- หน้าแรก
- วิถีหลอมศาสตราทองคำอัสนี สร้างกายาศักดิ์สิทธิ์ไร้เทียมทาน
- บทที่ 188: ศัตรูพ่ายถอย, เพลิงวิเศษแผลงฤทธิ์
บทที่ 188: ศัตรูพ่ายถอย, เพลิงวิเศษแผลงฤทธิ์
บทที่ 188: ศัตรูพ่ายถอย, เพลิงวิเศษแผลงฤทธิ์
บทที่ 188: ศัตรูพ่ายถอย, เพลิงวิเศษแผลงฤทธิ์
แม้ชัยชนะจะอยู่ตรงหน้า แต่โจวฉางชิงกลับไร้ซึ่งความปิติยินดี คิ้วเข้มขมวดมุ่นด้วยความรู้สึกจนใจลึกๆ
อย่าได้เห็นว่าสภาพร่างกายของเขาตอนนี้ไร้รอยขีดข่วนแล้วจะคิดว่าเขาเหนือกว่า
ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะร่างกายของเขาแข็งแกร่งผิดมนุษย์มนาในระดับ ‘กายาปรมาจารย์ยุทธ์’ ต่างหาก แรงปะทะอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อครู่จึงไม่อาจสร้างบาดแผลให้เขาได้
แต่หากอาศัยเพียงพลังปราณยุทธ์ป้องกันเพียงอย่างเดียว...เกรงว่าจุดจบของร่างเนื้อคงไม่ต่างอะไรจากเสื้อผ้าที่ฉีกขาดวิ่นบนตัวเขาในตอนนี้
ท้ายที่สุดแล้ว ความได้เปรียบเรื่องพลังสายฟ้าของเขา ก็ถูกหักล้างด้วยพลังหนุนเสริมจากเพลิงวิเศษของหานเฟิง ส่วนความได้เปรียบเรื่องธาตุคู่ผสานกับดาบยักษ์ ก็ถูกระดับพลังที่ต่างกันกว่าสองดาวของหานเฟิงดึงลงมาจนเสมอกัน
บวกกับเคล็ดวิชา ‘เฟินเจวี๋ย’ ฉบับไม่สมบูรณ์ของหานเฟิงที่น่าจะอยู่ที่ระดับลึกลับ ส่วนวิชา ‘กายาหลอมทองวังสวรรค์’ ของเขาก็ไม่เกินระดับปฐพี
เมื่อหักลบกลบหนี้กันแล้ว พลังฝีมือของทั้งคู่จึงเรียกได้ว่า ‘ขิงก็ราข่าก็แรง’ กินกันไม่ลง
ขนาดหานเฟิงยังบาดเจ็บสาหัสปางตาย หากเขาไม่ใช่ผู้มีกายาแกร่งระดับปรมาจารย์ยุทธ์ มีหรือจะยืนหยัดอยู่ได้โดยไม่บุบสลาย?
อย่างดีที่สุดก็คงแค่เจ็บหนักน้อยกว่าหานเฟิงหน่อยหนึ่ง แต่เรื่องกระอักเลือดนั้นเลี่ยงไม่ได้แน่
“ดูท่า...หลังจากนี้คงต้องออกตามหาสายฟ้าวิเศษที่มีอานุภาพเทียบเคียงกับเพลิงวิเศษมาเสริมแกร่งให้ปราณอัสนีของข้าเสียแล้ว ไม่อย่างนั้นเวลาเจอพวกตัวประหลาดที่มีเพลิงวิเศษ คงเสียเปรียบแย่”
เมื่อนึกถึงอานุภาพของเพลิงวิเศษสิบอันดับแรก โจวฉางชิงก็หรี่ตาลงด้วยความครุ่นคิด
เป้าหมายใหม่ก่อตัวขึ้นในใจ...ทันทีที่เรื่องราวที่นี่จบลง เขาจะออกเดินทางทันที
ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงฝ่าอากาศพลันดังขึ้น ร่างเงาสีทองและสีเงินพุ่งเข้ามาขนาบข้างร่างที่กำลังร่วงหล่น ก่อนจะคว้าตัวหานเฟิงเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที
หานเฟิงไม่ใช่สวะอย่างฟ่านเหลา ที่ตายไปก็ไม่มีใครแยแส
หากจะตาย อย่างน้อยก็ต้องจ่ายค่าจ้างให้พวกเขาก่อน ไม่อย่างนั้นสองพี่น้องคงขาดทุนย่อยยับที่ต้องมาล่วงเกินนิกายเจียหนานฟรีๆ
อีกอย่าง...บุญคุณที่ช่วยชีวิตนักปรุงยาระดับหกเอาไว้ ย่อมมีมูลค่ามหาศาลจนประเมินไม่ได้
สองผู้เฒ่าเงินทองก้มมองร่างไร้สติในมือ ลมหายใจของหานเฟิงรวยรินดั่งเทียนไขกลางพายุ ทั้งสองสบตากันวูบหนึ่ง
“ยังเหลือลมหายใจ”
“งานนี้เหลวแล้ว...ถอย!”
