เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57 ข้าต้องขอบใจเจ้าจริงๆสินะ!

บทที่ 57 ข้าต้องขอบใจเจ้าจริงๆสินะ!

บทที่ 57 ข้าต้องขอบใจเจ้าจริงๆสินะ!


บทที่ 57 ข้าต้องขอบใจเจ้าจริงๆสินะ!

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ หลิงซาจึงได้แต่คาดเดาว่าบุรุษผู้นี้คงมีอายุอย่างน้อยราวๆยี่สิบห้าปีเป็นแน่

ซึ่งอายุเท่านี้ เมื่อนำมาเทียบกับนางที่อายุล่วงเลยไปกว่าหกสิบปีแล้ว ก็ย่อมถือได้ว่าเป็นเพียง "น้องชาย" จริงๆนั่นแหละ

แต่ทว่า การที่สามารถบำเพ็ญเพียรจนบรรลุถึงระดับมหาคุรุยุทธ์ขั้นสูงได้ด้วยวัยเพียงเท่านี้ นับว่าเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่งในหมู่มวลมนุษย์แห่งจักรวรรดิโดยรอบแล้ว!

หากอัจฉริยะเยี่ยงนี้ไม่จบชีวิตลงเสียก่อน ในอนาคตย่อมต้องบรรลุถึงขอบเขตจ้าวยุทธ์ได้อย่างแน่นอน!

ทว่า นางคาดไม่ถึงเลย...คาดไม่ถึงจริงๆว่าผู้ที่แอบซุ่มมองอยู่เบื้องหลังนั้น จะเยาว์วัยถึงเพียงนี้!

เมื่อพิจารณาจากใบหน้าอันหล่อเหลาสง่างามและอ่อนเยาว์ของเขาแล้ว ยังไงเสียอายุก็ไม่มีทางเกินยี่สิบปีเเน่ๆ!

มนุษย์ที่เป็นถึงมหาคุรุยุทธ์ขั้นสูงด้วยวัยเพียงสิบกว่าปี!

นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน?!

เอาเป็นว่าตลอดชั่วชีวิตของหลิงซา นางไม่เคยพบเคยเห็นอัจฉริยะในเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้มาก่อน!

แม้จะไม่อยากยอมรับเพียงใด แต่หลิงซาก็รู้ดีแก่ใจว่า พรสวรรค์ของบุรุษผู้นี้ เกรงว่าจะสูงส่งพอที่จะเทียบเคียงได้กับราชินีเมดูซ่าแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์งูของพวกนาง หรืออาจจะ...เหนือกว่าอยู่ขั้นหนึ่งด้วยซ้ำไป!

แล้วนั่น...มันหมายความว่าอะไรกัน?

มันหมายความว่าในอนาคต อีกฝ่ายมีโอกาสที่จะก้าวข้ามผ่านปราการสวรรค์นั้นไปได้! ถึงแม้ว่าโอกาสนั้นจะไม่ได้สูงมากนักก็ตาม!

แต่เพียงเท่านี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้หลิงซาตกตะลึง และบังเกิดความคิดที่จะกำจัดเขาทิ้งเสีย!

เหตุผลก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะก่อนหน้านี้ที่นางไล่ล่าเขา ก็ถือว่าได้ล่วงเกินมนุษย์ผู้นี้ไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น อีกฝ่ายยังสามารถรับทักษะยุทธ์ที่นางใช้พลังเพียงห้าส่วนได้ด้วยระดับพลังเพียงแค่มหาคุรุยุทธ์ขั้นสูง

พลังต่อสู้ถึงเพียงนี้ ไม่ได้ด้อยไปกว่าจ้าวยุทธ์หนึ่งดาวทั่วไปเลยแม้แต่น้อย!

ภัยซ่อนเร้นที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้…หลิงซาไม่มีทางจะไปพนันหรอกว่าอีกฝ่ายจะจำเรื่องนี้ฝังใจหรือไม่

ทางที่ดีที่สุดคือถอนรากถอนโคนเสีย!

โจวฉางชิงไม่ได้เอ่ยตอบ เพราะเขาสัมผัสได้ถึงเจตนาฆ่าอันแรงกล้าของอีกฝ่ายแล้ว

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ยังจะมีอะไรให้ต้องพูดอีก?

