- หน้าแรก
- วิถีหลอมศาสตราทองคำอัสนี สร้างกายาศักดิ์สิทธิ์ไร้เทียมทาน
- บทที่ 45 : สองอสูรร้ายห้ำหั่น โอกาสทองสวรรค์ประทาน!
บทที่ 45 : สองอสูรร้ายห้ำหั่น โอกาสทองสวรรค์ประทาน!
บทที่ 45 : สองอสูรร้ายห้ำหั่น โอกาสทองสวรรค์ประทาน!
บทที่ 45 : สองอสูรร้ายห้ำหั่น โอกาสทองสวรรค์ประทาน!
หลังจากวิ่งตะบึงมาได้ราวๆห้าร้อยถึงหกร้อยเมตร ในที่สุด...ภาพที่โจวฉางชิงเห็นก็ไม่ใช่แค่พื้นโคลนและต้นไม้อีกต่อไป
ณ ตำแหน่งที่อยู่ห่างออกไปราวสองร้อยเมตรเบื้องหน้า ปรากฏร่างสองร่างที่มองเห็นได้เพียงเลือนราง เนื่องจากถูกต้นไม้บดบังอยู่ส่วนใหญ่เข้ามาในสายตาของเขา
ในขณะเดียวกัน...ณ ที่แห่งนั้นก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวและเสียงคำรามดังกึกก้องมาเป็นระยะ
พอเห็นร่างทั้งสองนั่นแล้ว โจวฉางชิงก็ค่อยๆชะลอฝีเท้าลง
จากนั้น...เขาก็หรี่ตาลง แล้วค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ๆอย่างระมัดระวังที่สุด
ในระหว่างนั้น เพื่อไม่ให้ถูกจับได้ โจวฉางชิงจึงหยุดโคจรพลังปราณยุทธ์ แล้วซ่อนเร้นกลิ่นอายของตนเองเอาไว้
พอเข้าใกล้มาได้ในระยะราวร้อยเมตร โจวฉางชิงที่หมอบซุ่มอยู่ในพงหญ้าก็สามารถมองเห็นรูปลักษณ์ของทั้งสองผ่านช่องว่างระหว่างต้นไม้ได้อย่างคร่าวๆในที่สุด
“หรือว่า...?!”
โจวฉางชิงเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย จ้องเขม็งไปยังร่างทั้งสองที่กำลังปะทะสลับกันไปมาอย่างดุเดือดอยู่ไกลๆ!
สัตว์อสูรสองตัวนี้...ตัวหนึ่งเป็นหมาป่า อีกตัวหนึ่งเป็นเสือดาว
หมาป่าตัวนั้นมีขนสีแดงฉานไปทั้งตัว รูปร่างใหญ่โตราวกับควายที่โตเต็มวัย บนขนของมันมีลวดลายคล้ายเปลวไฟปรากฏอยู่ กรงเล็บทั้งสี่นั้นแหลมคม ยาวราวสองนิ้ว ใบหูทั้งสองข้างตั้งชัน ปลายหูมีขนสีเหลือง!
ที่น่าทึ่งไปกว่านั้นก็คือ...มีเปลวไฟที่จับต้องได้ชั้นหนึ่งลุกโชนออกมาจากลวดลายเปลวไฟบนตัวของมันอย่างต่อเนื่อง ปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง!
ส่วนเจ้าเสือดาวนั้น...รูปร่างของมันใหญ่กว่าหมาป่าอยู่เล็กน้อย ขนของมันเป็นสีขาวเงิน บนผิวมีลายเส้นคล้ายประกายไฟฟ้าปรากฏอยู่ เขี้ยวคู่หนึ่งงอกยาวลงมาจนถึงใต้คาง!
ใต้เท้าของมันมีแสงไฟฟ้าสว่างวาบอยู่ตลอดเวลา และมีประกายไฟฟ้าเล็กๆจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏวับๆแวมๆอยู่ตามเส้นขนของมัน!
หมาป่าอัคคี!
เสือดาวสายฟ้าสีเงิน!
“โฮกกก!”
“แฮ่!”
ในตอนนี้...สัตว์อสูรทั้งสองตัวไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลใด ถึงได้กำลังต่อสู้ห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เสียงคำรามของพวกมันดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ!
เปลวไฟและแสงไฟฟ้าสาดปะทะเข้าใส่กัน เกิดเป็นเสียงเปรี๊ยะปร๊ะดังลั่นท่ามกลางสายฝน ทุกที่ที่พลังแผ่ไปถึง ต้นไม้ต่างไหม้เกรียมเป็นตอตะโก ก้อนหินแตกกระจาย บนพื้นดินเกิดเป็นหลุมลึกหนึ่งฉือขึ้นมานับไม่ถ้วน!