โดยไม่รีรอ สองผู้เฒ่าหิ้วร่างหานเฟิงทะยานหนีออกจากนิกายเขตในด้วยความเร็วสูง
ซูเชียนมองตามหลังทั้งสามไป หรี่ตาลงเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไล่ตาม
ภารกิจเร่งด่วนในตอนนี้คือการผนึก ‘เพลิงเมฆาอัคคีร่วงโรย’ กลับลงไปใต้ดินให้สำเร็จ
ส่วนเรื่องคิดบัญชีแค้น...ไว้ค่อยว่ากันทีหลัง
เมื่อเห็นหัวโจกอย่างหานเฟิงและยอดฝีมือสูงสุดอย่างสองผู้เฒ่าหนีไปแล้ว เหล่ายอดฝีมือจากเเดนทมิฬที่เหลือก็รู้รักษาตัวรอด รีบเผ่นแน่บตามไปติดๆไม่มีใครโง่พอจะรั้งรออยู่ต่อ
เพียงไม่นาน ภายในนิกายเขตในก็เหลือเพียงเหล่าผู้อาวุโส ศิษย์ และซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือน
เมื่อไร้ซึ่งศัตรูภายนอก ทุกสายตาก็พุ่งเป้ากลับมาที่ ‘เพลิงเมฆาอัคคีร่วงโรย’ อีกครั้ง
ณ เวลานี้...เพลิงวิเศษยังคงลุกไหม้อยู่กลางอากาศ
เซียวเหยียนลอยตัวนิ่งอยู่ห่างจากมันเพียงสิบเมตร ไม่ขยับเขยื้อน
ไม่ใช่ว่าไม่อยากขยับ แต่เพลิงเมฆาอัคคีนั้นรับมือยากเกินไป
แม้ตอนนี้มันจะเผยร่างต้นและเข้าสู่ช่วงอ่อนแอ แต่การจะจับกุมมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
อุณหภูมิความร้อนมหาศาลที่แผ่ออกมา บิดเบือนมิติรอบข้างจนผิดรูป แม้แต่ระดับจักรพรรดิยุทธ์ทั่วไปยังเข้าใกล้ไม่ได้
เซียวเหยียนอาศัยเกราะเพลิงบัวเขียวช่วยกันความร้อน จึงเข้าประชิดได้ถึงระยะสิบเมตร
หนำซ้ำ ‘เพลิงใจ’ ที่เพลิงวิเศษกระตุ้นขึ้นมายังน่ารำคาญยิ่งกว่า มันลุกโชนเผาผลาญภายในหัวใจของเซียวเหยียนอย่างต่อเนื่อง
เพลิงใจชนิดนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อขัดเกลาพลังยุทธ์เหมือนในเจดีย์ แต่มันคือเพลิงทำลายล้างที่พร้อมจะเผาเครื่องในให้เป็นจุณ หากไม่มีเพลิงวิเศษคอยคุ้มกัน ป่านนี้หัวใจของเซียวเหยียนคงกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้ เซียวเหยียนจึงทำได้เพียงยื้อยุดอยู่กับที่ ไม่อาจรุกคืบเข้าไปได้
แม้จะติดพันอยู่กับเพลิงวิเศษ แต่หางตาของเซียวเหยียนก็เก็บภาพเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ได้
“พี่โจวโคตรเทพ! ไอ้ศิษย์เนรคุณนั่นสมควรโดนแล้ว! น่าเสียดายที่มันไม่ตายคาที่ แต่ก็ดี...เก็บหัวสุนัขของมันไว้ รอวันหน้าข้าจะไปชำระนิกายให้ท่านอาจารย์ด้วยมือข้าเอง!”
“หึหึ อาจารย์เชื่อว่าวันนั้นคงมาถึงในไม่ช้า”
“แต่ว่าอาจารย์...ตอนนี้พวกเเดนทมิฬหนีไปหมดแล้ว เราจะเอาเพลิงเมฆาอัคคีมาได้ยังไง? ตาแก่ซูเชียนคงไม่ยอมปล่อยหัวใจหลักของนิกายให้เราง่ายๆแน่”
“นั่นสิ...เป็นปัญหาใหญ่ทีเดียว”
เมื่อเห็นหานเฟิงพ่ายแพ้และศัตรูถอยทัพ เซียวเหยียนดีใจได้เพียงครู่เดียว ความกังวลก็ถาโถมเข้ามาแทนที่
ยังไม่ทันจะคิดหาวิธีได้...ซูเชียนก็ก้าวเท้าเพียงก้าวเดียว พุ่งมายืนอยู่เหนือเพลิงวิเศษและเซียวเหยียน
เมื่อเห็นเด็กหนุ่มยังคงยื้อยุดอยู่กับเพลิงวิเศษ ซูเชียนย่อมเข้าใจความคิดของอีกฝ่ายทันที
แม้จะไม่เคยเห็นนักปรุงยาคนไหนควบคุมเพลิงวิเศษได้สองชนิดพร้อมกัน แต่เจ้าหนูเซียวเหยียนมักจะสร้างปาฏิหาริย์ให้เห็นอยู่เสมอ คาดว่าคงมีวิธีบางอย่างในการดูดซับมัน
แต่ทว่า...ซูเชียนไม่อาจยกเพลิงเมฆาอัคคีให้ได้ เพียงเพราะความเอ็นดูหรือเห็นว่าเป็นศิษย์ในนิกาย
นี่คือรากฐานความอยู่รอดของนิกายเขตใน ไม่ใช่เรื่องที่จะมาแสดงความใจกว้างกันได้
ทันทีที่ซูเชียนเข้าประจำตำแหน่ง เหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆก็รู้งาน รีบบินเข้าประจำจุดต่างๆของค่ายกลผนึกทันที
พริบตาเดียว พลังยุทธ์หลากสีสันก็เริ่มไหลเวียน ก่อตัวขึ้นภายใต้การควบคุมของซูเชียน ค่ายกลผนึกเริ่มทำงานอีกครั้ง!