ลุยมันให้จบๆไปเลย!

"ฟู่..."

"ก้าวอสนีบาต!"

"เพลงดาบอสนีบาตคลั่งเก้าทำนอง!"

ในชั่วพริบตาต่อมา เกราะปราณยุทธ์สีทองเงินก็ปรากฏขึ้นบนร่างของโจวฉางชิง จากนั้นร่างของเขาก็กลายเป็นลำแสงสายฟ้าพุ่งเข้าใส่หลิงซา!

ปราณยุทธ์ไหลทะลักเข้าสู่ดาบยักษ์อย่างบ้าคลั่ง เชื่อมต่อกับแก่นอสูรธาตุสายฟ้าระดับสามขั้นกลางที่ฝังอยู่ในดาบยักษ์

และภายใต้การทำงานของอักขระอาวุธที่โคจรพลังงานซึ่งผสมผสานระหว่างพลังงานจากแก่นอสูรและปราณยุทธ์ธาตุสายฟ้า ดาบยักษ์ก็ส่องประกายสายฟ้าเจิดจ้า ราวกับเป็นดาบทัณฑ์สวรรค์ที่สร้างขึ้นจากอสนีบาต!

ในพริบตาเดียว โจวฉางชิงก็พุ่งมาอยู่เบื้องหน้าหลิงซาในระยะหนึ่งเมตร ดาบยักษ์ในมือตวัดอยู่ท่ามกลางประกายสายฟ้า ฟาดฟันเข้าใส่อีกฝ่าย!

เเต่ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้บัญชาการของเผ่ามนุษย์งูที่ยิ่งใหญ่ ประสบการณ์การต่อสู้ของหลิงซาย่อมไม่ธรรมดา

นางเพียงโคจรปราณยุทธ์ ร่างกายก็เปล่งประกายสีน้ำเงินม่วงออกมา จากนั้นเอี้ยวตัวเพียงเล็กน้อยก็หลบดาบยักษ์ได้พ้น

พร้อมกันนั้นมือขวาก็รวบรวมปราณยุทธ์ ก่อเกิดเป็นเกล็ดงูที่ดูคล้ายของจริงปกคลุมหมัด แล้วชกเข้าใส่ศีรษะของโจวฉางชิง!

เพียงแต่สิ่งที่ทำให้นางคาดไม่ถึงก็คือ มือซ้ายของโจวฉางชิงกลับยกขึ้นมาในตอนนี้ พร้อมกับส่องประกายสีทองอร่าม!

"พันชั่งทลายภูผา!"

"ปัง!"

หมัดทั้งสองปะทะกัน เกิดเสียงดังทึบสนั่นหวั่นไหว

ปราณยุทธ์ที่บ้าคลั่งผสมผสานกับพละกำลังมหาศาลระเบิดออกกลางอากาศ บีบอัดอากาศจนเกิดเป็นระลอกคลื่นกระแทกกระจายออกไปเป็นวง!

ทั้งสองคนถูกแรงกระแทกอันรุนแรงจากการปะทะครั้งนี้ซัดจนถอยหลังไปหลายก้าว หลิงซาถอยไปสามก้าว ในขณะที่โจวฉางชิงถอยไปถึงหกก้าว!

ในตอนนี้ แววตาของหลิงซากลับมาฉายแววตกตะลึงอีกครั้ง!

แม้ว่าหมัดเมื่อครู่นี้นางจะดูแคลนโจวฉางชิงอยู่บ้าง จึงไม่ได้ใช้พลังเต็มที่

ประกอบกับคาดไม่ถึงว่าพลังหมัดของอีกฝ่ายจะรุนแรงถึงเพียงนี้ กว่าจะสลายแรงปะทะได้ทันก็เลยต้องถอยไปถึงสามก้าว

แต่นางคือจ้าวยุทธ์ระดับสูงเชียวนะ!

ด้วยพลังเจ็ดส่วน กลับทำได้เพียงแค่ได้เปรียบมหาคุรุยุทธ์ขั้นสูงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น!

ต้องรู้ไว้ว่าพลังเจ็ดส่วนของนาง เทียบได้กับจ้าวยุทธ์ระดับสี่หรือห้าดาวเลยทีเดียว!

