ้างสิ!" จ้าวเสี่ยวเซวียนควงแขนหลินเฟยพูด

"กับผัวขาจะเกรงใจอะไรกันครับ?" หลินเฟยพูดหยอก เงินนี่มันช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้ชายจริงๆ ถ้าเป็นหลินเฟยคนก่อน ไม่มีทางกล้าพูดแบบนี้กับสาวสวยระดับนี้แน่ๆ

"อีตาบ้า~" จ้าวเสี่ยวเซวียนหัวเราะเขินๆ ตีแขนหลินเฟยไปหนึ่งที

[ จ้าวเสี่ยวเซวียน: ค่าความประทับใจ +5, ผลรวม 55 ]

'เชี่ยไรวะเนี่ย?! แค่หยอดนิดหน่อยก็ได้แต้มเพิ่มเหรอ? ไม่แปลกใจเลยทำไมคนซื่อบื้อถึงไม่มีแฟน'

"เดี๋ยวฉันพานายไปทำผมก่อนนะ" เดินผ่านร้านทำผมร้านหนึ่ง จ้าวเสี่ยวเซวียนก็ลากหลินเฟยเข้าไปตัดผม จากนั้นก็พาไปซื้อเสื้อผ้า กางเกง รองเท้า ชุดใหญ่ไฟกะพริบ เล่นเอาเงินในกระเป๋าจ้าวเสี่ยวเซวียนหายไปเกือบห้าพันหยวน เห็นได้ชัดว่าหลังจากวิเคราะห์ (เอาเอง) ว่าหลินเฟยน่าจะเป็นคุณชายตระกูลใหญ่ ท่าทีของจ้าวเสี่ยวเซวียนก็เปลี่ยนไปราวหน้ามือเป็นหลังมือ นี่แหละคือความฉลาดของผู้หญิงประเภทนี้ ใครบ้างจะไม่อยากตกถังข้าวสารของจริง เธอรู้ดีว่าการลงทุนที่เหมาะสมคือกุญแจสำคัญในการมัดใจผู้ชาย

หลินเฟยที่เพิ่งเคยได้รับของขวัญจากผู้หญิงเป็นครั้งแรกก็แอบซึ้งใจอยู่เหมือนกัน แต่เพราะโดนโจวซินอี๋ทำเจ็บไว้เยอะ ความซาบซึ้งนั้นก็ปนเปื้อนไปด้วยคำถามในใจ 'ถ้ากูไม่มีเงินในระบบให้เปย์มึงเป็นล้านๆ มึงจะยังทำดีกับกูแบบนี้ไหมวะ?' พอคิดถึงตรงนี้ หลินเฟยก็ดึงสติกลับมาได้ 'ทั้งหมดก็แค่ทำเพื่อเงินตัวเองเท่านั้นแหละ จะไปจริงจังทำไมวะ!'

ต้องยอมรับว่าฝีมือการเลือกของจ้าวเสี่ยวเซวียนนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ หลินเฟยดูดีขึ้นผิดหูผิดตา ถึงแม้หน้าจะยังดูโทรมอยู่บ้าง แต่ทรงผมใหม่บวกกับเสื้อผ้าที่จ้าวเสี่ยวเซวียนเลือกให้ ก็ทำให้เขาดูดีมีออร่าขึ้นมาทันที เดินปะปนในฝูงชนก็พอจะทำให้สาวๆ บางคนเหลียวมองได้

"มองๆ ดูแล้ว หมอนี่ก็หล่อเหมือนกันนะเนี่ย..." จ้าวเสี่ยวเซวียนมองหลินเฟยในชุดใหม่แล้วเผลอใจเต้นไปเหมือนกัน

[ จ้าวเสี่ยวเซวียน: ค่าความประทับใจ +10, ผลรวม 60 ]

ค่าความประทับใจถึง 60 แต้ม บ่งบอกว่าหญิงสาวคนนี้เริ่มมีใจให้หลินเฟยมากแล้ว ถึงจะยังไม่ถึงขั้นรัก แต่ก็อยู่ในระดับที่พร้อมจะลองคบหาดูใจด้วยแล้ว

"ไปหาอะไรกินกันเถอะ~" ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว หกโมงกว่า จ้าวเสี่ยวเซวียนเอ่ยชวน

"ดีเลย ผมก็หิวแล้วเหมือนกัน" หลินเฟยพาจ้าวเสี่ยวเซวียนไปยังโรงแรมที่เขาเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมานาน แต่ไม่เคยมีปัญญาไปเหยียบมาก่อน โรงแรมในตำนานของเมืองนี้ "โรงแรมปินไห่เซิ่งกวง"

พอลงจากรถ หลินเฟยก็ถึงกับตะลึงในความหรูหราอลังการของโรงแรม ล็อบบี้กว้างขวาง ตู้ปลายักษ์ โซฟาหรูหรา พนักงานต้อนรับในชุดยูนิฟอร์มไร้ที่ติ หน้าตาสะสวย ยืนรอต้อนรับตั้งแต่ประตู ถึงหลินเฟยจะพยายามเก็บอาการไม่ให้ดูเหมือนบ้านนอกเข้ากรุง แต่ความหรูหราสุดขีดกับการตกแต่งโอ่อ่าอลังการก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ ไม่แปลกใจเลยที่ใครๆ ต่างก็ภูมิใจที่ได้มากินข้าวที่นี่สักมื้อ แม่งโคตรอลังการเลยโว้ย! ข้างๆ กัน จ้าวเสี่ยวเซวียนถึงแม้จะเคยมาที่นี่เป็นครั้งที่สองแล้ว ก็ยังคงทึ่งกับความหรูหราของที่นี่อยู่ดี

"สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย ไม่ทราบว่าได้จองไว้รึเปล่าคะ?" พนักงานต้อนรับหน้าตาสวยงามคนหนึ่งยิ้มแย้มทักทาย

"ไม่ได้จองครับ" หลินเฟยตอบ

"อ๋อ ค่ะ งั้นไม่ทราบว่าเป็นสมาชิกของทางเรารึเปล่าคะ ถ้าเป็นสมาชิกจะได้รับสิทธิ์เข้าใช้บริการโดยไม่ต้องจองล่วงหน้าค่ะ" อ้อ โรงแรมนี้นี่เอง ถ้าไม่จองล่วงหน้าก็อดแดกสินะ นอกจากจะเป็นสมาชิก

"งั้นผมขอสมัครสมาชิกเลยแล้วกันครับ" หลินเฟยกล่าว

"ได้ค่ะคุณผู้ชาย สมาชิกของเรามีระดับ โกลด์ แพลทินัม และไดมอนด์นะคะ เติมเงิน 5 หมื่น, 1 แสน และ 2 แสน ตามลำดับ ไม่ทราบว่าจะสมัครระดับไหนดีคะ?" พนักงานถามอย่างใจเย็น

"งั้นเติมไปเลยล้านนึงครับ ใส่ชื่อผู้หญิงคนนี้" ในที่สุดก็ถึงเวลาได้ใช้เงินก้อนโตพร้อมกับวางมาดเท่ๆ สักที! หลินเฟยถึงกับฟินในใจจนตัวลอย แต่ก็แสร้งทำหน้าตายพูดออกไป

"ขะ... ขอโทษนะคะ คุณผู้ชาย เมื่อกี้บอกว่า หนึ่งล้านหยวน เหรอคะ?" แม้จะเป็นพนักงานต้อนรับของโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในเมือง แต่เจอแบบนี้เข้าไปซึ่งๆ หน้าเป็นครั้งแรก เธอก็ถึงกับหน้าแดงก่ำ ถามย้ำอย่างไม่แน่ใจ

"ใช่ครับ หนึ่งล้านหยวน ใส่ชื่อผู้หญิงคนนี้" เห็นปากเล็กๆ ของพนักงานสาวอ้าค้างเป็นรูปตัว O หลินเฟยก็พอใจเป็นอย่างยิ่ง