“เซียวเหยียน! ถอยออกไปเดี๋ยวนี้! พวกข้าจะทำการผนึกเพลิงวิเศษ!”
ม่านพลังงานปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมเสียงตะโกนสั่งการของซูเชียน
ได้ยินดังนั้น นัยน์ตาที่มีเปลวเพลิงสีเขียวเต้นเร่าของเซียวเหยียนฉายแววไม่ยินยอม
หลังจากลังเลอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายเขาก็จำใจต้องกัดฟันถอยฉากออกมาอย่างเสียดาย
ถึงจะอยากได้เพลิงวิเศษใจแทบขาด แต่สถานการณ์ตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้
อย่าว่าแต่จะสู้กับเหล่าผู้อาวุโสทั้งคณะเลย ลำพังแค่ความผูกพันที่มีต่อนิกาย เขาก็ไม่อาจหักหลังซูเชียนและคนอื่นๆได้ลงคอ
….
ไกลออกไป โจวฉางชิงที่เปลี่ยนกลับมาสวมชุดขาวสะอาดตาเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้ยื่นมือเข้าสอดแทรก
เขารู้ดี...เพลิงเมฆาอัคคีไม่ได้ถูกผนึกง่ายดายปานนั้น
และก็เป็นไปตามคาด!
วินาทีต่อมา เพลิงไร้รูปที่ดูเหมือนจะสงบลงแล้ว กลับเดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง แรงดูดมหาศาลระเบิดออกจากแกนกลางของเปลวเพลิง!
วูบ!
แรงดูดนั้นครอบคลุมรัศมีกว่าสิบลี้ทั่วท้องฟ้า!
ทันทีที่แรงดูดปรากฏ พลังงานธาตุไฟที่ล่องลอยอยู่ในธรรมชาติ รวมถึงทะเลเพลิงสีน้ำเงินเข้มที่เกิดจากการระเบิดพลังของหานเฟิงเมื่อครู่ ต่างถูกดูดกลืนเข้าไปหาเพลิงเมฆาอัคคีอย่างบ้าคลั่ง!
ราวกับว่ามันกลายเป็นหลุมดำที่หิวกระหาย!
เหตุการณ์พลิกผันนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ทุกคนเพิ่งจะผ่อนคลายจากการที่ศัตรูถอยทัพ ทำให้ตั้งตัวไม่ติด!
“หยุดมันเร็ว!”
เซียวเหยียนที่อยู่ใกล้ที่สุดและรู้สึกตัวก่อนใคร ตะโกนลั่น
สิ้นเสียง ซูเชียนก็ขยับกายดุจภูตพราย พุ่งเข้าหาเพลิงวิเศษหมายจะขัดขวาง!
แต่ยังไม่ทันจะเข้าถึงตัว กลุ่มก้อนเปลวเพลิงไร้รูปที่บิดเบือนมิติได้ก็โผล่พรวดขึ้นมา พุ่งเข้าใส่ใบหน้าเขาตรงๆ!
การโจมตีทีเผลอนี้ทำให้ซูเชียนต้องหักหลบอย่างทุลักทุเล
และในชั่วพริบตาที่เขาเสียจังหวะ ทะเลเพลิงท่วมฟ้าก็ถูกเพลิงเมฆาอัคคีขนาดไม่ถึงหนึ่งจ้างดูดกลืนเข้าไปจนเกลี้ยง!
วิ้ง~
ห้วงอากาศสั่นสะเทือนเกิดเสียงวิ้งๆ
หลังจากกลืนกินเปลวเพลิงเข้าไปจนอิ่มหนำ รูปลักษณ์ของเพลิงเมฆาอัคคีดูจะแวววาวและมีมิติมากขึ้น มิหนำซ้ำยังมีประกายสีน้ำเงินเจือปนอยู่จางๆ
พร้อมกันนั้น กลิ่นอายพลังที่แข็งแกร่งไม่แพ้ร่างงูยักษ์เมื่อครู่ ก็ระเบิดออกมาอีกครั้ง ปกคลุมไปทั่วทั้งนิกายเขตใน!
สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายนี้ ทุกคนหน้าถอดสีทันที!
“เซียวเหยียน! หนีไปให้พ้นจากตรงนั้น!” ซูเชียนตะโกนสุดเสียงแข่งกับความตาย
(จบตอน)