และที่สำคัญที่สุด เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้ กลับมีคุณสมบัติสองธาตุ ทั้งทองและสายฟ้าอย่างนั้นหรือ?

มิน่าเล่า เกราะปราณยุทธ์ของเขาถึงได้เป็นสีทองผสมเงิน!

"นี่มันปีศาจน้อยอะไรกันเนี่ย?!"

ในขณะที่หลิงซากำลังตกตะลึง ในใจของโจวฉางชิงก็รู้สึกกดดันอยู่ไม่น้อย!

ทักษะยุทธ์ที่เขาใช้ คือหนึ่งในสามทักษะยุทธ์ระดับลึกลับ​ขั้นต้นของเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไปหาซื้อมาจากในเมืองหลังจากที่มาถึงเมืองชุ่ยสุ่ยได้สองเดือน

พันชั่งทลายภูผา!

ทักษะยุทธ์ธาตุทองคำระดับลึกลับขั้นต้น เมื่อฝึกฝนสำเร็จ จะสามารถดึงพลังโจมตีและป้องกันของปราณยุทธ์ธาตุทองคำออกมาได้อย่างเต็มที่.

การตัดทองผ่าเหล็ก ทำลายหินผาผ่าศิลาจารึกได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวถือเป็นเรื่องธรรมดา

หากสามารถฝึกฝนจนถึงขั้นสูงสุดได้ พลังโจมตีและป้องกันจะหลอมรวมกันและแสดงอานุภาพออกมาถึงขีดสุด อานุภาพของมันจะไม่ด้อยไปกว่าทักษะยุทธ์ระดับลึกลับขั้นกลางใดๆเลย!

และด้วยระดับพลังมหาคุรุยุทธ์เจ็ดดาวของโจวฉางชิงในตอนนี้ บวกกับร่างกายที่แข็งแกร่งเทียบเท่าจ้าวยุทธ์ เมื่อใช้ทักษะนี้ออกมาก็เพียงพอที่จะระเบิดตึกสูงให้เป็นผุยผงได้!

อานุภาพที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ กลับทำได้เพียงแค่ทำให้อีกฝ่ายถอยหลังไปสามก้าว!

ก็พอจะจินตนาการได้ว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้านี้แข็งแกร่งเพียงใด!

แม้จะรู้สึกหดหู่ แต่โจวฉางชิงก็ยังไม่ยอมแพ้

หลังจากที่ถอยหลังไปห้าก้าว โจวฉางชิงก็สลายแรงกระแทกออกไป จากนั้นดาบยักษ์ก็ฟาดฟันออกไปอีกครั้ง!

เพลงดาบอสนีบาตคลั่งเก้าทำนอง

เป็นทักษะยุทธ์ระดับลึกลับขั้นต้นเช่นกัน และยังเป็นทักษะยุทธ์ประเภทอาวุธหนัก แบ่งออกเป็นเก้ากระบวนท่า อานุภาพรุนแรงดั่งอสนีบาต รวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ

เมื่อฝึกฝนจนถึงขั้นสูงสุด จะสามารถฟาดฟันต่อเนื่องได้ถึงเก้าครั้ง โดยแต่ละครั้งจะรุนแรงกว่าครั้งก่อนหน้า และในกระบวนท่าที่เก้า อานุภาพของมันจะเทียบเท่ากับทักษะยุทธ์ระดับลึกลับขั้นกลางขั้นสูงสุด!

….

เมื่อเผชิญหน้ากับดาบยักษ์ที่ส่องประกายสายฟ้าฟาดฟันเข้ามา หลิงซาก็ไม่กล้าประมาทอีกต่อไป

นางปลดปล่อยพลังทั้งหมดของตนเองออกมา ควบคุมปราณยุทธ์ให้ก่อตัวเป็นโล่เกล็ดงูขึ้นมาเบื้องหน้า!

"เปรี๊ยะ!"

ดาบยักษ์ฟาดลงบนโล่ ประกายไฟฟ้าแลบแปลบปลาบอย่างบ้าคลั่ง คมดาบจมลึกลงไปในโล่ถึงสามส่วน!

"อาวุธแก่นอสูร?!"

เมื่อเห็นภาพนี้ หลิงซาก็ถึงกับประหลาดใจ จากนั้นก็นึกถึงอาวุธชนิดหนึ่งที่โด่งดังอย่างมากในเมืองชุ่ยสุ่ยเมื่อครึ่งปีก่อน!

แม้ว่านางจะไม่ค่อยได้มาที่เมืองชุ่ยสุ่ย แต่ก็เคยได้ยินชื่อเสียงของอาวุธชนิดนี้มาบ้าง

อาวุธแก่นอสูรระดับสามขั้นต้นชุดหนึ่ง สามารถทำให้นักยุทธ์ที่สามารถควบคุมปราณยุทธ์ได้มีพลังต่อสู้พอที่จะต่อกรกับมหาคุรุยุทธ์ระดับต้นได้อย่างฉิวเฉียดเป็นการชั่วคราว!

และสำหรับผู้ใช้ที่เป็นมหาคุรุยุทธ์ระดับต้น พลังต่อสู้ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ! จากจุดนี้ก็พอจะเห็นได้ถึงความแข็งแกร่งของอาวุธชนิดนี้!

อาวุธที่น่าสะพรึงกลัวและไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเช่นนี้ แม้กระทั่งยอดฝีมือระดับจ้าวยุทธ์อย่างนาง ก็ยากที่จะไม่ให้ความสนใจ!

ท้ายที่สุดแล้ว หากสามารถครอบครองอาวุธเช่นนี้ได้เป็นจำนวนมาก ก็จะสามารถสร้างกองทัพอันแข็งแกร่งที่ทุกคนมีพลังเทียบเท่ามหาคุรุยุทธ์ได้!

น่าเสียดายที่อาวุธเช่นนี้มีจำนวนน้อยเกินไป ในเมืองชุ่ยสุ่ยเคยปรากฏออกมาเพียงแค่สามชุดเท่านั้น

แน่นอนว่า จำนวนที่น้อยเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ความนิยมของอาวุธแก่นอสูรระดับสามก็ยังคงสูงถึงขีดสุด หรืออาจจะมากกว่ายาเม็ดวิเศษระดับสี่ธรรมดาบางชนิดเสียอีก!

ท้ายที่สุด แม้จะเป็นมหาคุรุยุทธ์ขั้นสูงสุด อาวุธนี้ก็ยังสามารถเพิ่มพลังต่อสู้ได้ถึงประมาณห้าส่วน! ดังนั้น แค่เพียงพลังเสริมที่น่าสะพรึงกลัวต่อมหาคุรุยุทธ์ ก็เพียงพอที่จะทำให้มหาคุรุยุทธ์คนใดก็ตามต้องคลั่งไคล้!

และคงมีเพียงอาวุธเช่นนี้เท่านั้น ที่จะสามารถฟันลึกลงไปในโล่งูวิญญาณของนางได้ถึงสามส่วน ในขณะที่นางป้องกันสุดกำลัง!

หลิงซาคาดไม่ถึงเลยว่า อาวุธแก่นอสูรที่หายากเช่นนี้ เด็กหนุ่มคนนี้ก็มีอยู่ชิ้นหนึ่ง และยังไม่ใช่หนึ่งในสามชุดที่เคยปรากฏในเมืองชุ่ยสุ่ยอีกด้วย

แต่หลิงซาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก บางทีเด็กหนุ่มคนนี้อาจจะมีวาสนาอื่น ไม่ว่าจะอย่างไร วันนี้เด็กหนุ่มคนนี้ต้องตาย!

"ตูม!"

ปราณยุทธ์อันน่าสะพรึงกลัวของจ้าวยุทธ์ระดับสูงระเบิดออกมาจากร่างของหลิงซา ก่อให้เกิดลมพายุพัดกระหน่ำ!

แม้ว่าโจวฉางชิงจะเตรียมตัวไว้แล้ว แต่ก็ยังถูกลมพายุปราณยุทธ์นี้พัดจนถอยหลังไปหลายก้าว!

"น้องชาย พี่สาวไม่มีความอดทนจะเล่นกับเจ้าแล้ว ยอมนอนลงไปดีๆเถอะ!"

หลิงซาแค่นเสียงเย็นชา จากนั้นมือทั้งสองก็ประสานอิน เริ่มใช้ทักษะยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของตน!

ในชั่วพริบตา ปราณยุทธ์ที่แผ่กระจายออกไปรอบทิศทางราวกับได้รับการเรียกขานก็ไหลย้อนกลับมารวมตัวกันอยู่เหนือศีรษะของนาง!

เพียงชั่วอึดใจ ปราณยุทธ์เหล่านั้นก็รวมตัวกันกลายเป็นงูตัวเล็กสีน้ำเงินม่วงยาวประมาณหนึ่งฉื่อ!

งูตัวเล็กนี้แตกต่างจากงูยักษ์พลังงานตัวใหญ่ก่อนหน้านี้ แม้จะตัวเล็ก แต่กลับดูสมจริงจนกระทั่งโจวฉางชิงยังสามารถมองเห็นประกายแวววาวบนเกล็ดของงูตัวเล็กนั้นได้!

และรอบกายของงูตัวเล็กนี้ ปราณยุทธ์ก็ควบแน่นจนถึงขั้นบิดเบี้ยว ปรากฏเป็นภาพที่คล้ายกับมิติที่โค้งงอ!

อีกทั้งบนร่างของมันยังแผ่กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งออกมา จนทำให้หายใจไม่ออก!

อันตราย!

อันตราย!

อันตราย!

จิตวิญญาณของโจวฉางชิงสั่นสะท้าน

สัญชาตญาณอันเฉียบคมของเขาส่งสัญญาณอันตรายถึงขีดสุดออกมาอย่างต่อเนื่อง!

สิ่งนี้ทำให้สีหน้าของโจวฉางชิงเปลี่ยนไปอย่างมาก! เมื่อเกิดความรู้สึกเช่นนี้ขึ้นมา นั่นก็หมายความว่า งูตัวเล็กสีน้ำเงินม่วงนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถต้านทานได้เลย!

"นี่มันต้องเป็นทักษะยุทธ์ระดับลึกลับขั้นสูงแน่ๆ!"

โจวฉางชิงสบถในใจ!

แต่เขาไม่มีเวลาพอที่จะขัดขวางอีกฝ่ายแล้ว!

ความเร็วในการใช้ทักษะยุทธ์ของอีกฝ่ายนั้นเร็วเกินไป เห็นได้ชัดว่าได้ฝึกฝนมาจนถึงขอบเขตที่สูงส่งอย่างยิ่ง หรืออาจจะถึงขั้นสูงสุดแล้วก็เป็นได้!

และในเสี้ยววินาทีที่หลิงซากำลังจะโจมตีเพื่อสังหารโจวฉางชิง!

"เดี๋ยวก่อน! ข้ามีเรื่องจะพูด!"

โจวฉางชิงโยนดาบยักษ์ลงกับพื้น กางแขนทั้งสองข้างออกเป็นสัญญาณว่าเขายอมแพ้แล้ว!

สู้ต่อไปก็สู้ไม่ได้อย่างแน่นอน ผู้หญิงคนนี้มีพลังอย่างน้อยก็จ้าวยุทธ์ระดับกลาง บวกกับทักษะยุทธ์ที่น่าขนลุกขนพองนี่อีก จะสู้ได้อย่างไร?

เขาเพิ่งจะอยู่แค่ระดับมหาคุรุยุทธ์เจ็ดดาว….สามารถต่อกรกับจ้าวยุทธ์ระดับต้นได้ ก็ถือว่าเขาแข็งแกร่งพอตัวแล้ว ดังนั้นการที่สู้กับอีกฝ่ายไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าอาย

แต่เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆเอาไว้ โจวฉางชิงจึงตัดสินใจที่จะดิ้นรนอีกสักครั้ง

"หืม?"

ดวงตาของหลิงซาหรี่ลง นางไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ต้องการจะเล่นลูกไม้อะไร

แต่เห็นแก่ที่เด็กหนุ่มคนนี้หน้าตาดีอย่างยิ่ง เป็นมนุษย์ที่หล่อเหลาที่สุดที่นางเคยพบเจอมาในชีวิต

นางจึงตัดสินใจที่จะให้โอกาสเขาได้ทิ้งคำสั่งเสียไว้ โดยชะลอการโจมตีลงชั่วคราว

แน่นอนว่างูตัวเล็กนั้นไม่ได้สลายไป แต่กลับจ้องมองโจวฉางชิงราวกับงูพิษจริงๆเตรียมพร้อมที่จะโจมตีปลิดชีพได้ทุกเมื่อ!

"น้องชาย เจ้ายังมีคำสั่งเสียอะไรอีกไหม?”

“เพราะพี่สาวไม่ใช่คนเลือดเย็นเกินไปนัก จะให้โอกาสเจ้าสักครั้ง พูดมาเถอะ พูดจบแล้วจะได้ไปสู่สุขคติ!”

มุมปากประดับรอยยิ้ม หลิงซากระพริบตาอย่างน่ารักน่าชัง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า

เส้นเลือดบนหน้าผากของโจวฉางชิงปูดขึ้นมาเป็นริ้ว เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเค้นรอยยิ้มออกมาบางๆแล้วชี้ไปยังดาบยักษ์ที่วางอยู่บนพื้นพลางเอ่ยถามว่า

"ไม่ทราบว่าพี่สาวท่านนี้ เคยได้ยินชื่อเสียงของ 'อาวุธแก่นอสูร' บ้างหรือไม่?"

"โอ้? แน่นอนว่าต้องเคยได้ยินอยู่แล้ว แล้วมันอย่างไรกันรึ? หรือว่าน้องชายคิดจะมอบอาวุธแก่นอสูรระดับสามชิ้นนี้ให้พี่สาว เพื่อแลกกับการไว้ชีวิตเจ้าอย่างนั้นหรือ?"

หลิงซาเหลือบมองดาบยักษ์บนพื้นด้วยหางตา พลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มหยอกเย้า

โจวฉางชิงส่ายหน้า

"พี่สาวเข้าใจผิดแล้ว เพราะเพียงแค่ของสิ่งนี้สิ่งเดียว พี่สาวก็คงไม่ยอมปล่อยข้าไปง่ายๆใช่หรือไม่?"

คิ้วเรียวดั่งใบหลิวของหลิงซาเลิกขึ้นเล็กน้อย นางยังคงรักษารอยยิ้มไว้บนใบหน้า แม้จะไม่ได้เอ่ยตอบ แต่ความหมายที่สื่อออกมานั้นกลับชัดเจนอย่างยิ่ง

"ข้ารู้ดีว่าการจะให้พี่สาวไว้ชีวิตข้านั้นเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าหากข้าบอกว่า อาวุธแก่นอสูรชิ้นนี้เป็นฝีมือของข้าเอง รวมไปถึงอาวุธแก่นอสูรที่เคยปรากฏในเมืองชุ่ยสุ่ย ก็ล้วนแล้วแต่สร้างขึ้นด้วยสองมือของข้าเช่นกันเล่า?"

เมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่าย โจวฉางชิงจึงเอ่ยต่อไป พร้อมกับแสร้งทำสีหน้าให้ดูภาคภูมิใจขึ้นเรื่อยๆ

ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น หลิงซาก็ถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ จากนั้นความรู้สึกเหลือเชื่อก็แล่นปราดขึ้นมาในใจ นางจ้องมองโจวฉางชิงด้วยสายตาดูแคลน

เด็กหนุ่มมนุษย์ผู้นี้ช่างไร้ยางอายสิ้นดี! เพื่อที่จะเอาชีวิตรอด ถึงกับสามารถแต่งเรื่องโกหกออกมาได้หน้าตาเฉย

คิดว่านางเป็นคนโง่เง่าหรืออย่างไรกัน?

นางยอมรับว่าพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรของอีกฝ่ายนั้นสูงส่งอย่างยิ่ง และพลังต่อสู้ก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน

แต่ด้วยอายุเพียงเท่านี้ การที่สามารถบรรลุถึงขอบเขตพลังระดับนี้ได้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่งอย่างยิ่งแล้ว

เขาจะมีเวลาที่ไหนไปฝึกฝนทักษะการหลอมสร้าง กระทั่งสามารถสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทรงพลังอย่างอาวุธแก่นอสูรขึ้นมาได้อีก?

………….

จบบทที่ บทที่ 57 ข้าต้องขอบใจเจ้าจริงๆสินะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว