- หน้าแรก
- วิถีหลอมศาสตราทองคำอัสนี สร้างกายาศักดิ์สิทธิ์ไร้เทียมทาน
- บทที่ 164: บุกทะลวงทะเลอัสนี
บทที่ 164: บุกทะลวงทะเลอัสนี
บทที่ 164: บุกทะลวงทะเลอัสนี
บทที่ 164: บุกทะลวงทะเลอัสนี
วันรุ่งขึ้น
โจวฉางชิงเดินทางมายังก้นหุบเขาพันอัสนีตามกิจวัตร
แสงสีขาวเจิดจ้าจากสายฟ้านับไม่ถ้วนสาดส่องลงบนร่างของเขา จนทั่วทั้งร่างอาบไปด้วยแสงสีเงินยวง ประกายสายฟ้าที่ถักทอและเต้นเร่าสะท้อนเป็นเงาวูบวาบอยู่ในดวงตาของเขา
ราวกับว่า...ภายในดวงตาคู่นั้นก็มีอัสนีบาตกำลังคำรามก้องอยู่เช่นกัน
ขณะ จ้องมองทะเลสายฟ้าอันบ้าคลั่งที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยพลังอำนาจที่มองไม่เห็นจนไม่อาจขยายวงกว้างออกมาได้
ในครานี้ โจวฉางชิงมิได้นั่งลงเพื่อบำเพ็ญเพียรชำระกายเฉกเช่นทุกวัน ทว่าเขากลับใช้สายตาพินิจพิเคราะห์มันอย่างละเอียดถี่ถ้วน ภายในใจเริ่มจมดิ่งสู่ห้วงความคิด
"ทะเลสายฟ้าผืนนี้...ไม่รู้ว่าก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร แต่มันต้องมีความพิเศษบางอย่างซ่อนอยู่แน่ๆ
“สมควรจะเข้าไปสำรวจดูสักหน่อยไหมนะ?”
หุบเขาพันอัสนีแห่งนี้มีความพิเศษเฉพาะตัว หากจะบอกว่าไม่มีความลึกลับมหัศจรรย์ใดๆซุกซ่อนอยู่เลย ก็คงไม่มีผู้ใดเชื่อ
แน่นอนว่า เมื่อโจวฉางชิงคาดเดาได้ ผู้อื่นก็ย่อมคาดเดาได้เช่นกัน
ทว่า...ในดินแดนทมิฬแห่งนี้
นอกเสียจากบรรดายอดฝีมือระดับสูงจำนวนหยิบมือที่มีความสามารถพอจะเข้าไปไขความกระจ่าง
สำหรับคนอื่นๆแล้ว ต่อให้เป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงสุด เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทะเลสายฟ้าอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ ก็คงได้แต่ยืนมองตาปริบๆอย่างไร้หนทาง
ความบ้าคลั่งของสายฟ้าภายในนั้น แต่ละสายล้วนทรงอานุภาพไม่ด้อยไปกว่าอัสนีบาตจากสวรรค์เลยแม้แต่น้อย!
ด้วยพลังทำลายล้างระดับนี้ ต่อให้เป็นระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงสุดสามารถบุกฝ่าเข้าไปได้ ก็คงยืนหยัดอยู่ได้ไม่นาน
เพราะเพียงแค่ก้าวเข้าไปอยู่ภายในนั้นแม้เพียงวินาทีเดียว ปริมาณลมปราณที่ต้องสูญเสียไปเพื่อการป้องกันตัว ย่อมไม่น้อยไปกว่าการใช้วิชายุทธ์ระดับซวนขั้นต่ำเลยทีเดียว
อีกทั้งภายในทะเลสายฟ้า พลังงานฟ้าดินธาตุอื่นๆนั้นแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีอยู่เลย
ผู้เยี่ยมยุทธ์ระดับจักรพรรดิยุทธ์ที่หลงเข้าไป จึงไม่อาจดึงพลังงานฟ้าดินมาใช้ได้ และด้วยเหตุนี้ จึงยากที่จะโคจรเคล็ดวิชาเพื่อฟื้นฟูลมปราณ
เมื่อลมปราณเหือดแห้ง หากต้องพึ่งพาเพียงกายเนื้อ...ไม่เกินชั่วอึดใจ ร่างกายคงถูกฉีกกระชากจนกลายเป็นผุยผงด้วยอัสนีบาตอันเกรี้ยวกราดเหล่านั้น!
อาจจะมีเพียงผู้เยี่ยมยุทธ์ธาตุอัสนีเท่านั้น ที่สถานการณ์อาจจะดีกว่าเล็กน้อย
แต่ใช่ว่าผู้ใช้ธาตุอัสนีทุกคนจะมี 'แหล่งกำเนิดสายฟ้า' อันพิสดารเช่นเดียวกับโจวฉางชิง ที่สามารถเปลี่ยนสายฟ้าภายนอกให้กลายเป็นปราณอัสนีได้อย่างรวดเร็ว
ดังนั้น ต่อให้เป็นจักรพรรดิยุทธ์ธาตุอัสนีขั้นสูงสุด เวลาที่สามารถยื้อชีวิตอยู่ภายในนั้นได้ ก็คงไม่นานไปกว่าผู้เยี่ยมยุทธ์ธาตุอื่นในระดับเดียวกันสักเท่าไหร่
และนี่คือสาเหตุที่ว่าทำไมหุบเขาพันอัสนีดำรงอยู่มาเนิ่นนาน แต่กลับมีเพียงสมบัติรอบนอกเท่านั้นที่ถูกกวาดเกลี้ยง ส่วนความลับใจกลางหุบเขายังคงไม่ถูกเปิดเผยออกมา
แต่ทว่า...สำหรับโจวฉางชิงนั้นแตกต่างออกไป
กายเนื้อของเขาแข็งแกร่งเทียบเท่าระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นกลาง ร่างกายที่ทนทานระดับนี้ น่ากลัวยิ่งกว่ากายเนื้อของผู้เยี่ยมยุทธ์ระดับปรมาจารย์ยุทธ์เสียอีก!
ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งดุจเหล็กไหลนี้ เขาจึงสามารถต้านทานแรงปะทะจากสายฟ้าได้ด้วยกายเนื้อเพียงอย่างเดียว โดยสิ้นเปลืองพลังงานน้อยมาก ตราบใดที่ไม่ฝืนตัวเองจนเกินขีดจำกัด ก็ย่อมไม่เกิดปัญหาใดๆ
ประกอบกับวิญญาณของเขาที่มีแหล่งกำเนิดสายฟ้าสถิตอยู่ ซึ่งสามารถแปลงสายฟ้าให้กลายเป็นลมปราณเพื่อเติมเต็มพลังให้แก่ตนเองได้ บวกกับลมปราณระดับจักรพรรดิยุทธ์หนึ่งดาวที่มีอยู่เดิม
เมื่อนำข้อดีเหล่านี้มาหักล้างกับอุปสรรค...เขาจึงมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะก้าวเข้าไปสำรวจทะเลสายฟ้าแห่งนี้
หลังจากไตร่ตรองอยู่นาน แววตาของโจวฉางชิงก็ฉายความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่
"การที่ทะเลสายฟ้าก่อตัวขึ้นได้ถึงขนาดนี้ สาเหตุเบื้องหลังย่อมไม่ธรรมดา”
“มีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อข้าอย่างมหาศาลซ่อนอยู่ ในเมื่อข้ามีต้นทุนพร้อม ก็ย่อมต้องลองเสี่ยงดูสักตั้ง ยังไงความเสี่ยงก็ไม่ได้สูงมากนัก”
"เอาล่ะ...ลุย!"
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว โจวฉางชิงก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาหลับตาลง ยกเท้าก้าวเดิน แล้วย่างเท้าเข้าสู่ทะเลสายฟ้าในทันที
เพียงพริบตา ร่างครึ่งหนึ่งของโจวฉางชิงก็จมหายไปในทะเลอัสนี!
สายฟ้าอันบ้าคลั่งนับไม่ถ้วนราวกับอสรพิษที่ได้กลิ่นคาวเลือด ต่างพากันพุ่งเข้าใส่ร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง!
ชั่วพริบตาเดียว เสื้อผ้าอาภรณ์บนร่างครึ่งซีกนั้นก็ถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าธุลี เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่มผ้า!
ในวินาทีนั้น โจวฉางชิงสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดแสบร้อนที่แล่นพล่านไปทั่วใบหน้า แก้ม ลำคอ หน้าอก และทุกส่วนของร่างกาย!
ความรู้สึกนั้นราวกับถูกสิ่วจำนวนมหาศาลระดมตอกใส่ด้วยแรงมหาศาลที่เจาะทะลุเหล็กนิลได้!
และปลายสิ่วเหล่านั้น...ล้วนถูกเผาจนแดงฉานด้วยความร้อนระอุ!
ยังไม่จบเพียงเท่านั้น ความเจ็บปวดแสบร้อนและความชาหนึบยังแผ่ซ่านราวกับเข็มเล่มเล็กๆที่เผาไฟจนแดงเสียบแทงทะลุผิวหนังเข้าไป แล้วแหวกว่ายชอนไชไปตามทุกอณูเนื้อและเส้นเลือดในร่างกาย!
"ซี้ดดด!"
ความเจ็บปวดรุนแรงที่ถาโถมเข้ามาอย่างกะทันหัน ทำให้แม้แต่โจวฉางชิงที่เตรียมใจมาแล้วยังต้องสูดปากด้วยความเจ็บปวด!
ทว่า...สิ่งที่เขาสูดเข้าไปกลับมิใช่อากาศเย็น แต่เป็นกระแสสายฟ้ารูปร่างคล้ายงูตัวเล็กๆจำนวนมาก!
ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วปากและลิ้น ราวกับกลืนกินลาวาร้อนระอุเข้าไป ทำให้โจวฉางชิงต้องรีบหุบปากฉับทันที
เพียงแค่จิตสั่งการ เคล็ดวิชา 'หลอมทองวังสวรรค์' ก็เริ่มโคจร….ลมปราณสองธาตุก็ไหลเวียนไปทั่วร่าง ไล่จับและกลั่นกรองกระแสไฟฟ้าที่รุกรานเข้ามาในร่างกาย
ทันใดนั้น ผิวหนังของโจวฉางชิงก็เปล่งประกายสีทองอร่ามห่อหุ้มทั่วร่าง
เมื่อเกราะคุ้มกันทำงาน แรงกดดันก็ลดลง เขาจึงถือโอกาสก้าวเดินต่อไป จนกระทั่งร่างทั้งร่างจมหายเข้าไปในทะเลสายฟ้าอย่างสมบูรณ์
ทั่วทั้งร่างถูกโอบล้อมด้วยสายฟ้า...ราวกับตกลงไปในบ่อลาวาที่เดือดพล่าน
อัสนีบาตที่แทรกซึมอยู่ทุกอณูอากาศ ระดมฟาดฟันใส่ทุกตารางนิ้วของผิวหนังอย่างไม่หยุดยั้ง
กระแสไฟฟ้าขนาดจิ๋วที่ร้อนแรงและบ้าคลั่ง แทรกซึมผ่านเซลล์ผิวหนังทุกเซลล์เข้าสู่ภายในกาย
เคล็ดวิชา 'หลอมทองวังสวรรค์' ถูกเร่งเร้าจนถึงขีดสุด…เพียงเพื่อจะให้ความเร็วในการกลั่นกรอง ทันกันกับความเร็วในการกัดกร่อนของสายฟ้า
"น่ากลัวจริงๆ! หากข้ายังไม่ทะลวงสู่ระดับจักรพรรดิยุทธ์ และกายเนื้อยังไม่ถึงระดับหกดาว เกรงว่าคงทนอยู่ในนี้ได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยามแน่!"
"แต่ความเข้มข้นระดับนี้...กำลังดีเลย! มันช่วยเร่งประสิทธิภาพการชำระกายของข้าให้ถึงขีดสุด!"
แม้ใบหน้าจะบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจากการเกร็งกระตุกของกล้ามเนื้อและความร้อนระอุ แต่ในแววตาของโจวฉางชิงกลับฉายแววปิติยินดี
หากเป็นเขาในสมัยที่กายเนื้อยังอยู่แค่ระดับราชันยุทธ์…ต่อให้เป็นขั้นสูงสุด ทันทีที่ก้าวเข้ามาในทะเลสายฟ้านี้ คงถูกเผาจนกลายเป็นถ่านตอตะโกในพริบตา
ไม่เพียงเท่านั้น ต่อให้กายเนื้อถึงระดับจักรพรรดิยุทธ์ แต่ลมปราณยังหยุดอยู่ที่ราชันยุทธ์
เขาก็คงไม่อาจยืนหยัดอยู่ได้นาน แม้จะไม่ถูกสายฟ้าฟาดจนตายคาที่ในทันทีก็ตาม
แม้คุณภาพของลมปราณระหว่างราชันยุทธ์กับจักรพรรดิยุทธ์จะไม่ได้แตกต่างกันแบบหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ความห่างชั้นของปริมาณและความหนาแน่นนั้นมีมากโข
ต่อให้ความเร็วในการโคจรลมปราณของเคล็ดวิชาจะเท่าเดิม แต่ความแตกต่างด้านคุณภาพย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพในการกลั่นกรองสายฟ้าอย่างแน่นอน
และตอนนี้...จังหวะเวลาที่เขาก้าวเข้าสู่ทะเลสายฟ้า มันช่างพอดิบพอดีกับขีดจำกัดขั้นต่ำสุด!
ด้วยเหตุนี้ ประสิทธิภาพในการเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของเขา จะไม่ด้อยไปกว่าตอนที่เขาฝึกฝนในระดับราชันยุทธ์เลย
โจวฉางชิงกัดฟันทนความเจ็บปวด ขณะเดียวกันก็แบ่งสมาธิส่วนหนึ่งไปกับการใช้พลังจิตสำรวจเส้นทางเบื้องหน้า
นับตั้งแต่ก้าวเข้ามาในทะเลสายฟ้า เขาก็หลับตาลงแล้ว
แม้ร่างกายจะแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า แต่ดวงตาก็ยังคงเป็นจุดอ่อนที่บอบบางที่สุด
ช่วยไม่ได้ นี่คือจุดอ่อนตามธรรมชาติของมนุษย์ที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในชั่วข้ามคืน
แน่นอนว่า ต้องดูด้วยว่าสิ่งที่โจมตีคืออะไร
หากต้องเผชิญหน้ากับสายฟ้าที่รุนแรงเทียบเท่าทัณฑ์สวรรค์เช่นนี้ เขาไม่กล้าเอาดวงตาไปเสี่ยงรับตรงๆแน่
แต่ถ้าเป็นการโจมตีที่มีความรุนแรงต่ำกว่าระดับราชันยุทธ์ขั้นกลาง หรืออาวุธระดับห้าขั้นกลางที่เขาหลอมขึ้นเอง
ต่อให้โจมตีใส่ดวงตาของเขาตรงๆเขาก็คงไม่กระพริบตาด้วยซ้ำ
เมื่อไร้ซึ่งการมองเห็น โจวฉางชิงจึงต้องพึ่งพาพลังจิตในการนำทาง
ทว่า...ภายในทะเลสายฟ้าแห่งนี้ สนามพลังงานอันบ้าคลั่งได้รบกวนการทำงานของจิตสัมผัส ทำให้รัศมีการรับรู้ของเขาหดแคบลงอย่างมาก
เหลือเพียงระยะประมาณร้อยเมตรเท่านั้น
และทุกครั้งที่ส่งพลังจิตออกไปสำรวจ ก็จะมีความเจ็บปวดตื้อๆแล่นสวนกลับมา ราวกับมีใครเอาน้ำเดือดๆราดรดลงบนสมอง
เรียกได้ว่า โจวฉางชิงในตอนนี้ หากไม่ใช้ลมปราณป้องกันตัว ทุกส่วนของร่างกายล้วนเจ็บปวดรวดร้าวไปหมด ไม่เว้นแม้แต่วิญญาณ
เคราะห์ดีที่เขาผ่านการฝึกฝนร่างกายมาอย่างหนักหน่วง จึงคุ้นชินกับความเจ็บปวดเช่นนี้ได้ในระดับหนึ่ง
เขาตั้งสมาธิให้มั่นคง
ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในขอบเขตการรับรู้ของเขาถูกแปลงเป็นภาพสามมิติด้วยพลังวิญญาณและส่งเข้าไปในจิตใจของเขา
(จบตอน)