เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 85: ปะทะราชันย์ยุทธ์!

บทที่ 85: ปะทะราชันย์ยุทธ์!

บทที่ 85: ปะทะราชันย์ยุทธ์!


บทที่ 85: ปะทะราชันย์ยุทธ์!

แน่นอนว่า การใช้เวลาเพียงปีเศษๆในการบำเพ็ญเพียรจากระดับมหาคุรุยุทธ์ขั้นกลางจนก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของระดับจ้าวยุทธ์ได้นั้น นับเป็นเรื่องที่น่าตื่นตะลึงอย่างแท้จริง

เพราะความเร็วในการฝึกปรือถึงเพียงนี้ แม้แต่ท่านปรมาจารย์เย่า (เย่าเหล่า) เอง

ไม่ว่าจะในสมัยที่ยังอยู่ในเผ่าโอสถหรือช่วงที่ออกเดินทางร่อนเร่ไปทั่วทั้งทวีป ก็ยังนับว่าหาได้ยากยิ่งนัก

ยิ่งไปกว่านั้น ระดับพลังปราณของอีกฝ่ายกลับไม่มีร่องรอยของความไม่มั่นคงให้เห็นแม้แต่น้อยนิด ตรงกันข้าม รากฐานของมันกลับแข็งแกร่งและมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรนั้นหาได้อาศัยเพียงพรสวรรค์ไม่ หากแต่วาสนา โชคชะตา และจิตใจ ล้วนเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว

อีกทั้งยิ่งระดับพลังสูงขึ้นเท่าไร การเลื่อนขั้นก็จะยิ่งยากเย็นขึ้นเป็นทวีคูณ

อัจฉริยะที่ยังไม่เติบโตเต็มที่ ก็ไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดา

หากจะให้ยืมคำพูดของศิษย์ไม่ได้เรื่องของตนมาใช้ก็คือ “ใครๆก็เร่งความเร็วทางตรงได้ทั้งนั้นแหละ แต่คนที่เข้าโค้งได้เร็วนั่นต่างหากคือของจริง”

ทว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ปรมาจารย์เย่าต้องตกตะลึงอย่างแท้จริง กลับเป็นพลังต่อสู้ของโจวฉางชิง! รวมไปถึงร่างกายอันแข็งแกร่งและแสนประหลาดที่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งอำนาจสวรรค์อันเลือนราง!

ในการรับรู้ของเขา ตอนที่โจวฉางชิงต่อสู้กับยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์คนนั้น พลังปราณยุทธ์ของเจ้าหนุ่มแทบจะไม่ได้มีบทบาทสำคัญเลย

ส่วนใหญ่แล้ว เขาอาศัยเพียงร่างกายอันแข็งแกร่งเข้าปะทะกับอีกฝ่ายอย่างดุเดือด!

แต่ที่น่าแปลกก็คือ ปรมาจารย์เย่ากลับไม่รู้สึกถึงร่องรอยของการฝึกฝนทักษะยุทธ์สายเสริมแกร่งร่างกายจากตัวของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย!

และไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือไม่ ปรมาจารย์เย่ากลับสัมผัสได้ถึงไอพลังอันลึกล้ำที่เป็นเอกลักษณ์จากปราณยุทธ์ของอีกฝ่าย!

ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เจ้าหนุ่มคนนั้นไม่เคยมีมาก่อน ตอนที่จากไปเมื่อครั้งกระโน้น

อีกทั้งไอพลังนี้ยังให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาดแก่เขาเป็นอย่างมาก เป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายเป็นคำพูดได้

ทว่าเขากลับรู้สึกได้ลางๆว่าไอพลังนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน และจะต้องมีความลับอันยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่เป็นแน่!

เพียงเวลาแค่ปีเศษๆกลับมีการเปลี่ยนแปลงมากมายจนแม้แต่เย่าเฉิน (ชื่อจริงของปรมาจารย์เย่า)...ผู้นี้ยังมองไม่ออก แล้วจะไม่ให้รู้สึกตื่นตระหนกได้อย่างไรกัน?

“เหตุใดเจ้าหนุ่มคนนี้ถึงได้มีคุณสมบัติสองธาตุเป็นทองกับสายฟ้าด้วยนะ?”