ร่างอันมหึมาของพวกมันเคลื่อนที่เข้าปะทะกันด้วยความเร็วที่คนธรรมดามองตามไม่ทัน พลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวซัดสาดไปทั่วทิศ กระตุ้นให้อากาศเกิดเป็นลมพายุพัดกระหน่ำ!
ต้นไม้ในรัศมีหลายสิบเมตรโดยรอบสัตว์อสูรทั้งสองตัว ตอนนี้ได้หักโค่นล้มระเนระนาดไปแล้วกว่าครึ่ง สภาพแวดล้อมโดยรอบพังพินาศย่อยยับ!
เพื่อยืนยันให้แน่ใจยิ่งขึ้น โจวฉางชิงจึงรีบหยิบภาพวาดออกมาจากแหวนมิติแล้วเริ่มทำการเปรียบเทียบทันที!
หลังจากเปรียบเทียบอยู่ครู่หนึ่ง โจวฉางชิงก็เก็บม้วนกระดาษลงไป ในดวงตาของเขาพลันปรากฏจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวขึ้นมา!
“เป็นเจ้าพวกเดรัจฉานสองตัวนี้จริงๆด้วย!”
ตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่าหมาป่าอัคคีและเสือดาวสายฟ้าสีเงินที่กำลังต่อสู้กันอยู่ไกลๆนั่นแหละ คือฆาตกรที่สังหารพ่อแม่บุญธรรมของเขาในปีนั้น!
ถึงแม้ว่าสัตว์อสูรสองชนิดนี้จะไม่ได้หายากอะไรในเทือกเขาสัตว์อสูร...แต่ไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน!
ถึงแม้จะอยู่ห่างกันถึงร้อยเมตร แถมยังมีต้นไม้และสายฝนบดบังอยู่ก็ตาม แต่ด้วยสายตาของโจวฉางชิง ประกอบกับที่พวกมันเคลื่อนไหวไปมาจนเผยให้เห็นส่วนต่างๆของร่างกายอยู่ตลอดเวลา
เขาก็ยังคงสามารถมองเห็นรูปลักษณ์ของพวกมันและปะติดปะต่อจนเห็นภาพรวมทั้งหมดได้อย่างคร่าวๆ
ก็เพราะว่าลักษณะเด่นของพวกมันชัดเจนเกินไปนั่นเอง
บริเวณสีข้างของเจ้าหมาป่าอัคคี...มีรอยแผลเป็นยาวครึ่งเมตรที่ไม่มีขนขึ้นอยู่
ส่วนหางของเจ้าเสือดาวสายฟ้าสีเงิน...ก็มีร่องรอยการขาดไปหนึ่งข้อ!
ลักษณะเด่นที่จดจำได้ง่ายของเจ้าเดรัจฉานทั้งสองนี้ ตรงกับในภาพวาดทุกประการ!
ทั้งสถานที่! ทั้งลักษณะเด่น!
แถมยังบวกกับพลังที่ประเมินได้จากฉากการต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวของพวกมันอีก!
ไม่มีทางผิดพลาดแน่!
โจวฉางชิงมองดูการต่อสู้ของหมาป่าอัคคีและเสือดาวสายฟ้าสีเงิน แต่ก็ไม่ได้ผลีผลามเข้าไป เขากลับซ่อนเร้นจิตสังหารในดวงตาเอาไว้ แล้วเฝ้ารออย่างเงียบๆ
“นี่มัน...สวรรค์เข้าข้างข้าโดยแท้!”
เดิมทีแผนของเขาก็คือ...หลังจากตามหาเจ้าเดรัจฉานสองตัวนี้และยืนยันสถานการณ์ของพวกมันได้แล้ว ก็จะหาที่พักชั่วคราว ตั้งใจฝึกฝนอย่างหนัก และตีอาวุธแก่นอสูรที่ดีกว่าเดิมต่อไป
พอมีพลังมากพอแล้ว ค่อยหาโอกาสลอบโจมตี จัดการพวกมันไปทีละตัว
เพราะถึงยังไง...สัตว์อสูรสองตัวนี้ก็เป็นระดับสาม ซึ่งเทียบเท่ากับคุรุยุทธ์ของมนุษย์ หรืออาจจะแข็งแกร่งกว่าคุรุยุทธ์ทั่วไปด้วยซ้ำ
หากยังไม่ได้ตีอาวุธแก่นอสูรระดับสามขั้นสูงขึ้นมา เขาก็ไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะจัดการเจ้าเดรัจฉานสองตัวนี้ทีละตัวได้
แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า...วันนี้สวรรค์จะมอบโอกาสดีๆแบบนี้ให้เขา!
ไม่เพียงแต่ทำให้เขาตามหาเจ้าเดรัจฉานสองตัวนี้เจอ แต่ยังบังเอิญมาเจอตอนที่พวกมันกำลังต่อสู้กันเองอีก แถมฝนที่ตกลงมาก็ยังช่วยชะล้างกลิ่นอายของเขาจนหมดสิ้น!
ถ้าไม่ใช่เพราะฝนที่ตกหนักขนาดนี้ล่ะก็...ด้วยประสาทสัมผัสที่เฉียบคมของเจ้าเดรัจฉานสองตัวนี้ ต่อให้อยู่ห่างกันเป็นร้อยเมตร พวกมันก็คงได้กลิ่นของเขาไปแล้ว
แต่ตอนนี้...สิ่งที่เขาต้องทำก็มีเพียงแค่รอคอย รอให้เจ้าเดรัจฉานสองตัวนี้สู้กันจนบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ แล้วค่อยโผล่ออกไปเป็นตาอยู่ จัดการพวกมันรวดเดียวให้สิ้นซาก!
แน่นอนว่า...ถ้าหากพวกมันไม่ได้สู้กันจนบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ เขาก็คงต้องยอมทิ้งโอกาสในครั้งนี้ไป
พอคิดมาถึงตรงนี้ เพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น โจวฉางชิงจึงซ่อนตัวเข้าไปในพงหญ้าจนมิดชิด หมอบราบลงกับพื้น แล้วมองดูสัตว์อสูรทั้งสองผ่านช่องว่างระหว่างใบหญ้าเท่านั้น
...
เมื่อเวลาผ่านไป
การต่อสู้ของหมาป่าอัคคีและเสือดาวสายฟ้าสีเงินก็เข้าสู่ช่วงที่ดุเดือดที่สุด
พลังงานที่แผ่ออกมาจากร่างของทั้งสองฝ่ายยิ่งรุนแรงขึ้น เปลวไฟและประกายไฟฟ้าก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเช่นกัน!
สมรภูมิรบถูกทำลายจนพังพินาศย่อยยับภายใต้ผลกระทบจากการต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวของทั้งสอง กระทั่งสมรภูมิยังคงเคลื่อนย้ายไปเรื่อยๆจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง!
บาดแผลบนร่างของสัตว์อสูรทั้งสองก็มีมากขึ้นกว่าเดิม เลือดไหลทะลักออกจากบาดแผลไม่หยุด ผสมกับน้ำฝนแล้วซึมลงสู่ใต้ดิน
อันที่จริงแล้ว...หมาป่าอัคคีและเสือดาวสายฟ้าสีเงินไม่ได้นับว่าเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอะไรมากมายนัก ขีดจำกัดทางสายเลือดของพวกมันไม่สูง การเติบโตจนถึงระดับสามก็ถือเป็นขีดสุดแล้ว หากไม่มีวาสนาพิเศษอะไร ก็คงหมดหวังที่จะก้าวสู่ระดับสี่ไปตลอดชีวิต
และทั้งสอง...ก็ได้เติบโตจนถึงจุดสูงสุดมาตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนแล้ว
ถึงแม้ว่าสัตว์อสูรส่วนใหญ่จะมีอายุยืนยาวกว่ามนุษย์ แต่ทั้งสองก็ได้มาถึงจุดสูงสุดของพลังมานานหลายปีแล้ว แต่กลับไม่สามารถทะลวงผ่านไปได้เลย
ตอนนี้...อายุขัยของพวกมันใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว
ถึงแม้ว่าสติปัญญาของพวกมันจะยังไม่ถึงระดับมนุษย์ที่โตเต็มวัย แต่ในฐานะที่เป็นศัตรูคู่อาฆาตที่ต่อสู้กันมาทั้งชีวิต เมื่อวาระสุดท้ายใกล้จะมาถึง พวกมันต่างก็อยากจะจัดการอีกฝ่ายให้ได้ เพื่อให้ศัตรูคู่อาฆาตของตนเองตายไปก่อนหนึ่งก้าว
ดังนั้น...การต่อสู้ในครั้งนี้ ทั้งสองจึงไม่ได้ล่าถอยอย่างรู้กันเหมือนครั้งก่อนๆที่พอสู้ไปถึงระดับหนึ่งแล้วก็จะแยกย้าย แต่กลับสู้สุดชีวิตชนิดที่ว่าต้องตายกันไปข้างหนึ่ง!