ส่วนจ้าวเสี่ยวเซวียนที่ยืนอยู่ข้างๆ เหมือนโดนฟ้าผ่ากลางกบาล ยืนอึ้งไปหลายวินาทีก่อนจะรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ "มะ... ไม่ต้องค่ะ ไม่ต้อง นี่... คุณ..." ควักเงินล้านออกมาง่ายๆ แบบนี้ ทำเอาสมองเธอประมวลผลไม่ทันไปชั่วขณะ

"กับผัวขาจะเกรงใจทำไมครับ? ต่อไปเราก็มาทานข้าวด้วยกันบ่อยๆ ไม่ใช่คุณมาทานคนเดียวซะหน่อย" วินาทีนี้หลินเฟยรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าพ่อมาเฟียสุดเท่ เอื้อมมือไปโอบเอวคอดกิ่ว นุ่มนิ่มของจ้าวเสี่ยวเซวียน แล้วก้มลงจูบหน้าผากเธอเบาๆ ทีหนึ่ง

'ฟีลนี้แม่งโคตรใช่เลยโว้ย!' หลินเฟยยังจำสัมผัสเอวนุ่มๆ ของจ้าวเสี่ยวเซวียนที่ติดมือ กับความรู้สึกนุ่มเนียนที่ริมฝีปากได้รับจากผิวขาวๆ ของเธอได้ดี แค่แวบเดียว น้องชายในกางเกงหลินเฟยก็แข็งปั๋งขึ้นมาอีกรอบ

"อีตาบ้า~" จ้าวเสี่ยวเซวียนโดนหลินเฟยจู่โจมกะทันหันจนหน้าแดงก่ำ ถึงเธอจะเจนจัดเรื่องผู้ชายแค่ไหน แต่การใช้เงินแบบฟ้าประทานของหลินเฟยก็ทำให้เธอเผลอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ต่อหน้าเขาไปโดยปริยาย

[ จ้าวเสี่ยวเซวียน: ค่าความประทับใจ +20, ผลรวม 80 ]

ตอนนี้จ้าวเสี่ยวเซวียนตกหลุมรักหลินเฟยเข้าอย่างจังแล้ว เธอตัดสินใจในใจแล้วว่าต้องเป็นแฟนเขาให้ได้!

"คุณผู้ชายคะ กรุณารอสักครู่นะคะ" พนักงานต้อนรับรีบโทรหาผู้จัดการ แจ้งสถานการณ์ สักพักก็มีผู้หญิงคนหนึ่ง อายุราวๆ สามสิบกว่าๆ ในชุดทำงาน OL สุดเริ่ด กระโปรงทรงสอบ ถุงน่องสีดำ ส้นสูง หุ่นสะบึม ท่าทางเป็นผู้ใหญ่ ทรวดทรงองค์เอวชัดเจน ใบหน้าประดับรอยยิ้มมีเสน่ห์ เดินเข้ามาหา

"สวัสดีค่ะ ดิฉันผู้จัดการโรงแรม จางถิง ค่ะ" จางถิงยื่นมือขาวเนียนออกมาจับมือทักทายหลินเฟย

แค่จับมือกันแวบเดียว ทำเอาไอ้จ้อนของหลินเฟยที่กำลังจะสงบลง ตื่นตัวแข็งเป๊กขึ้นมาอีกรอบ! ฝ่ามือขาวเนียนนุ่มอุ่นคู่นั้น ทำเอาหลินเฟยแทบไม่อยากปล่อยมือเลยทีเดียว

[ เริ่มปฏิบัติการหมาทาสรัก: ]

[ ชื่อ: จางถิง ]

[ อายุ: 32 ปี ]

[ ส่วนสูง: 162 ซม. ]

[ น้ำหนัก: 50 กก. ]

[ คะแนนหน้าตา: 82 ]

[ ค่าความประทับใจต่อโฮสต์: 20 ]

จบบทที่ บทที่ 2: สามปีที่เป็นหมา สู้กระเป๋า LV ไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว