เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 188: ศัตรูพ่ายถอย, เพลิงวิเศษแผลงฤทธิ์

บทที่ 188: ศัตรูพ่ายถอย, เพลิงวิเศษแผลงฤทธิ์

บทที่ 188: ศัตรูพ่ายถอย, เพลิงวิเศษแผลงฤทธิ์


บทที่ 188: ศัตรูพ่ายถอย, เพลิงวิเศษแผลงฤทธิ์

แม้ชัยชนะจะอยู่ตรงหน้า แต่โจวฉางชิงกลับไร้ซึ่งความปิติยินดี คิ้วเข้มขมวดมุ่นด้วยความรู้สึกจนใจลึกๆ

อย่าได้เห็นว่าสภาพร่างกายของเขาตอนนี้ไร้รอยขีดข่วนแล้วจะคิดว่าเขาเหนือกว่า

ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะร่างกายของเขาแข็งแกร่งผิดมนุษย์มนาในระดับ ‘กายาปรมาจารย์ยุทธ์’ ต่างหาก แรงปะทะอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อครู่จึงไม่อาจสร้างบาดแผลให้เขาได้

แต่หากอาศัยเพียงพลังปราณยุทธ์ป้องกันเพียงอย่างเดียว...เกรงว่าจุดจบของร่างเนื้อคงไม่ต่างอะไรจากเสื้อผ้าที่ฉีกขาดวิ่นบนตัวเขาในตอนนี้

ท้ายที่สุดแล้ว ความได้เปรียบเรื่องพลังสายฟ้าของเขา ก็ถูกหักล้างด้วยพลังหนุนเสริมจากเพลิงวิเศษของหานเฟิง ส่วนความได้เปรียบเรื่องธาตุคู่ผสานกับดาบยักษ์ ก็ถูกระดับพลังที่ต่างกันกว่าสองดาวของหานเฟิงดึงลงมาจนเสมอกัน

บวกกับเคล็ดวิชา ‘เฟินเจวี๋ย’ ฉบับไม่สมบูรณ์ของหานเฟิงที่น่าจะอยู่ที่ระดับลึกลับ ส่วนวิชา ‘กายาหลอมทองวังสวรรค์’ ของเขาก็ไม่เกินระดับปฐพี

เมื่อหักลบกลบหนี้กันแล้ว พลังฝีมือของทั้งคู่จึงเรียกได้ว่า ‘ขิงก็ราข่าก็แรง’ กินกันไม่ลง

ขนาดหานเฟิงยังบาดเจ็บสาหัสปางตาย หากเขาไม่ใช่ผู้มีกายาแกร่งระดับปรมาจารย์ยุทธ์ มีหรือจะยืนหยัดอยู่ได้โดยไม่บุบสลาย?

อย่างดีที่สุดก็คงแค่เจ็บหนักน้อยกว่าหานเฟิงหน่อยหนึ่ง แต่เรื่องกระอักเลือดนั้นเลี่ยงไม่ได้แน่

“ดูท่า...หลังจากนี้คงต้องออกตามหาสายฟ้าวิเศษที่มีอานุภาพเทียบเคียงกับเพลิงวิเศษมาเสริมแกร่งให้ปราณอัสนีของข้าเสียแล้ว ไม่อย่างนั้นเวลาเจอพวกตัวประหลาดที่มีเพลิงวิเศษ คงเสียเปรียบแย่”

เมื่อนึกถึงอานุภาพของเพลิงวิเศษสิบอันดับแรก โจวฉางชิงก็หรี่ตาลงด้วยความครุ่นคิด

เป้าหมายใหม่ก่อตัวขึ้นในใจ...ทันทีที่เรื่องราวที่นี่จบลง เขาจะออกเดินทางทันที

ฟิ้ว! ฟิ้ว!

ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงฝ่าอากาศพลันดังขึ้น ร่างเงาสีทองและสีเงินพุ่งเข้ามาขนาบข้างร่างที่กำลังร่วงหล่น ก่อนจะคว้าตัวหานเฟิงเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที

หานเฟิงไม่ใช่สวะอย่างฟ่านเหลา ที่ตายไปก็ไม่มีใครแยแส

หากจะตาย อย่างน้อยก็ต้องจ่ายค่าจ้างให้พวกเขาก่อน ไม่อย่างนั้นสองพี่น้องคงขาดทุนย่อยยับที่ต้องมาล่วงเกินนิกายเจียหนานฟรีๆ

อีกอย่าง...บุญคุณที่ช่วยชีวิตนักปรุงยาระดับหกเอาไว้ ย่อมมีมูลค่ามหาศาลจนประเมินไม่ได้

สองผู้เฒ่าเงินทองก้มมองร่างไร้สติในมือ ลมหายใจของหานเฟิงรวยรินดั่งเทียนไขกลางพายุ ทั้งสองสบตากันวูบหนึ่ง

“ยังเหลือลมหายใจ”

“งานนี้เหลวแล้ว...ถอย!”

