เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 117 : สองสหายได้พบกันอีกครั้ง

บทที่ 117 : สองสหายได้พบกันอีกครั้ง

บทที่ 117 : สองสหายได้พบกันอีกครั้ง


บทที่ 117 : สองสหายได้พบกันอีกครั้ง

"วัสดุที่มีมูลค่าเทียบเท่าโอสถระดับหกเลยรึ นี่มันคนจากกองกำลังไหนกัน ถึงได้กล้าเสนอราคาขนาดนี้!"

"ให้ตายเถอะ ตอนแรกข้าคิดว่าวัสดุจากอสูรเวทระดับหกขั้นสูงก็สุดยอดแล้วนะ ไม่คิดว่าจะมีที่ยิ่งกว่าอีก…ธนูวิเศษเล่มนี้มันมีค่าขนาดนั้นเลยรึ"

"เจ้าหนูอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร ถึงแม้ราคานี้จะสูงมาก แต่มูลค่าของธนูวิเศษก็พอจะคู่ควรอยู่…ที่สำคัญที่สุดก็คือ ผู้ที่เสนอราคานั้นต้องการที่จะผูกสัมพันธ์กับท่านปรมาจารย์นักหลอมศาสตราผู้นั้นต่างหาก"

เมื่อราคานี้ถูกประกาศออกมา ผู้คนในห้องส่วนตัวต่างๆต่างก็ได้แต่ส่ายหน้ายอมรับ

ครู่ต่อมา...ห้องส่วนตัวที่เสนอราคาเกล็ดมังกรวารีทมิฬก่อนหน้านี้ก็ได้เสนอราคาขึ้นมาอีกครั้ง

"เกล็ดมังกรวารีทมิฬสองส่วน!"

สำหรับราคานี้ เซียวเหยียนก็เสนอสู้กลับไปโดยไม่ลังเล

"แก่นทองโลหิตมังกร บวกกับโอสถหลอมเส้นชีพจรวิญญาณลึกลับระดับหกขั้นต่ำอีกหนึ่งเม็ด!"

"..."

ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังชั่งใจว่าจะสู้ราคาต่อดีหรือไม่

ทว่าเพียงไม่กี่ลมหายใจผ่านไป คนในห้องส่วนตัวนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆแล้วจึงเงียบเสียงไป

อันที่จริง เขาก็อยากจะเปิดเผยตัวตนว่าเป็นคนของราชวงศ์ เพื่อให้อีกฝ่ายที่เสนอราคาสูงกว่าล่าถอยไป

แต่หากทำเช่นนั้น ก็เกรงว่าจะไปล่วงเกินท่านปรมาจารย์นักหลอมศาสตราผู้นั้นเข้า

พร้อมกันนั้น คนที่สามารถเสนอราคาสูงถึงเพียงนี้ได้ พลังและเบื้องหลังย่อมต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างศัตรูที่ไม่ธรรมดาสองคนพร้อมกันเพียงเพื่อชัยชนะชั่วครั้งชั่วคราว นั่นไม่เป็นผลดีต่อราชวงศ์ของพวกเขาแม้แต่น้อย

หยาเฟยเป็นคนฉลาดหลักแหลม หลังจากที่เซียวเหยียนเสนอราคาออกมา เธอก็เข้าใจในทันทีว่าคงไม่มีใครสามารถเสนอราคาสูงกว่านี้ได้อีกแล้ว

"ยังมีแขกผู้มีเกียรติท่านใดจะเสนอราคาอีกหรือไม่เจ้าคะ"

"ดูท่าธนูเล่มนี้คงจะต้องตกเป็นของแขกผู้มีเกียรติหมายเลขสามแล้วนะเจ้าคะ"

"ขอแสดงความยินดีกับแขกผู้มีเกียรติในห้องส่วนตัวหมายเลขสาม ที่ประมูลธนูอสรพิษเพลิงครามแดงไปได้สำเร็จ เดี๋ยวสินค้าจะถูกนำไปส่งให้ในไม่ช้านี้เจ้าค่ะ"

"..."

ครู่ต่อมา หยาเฟยก็ได้ประกาศผล ซึ่งนั่นก็หมายความว่างานประมูลในครั้งนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว

หลังจากกล่าวคำพูดตามมารยาทแล้ว แขกผู้มีเกียรติในห้องส่วนตัวต่างๆก็พากันออกจากงานไปอย่างน่าเสียดาย

.............