โจวฉางชิงที่ซุ่มอยู่ในพงหญ้าและจับตามองสมรภูมิอยู่ตลอดเวลาก็สังเกตเห็นว่า ทั้งสองไม่ได้ล่าถอยเพราะบาดเจ็บหนัก แต่กลับต่อสู้กันอย่างดุเดือดยิ่งขึ้น
ท่าทีแบบนั้น...มันคือทัศนคติที่ว่าไม่ตายไม่เลิกราโดยสิ้นเชิง!
เรื่องนี้ทำให้เขาอดที่จะตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้!
“โฮกกก!”
ในที่สุด...เมื่อการต่อสู้ดำเนินมาถึงจุดที่ดุเดือดที่สุด สัตว์อสูรทั้งสองก็ใช้ท่าไม้ตายของตนเองออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย!
พลันเห็นเปลวไฟบนร่างของหมาป่าอัคคีลุกโชนขึ้นอย่างรุนแรง กลายเป็นคลื่นความร้อนอันน่าสะพรึงกลัวที่พุ่งสูงขึ้นไปหลายจั้ง จากนั้นก็ควบแน่นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นลูกไฟขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งฉือ พุ่งเข้าใส่เสือดาวสายฟ้าสีเงินราวกับลูกปืนใหญ่!
“แฮ่!”
ในขณะเดียวกัน...เสือดาวสายฟ้าสีเงินก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน ในดวงตาของมันมีประกายไฟฟ้าสว่างวาบขึ้นมา ทั่วทั้งร่างปลดปล่อยแสงไฟฟ้าสีเงินจำนวนมากที่ดูคล้ายงูตัวเล็กๆออกมา มันค่อยๆรวบรวมแสงไฟฟ้าเหล่านั้นไว้ที่ปาก จนสุดท้ายก็กลายเป็นลำแสงสายฟ้าพุ่งออกมา พุ่งตรงไปยังหมาป่าอัคคี!
การโจมตีทั้งสองนั้นรวดเร็วอย่างยิ่ง เพียงชั่วพริบตาก็ปะทะเข้าด้วยกัน!
“ฟิ้ว!”
“ครืนนน!”
ลำแสงนั้นมีพลังทะลุทะลวงที่รุนแรงอย่างยิ่ง มันเจาะทะลุลูกไฟเข้าไปโดยตรง แล้วพุ่งเข้าไปในหน้าผากของหมาป่าอัคคีอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ทะลุออกมาจากลำคอของมัน ทะลุต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านหลังไปอีกหลายต้นก่อนจะสลายไป
แต่ทว่า...ลูกไฟที่ถูกเจาะทะลุนั้นกลับไม่สลายไป มันยังคงมีอุณหภูมิและพลังอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้าใส่ร่างของเสือดาวสายฟ้าสีเงิน!
ในทันใดนั้น...การระเบิดอันน่าสะพรึงกลัวก็เข้าครอบคลุมร่างของเสือดาวสายฟ้าสีเงิน เปลี่ยนพื้นที่โดยรอบให้กลายเป็นทะเลเพลิงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสิบกว่าเมตร เผาไหม้จนอากาศบิดเบี้ยวไปหมด!
“...”
ครู่ต่อมา...
เปลวไฟค่อยๆถูกน้ำฝนดับลง เผยให้เห็นสถานการณ์ภายใน
ในตอนนี้...เสือดาวสายฟ้าสีเงินได้ล้มลงกับพื้นแล้ว ขนทั่วทั้งร่างของมันถูกเผาจนแทบไม่เหลือ ผิวหนังไหม้เกรียมและแตกระแหง เลือดที่ไหลออกมาก็ถูกเผาจนกลายเป็นก้อนสีดำ
กระทั่ง...ขาหน้าและขาหลังของมันก็ยังถูกระเบิดจนขาดกระเด็น
หน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างแผ่วเบา และลมหายใจที่แทบจะไม่มีอยู่แล้ว ล้วนบ่งบอกว่าอาการบาดเจ็บของมันนั้นสาหัสจนใกล้จะตายเต็มที!
ส่วนเจ้าหมาป่าอัคคีนั้น...หลังจากที่ศีรษะถูกเจาะทะลุไปได้เพียงไม่กี่อึดใจ มันก็ล้มลงกับพื้นอย่างแรง ร่างกายกระตุกอยู่เล็กน้อย
(จบตอน)