โดยไม่รีรอ สองผู้เฒ่าหิ้วร่างหานเฟิงทะยานหนีออกจากนิกายเขตในด้วยความเร็วสูง

ซูเชียนมองตามหลังทั้งสามไป หรี่ตาลงเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไล่ตาม

ภารกิจเร่งด่วนในตอนนี้คือการผนึก ‘เพลิงเมฆาอัคคีร่วงโรย’ กลับลงไปใต้ดินให้สำเร็จ

ส่วนเรื่องคิดบัญชีแค้น...ไว้ค่อยว่ากันทีหลัง

เมื่อเห็นหัวโจกอย่างหานเฟิงและยอดฝีมือสูงสุดอย่างสองผู้เฒ่าหนีไปแล้ว เหล่ายอดฝีมือจากเเดนทมิฬที่เหลือก็รู้รักษาตัวรอด รีบเผ่นแน่บตามไปติดๆไม่มีใครโง่พอจะรั้งรออยู่ต่อ

เพียงไม่นาน ภายในนิกายเขตในก็เหลือเพียงเหล่าผู้อาวุโส ศิษย์ และซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือน

เมื่อไร้ซึ่งศัตรูภายนอก ทุกสายตาก็พุ่งเป้ากลับมาที่ ‘เพลิงเมฆาอัคคีร่วงโรย’ อีกครั้ง

ณ เวลานี้...เพลิงวิเศษยังคงลุกไหม้อยู่กลางอากาศ

เซียวเหยียนลอยตัวนิ่งอยู่ห่างจากมันเพียงสิบเมตร ไม่ขยับเขยื้อน

ไม่ใช่ว่าไม่อยากขยับ แต่เพลิงเมฆาอัคคีนั้นรับมือยากเกินไป

แม้ตอนนี้มันจะเผยร่างต้นและเข้าสู่ช่วงอ่อนแอ แต่การจะจับกุมมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

อุณหภูมิความร้อนมหาศาลที่แผ่ออกมา บิดเบือนมิติรอบข้างจนผิดรูป แม้แต่ระดับจักรพรรดิยุทธ์ทั่วไปยังเข้าใกล้ไม่ได้

เซียวเหยียนอาศัยเกราะเพลิงบัวเขียวช่วยกันความร้อน จึงเข้าประชิดได้ถึงระยะสิบเมตร

หนำซ้ำ ‘เพลิงใจ’ ที่เพลิงวิเศษกระตุ้นขึ้นมายังน่ารำคาญยิ่งกว่า มันลุกโชนเผาผลาญภายในหัวใจของเซียวเหยียนอย่างต่อเนื่อง

เพลิงใจชนิดนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อขัดเกลาพลังยุทธ์เหมือนในเจดีย์ แต่มันคือเพลิงทำลายล้างที่พร้อมจะเผาเครื่องในให้เป็นจุณ หากไม่มีเพลิงวิเศษคอยคุ้มกัน ป่านนี้หัวใจของเซียวเหยียนคงกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว

ด้วยเหตุนี้ เซียวเหยียนจึงทำได้เพียงยื้อยุดอยู่กับที่ ไม่อาจรุกคืบเข้าไปได้

แม้จะติดพันอยู่กับเพลิงวิเศษ แต่หางตาของเซียวเหยียนก็เก็บภาพเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ได้

“พี่โจวโคตรเทพ! ไอ้ศิษย์เนรคุณนั่นสมควรโดนแล้ว! น่าเสียดายที่มันไม่ตายคาที่ แต่ก็ดี...เก็บหัวสุนัขของมันไว้ รอวันหน้าข้าจะไปชำระนิกายให้ท่านอาจารย์ด้วยมือข้าเอง!”

“หึหึ อาจารย์เชื่อว่าวันนั้นคงมาถึงในไม่ช้า”

“แต่ว่าอาจารย์...ตอนนี้พวกเเดนทมิฬหนีไปหมดแล้ว เราจะเอาเพลิงเมฆาอัคคีมาได้ยังไง? ตาแก่ซูเชียนคงไม่ยอมปล่อยหัวใจหลักของนิกายให้เราง่ายๆแน่”

“นั่นสิ...เป็นปัญหาใหญ่ทีเดียว”

เมื่อเห็นหานเฟิงพ่ายแพ้และศัตรูถอยทัพ เซียวเหยียนดีใจได้เพียงครู่เดียว ความกังวลก็ถาโถมเข้ามาแทนที่

ยังไม่ทันจะคิดหาวิธีได้...ซูเชียนก็ก้าวเท้าเพียงก้าวเดียว พุ่งมายืนอยู่เหนือเพลิงวิเศษและเซียวเหยียน

เมื่อเห็นเด็กหนุ่มยังคงยื้อยุดอยู่กับเพลิงวิเศษ ซูเชียนย่อมเข้าใจความคิดของอีกฝ่ายทันที

แม้จะไม่เคยเห็นนักปรุงยาคนไหนควบคุมเพลิงวิเศษได้สองชนิดพร้อมกัน แต่เจ้าหนูเซียวเหยียนมักจะสร้างปาฏิหาริย์ให้เห็นอยู่เสมอ คาดว่าคงมีวิธีบางอย่างในการดูดซับมัน

แต่ทว่า...ซูเชียนไม่อาจยกเพลิงเมฆาอัคคีให้ได้ เพียงเพราะความเอ็นดูหรือเห็นว่าเป็นศิษย์ในนิกาย

นี่คือรากฐานความอยู่รอดของนิกายเขตใน ไม่ใช่เรื่องที่จะมาแสดงความใจกว้างกันได้

ทันทีที่ซูเชียนเข้าประจำตำแหน่ง เหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆก็รู้งาน รีบบินเข้าประจำจุดต่างๆของค่ายกลผนึกทันที

พริบตาเดียว พลังยุทธ์หลากสีสันก็เริ่มไหลเวียน ก่อตัวขึ้นภายใต้การควบคุมของซูเชียน ค่ายกลผนึกเริ่มทำงานอีกครั้ง!