"ท่านอาจารย์ ท่านตื่นได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าพลังวิญญาณของท่านเสียหายอย่างหนักจนต้องเข้าสู่ภาวะหลับใหลหรอกหรือ"

"ฮ่าๆๆ ข้าหลอกเจ้าน่ะ…เจ้าหนูอย่างเจ้าตลอดทางที่ผ่านมานี้ เพราะมีข้าอยู่ด้วย เรื่องทุกอย่างจึงคิดแต่ว่าจะมีข้าคอยหนุนหลังให้ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆก็จะเกิดการพึ่งพาอาศัยกัน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อเส้นทางสู่ความเป็นยอดฝีมือของเจ้าในอนาคตเลยแม้แต่น้อย"

"เจ้าเฒ่าบ้านี่! กล้าหลอกความรู้สึกของข้าเรอะ! เสียแรงที่ข้ารีบรวบรวมสมุนไพรฟื้นฟูพลังวิญญาณให้แทบตาย!"

"ฮ่าๆๆ หากข้าไม่ใช้พลังวิญญาณจนหมดสิ้น เจ้าก็จะไม่รวบรวมสมุนไพรฟื้นฟูให้ข้าแล้วรึ"

"เอ่อ…ก็ไม่ใช่เช่นนั้น เพียงแต่ถูกหลอกก็เลยโกรธนิดหน่อย"

"โกรธบ้าโกรธบออะไร ที่ข้าทำก็เพื่อเจ้าทั้งนั้น"

"แล้วทำไมท่านถึงไม่แกล้งต่อแล้วล่ะ"

"หากไม่ใช่เพราะธนูอสรพิษเพลิงครามแดงนี่ปรากฏขึ้นมา แล้วข้าอยากให้เจ้าประมูลมันไป เพื่อที่จะได้มีไพ่ตายเพิ่มขึ้นอีกใบตอนที่ขึ้นไปบนสำนักอวิ๋นหลาน…ข้าก็ไม่คิดที่จะปรากฏตัวออกมาหรอก"

"ฮิๆๆท่านอาจารย์ ท่านดีกับศิษย์จริงๆเลย~"

"ไปไกลๆเลยไป"

ที่แท้แล้ว เพราะการเดินทางไปหาเพลิงวิเศษในทะเลทรายนั้นราบรื่นอย่างยิ่ง ปรมาจารย์เย่าจึงแทบไม่ได้สูญเสียพลังวิญญาณไปเลย

ดังนั้นตอนที่อยู่ที่เมืองม่อเฉิง การที่เซียวเหยียนใช้บัวเพลิงพิโรธจึงไม่ได้สูบพลังของปรมาจารย์เย่าจนหมดสิ้นและทำให้เขาเข้าสู่ภาวะหลับใหล

เพียงแต่ว่าในตอนนั้นพลังวิญญาณของปรมาจารย์เย่าก็เสียหายอย่างหนักและอ่อนแออย่างยิ่ง

ในช่วงที่กำลังรอให้คนนำธนูอสรพิษเพลิงมาส่ง เซียวเหยียนก็ได้พูดคุยกับปรมาจารย์เย่าอยู่ครู่หนึ่ง

ในตอนนี้ จิตใจที่เคยร้อนรนที่จะตามหาสมุนไพรฟื้นฟูพลังวิญญาณของเขาก็ได้ผ่อนคลายลงบ้างแล้ว

ไห่โปตงสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเซียวเหยียนก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมาก

เพียงไม่นาน...ประตูห้องส่วนตัวก็ถูกเปิดออก

เถิงซานนำหยาเฟย พร้อมกับหีบที่ใส่ธนูอสรพิษเพลิงเข้ามา

"ท่านไห่ ข้าเอาของมาให้ท่านแล้ว"

หลังจากเข้ามาแล้ว เถิงซานก็ยิ้มพลางให้คนนำหีบไปส่งให้ที่หน้าไห่โปตง

ไห่โปตง ไหนเลยจะไม่รู้ว่าเถิงซานเข้าใจผิด ทันใดนั้นเขาก็โบกมือห้าม

"เจ้าอย่าเข้าใจผิด คนที่เสนอราคาไม่ใช่ข้า หากแต่เป็นเซียวเหยียนต่างหาก ข้าไม่มีปัญญาเอาโอสถระดับหกกับไอ้แก่นทองโลหิตมังกรอะไรนั่นออกมาได้หรอก"

"เอ่อ..."

อย่างไรเสียเถิงซานก็เป็นถึงประมุขตระกูล ปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วมาก

สีหน้าของเขาไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย ก่อนจะหันไปมองเซียวเหยียนพร้อมกับกล่าวขอโทษเล็กน้อย

"น้องชายเซียวเหยียน เป็นข้าที่เลอะเลือนไปเอง หวังว่าเจ้าจะไม่ถือสา"

"ไม่เป็นไร เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว" เซียวเหยียนยิ้มพลางส่ายหน้า

เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่ง การที่เถิงซานจะเข้าใจผิดก็เป็นเรื่องปกติ

เพราะหากไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลัง จะมีใครคาดคิดได้ว่าเขาจะสามารถนำโอสถระดับหกและวัสดุที่มีมูลค่าเทียบเท่าโอสถระดับหกออกมาได้

หยาเฟยที่อยู่ข้างๆเมื่อได้ยินคำว่า "เซียวเหยียน" สองคำนี้ก็ชะงักไปเล็กน้อย

ก่อนจะละสายตาจากไห่โปตงที่แม้แต่ประมุขตระกูลของเธอยังต้องให้ความเคารพอย่างยิ่ง ไปมองยังเซียวเหยียนที่อยู่ข้างๆ

เธอไม่คาดคิดเลยว่าจะมาเจอเซียวเหยียนที่นี่ และเซียวเหยียนยังเป็นแขกผู้มีเกียรติที่ประมูลธนูอสรพิษเพลิงไปได้อีกด้วย!

"คุณหนูหยาเฟย ไม่ได้พบกันนานเลยนะ"

เซียวเหยียนสังเกตเห็นสายตาของหยาเฟย จึงยิ้มพลางเอ่ยทักทาย

ผู้หญิงคนนี้ บางทีในอนาคตอาจจะกลายเป็นพี่สะใภ้ มารยาทที่ควรมีก็ขาดไม่ได้

หยาเฟยได้สติกลับคืนมา ก็ยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน

"ที่แท้ก็เป็นคุณชายน้อยเซียวเหยียน ไม่คิดว่าจะได้มาพบท่านที่นี่"

ในใจของเธอได้มีข้อสันนิษฐานขึ้นมาแล้ว

คิดว่าเซียวเหยียนคงจะมาที่เมืองหลวงในเวลานี้เพื่อมาตามสัญญาสามปีอย่างแน่นอน

ซึ่งเถิงซานที่เห็นท่าทีของทั้งสองคนก็ประหลาดใจเล็กน้อย

"หยาเฟย เจ้ารู้จักกับน้องชายเซียวเหยียนด้วยรึ"

"ฮิๆๆท่านประมุขอาจจะไม่ทราบ คุณชายน้อยเซียวเหยียน คือคุณชายสามแห่งตระกูลเซียวที่เมืองอูถ่านที่ข้าเคยอยู่เมื่อครั้งกระโน้น และยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับฉางชิงมากด้วย ข้าจึงรู้จักเขาเป็นธรรมดาเจ้าค่ะ"

เถิงซานได้ยินดังนั้นก็มองไปยังเซียวเหยียนด้วยความประหลาดใจ

ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะมีความสัมพันธ์กับท่านไห่ แต่ในความเห็นของเขา น่าจะเป็นเพราะท่านไห่มองเห็นศักยภาพของเซียวเหยียนจึงได้คบค้าสมาคมด้วย

หากเขาสัมผัสไม่ผิด พลังปราณที่เล็ดลอดออกมาจากร่างของเซียวเหยียนนี้น่าจะอยู่ในระดับคุรุยุทธ์ขั้นสูงเท่านั้น พรสวรรค์ระดับนี้ ในเมืองหลวงก็นับว่าเป็นยอดฝีมือในหมู่คนรุ่นเยาว์แล้ว

แต่เมื่อเทียบกับโจวฉางชิงแล้ว กลับราวกับเมฆกับดิน คนสองคนที่มีความแตกต่างกันถึงเพียงนี้ กลับมีความสัมพันธ์ที่ดีอย่างยิ่ง?

ดูท่าแล้วคงจะเป็นเพราะทั้งสองคนรู้จักกันตั้งแต่ก่อนที่โจวฉางชิงจะยังไม่โด่งดัง

เมื่อได้ยินหยาเฟยเอ่ยถึงโจวฉางชิง เซียวเหยียนก็รีบถามขึ้นทันที

"คุณหนูหยาเฟย ไม่ทราบว่าตอนนี้เจ้าโจวยังอยู่ที่ตระกูลหมี่เท่อเอ่อหรือไม่"

"อืม แน่นอนว่ายังอยู่ ไม่อย่างนั้นข้าก็คงจะเอาธนูอสรพิษเพลิงนี้ออกมาประมูลไม่ได้หรอก"

"ถ้างั้นพอจะพาข้าไปพบเขาได้หรือไม่"

"แน่นอนอยู่แล้ว คิดว่าฉางชิงเมื่อได้พบคุณชายน้อยเซียวเหยียนแล้ว จะต้องดีใจมากแน่ๆ"

"คุณหนูหยาเฟย ท่านอย่าเรียกข้าว่าคุณชายน้อยเลย เดี๋ยวถ้าเจ้าโจวได้ยินเข้า จะคิดว่าข้ามาวางมาดเสียอีก เรียกข้าว่าเซียวเหยียนก็พอแล้ว"

"เอ่อ…ก็ได้ เจ้าก็อย่าเรียกข้าว่าคุณหนูเลย ถ้าไม่รังเกียจ ก็เหมือนกับฉางชิง เรียกข้าว่าพี่สาวก็พอ"

"ได้เลย พี่หญิงหยาเฟย ท่านรีบพาข้าไปหาเจ้าโจวเถอะ…ไม่เจอกันแปปเดียว เจ้านั่นก็เก่งกาจขึ้นมาขนาดนี้แล้ว"

"ท่านไห่ ท่านก็ไปด้วยกันสิ"

"ได้ ตาเฒ่าอย่างข้าก็อยากจะพบท่านปรมาจารย์นักหลอมศาสตราผู้นี้เช่นกัน" ไห่โปตงพยักหน้า

จากบทสนทนาของหยาเฟยและเซียวเหยียนเมื่อครู่ เขาก็คาดเดาได้แล้วว่า ท่านปรมาจารย์นักหลอมศาสตราโจวฉางชิงผู้นี้ อายุน่าจะไม่มากนัก

อย่างน้อยก็น่าจะน้อยกว่าแม่หนูที่ชื่อหยาเฟยคนนี้ เรื่องนี้ทำเอาเขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจในใจ

สหายของอัจฉริยะ ย่อมต้องเป็นอัจฉริยะเช่นกัน

เซียวเหยียนที่อายุยังน้อยแต่กลับมีพลังต่อสู้เทียบเท่าจักรพรรดิยุทธ์ได้ก็น่าเหลือเชื่อมากพอแล้ว คิดว่าโจวฉางชิงผู้นี้ก็คงจะไม่ด้อยไปกว่ากันเท่าไหร่นัก

เซียวเหยียนเก็บธนูอสรพิษเพลิง จาดนั้นกลุ่มคนทั้งหมดก็พูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนานพลางเดินออกจากห้องส่วนตัวไป

...................

ณ คฤหาสน์แห่งหนึ่งในเขตที่พักของตระกูลหมี่เท่อเอ่อ...

โจวฉางชิงนั่งจิบชาอยู่ในสวนด้วยอารมณ์เบิกบาน

หลังจากงานประมูลในครั้งนี้แล้ว ชื่อของนักหลอมศาสตราคงจะโด่งดังไปทั่วทั้งเมืองหลวง

เขาสามารถจินตนาการได้เลยว่า ในอนาคต เวลาที่คนอื่นมาขอให้เขาหลอมอาวุธให้ จะต้องนำค่าตอบแทนอันงดงามมามอบให้แน่นอน

ถึงตอนนั้น เขาก็บอกไปว่าการหลอมศาสตราก็มีโอกาสล้มเหลว เพื่อที่จะรับประกันอัตราความสำเร็จ คนที่อยากจะขอให้เขาหลอมอาวุธให้ก็จะต้องเตรียมวัสดุมาเผื่อหลายๆชุด แบบนี้แล้วเขาจะไม่รวยเละเลยรึ!

และในการประมูลธนูอสรพิษเพลิงในครั้งนี้ ยังได้โอสถระดับหกมาหนึ่งเม็ด กับวัสดุที่มีมูลค่าเทียบเท่าโอสถระดับหกอีกหนึ่งส่วนด้วย

ถึงแม้จะไม่รู้ว่าวัสดุอย่างแก่นทองโลหิตมังกรนี้เป็นอย่างไร แต่จากมูลค่าที่เทียบเท่าโอสถระดับหกและชื่อของมันแล้ว คงจะเป็นวัสดุที่ล้ำค่ายิ่งกว่าหยกเกราะเก้าหายนะพวกนั้นอย่างแน่นอน

แบบนี้แล้ว ดาบราชันย์อัศนีของเขาคงจะต้องได้รับการอัปเกรดอีกแล้ว

และในขณะที่โจวฉางชิงกำลังจินตนาการถึงอนาคตอันสวยงามอยู่นั้น ร่างหลายร่างก็ได้เดินเข้ามาในคฤหาสน์

"เหล่าเซียว?"

โจวฉางชิงกวาดสายตามองไป ก็ได้เห็นเซียวเหยียนในกลุ่มคนนั้น ทันใดนั้นใบหน้าของเขาก็ปรากฏความตกตะลึงขึ้นมา

ก่อนหน้านี้โจวฉางชิงก็อยู่ในงานประมูลเช่นกัน แต่ไม่ได้ปล่อยจิตสัมผัสออกไป มิเช่นนั้นแล้วคงจะทำให้แขกในงานไม่พอใจอย่างแน่นอน

พฤติกรรมเช่นนั้นไม่สุภาพอย่างยิ่งและง่ายต่อการสร้างศัตรู ดังนั้นโจวฉางชิงจึงไม่รู้ว่าเซียวเหยียนก็อยู่ในงานด้วย และยิ่งไม่รู้ว่าคนที่ประมูลธนูอสรพิษเพลิงที่เขาหลอมขึ้นมาไปคืออีกฝ่าย

เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของสหาย เซียวเหยียนก็ยิ้มแหยๆออกมา

"เจ้าโจว ไม่คิดว่าจะมาเจอข้าที่นี่ใช่ไหมล่ะ"

โจวฉางชิงไม่ได้สนใจสีหน้าและน้ำเสียงยียวนของเซียวเหยียน หากแต่ครุ่นคิดเล็กน้อยก็รู้ได้ทันทีว่าทำไมเซียวเหยียนถึงมาอยู่ที่ตระกูลหมี่เท่อเอ่อ

นับเวลาดูแล้ว สัญญาสามปีก็ใกล้จะถึงแล้ว

หากเซียวเหยียนยังคงเหมือนกับในเนื้อเรื่องเดิมที่ได้พบกับไห่โปตง ดังนั้นการที่เขามาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแล้ว

เมื่อรวมกับหยาเฟย เถิงซาน และชื่อเสียงของนักหลอมศาสตราและศาสตราเวทที่โด่งดังขึ้นมาเมื่อไม่กี่วันก่อน การที่เซียวเหยียนจะตามมาถึงที่นี่ได้ก็สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง

เพียงชั่วครู่เดียว คนทั้งสี่ก็ได้เดินมาถึงเบื้องหน้า

เซียวเหยียนตบลงบนไหล่ของโจวฉางชิงหนึ่งป้าบ แล้วเอ่ยด้วยความรู้สึกทึ่ง

"เจ้าโจวเอ๊ย เจ้าโจว ครั้งล่าสุดที่เจอกัน วิชาหลอมศาสตราของเจ้าเพิ่งจะระดับสี่เองไม่ใช่รึ….ไม่คิดเลยว่าแค่เวลาสั้นๆแค่นี้ เจ้าจะสร้างอาวุธระดับห้าออกมาได้แล้ว!"

"นี่ นี่คือค่าประมูลของข้า แก่นทองโลหิตมังกรกับโอสถหลอมเส้นชีพจรวิญญาณลึกลับ แล้วก็ผลึกน้ำแข็งวิญญาณเย็นที่เจ้าเคยให้ข้าครั้งก่อนด้วย"

"หืออออ….ธนูอสรพิษเพลิง เป็นเจ้าที่ประมูลไปรึ"

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 117 : สองสหายได้พบกันอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว