เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 177: ตาชั่งเริ่มเอียง

บทที่ 177: ตาชั่งเริ่มเอียง

บทที่ 177: ตาชั่งเริ่มเอียง


บทที่ 177: ตาชั่งเริ่มเอียง

เส้นเลือดที่ลำคอของฟ่านเหลาปูดโปนด้วยความโกรธจัด นัยน์ตาฉายแววอำมหิตจ้องมองเซียวเหยียน ราวกับอยากจะฉีกร่างอีกฝ่ายออกเป็นชิ้นๆ!

ตลอดเวลาที่เขาอยู่ในดินแดนทมิฬ ไม่เคยมีใครกล้าสามหาวต่อหน้าเขาขนาดนี้ เรียกเขาว่า 'หมาแก่' คำแล้วคำเล่า

หากไม่สังหารไอ้เด็กเวรนี่ให้ได้ เขาฟ่านเหลาคงเสียชาติเกิดที่เป็นถึงยอดฝีมือในทำเนียบดำ และประมุขพรรคโลหิต!

เขาละสายตาจากเซียวเหยียน หันกลับไปมองเด็กหนุ่มชุดขาว แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

“ว่าไงสหาย? หากเจ้ายืนกรานจะสอดมือเข้ามาจริงๆก็เท่ากับประกาศตัวเป็นศัตรูกับข้าชนิดต้องตายกันไปข้างหนึ่ง ขอให้คิดให้ดี”

“ชีวิตของตัวเอง ย่อมสำคัญกว่าเพื่อนฝูงพี่น้องเป็นไหนๆจริงไหม?”

“เหอะๆเหล่าเสี่ยวพูดถูกจริงๆด้วยแฮะ ตาแก่นี่สมองฝ่อไปแล้ว

“ข้าแสดงออกชัดเจนขนาดนี้ ยังจะมาเสี้ยมให้ข้าแตกคอกับเหล่าเสี่ยวอีก คิดจะใช้ฐานะมาข่มให้ข้าถอยรึไง”

โจวฉางชิงส่ายหน้าเบาๆมองฟ่านเหลาราวกับมองคนปัญญาอ่อน แล้วหัวเราะเยาะเย้ย

“คนอย่างแก ยังไม่คู่ควรจะมาสอนข้าหรอกนะว่าชีวิตอะไรสำคัญกว่า”

“เหล่าเสี่ยว ว่าไง? จะเก็บตาแก่นี่ไว้จัดการเองทีหลัง หรือจะให้ข้าเชือดมันทิ้งให้ตอนนี้เลย?”

พูดจบ เขาก็เมินสีหน้าที่ดำคล้ำลงเรื่อยๆของฟ่านเหลา หันไปถามเซียวเหยียนที่ยืนอยู่ข้างๆ

เซียวเหยียนฉีกยิ้มกว้างตอบทันที

“ไอ้พล็อตน้ำเน่าประเภทที่ว่า ‘มีโอกาสกำจัดศัตรูแต่ดันปล่อยไปเพราะศักดิ์ศรี แล้วรอให้ตัวเองเก่งขึ้นค่อยกลับมาเชือดเพื่อพิสูจน์ฝีมือ’ อะไรนั่น ข้าไม่ค่อยอินว่ะ”

“ตอนนี้ข้ายังอ่อนหัด เจ้าจัดการมันให้หน่อยก็แล้วกัน”

“ไอ้แก่หมาบ้า! ไหนว่าเก่งนักไง? มาดิ! ลองวัดกับพี่ชายข้าดูหน่อยเป็นไง!”

พูดจบ เซียวเหยียนยังส่งสายตายั่วยวนและถากถางไปให้ฟ่านเหลาอีกดอก

และก่อนที่ฟ่านเหลาจะทันได้ตอบโต้ เซียวเหยียนผู้ทำเท่เสร็จสรรพก็รีบบินหนีไปหลบข้างหลังอย่างรวดเร็ว

ท่าทาง 'ไม่อายฟ้าดิน' แบบนี้ ทำเอาโจวฉางชิงถึงกับพูดไม่ออก ช่างแตกต่างจากเซียวเหยียนในต้นฉบับอย่างสิ้นเชิง

หรือว่านี่จะเป็นผลกระทบจากทฤษฎีผีเสื้อขยับปีกที่เขาเป็นต้นเหตุอีกแล้วนะ?