“หากเป็นกายาอัคคีแฝงไม้ได้ก็คงจะดี...ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว ข้าผู้เฒ่าก็คงจะรับมันเป็นศิษย์ เเล้วทุ่มเทสั่งสอนอย่างเต็มที่”

“รับรองว่าจะต้องทำให้พวกเฒ่าชราไม่รู้กี่คนต่อกี่คนต้องอ้าปากค้างด้วยความตกใจเป็นแน่!”

“น่าเสียดายที่ไม่มีคำว่า ‘ถ้าหาก’...เส้นทางการฝึกปรือของเจ้าหนุ่มคนนี้แตกต่างจากข้าผู้เฒ่า”

“ดังนั้นถึงแม้จะรับเป็นศิษย์ นอกจากเรื่องเคล็ดวิชาและทักษะยุทธ์แล้ว ก็แทบไม่มีอะไรจะสอนได้อีก เผลอๆอาจจะเป็นการทำลายศักยภาพของอีกฝ่ายเพราะแนวทางที่แตกต่างกันอีกด้วย...”

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ปรมาจารย์เย่าก็ถอนหายใจอย่างแผ่วเบาข้างหูของเซียวเหยียนด้วยความเสียดาย

“เจ้าไม่ได้ดูผิดหรอก ก็คือเจ้าหนุ่มคนนั้นนั่นแหละ”

“เฮ้อ~ ทำไมตอนนั้น…คนที่อาจารย์เจอมันไม่ใช่เขากันนะ?”

เซียวเหยียนได้ยินดังนั้นก็ถึงกับกลอกตา

ตาเฒ่านี่ต้องกำลังบ่นเรื่องเขาในใจอยู่แน่ๆ

...

ทางด้านของเมดูซ่า

ไม่ว่าจะเป็นอวิ๋นหยุนที่กลับมายืนขวางหน้าเมดูซ่าอีกครั้ง หรือกู่เหอที่กระอักเลือดออกมา ตลอดจนเอี๋ยนซือที่เพิ่งคลานออกมาจากกองทรายเมื่อครู่นี้

ทันทีที่หางตาของคนทั้งสามเหลือบไปเห็นการต่อสู้ระหว่างเฟิงหลีกับเด็กหนุ่มคนนั้น พวกเขาก็ถึงกับยืนนิ่งงันอยู่กับที่ ชั่วขณะหนึ่งถึงกับลืมที่จะขยับตัวไปเลยทีเดียว

เมดูซ่าเห็นดังนั้น ก็ไม่ได้ลงมือโจมตีต่อ

นางหยุดลอยตัวอยู่กลางอากาศ ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังการต่อสู้ของโจวฉางชิงและเฟิงหลีด้วยความสนใจใคร่รู้

ก่อนหน้านี้นางเป็นกังวลจนเลอะเลือนไป ลืมไปเสียสนิทว่าพลังฝีมือของเจ้าหนุ่มคนนี้ไม่ได้อ่อนแอเลยสักนิด

ต่อให้เป็นเฟิงหลี ก็คงยากที่จะเอาชนะเขาได้ในเวลาสั้นๆ

ดังนั้นในตอนนี้ นางจึงไม่ร้อนรนอีกต่อไป กระทั่งไม่มีความคิดที่จะลงมือต่อแล้วด้วยซ้ำ

ทั้งสามคนถูกนางซัดจนบาดเจ็บสาหัส หากไม่ได้พักฟื้นสักหลายเดือนก็อย่าหวังว่าจะหายดีได้

บทเรียนที่ควรจะให้ก็ได้ให้ไปแล้ว คงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าพวกเขาทิ้งทั้งหมดจริงๆหรอกกระมัง?

ความเด็ดขาดกับการบุ่มบ่ามมันเป็นคนละเรื่องกันนะ

...

ณ อีกด้านหนึ่ง

“เจ้าเด็กนั่นเป็นใครกัน?”

“ดูแล้วอายุก็ไม่น่าจะมาก แต่ฝีมือนี่ไม่เลวเลยทีเดียว ถึงขนาดสู้กับเจ้าเฒ่าเฟิงหลีได้ถึงขนาดนี้”

ณ ตำแหน่งทั้งแปดทิศ ผู้นำทั้งแปดก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวทางฝั่งนี้เช่นกัน โม่ปาซือเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ

เหยียนซื่อได้ยินเสียงส่งพลังจิตของโม่ปาซือ ก็แสดงสีหน้าดูแคลนออกมา

“ก็แค่ตาเฒ่าบาดเจ็บคนหนึ่งเท่านั้นแหละ หากเปลี่ยนเป็นข้าล่ะก็ ซัดมันจนหมอบไปนานแล้ว”

อีกหกคนที่เหลือได้ยินดังนั้นก็ได้แต่กลอกตามองเหยียนซื่อ

ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่ใครๆก็ว่าเจ้าหมอนี่เป็นคนที่ไร้สมองที่สุดในบรรดาผู้นำทั้งแปด

เจ้าไม่ดูเลยรึไงว่าเด็กหนุ่มชาวมนุษย์คนนั้นอายุเท่าไหร่

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเกลียดชังมนุษย์ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเด็กหนุ่มที่ราชินีนำกลับมาด้วยคนนี้ช่างน่าทึ่งจริงๆ

เพียงแต่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีความสัมพันธ์อะไรกับองค์ราชินี

หรือจะเป็นเชลยที่ถูกราชินีจับกลับมา เหมือนกับที่พวกมนุษย์ชอบจับตัวสตรีเผ่ามนุษย์งูไปอย่างนั้นรึ?

...

“เอื๊อก~”

ในขณะที่ผู้นำคนอื่นๆกำลังประหลาดใจ เยว่เม่ยกลับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ในใจเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างถึงขีดสุด

คนอื่นอาจจะไม่รู้ที่มาที่ไปของโจวฉางชิง แต่สำหรับนางแล้ว...รู้ดียิ่งกว่าใคร!

เพียงแค่ไม่เจอกันแปดเดือน อีกฝ่ายกลับยกระดับพลังขึ้นมาจนถึงขั้นที่สามารถต่อกรกับยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์ได้แล้ว!

เยว่เม่ยไม่รู้เลยว่าจะต้องใช้คำพูดใดมาบรรยายความรู้สึกตกตะลึงในใจของนางได้!

แปดเดือน! แค่แปดเดือนเท่านั้น!

แค่ช่วงเวลาเท่านี้ นางยังไม่สามารถยกระดับพลังได้ถึงครึ่งดาวเลยด้วยซ้ำ!

เนื่องจากยังไม่ได้ตัดการเชื่อมต่อการส่งพลังจิต เสียงกลืนน้ำลายของเยว่เม่ยจึงดังเข้าไปในหูของอีกเจ็ดคน

ประกอบกับยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์นั้นมีหูตาที่เฉียบคม ต่อให้ยืนอยู่ไกลลิบ พวกเขาก็ยังสังเกตเห็นท่าทีที่ผิดปกติของเยว่เม่ยได้

ทันใดนั้น อสรพิษบุปผาขุยซิงและคนอื่นๆก็หัวเราะออกมาพลางเอ่ยขึ้นว่า: “ข้าว่าแล้วเยว่เม่ย ต่อให้เจ้าหนุ่มนั่นหุ่นจะดีแค่ไหน เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยนี่นา? ท่าทางหิวกระหายแบบนี้ มันไม่เข้ากับมาดโหดเหี้ยมในยามปกติของเจ้าเลยนะ”

“อะไรกัน หรือจะติดใจเจ้าหนุ่มมนุษย์นั่นเข้าแล้ว? อยากให้พวกข้าไปทูลขอความเมตตาจากองค์ราชินีในภายหลัง ยกมันมาให้เจ้าเป็นบำเรอชายดีไหม?”

“พวกเจ้าพูดจาเหลวไหล! เยว่เม่ยไม่มีทางไปติดใจเจ้าเด็กนั่นหรอก!”

เหยียนซื่อได้ยินดังนั้นก็พลันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที

ดูออกได้ไม่ยากเลยว่าเจ้าหมอนี่มีความคิดบางอย่างกับเยว่เม่ย

เยว่เม่ยได้ยินคำหยอกล้อของคนเหล่านี้ก็กลอกตาใส่ทันที ก่อนจะตวาดกลับไปด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแต่แฝงความเกรี้ยวกราดว่า: “ไสหัวไป!”

อย่างไรก็ตาม เยว่เม่ยกลับจดจำคำพูดนี้ไว้ในใจ

ให้มาเป็นบำเรอชายน่ะเป็นไปไม่ได้หรอก

ด้วยนิสัยและความสามารถของอีกฝ่าย ต่อให้เอามาเป็นบำเรอชาย อย่าว่าแต่นางจะอยากได้หรือไม่เลย แม้แต่องค์ราชินีก็คงไม่ยอมเป็นแน่

แต่หากจะใช้แผนสาวงามเข้าล่อลวง ให้เกิดความสัมพันธ์ฉันหญิงชายขึ้นมา เพื่อผูกมัดอีกฝ่ายไว้กับเผ่ามนุษย์งูอย่างแน่นหนา...มันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

นางจ้องมองไปยังแผ่นหลังของโจวฉางชิงที่กำลังต่อสู้อยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ กล้ามเนื้อท่อนบนของเขาที่ราวกับหล่อหลอมขึ้นจากเหล็กกล้า ทั้งแข็งแกร่ง ทั้งราบรื่น และเปี่ยมไปด้วยความงดงามทางสรีระ พลันเยว่เม่ยก็ตัดการเชื่อมต่อส่งพลังจิต แล้วแอบกลืนน้ำลายหอมหวานของตนลงไปอีกอึกหนึ่งอย่างเงียบๆ

“เมื่อก่อนไม่ทันได้สังเกตเลยนะ ว่าหุ่นของเจ้าหนุ่มนี่จะดีถึงเพียงนี้”

“เจ้าเฒ่า รับศอกข้าไปซะ!”

ดาบหนักตวัดกระแทกดาบปราณยุทธ์จนกระเด็นออกไป โจวฉางชิงตะโกนก้อง!

เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของโจวฉางชิง

เฟิงหลีที่ได้ประจักษ์ถึงฝีมือของอีกฝ่ายมาแล้วจึงไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย สายตาของเขาจับจ้องไปยังข้อศอกทั้งสองข้างของอีกฝ่ายในทันที!

ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายของเขาก็คือ ในชั่วพริบตาที่ดาบปราณยุทธ์ของตนถูกปัดออกไป ข้อศอกของเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ากลับไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย!

และในวินาทีต่อมา

ท่อนขาที่ห่อหุ้มด้วยประกายสายฟ้า บนผิวปกคลุมด้วยเกล็ดอสรพิษที่เกิดจากการรวมตัวของปราณยุทธ์สีขาวเจิดจ้า มีรูปลักษณ์คล้ายอสรพิษสายฟ้าฟาดฟันเข้ามาด้วยอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัว!

ทุกที่ที่ลูกเตะแส้ฟาดผ่านไป เกิดเสียงเปรี๊ยะปร๊ะดังลั่น แสงสายฟ้าสาดส่องเจิดจ้า อากาศบิดเบี้ยวจากความร้อนระอุ ฝุ่นผงนับไม่ถ้วนถูกเผาไหม้จนกลายเป็นควันดำ!

ด้วยความไม่ทันตั้งตัว เฟิงหลีจึงถูกฟาดเข้าที่สีข้างอย่างจัง!

ลูกเตะแส้ที่ทั้งหนักหน่วงและรุนแรงได้ทำลายเกราะป้องกันปราณยุทธ์ธาตุลมบนร่างของอีกฝ่ายจนแหลกละเอียดในพริบตา!

พลังมหาศาลถาโถมเข้าใส่จนเอวของเฟิงหลีแอ่นไปอีกด้าน เสื้อผ้าบริเวณสีข้างถูกฉีกกระชากและเผาไหม้จนสิ้นซาก ร่างของเขากระเด็นออกไปในลักษณะโค้งงอเป็นรูปตัว C!

“แค่ก!”

อานุภาพอันรุนแรงได้สร้างความเสียหายให้กับอวัยวะภายในของเฟิงหลีอีกครั้ง ทำให้เขาที่เดิมทีก็บาดเจ็บไม่น้อยอยู่แล้วต้องกระอักเลือดออกมาเป็นสาย!

“หลอกเจ้าน่ะ ยังจะเชื่ออีกเหรอ?”