“เซียวเหยียน! ถอยออกไปเดี๋ยวนี้! พวกข้าจะทำการผนึกเพลิงวิเศษ!”

ม่านพลังงานปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมเสียงตะโกนสั่งการของซูเชียน

ได้ยินดังนั้น นัยน์ตาที่มีเปลวเพลิงสีเขียวเต้นเร่าของเซียวเหยียนฉายแววไม่ยินยอม

หลังจากลังเลอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายเขาก็จำใจต้องกัดฟันถอยฉากออกมาอย่างเสียดาย

ถึงจะอยากได้เพลิงวิเศษใจแทบขาด แต่สถานการณ์ตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้

อย่าว่าแต่จะสู้กับเหล่าผู้อาวุโสทั้งคณะเลย ลำพังแค่ความผูกพันที่มีต่อนิกาย เขาก็ไม่อาจหักหลังซูเชียนและคนอื่นๆได้ลงคอ

….

ไกลออกไป โจวฉางชิงที่เปลี่ยนกลับมาสวมชุดขาวสะอาดตาเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้ยื่นมือเข้าสอดแทรก

เขารู้ดี...เพลิงเมฆาอัคคีไม่ได้ถูกผนึกง่ายดายปานนั้น

และก็เป็นไปตามคาด!

วินาทีต่อมา เพลิงไร้รูปที่ดูเหมือนจะสงบลงแล้ว กลับเดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง แรงดูดมหาศาลระเบิดออกจากแกนกลางของเปลวเพลิง!

วูบ!

แรงดูดนั้นครอบคลุมรัศมีกว่าสิบลี้ทั่วท้องฟ้า!

ทันทีที่แรงดูดปรากฏ พลังงานธาตุไฟที่ล่องลอยอยู่ในธรรมชาติ รวมถึงทะเลเพลิงสีน้ำเงินเข้มที่เกิดจากการระเบิดพลังของหานเฟิงเมื่อครู่ ต่างถูกดูดกลืนเข้าไปหาเพลิงเมฆาอัคคีอย่างบ้าคลั่ง!

ราวกับว่ามันกลายเป็นหลุมดำที่หิวกระหาย!

เหตุการณ์พลิกผันนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ทุกคนเพิ่งจะผ่อนคลายจากการที่ศัตรูถอยทัพ ทำให้ตั้งตัวไม่ติด!

“หยุดมันเร็ว!”

เซียวเหยียนที่อยู่ใกล้ที่สุดและรู้สึกตัวก่อนใคร ตะโกนลั่น

สิ้นเสียง ซูเชียนก็ขยับกายดุจภูตพราย พุ่งเข้าหาเพลิงวิเศษหมายจะขัดขวาง!

แต่ยังไม่ทันจะเข้าถึงตัว กลุ่มก้อนเปลวเพลิงไร้รูปที่บิดเบือนมิติได้ก็โผล่พรวดขึ้นมา พุ่งเข้าใส่ใบหน้าเขาตรงๆ!

การโจมตีทีเผลอนี้ทำให้ซูเชียนต้องหักหลบอย่างทุลักทุเล

และในชั่วพริบตาที่เขาเสียจังหวะ ทะเลเพลิงท่วมฟ้าก็ถูกเพลิงเมฆาอัคคีขนาดไม่ถึงหนึ่งจ้างดูดกลืนเข้าไปจนเกลี้ยง!

วิ้ง~

ห้วงอากาศสั่นสะเทือนเกิดเสียงวิ้งๆ

หลังจากกลืนกินเปลวเพลิงเข้าไปจนอิ่มหนำ รูปลักษณ์ของเพลิงเมฆาอัคคีดูจะแวววาวและมีมิติมากขึ้น มิหนำซ้ำยังมีประกายสีน้ำเงินเจือปนอยู่จางๆ

พร้อมกันนั้น กลิ่นอายพลังที่แข็งแกร่งไม่แพ้ร่างงูยักษ์เมื่อครู่ ก็ระเบิดออกมาอีกครั้ง ปกคลุมไปทั่วทั้งนิกายเขตใน!

สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายนี้ ทุกคนหน้าถอดสีทันที!

“เซียวเหยียน! หนีไปให้พ้นจากตรงนั้น!” ซูเชียนตะโกนสุดเสียงแข่งกับความตาย

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 188: ศัตรูพ่ายถอย, เพลิงวิเศษแผลงฤทธิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว