เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 164: บุกทะลวงทะเลอัสนี

บทที่ 164: บุกทะลวงทะเลอัสนี

บทที่ 164: บุกทะลวงทะเลอัสนี


บทที่ 164: บุกทะลวงทะเลอัสนี

วันรุ่งขึ้น

โจวฉางชิงเดินทางมายังก้นหุบเขาพันอัสนีตามกิจวัตร

แสงสีขาวเจิดจ้าจากสายฟ้านับไม่ถ้วนสาดส่องลงบนร่างของเขา จนทั่วทั้งร่างอาบไปด้วยแสงสีเงินยวง ประกายสายฟ้าที่ถักทอและเต้นเร่าสะท้อนเป็นเงาวูบวาบอยู่ในดวงตาของเขา

ราวกับว่า...ภายในดวงตาคู่นั้นก็มีอัสนีบาตกำลังคำรามก้องอยู่เช่นกัน

ขณะ จ้องมองทะเลสายฟ้าอันบ้าคลั่งที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยพลังอำนาจที่มองไม่เห็นจนไม่อาจขยายวงกว้างออกมาได้

ในครานี้ โจวฉางชิงมิได้นั่งลงเพื่อบำเพ็ญเพียรชำระกายเฉกเช่นทุกวัน ทว่าเขากลับใช้สายตาพินิจพิเคราะห์มันอย่างละเอียดถี่ถ้วน ภายในใจเริ่มจมดิ่งสู่ห้วงความคิด

"ทะเลสายฟ้าผืนนี้...ไม่รู้ว่าก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร แต่มันต้องมีความพิเศษบางอย่างซ่อนอยู่แน่ๆ

“สมควรจะเข้าไปสำรวจดูสักหน่อยไหมนะ?”

หุบเขาพันอัสนีแห่งนี้มีความพิเศษเฉพาะตัว หากจะบอกว่าไม่มีความลึกลับมหัศจรรย์ใดๆซุกซ่อนอยู่เลย ก็คงไม่มีผู้ใดเชื่อ

แน่นอนว่า เมื่อโจวฉางชิงคาดเดาได้ ผู้อื่นก็ย่อมคาดเดาได้เช่นกัน

ทว่า...ในดินแดนทมิฬแห่งนี้

นอกเสียจากบรรดายอดฝีมือระดับสูงจำนวนหยิบมือที่มีความสามารถพอจะเข้าไปไขความกระจ่าง

สำหรับคนอื่นๆแล้ว ต่อให้เป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงสุด เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทะเลสายฟ้าอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ ก็คงได้แต่ยืนมองตาปริบๆอย่างไร้หนทาง

ความบ้าคลั่งของสายฟ้าภายในนั้น แต่ละสายล้วนทรงอานุภาพไม่ด้อยไปกว่าอัสนีบาตจากสวรรค์เลยแม้แต่น้อย!

ด้วยพลังทำลายล้างระดับนี้ ต่อให้เป็นระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงสุดสามารถบุกฝ่าเข้าไปได้ ก็คงยืนหยัดอยู่ได้ไม่นาน

เพราะเพียงแค่ก้าวเข้าไปอยู่ภายในนั้นแม้เพียงวินาทีเดียว ปริมาณลมปราณที่ต้องสูญเสียไปเพื่อการป้องกันตัว ย่อมไม่น้อยไปกว่าการใช้วิชายุทธ์ระดับซวนขั้นต่ำเลยทีเดียว

อีกทั้งภายในทะเลสายฟ้า พลังงานฟ้าดินธาตุอื่นๆนั้นแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีอยู่เลย

ผู้เยี่ยมยุทธ์ระดับจักรพรรดิยุทธ์ที่หลงเข้าไป จึงไม่อาจดึงพลังงานฟ้าดินมาใช้ได้ และด้วยเหตุนี้ จึงยากที่จะโคจรเคล็ดวิชาเพื่อฟื้นฟูลมปราณ

เมื่อลมปราณเหือดแห้ง หากต้องพึ่งพาเพียงกายเนื้อ...ไม่เกินชั่วอึดใจ ร่างกายคงถูกฉีกกระชากจนกลายเป็นผุยผงด้วยอัสนีบาตอันเกรี้ยวกราดเหล่านั้น!

อาจจะมีเพียงผู้เยี่ยมยุทธ์ธาตุอัสนีเท่านั้น ที่สถานการณ์อาจจะดีกว่าเล็กน้อย

แต่ใช่ว่าผู้ใช้ธาตุอัสนีทุกคนจะมี 'แหล่งกำเนิดสายฟ้า' อันพิสดารเช่นเดียวกับโจวฉางชิง ที่สามารถเปลี่ยนสายฟ้าภายนอกให้กลายเป็นปราณอัสนีได้อย่างรวดเร็ว

ดังนั้น ต่อให้เป็นจักรพรรดิยุทธ์ธาตุอัสนีขั้นสูงสุด เวลาที่สามารถยื้อชีวิตอยู่ภายในนั้นได้ ก็คงไม่นานไปกว่าผู้เยี่ยมยุทธ์ธาตุอื่นในระดับเดียวกันสักเท่าไหร่

และนี่คือสาเหตุที่ว่าทำไมหุบเขาพันอัสนีดำรงอยู่มาเนิ่นนาน แต่กลับมีเพียงสมบัติรอบนอกเท่านั้นที่ถูกกวาดเกลี้ยง ส่วนความลับใจกลางหุบเขายังคงไม่ถูกเปิดเผยออกมา

แต่ทว่า...สำหรับโจวฉางชิงนั้นแตกต่างออกไป

กายเนื้อของเขาแข็งแกร่งเทียบเท่าระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นกลาง ร่างกายที่ทนทานระดับนี้ น่ากลัวยิ่งกว่ากายเนื้อของผู้เยี่ยมยุทธ์ระดับปรมาจารย์ยุทธ์เสียอีก!

ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งดุจเหล็กไหลนี้ เขาจึงสามารถต้านทานแรงปะทะจากสายฟ้าได้ด้วยกายเนื้อเพียงอย่างเดียว โดยสิ้นเปลืองพลังงานน้อยมาก ตราบใดที่ไม่ฝืนตัวเองจนเกินขีดจำกัด ก็ย่อมไม่เกิดปัญหาใดๆ

ประกอบกับวิญญาณของเขาที่มีแหล่งกำเนิดสายฟ้าสถิตอยู่ ซึ่งสามารถแปลงสายฟ้าให้กลายเป็นลมปราณเพื่อเติมเต็มพลังให้แก่ตนเองได้ บวกกับลมปราณระดับจักรพรรดิยุทธ์หนึ่งดาวที่มีอยู่เดิม

เมื่อนำข้อดีเหล่านี้มาหักล้างกับอุปสรรค...เขาจึงมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะก้าวเข้าไปสำรวจทะเลสายฟ้าแห่งนี้

หลังจากไตร่ตรองอยู่นาน แววตาของโจวฉางชิงก็ฉายความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่

"การที่ทะเลสายฟ้าก่อตัวขึ้นได้ถึงขนาดนี้ สาเหตุเบื้องหลังย่อมไม่ธรรมดา”

“มีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อข้าอย่างมหาศาลซ่อนอยู่ ในเมื่อข้ามีต้นทุนพร้อม ก็ย่อมต้องลองเสี่ยงดูสักตั้ง ยังไงความเสี่ยงก็ไม่ได้สูงมากนัก”

"เอาล่ะ...ลุย!"

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว โจวฉางชิงก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาหลับตาลง ยกเท้าก้าวเดิน แล้วย่างเท้าเข้าสู่ทะเลสายฟ้าในทันที

เพียงพริบตา ร่างครึ่งหนึ่งของโจวฉางชิงก็จมหายไปในทะเลอัสนี!

สายฟ้าอันบ้าคลั่งนับไม่ถ้วนราวกับอสรพิษที่ได้กลิ่นคาวเลือด ต่างพากันพุ่งเข้าใส่ร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง!

ชั่วพริบตาเดียว เสื้อผ้าอาภรณ์บนร่างครึ่งซีกนั้นก็ถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าธุลี เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่มผ้า!

ในวินาทีนั้น โจวฉางชิงสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดแสบร้อนที่แล่นพล่านไปทั่วใบหน้า แก้ม ลำคอ หน้าอก และทุกส่วนของร่างกาย!

ความรู้สึกนั้นราวกับถูกสิ่วจำนวนมหาศาลระดมตอกใส่ด้วยแรงมหาศาลที่เจาะทะลุเหล็กนิลได้!

และปลายสิ่วเหล่านั้น...ล้วนถูกเผาจนแดงฉานด้วยความร้อนระอุ!

ยังไม่จบเพียงเท่านั้น ความเจ็บปวดแสบร้อนและความชาหนึบยังแผ่ซ่านราวกับเข็มเล่มเล็กๆที่เผาไฟจนแดงเสียบแทงทะลุผิวหนังเข้าไป แล้วแหวกว่ายชอนไชไปตามทุกอณูเนื้อและเส้นเลือดในร่างกาย!

"ซี้ดดด!"

ความเจ็บปวดรุนแรงที่ถาโถมเข้ามาอย่างกะทันหัน ทำให้แม้แต่โจวฉางชิงที่เตรียมใจมาแล้วยังต้องสูดปากด้วยความเจ็บปวด!

ทว่า...สิ่งที่เขาสูดเข้าไปกลับมิใช่อากาศเย็น แต่เป็นกระแสสายฟ้ารูปร่างคล้ายงูตัวเล็กๆจำนวนมาก!

ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วปากและลิ้น ราวกับกลืนกินลาวาร้อนระอุเข้าไป ทำให้โจวฉางชิงต้องรีบหุบปากฉับทันที

เพียงแค่จิตสั่งการ เคล็ดวิชา 'หลอมทองวังสวรรค์' ก็เริ่มโคจร….ลมปราณสองธาตุก็ไหลเวียนไปทั่วร่าง ไล่จับและกลั่นกรองกระแสไฟฟ้าที่รุกรานเข้ามาในร่างกาย

ทันใดนั้น ผิวหนังของโจวฉางชิงก็เปล่งประกายสีทองอร่ามห่อหุ้มทั่วร่าง

เมื่อเกราะคุ้มกันทำงาน แรงกดดันก็ลดลง เขาจึงถือโอกาสก้าวเดินต่อไป จนกระทั่งร่างทั้งร่างจมหายเข้าไปในทะเลสายฟ้าอย่างสมบูรณ์

ทั่วทั้งร่างถูกโอบล้อมด้วยสายฟ้า...ราวกับตกลงไปในบ่อลาวาที่เดือดพล่าน

อัสนีบาตที่แทรกซึมอยู่ทุกอณูอากาศ ระดมฟาดฟันใส่ทุกตารางนิ้วของผิวหนังอย่างไม่หยุดยั้ง

กระแสไฟฟ้าขนาดจิ๋วที่ร้อนแรงและบ้าคลั่ง แทรกซึมผ่านเซลล์ผิวหนังทุกเซลล์เข้าสู่ภายในกาย

เคล็ดวิชา 'หลอมทองวังสวรรค์' ถูกเร่งเร้าจนถึงขีดสุด…เพียงเพื่อจะให้ความเร็วในการกลั่นกรอง ทันกันกับความเร็วในการกัดกร่อนของสายฟ้า

"น่ากลัวจริงๆ! หากข้ายังไม่ทะลวงสู่ระดับจักรพรรดิยุทธ์ และกายเนื้อยังไม่ถึงระดับหกดาว เกรงว่าคงทนอยู่ในนี้ได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยามแน่!"

"แต่ความเข้มข้นระดับนี้...กำลังดีเลย! มันช่วยเร่งประสิทธิภาพการชำระกายของข้าให้ถึงขีดสุด!"

แม้ใบหน้าจะบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจากการเกร็งกระตุกของกล้ามเนื้อและความร้อนระอุ แต่ในแววตาของโจวฉางชิงกลับฉายแววปิติยินดี

หากเป็นเขาในสมัยที่กายเนื้อยังอยู่แค่ระดับราชันยุทธ์…ต่อให้เป็นขั้นสูงสุด ทันทีที่ก้าวเข้ามาในทะเลสายฟ้านี้ คงถูกเผาจนกลายเป็นถ่านตอตะโกในพริบตา

ไม่เพียงเท่านั้น ต่อให้กายเนื้อถึงระดับจักรพรรดิยุทธ์ แต่ลมปราณยังหยุดอยู่ที่ราชันยุทธ์

เขาก็คงไม่อาจยืนหยัดอยู่ได้นาน แม้จะไม่ถูกสายฟ้าฟาดจนตายคาที่ในทันทีก็ตาม

แม้คุณภาพของลมปราณระหว่างราชันยุทธ์กับจักรพรรดิยุทธ์จะไม่ได้แตกต่างกันแบบหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ความห่างชั้นของปริมาณและความหนาแน่นนั้นมีมากโข

ต่อให้ความเร็วในการโคจรลมปราณของเคล็ดวิชาจะเท่าเดิม แต่ความแตกต่างด้านคุณภาพย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพในการกลั่นกรองสายฟ้าอย่างแน่นอน

และตอนนี้...จังหวะเวลาที่เขาก้าวเข้าสู่ทะเลสายฟ้า มันช่างพอดิบพอดีกับขีดจำกัดขั้นต่ำสุด!

ด้วยเหตุนี้ ประสิทธิภาพในการเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของเขา จะไม่ด้อยไปกว่าตอนที่เขาฝึกฝนในระดับราชันยุทธ์เลย

โจวฉางชิงกัดฟันทนความเจ็บปวด ขณะเดียวกันก็แบ่งสมาธิส่วนหนึ่งไปกับการใช้พลังจิตสำรวจเส้นทางเบื้องหน้า

นับตั้งแต่ก้าวเข้ามาในทะเลสายฟ้า เขาก็หลับตาลงแล้ว

แม้ร่างกายจะแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า แต่ดวงตาก็ยังคงเป็นจุดอ่อนที่บอบบางที่สุด

ช่วยไม่ได้ นี่คือจุดอ่อนตามธรรมชาติของมนุษย์ที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในชั่วข้ามคืน

แน่นอนว่า ต้องดูด้วยว่าสิ่งที่โจมตีคืออะไร

หากต้องเผชิญหน้ากับสายฟ้าที่รุนแรงเทียบเท่าทัณฑ์สวรรค์เช่นนี้ เขาไม่กล้าเอาดวงตาไปเสี่ยงรับตรงๆแน่

แต่ถ้าเป็นการโจมตีที่มีความรุนแรงต่ำกว่าระดับราชันยุทธ์ขั้นกลาง หรืออาวุธระดับห้าขั้นกลางที่เขาหลอมขึ้นเอง

ต่อให้โจมตีใส่ดวงตาของเขาตรงๆเขาก็คงไม่กระพริบตาด้วยซ้ำ

เมื่อไร้ซึ่งการมองเห็น โจวฉางชิงจึงต้องพึ่งพาพลังจิตในการนำทาง

ทว่า...ภายในทะเลสายฟ้าแห่งนี้ สนามพลังงานอันบ้าคลั่งได้รบกวนการทำงานของจิตสัมผัส ทำให้รัศมีการรับรู้ของเขาหดแคบลงอย่างมาก

เหลือเพียงระยะประมาณร้อยเมตรเท่านั้น

และทุกครั้งที่ส่งพลังจิตออกไปสำรวจ ก็จะมีความเจ็บปวดตื้อๆแล่นสวนกลับมา ราวกับมีใครเอาน้ำเดือดๆราดรดลงบนสมอง

เรียกได้ว่า โจวฉางชิงในตอนนี้ หากไม่ใช้ลมปราณป้องกันตัว ทุกส่วนของร่างกายล้วนเจ็บปวดรวดร้าวไปหมด ไม่เว้นแม้แต่วิญญาณ

เคราะห์ดีที่เขาผ่านการฝึกฝนร่างกายมาอย่างหนักหน่วง จึงคุ้นชินกับความเจ็บปวดเช่นนี้ได้ในระดับหนึ่ง

เขาตั้งสมาธิให้มั่นคง

ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในขอบเขตการรับรู้ของเขาถูกแปลงเป็นภาพสามมิติด้วยพลังวิญญาณและส่งเข้าไปในจิตใจของเขา

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 164: บุกทะลวงทะเลอัสนี

คัดลอกลิงก์แล้ว