โจวฉางชิงมองไปยังร่างของเฟิงหลีที่ลอยห่างออกไปเรื่อยๆพลางยืนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ

เดิมทีเขาไม่เคยคิดเลยว่าการโจมตีครั้งนี้จะให้ผลลัพธ์ได้ถึงขนาดนี้

แม้ว่าท่า ‘อสรพิษสายฟ้าทลายภูผา’ นี้จะเป็นหนึ่งในทักษะยุทธ์ธาตุสายฟ้าเพียงไม่กี่อย่างที่เผ่ามนุษย์งูเก็บสะสมไว้ แต่ว่ามันก็เป็นเพียงแค่ทักษะระดับลึกกลับขั้นกลางเท่านั้น

ต่อให้เขานำมาใช้โดยผสานกับระดับพลังปราณและร่างกายอันแข็งแกร่งของตนจนมีอานุภาพไม่ด้อย แต่ก็ไม่น่าจะถึงขั้นที่สามารถซัดยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์ขั้นสูงให้กลายเป็นแบบนี้ได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

อีกอย่าง ประสบการณ์การต่อสู้ของยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์ขั้นสูงไม่ควรจะโชกโชนหรอกหรือ?

แล้วทำไมเจ้าเฒ่าคนนี้ถึงได้ซื่อตรงขนาดนี้กันนะ? ดูจากหน้าตาก็ไม่เห็นจะเหมือนคนซื่อเลยนี่นา

โจวฉางชิงไม่คาดคิดเลยแม้แต่น้อย

ว่าเฟิงหลีจะประมาทได้ถึงเพียงนี้

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะแรงกดดันจากเมดูซ่านั้นหนักหน่วงเกินไป ทำให้สัญชาตญาณระวังภัยของเขาทำงานหนักเกินเหตุ

เมื่อประกอบกับความใจร้อนที่อยากจะจัดการโจวฉางชิงให้ได้โดยเร็ว และความหงุดหงิดจากฝีมืออันไม่ธรรมดาของโจวฉางชิง

เฟิงหลีจึงได้พลาดท่าทำความผิดพลาดระดับพื้นฐานเช่นนี้

“เจ้าสารเลว! ข้าจะฆ่าเจ้า!”

หลังจากลอยออกไปไกลกว่าร้อยเมตร เฟิงหลีก็ทรงตัวได้สำเร็จ ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำจ้องเขม็งมายังโจวฉางชิง!

กี่ปีมาแล้ว!

นับตั้งแต่ได้เป็นหนึ่งในสิบยอดฝีมือแห่งจักรวรรดิเจียหม่า เขาก็ไม่เคยตกอยู่ในสภาพน่าสังเวชเช่นวันนี้มาก่อน!

หากเป็นเมดูซ่าก็แล้วไปเถอะ

แต่นี่กลับเป็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ทำให้เขาบาดเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า ช่างเป็นการหยามเกียรติของสิบยอดฝีมือจนหมดสิ้น!

หากเรื่องนี้แพร่ออกไป เฟิงหลีผู้นี้จะต้องกลายเป็นตัวตลกและความอัปยศในหมู่ยอดฝีมือของจักรวรรดิเจียหม่าอย่างแน่นอน!

เรื่องนี้จะให้เฟิงหลีที่รุ่งโรจน์มาค่อนชีวิต และยึดมั่นในภาพลักษณ์ของตนว่าเป็นผู้สุขุมและเปี่ยมด้วยปัญญามาโดยตลอดทำใจยอมรับได้อย่างไร?!

ในตอนนี้ เฟิงหลีถูกโทสะเข้าครอบงำจนสติหลุดไปแล้ว!

เขาไม่สนใจสิ่งอื่นใดอีกต่อไป ความคิดเดียวในหัวคือการบดขยี้เจ้าสารเลวที่ทำให้เขาต้องอับอายขายหน้าคนนี้ให้ตายคามือ!

มือของเขาเริ่มประสานอิน พลังปราณยุทธ์ของเฟิงหลีพลั่งพรูออกมาจากร่างกายอย่างไม่คิดยับยั้ง ในชั่วพริบตาปราณยุทธ์สีครามก็แผ่ปกคลุมไปทั่วร่าง

พลังงานธาตุลมจากฟ้าดินในรัศมีหลายร้อยเมตรถูกเขาดึงมาใช้จนถึงขีดสุด!

ทันใดนั้น ลมพายุก็โหมกระหน่ำรุนแรงราวกับพายุระดับสิบ ก่อกวนกระแสอากาศและพัดพาทรายสีเหลืองบนพื้นดินให้ฟุ้งกระจาย!

นอกจากนี้ พลังงานธาตุลมก็ยิ่งรวมตัวกันหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆจนราวกับจะควบแน่นกลายเป็นของเหลว!

เมื่อเห็นภาพนี้ โจวฉางชิงไหนเลยจะกล้าประมาท?

เขาใช้พลังปราณยุทธ์ต้านกลับเพื่อหยุดการร่วงหล่นของร่างอีกครั้ง ก่อนจะถีบเท้าพุ่งทะยานเข้าหาอีกฝ่าย หวังจะขัดขวางการร่ายเวท!

เเต่น่าเสียดายที่มันสายเกินไปแล้ว

ขณะที่การประสานอินของมือเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นเรื่อยๆพลังงานลมที่คล้ายของเหลวเหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนรูปร่างอย่างรวดเร็ว ก่อตัวขึ้นเป็นคมมีดวายุสีครามนับพันเล่มที่ด้านหลังของเขา บดบังไปทั่วทั้งผืนฟ้า!

“พันวายุผ่าเวหา!”

มือที่ประสานอินของเฟิงหลีพลันผลักไปทางโจวฉางชิงอย่างแรง!

ทันใดนั้น คมมีดวายุนับพันที่บดบังท้องฟ้าก็พุ่งเข้าใส่โจวฉางชิงราวกับห่าธนูที่ถูกยิงออกมาพร้อมกัน!

ในชั่วขณะนั้น โจวฉางชิงสัมผัสได้ถึงอันตรายอันใหญ่หลวง!

ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะบาดเจ็บ แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์ขั้นสูง หากใช้ไพ่ตายออกมา โจวฉางชิงในตอนนี้ย่อมมิอาจรับมือได้อย่างแน่นอน!

……

“รนหาที่ตาย!”

เมดูซ่าที่เดิมทีกำลังยืนชมการต่อสู้อย่างสบายอารมณ์ พลันดวงตาคู่สวยก็หรี่ลงอย่างเย็นชาเมื่อได้เห็นอานุภาพของทักษะยุทธ์ที่เฟิงหลีกำลังใช้ออกมา ในแววตาฉายประกายแห่งจิตสังหาร!

ในชั่วพริบตา ร่างของนางก็หายวับไป พุ่งตรงไปยังโจวฉางชิงในขณะที่อวิ๋นหยุนและคนอื่นๆยังคงยืนตะลึง!

….

“บ้าเอ๊ย! หลบไม่พ้น!”

คมมีดวายุนั้นรวดเร็วอย่างยิ่ง ในชั่วพริบตาก็มาถึงเบื้องหน้า…โจวฉางชิงไม่ใช่ยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์ ความคล่องตัวกลางอากาศจึงต่ำมาก ไม่มีทางหลบหลีกได้ทัน!

ดังนั้นเขาจึงกัดฟันแน่น พลังปราณทั่วร่างปะทุขึ้น ก่อตัวขึ้นเป็นเกราะป้องกันสีทองเจิดจ้าหนาเตอะที่ภายนอกร่างกายอย่างรวดเร็ว พยายามที่จะรับการโจมตีนี้ไว้ตรงๆ!

ตายคงไม่ตายแน่

เพราะอย่างไรเสีย ร่างกายของเขาก็แข็งแกร่ง และมีพลังป้องกันที่ยอดเยี่ยม…อย่างมากก็แค่บาดเจ็บสาหัสเท่านั้น

ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่คมมีดวายุกำลังจะพุ่งเข้าใส่เขา!

ร่างอันงดงามหาใดเปรียบได้ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเขา ขวางกั้นห่าฝนดาบวายุอันน่าสะพรึงกลัวนั้นไว้!

“สลายไปซะ!!!”

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 85: ปะทะราชันย์ยุทธ์!

คัดลอกลิงก์แล้ว