“ไอ้เด็กนรก! ตายซะเถอะ!”

ฟ่านเหลาที่เดิมทีมีความระแวงโจวฉางชิงอยู่บ้าง ถูกเซียวเหยียนยั่วยุจนสติแตก

เขาไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอีกต่อไป คำรามลั่นแล้วพุ่งร่างเป็นเงาสีเลือดไล่ตามเซียวเหยียนไปทันที!

ทว่า…ยังไล่ไปได้ไม่ถึงสิบเมตร

ร่างหนึ่งก็เข้ามาขวางหน้าเขาไว้ พร้อมกับซัดคลื่นพลังสีขาวสว่างจ้าเข้าใส่ใบหน้าเขาตรงๆ!

…..

เร็วมาก!

ฟ่านเหลาหน้าเปลี่ยนสี โชคดีที่เขาระวังตัวอยู่ตลอด จึงรับมือได้ทันท่วงที

เขาเบรกตัวโก่งกลางอากาศ มือทั้งสองข้างที่ปกคลุมด้วยเส้นใยโลหิตควบแน่นเป็นชั้นพลังงาน รับการโจมตีนั้นไว้!

แต่ทันทีที่สัมผัสกับคลื่นพลัง รูม่านตาของฟ่านเหลาก็หดวูบ!

“ตูม!”

“เปรี้ยะ ปรั๊วะ!”

เสียงระเบิดและเสียงอัสนีแลบดังประสานกัน

คลื่นพลังงานที่สะท้อนกลับมาอย่างรุนแรงซัดร่างของฟ่านเหลากระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตรกว่าจะทรงตัวอยู่!

ชั้นพลังงานสีเลือดที่หุ้มมือเขาเหมือนถุงมือ ถูกทำลายจนหายไปเกินครึ่ง เผยให้เห็นนิ้วมือและฝ่ามือที่ซีดขาว!

มิหนำซ้ำ บนนิ้วทั้งสิบยังมีประกายอัสนีเล็กๆแลบแปลบปลาบ สร้างความเจ็บปวดแสบร้อนและชาหนึบไปถึงเส้นประสาท!

“ตาแก่ ดูเหมือนแกจะประเมินข้าต่ำไปหน่อยนะ”

โจวฉางชิงสลายพลังอัสนีที่ฝ่ามือ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ มองฟ่านเหลาด้วยท่าทีสบายๆ

ฟ่านเหลาหน้าเครียดทันที

ลางสังหรณ์ของเขาถูกต้อง!

แม้จะปะทะกันเพียงกระบวนท่าเดียว แต่พลังที่โจวฉางชิงแสดงออกมาทำให้เขาต้องตะลึง!

ความเข้มข้นของคลื่นพลังนั้น เหนือกว่าเขาจริงๆ!

นั่นหมายความว่า ระดับพลังของอีกฝ่ายสูงกว่าเขาจริงๆ!

สถานการณ์ตอนนี้ทำให้ฟ่านเหลากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

จะสู้ต่อ ก็เกรงใจพลังของอีกฝ่าย

จะไม่สู้ต่อ…แต่ยอดฝีมือแห่งแดนทมิฬอยู่ที่นี่กันเพียบ ถ้าเขาถูกเด็กเมื่อวานซืนคนหนึ่งบีบให้ถอย เรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในยุทธภพ?

“ข้าไม่เชื่อหรอก! แค่เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำคนหนึ่ง ต่อให้อัจฉริยะแค่ไหนจะเก่งกาจสักเท่าไหร่เชียว?”

“ความแข็งแกร่งไม่ได้วัดกันแค่ระดับพลัง แต่ต้องดูที่รากฐานด้วย! วิชาฝีมือและประสบการณ์โชกโชนจากสมรภูมิเลือดของข้า ไม่ใช่สิ่งที่เด็กน้อยอย่างมันจะเทียบได้!”

ลังเลอยู่เพียงเสี้ยววินาที...

หลังจากปลุกใจตัวเอง ฟ่านเหลาก็กัดฟันตัดสินใจ

เขาเงยหน้ามองเด็กหนุ่มที่ขวางทางอยู่ แววตาฉายแววอาฆาตแค้น

“งั้นข้าจะจัดการแกก่อน ไอ้เด็กเวร!”

“เกราะกลืนโลหิต!”

สิ้นเสียงตะโกน

ไอโลหิตทั่วร่างของฟ่านเหลาพวยพุ่ง ควบแน่นกลายเป็นชุดเกราะสีแดงเข้มปกคลุมร่างกายในพริบตา!

ชุดเกราะนั้นดูราวกับสร้างจากเลือดที่แข็งตัว ให้ความรู้สึกชั่วร้ายและเยือกเย็นอย่างน่าขนลุก!

จากนั้น เขาก็กลายร่างเป็นเงาสีเลือด พุ่งเข้าใส่โจวฉางชิงอีกครั้ง!

เผชิญหน้ากับการบุกจู่โจมที่ดุดันของฟ่านเหลา สีหน้าของโจวฉางชิงยังคงสงบนิ่ง พลังอัสนีปะทุทั่วร่าง ปีกพลังปราณด้านหลังกระพือวูบ พุ่งสวนเข้าหาศัตรูทันที!

“ฉึก! ฉึก! ฉึก!”

“ตูม! ตูม! ตูม!”

“วูบ! วูบ! วูบ!”

ชั่วพริบตา เงาร่างสองสายก็พัวพันกันกลางเวหา หมัดเท้าปะทะกันอุตลุด คลื่นพลังและแรงลมปะทะกันวุ่นวาย เสียงอัสนีคำรามและเสียงระเบิดดังระงมไม่ขาดสาย!

ทุกการโจมตีของทั้งคู่ แฝงอานุภาพทำลายล้างที่สามารถสังหารระดับราชันยุทธ์ทั่วไปได้ในพริบตา ทำให้อากาศสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น!

คลื่นพลังและแรงลมที่แผ่ออกมา บีบให้เซียวเหยียนที่ถอยไปร้อยเมตรแล้ว ต้องล่าถอยออกไปอีกหลายร้อยเมตร!

เช่นเดียวกับหลินซิวหยาและหลิ่วฉิงที่ต้องถอยร่นตามไปด้วย

เมื่อเห็นการต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวที่สามารถคร่าชีวิตพวกเขาได้ในพริบตา หลินซิวหยาและหลิ่วฉิงต่างก็กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก!

ผ่านไปครู่หนึ่ง...ทั้งสองถึงนึกถึงเซียวเหยียนได้

หลินซิวหยาจึงหันไปถามเซียวเหยียนด้วยความเป็นห่วง “เจ้าไม่เป็นไรนะ?”

“ไม่เป็นไร หมาแก่ตัวนั้นทำอะไรข้าไม่ได้ง่ายๆหรอก” เซียวเหยียนส่ายหน้าเบาๆสายตายังคงจับจ้องไปที่การต่อสู้

ได้ยินดังนั้น ทั้งสองก็โล่งใจ

พูดตามตรง...

ในนิกายเขตใน คนที่ทั้งสองยอมรับนับถือมีไม่กี่คน และเซียวเหยียนคือหนึ่งในนั้น

นอกจากฝีมือจะสูสีกับพวกเขาแล้ว นิสัยใจคอยังถูกคอกันอีกด้วย ยิ่งเมื่อกี้เซียวเหยียนกล้าหาญเอาตัวเข้าแลกในศึกระดับนี้ด้วยพลังแค่จ้าวยุทธ์

ทั้งสองจึงมองเซียวเหยียนเป็นทั้งคู่แข่งและสหายที่ควรคบหา

“เซียวเหยียน คนนั้นเพื่อนเจ้าเหรอ? ดูอายุไม่น่าจะมากกว่าเจ้าเท่าไหร่ แต่ทำไมเก่งขนาดนี้ สู้กับฟ่านเหลาได้สูสีเลย!”

หลิ่วฉิงอดทึ่งไม่ได้เมื่อมองกลับไปที่การต่อสู้ของโจวฉางชิง

เซียวเหยียนเหลือบมองหลิ่วฉิง แล้วยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

“เพื่อนข้าเอง ไม่สิ ต้องบอกว่าเป็นพี่น้อง เขาชื่อโจวฉางชิง อายุเท่าข้า ปกติข้าเรียกเขาว่าเหล่าโจว”

เขาไม่ได้บอกระดับพลังที่แท้จริงของเหล่าโจว เพราะหนึ่งคือเป็นเรื่องส่วนตัว และสองคือกลัวทั้งคู่จะจิตตก

ขืนบอกไปแล้วทำให้สองคนนี้หมดกำลังใจจนเลิกฝึกวิชา คงเป็นบาปกรรมแย่

และในใจลึกๆเซียวเหยียนแอบค้านคำพูดของหลิ่วฉิงนิดหน่อย

สูสีอะไรกัน?

เห็นชัดๆว่าเหล่าโจวกำลังเล่นสนุกกับตาแก่นั่นต่างหาก ขืนเอาจริงขึ้นมา ไม่เกินยี่สิบเพลงหมัด ตาแก่นั่นคงได้ไปคุยกับรากมะม่วงแล้ว!

“อายุเท่าเจ้า! เป็นไปได้ไง!”

ทั้งสองได้ยินแล้วก็ตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อหู!

ปกติพวกเขาภูมิใจในพรสวรรค์ของตัวเองนักหนา แต่อายุยี่สิบกว่าก็ยังเป็นแค่กึ่งราชันยุทธ์!

เซียวเหยียนอายุสิบเก้า เป็นจ้าวยุทธ์แปดดาว พวกเขายังพอรับได้ ถือว่าพรสวรรค์สูงกว่าพวกตนนิดหน่อย

แต่อายุสิบเก้าเป็นระดับจักรพรรดิยุทธ์…อันนี้รับไม่ได้จริงๆ!

สัตว์ประหลาดระดับนี้ อย่าว่าแต่เคยเห็นเลย แค่ได้ยินชื่อ หรือแม้แต่จะจินตนาการยังไม่กล้า!

ถ้ามีสัตว์ประหลาดแบบนี้อยู่จริง แล้วพวกเขาจะกลายเป็นอะไรไป? เศษสวะงั้นหรือ?

เซียวเหยียนยิ้มบางๆให้กับความตกตะลึงของทั้งสอง แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ

……

ความเคลื่อนไหวทางฝั่งโจวฉางชิง ได้ดึงดูดความสนใจของยอดฝีมือทุกคนในสนามรบไปนานแล้ว

เมื่อเหล่าผู้อาวุโสของนิกายเจียหนานเห็นมียอดฝีมือหน้าใหม่เข้ามาช่วยศิษย์ของตน แถมยังช่วยถ่วงเวลาจักรพรรดิยุทธ์ฝ่ายศัตรูไว้ได้อีกหนึ่งคน ต่างก็พากันดีใจยกใหญ่!

ในทางกลับกัน ฝ่ายผู้บุกรุกจากแดนทมิฬกลับใจคอไม่ดี สีหน้าเริ่มเคร่งเครียด

อย่าได้ดูแคลนกำลังรบแค่คนเดียวเชียว...

สถานการณ์ในสนามรบพลิกผันได้ตลอดเวลา

เดิมทีฝ่ายแดนทมิฬมีคนน้อยกว่า แต่เพราะมีระดับจักรพรรดิยุทธ์มากกว่า จึงสามารถกดดันเหล่าผู้อาวุโสของนิกายและชิงความได้เปรียบไว้ได้

แต่การปรากฏตัวของโจวฉางชิง ได้ทำลายสมดุลของศึกตะลุมบอนนี้ลง ทำให้ตาชั่งแห่งชัยชนะค่อยๆเอียงไปทางฝั่งนิกายเจียหนานทีละน้อย!

ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป สถานการณ์ของพวกเขาย่ำแย่แน่!

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 177: ตาชั่งเริ่มเอียง

คัดลอกลิงก์แล้ว