- หน้าแรก
- วิถีหลอมศาสตราทองคำอัสนี สร้างกายาศักดิ์สิทธิ์ไร้เทียมทาน
- บทที่ 34 : วิกฤตการณ์ของตระกูลเซียว
บทที่ 34 : วิกฤตการณ์ของตระกูลเซียว
บทที่ 34 : วิกฤตการณ์ของตระกูลเซียว
บทที่ 34 : วิกฤตการณ์ของตระกูลเซียว
ในขณะที่โลกภายนอกกำลังอลหม่าน ผู้คนมากมายต่างแย่งชิงอาวุธแก่นอสูรกันจนหัวร้างข้างแตก
ชีวิตของโจวฉางชิงกลับดำเนินไปอย่างสงบสุข
….
เพียงพริบตาเดียว...เวลาก็ล่วงเลยไปถึงสองเดือน
ในวันนั้นเอง...ก็มีแขกที่ไม่คาดคิดมาเยือนลานบ้านเล็กๆของโจวฉางชิง
“ท่านลุงเซียว? ท่านมาได้อย่างไรกันครับ? เชิญเข้ามานั่งข้างในก่อนเลยครับ”
พอเปิดประตู โจวฉางชิงก็รู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ก่อนจะรีบเชื้อเชิญเซียวจ้านที่อยู่หน้าประตูเข้ามาอย่างกระตือรือร้น
เซียวจ้านยิ้มอย่างเป็นกันเองขณะเดินตามโจวฉางชิงเข้ามาในลานบ้าน พลางเอ่ยขึ้นว่า
“ฉางชิง...ไม่ได้มารบกวนเจ้าใช่ไหม?”
“จะรบกวนได้อย่างไรกันล่ะครับ?”
ทั้งสองเดินมานั่งลงที่โต๊ะหิน โจวฉางชิงรินน้ำชาให้เซียวจ้านถ้วยหนึ่ง แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“ท่านลุงเซียวอุตส่าห์มาเยี่ยมเยือน ฉางชิงดีใจเสียอีกครับ”
“ฮะๆๆไม่รบกวนก็ดีแล้ว ที่มาอย่างกะทันหันแบบนี้...นี่ถือเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆจากลุงก็แล้วกันนะ”
“ท่านลุงเกรงใจเกินไปแล้วครับ”
“สมควรแล้วล่ะ”
หลังจากที่ทั้งสองพูดคุยทักทายกันอยู่ครู่หนึ่ง
เซียวจ้านจึงได้เข้าเรื่องสำคัญ เขาทำสีหน้าจริงจังขึ้นพลางกล่าวว่า
“ฉางชิง...ที่ข้ามาในครั้งนี้ ก็เพราะมีเรื่องอยากจะมา ‘ขอร้อง’ เจ้าน่ะ”
“หืม? เรื่องอะไรเหรอครับ ท่านลุงเชิญพูดได้เลย ถ้าหากเป็นเรื่องที่พอจะทำได้ ฉางชิงไม่ปฏิเสธแน่นอนครับ”
เมื่อเห็นเช่นนั้น โจวฉางชิงก็ตั้งใจฟังอย่างจริงจัง
การที่ประมุขตระกูลเซียวถึงกับต้องเอ่ยคำว่า “ขอร้อง” ออกมา ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นแล้วว่าเรื่องนี้มันร้ายแรงเพียงใด
“เฮ้อ~ จะว่าไปแล้ว...เรื่องนี้มันก็เกี่ยวกับตระกูลเจียเลี่ยน่ะนะ ฉางชิงเจ้าน่าจะรู้ดีอยู่แล้ว ว่าตระกูลเซียวของข้ากับตระกูลเจียเลี่ยไม่ถูกกันมาแต่ไหนแต่ไร”
เซียวจ้านจิบชาคำหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วค่อยๆเล่าเรื่องราวให้ฟัง
“เดิมที...พลังของสองตระกูลเราก็สูสีกัน ไม่มีใครทำอะไรใครได้ ดังนั้นตลอดหลายปีที่ผ่านมาจึงอยู่กันอย่างสงบสุขมาโดยตลอด”
“แต่ว่าเมื่อไม่นานมานี้ ไม่รู้ว่าตระกูลเจียเลี่ยไปหานักปรุงยาระดับหนึ่งมาจากไหน ปรุงโอสถรักษาบาดแผลชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า ‘โอสถหุยชุน’ ขึ้นมา โอสถชนิดนี้ไม่เพียงแต่จะราคาถูกและผลิตได้ในปริมาณมากเท่านั้นนะ แต่ประสิทธิภาพของมันยังดีกว่าโอสถรักษาบาดแผลทั่วไปอยู่หลายส่วนเลยทีเดียว”
“พอโอสถหุยชุนออกสู่ตลาด ก็ได้รับความนิยมจากเหล่าทหารรับจ้างในเมืองอูถ่านและบริเวณโดยรอบเป็นอย่างมาก นั่นเลยทำให้ทหารรับจ้างจำนวนมากพากันแห่ไปที่ตลาดการค้าของตระกูลเจียเลี่ยกันหมด จนตอนนี้ความคึกคักของตลาดการค้าตระกูลเซียวก็ลดลงไปกว่าครึ่งแล้ว ซึ่งเรื่องนี้สร้างความเสียหายให้กับตระกูลเซียวไม่น้อยเลยล่ะ”
“ตอนนี้ข้าเองก็ปวดหัวกับเรื่องนี้จนทำอะไรไม่ถูกแล้ว ถ้าหากว่ายังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เกรงว่าอีกไม่นาน ตลาดการค้าทั้งหมดของตระกูลเซียวคงจะต้องปิดตัวลง แล้วตระกูลเซียวก็จะพลอยย่ำแย่ตามไปด้วย”
โจวฉางชิงฟังเรื่องราวที่เซียวจ้านเล่า พลางครุ่นคิดตาม
เขานึกออกลางๆว่าเหมือนจะเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเหมือนกันนะ...แล้วนักปรุงยาระดับหนึ่งคนนั้นชื่ออะไรกันนะ?
รู้สึกจะชื่อ...หลิ่วสี ล่ะมั้ง
เรื่องนี้สร้างปัญหาให้กับตระกูลเซียวไม่น้อยเลยจริงๆแต่ว่า...ต่อมาพอเซียวเหยียนเรียนรู้การปรุงยาได้แล้ว ก็ได้ปลอมตัวเป็นยอดฝีมือไปร่วมมือกับตระกูลเซียว จัดหาโอสถรักษาบาดแผลให้เป็นจำนวนมาก แถมยังจัดการกับหลิ่วสี จนแก้ไขปัญหานี้ไปได้ในที่สุด
เพียงแต่ว่า...ตอนนี้เซียวเหยียนน่าจะยังไม่ทะลวงสู่ระดับนักยุทธ์เลยนี่สิ ยังไม่ได้เริ่มเรียนการปรุงยาด้วยซ้ำ หรือบางทีอาจจะยังไม่รู้เรื่องนี้เลยด้วยซ้ำไป
“ท่านลุงเซียว...ถ้างั้น ที่ท่านมาหาข้าในวันนี้ก็คือ...?”
ตอนนี้โจวฉางชิงพอจะเดาจุดประสงค์ของเซียวจ้านออกแล้ว แต่ก็ยังต้องถามเพื่อความแน่ใจ
เซียวจ้านเองก็เป็นคนฉลาด มีหรือจะดูไม่ออกว่าโจวฉางชิงเดาเรื่องออกแล้ว เขาจึงไม่ปิดบังอะไรแล้วกล่าวว่า
“ลุงก็จะไม่ปิดบังอะไรเจ้าหรอกนะฉางชิง สถานการณ์ของตระกูลเซียวในตอนนี้ ถึงจะยังไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ต่อไป มันก็เป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นในไม่ช้า”
“ดังนั้น...ลุงเลยอยากจะขอร้องให้เจ้าช่วยจัดหาศาสตราตัดเหล็กกล้าที่ตัดเหล็กได้ให้ตระกูลเซียวสักชุดหนึ่ง ไม่ต้องเยอะหรอก แค่สิบเล่มก็พอ แบบนี้อาศัยความร้อนแรงของศาสตราวุธ ก็จะสามารถประคองความคึกคักของตลาดการค้าตระกูลเซียวไว้ได้ชั่วคราว ทำให้ตระกูลเซียวพอจะมีเวลาได้คิดหาทางรับมือต่อไป”
“ฉางชิงเจ้าวางใจได้เลย ตระกูลเซียวไม่มีทางเอาเปรียบเจ้าแน่ ตระกูลเซียวของข้ายินดีที่จะซื้อจากเจ้าในราคาที่สูงกว่าราคาประมูลสูงสุดของศาสตราวุธถึงสองส่วนเลยนะ”
เป็นไปตามคาด...
โจวฉางชิงไม่ได้ปฏิเสธ เขารีบพยักหน้าแล้วยิ้ม
“ท่านลุงเกรงใจเกินไปแล้วครับ เซียวเหยียนเคยช่วยเหลือข้าไว้ตั้งมากมาย เรื่องนี้...ข้ารับปากครับ”
“เพียงแต่ว่า...คงจะทำตามแผนของท่านลุงไม่ได้หรอกครับ...”
เดิมทีพอได้ยินโจวฉางชิงตอบตกลง เซียวจ้านก็ดีใจขึ้นมาทันที
แต่พอได้ยินประโยคถัดมา รอยยิ้มที่เพิ่งจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาก็พลันแข็งค้างไป
หรือว่า...เขาคิดว่าเงื่อนไขของตระกูลเซียวยังไม่จริงใจพอ? จะให้เพิ่มอีกอย่างนั้นเหรอ?
เซียวจ้านกัดฟันแน่น เตรียมที่จะเสนอราคาเพิ่ม แต่ในวินาทีต่อมา เขาก็ได้ยินคำพูดที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจอย่างยิ่ง
“ศาสตราวุธสิบเล่มจะไปพออะไรกันล่ะครับ? อีกอย่าง...ราคามันก็สูงเกินไป ทหารรับจ้างส่วนใหญ่ไม่มีปัญญาซื้อหรอกครับ”
“ถึงแม้ว่ามันจะช่วยดึงคนมาที่ตลาดการค้าของตระกูลเซียวได้ในเวลาสั้นๆแต่ว่ามันก็อยู่ได้แค่ไม่กี่วันเท่านั้นแหละครับ ไม่ยั่งยืนหรอก”
“ดังนั้น...ข้ามีแผนการอยู่อย่างหนึ่ง ท่านลุงลองพิจารณาดูนะครับ”
“ข้าจะจัดหาศาสตราตัดเหล็กกล้าระดับรองลงมาให้ตระกูลเซียวเป็นจำนวนมากเลย ราคาจะอยู่ที่ประมาณไม่กี่พันเหรียญทอง ไม่เกินห้าพันแน่นอน”
“ถึงแม้ว่าความคมของศาสตราวุธระดับรองมันจะด้อยกว่าอยู่บ้าง แต่ว่าราคามันก็อยู่ในระดับที่ทหารรับจ้างส่วนใหญ่พอจะจ่ายไหว”
“ถ้าทำแบบนี้...ตลาดการค้าของตระกูลเซียวจะต้องดึงความคึกคักที่หายไปกลับคืนมาได้อย่างแน่นอน สามารถลดผลกระทบจากโอสถหุยชุนให้ได้มากที่สุด เผลอๆอาจจะก้าวหน้าไปอีกขั้นเลยก็ได้นะครับ”
“นอกจากนี้...ข้ายังสามารถจัดหาอาวุธแก่นอสูรให้อีกสองชิ้นไว้เป็นตัวชูโรงได้ด้วย แบบนี้ตลาดการค้าของตระกูลเซียวก็นอนรอรับทรัพย์ได้สบายๆเลย”
“ท่านลุงครับ ท่านคิดว่าแผนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”
หลังจากที่โจวฉางชิงอธิบายความคิดของตนเองจนจบ เขาก็หันไปมองเซียวจ้าน ซึ่งอีกฝ่ายกลับมีสีหน้าที่ตะลึงงันไปแล้ว
ครู่ต่อมา เซียวจ้านที่ได้สติกลับคืนมาก็มีสีหน้าปลาบปลื้มยินดีอย่างยิ่ง
เขามองไปยังโจวฉางชิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจจนยากจะบรรยาย
“หลานรักฉางชิง นี่...นี่จะดีเหรอ? แบบนี้จะไม่เป็นการรบกวนเจ้ามากเกินไปหน่อยรึ”
“ท่านลุงไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ข้าก็ไม่ได้ช่วยเปล่านี่นา ข้าเองก็ได้กำไรเหมือนกันนะครับ”
“หลานรักวางใจได้เลย ตระกูลเซียวไม่มีทางทำให้หลานรักต้องขาดทุนแน่!”
“ถ้าอย่างนั้น...ท่านลุงค่อยมาหาข้าในอีกสามวันข้างหน้านะครับ ถึงตอนนั้นข้าน่าจะตีศาสตราวุธระดับรองออกมาได้สิบเล่มพอดี”
“หลังจากนั้น...ทุกๆสามวัน ข้าจะจัดหาศาสตราวุธระดับรองให้ตระกูลเซียวสิบเล่ม ส่วนอาวุธแก่นอสูร ที่ข้ายังมีของเก็บไว้อยู่บ้าง ท่านลุงสามารถนำไปได้เลยตอนนี้ครับ”
“ขอบใจมากนะหลานรัก บุญคุณครั้งนี้มิอาจบรรยายเป็นคำพูดได้ ต่อไป...ถ้าหลานรักมีเรื่องลำบากหรือต้องการอะไร ก็มาหาตระกูลเซียวของข้าได้โดยตรงเลย ตระกูลเซียวไม่ปฏิเสธแน่นอน”
“ท่านลุงเกรงใจเกินไปแล้วครับ”
หลังจากที่ทั้งสองพูดคุยทักทายกันอยู่ครู่หนึ่ง เซียวจ้านก็เดินออกจากลานบ้านไปด้วยสีหน้าที่พึงพอใจ
สำหรับเรื่องนี้...โจวฉางชิงก็มีการคำนวณของเขาอยู่แล้ว
ยังไม่ต้องพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเซียวเหยียนและความช่วยเหลือที่เขาเคยได้รับ
แค่เรื่องนี้...สำหรับเขาแล้วก็ไม่ได้ขาดทุนอะไรเลยแม้แต่น้อย ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธเลยแม้แต่นิดเดียว
อีกอย่าง...ความร่วมมือนี้ก็คงจะอยู่ได้ไม่นานนักหรอก
เพราะถึงอย่างไร...พอเซียวเหยียนทะลวงสู่ระดับนักยุทธ์และเริ่มเรียนการปรุงยาได้แล้ว เรื่องของหลิ่วสีก็จะถูกแก้ไขไปโดยสิ้นเชิง
ก็ถือซะว่า...เป็นการหาลำไพ่พิเศษก็แล้วกัน
….
สามวันต่อมา...
ตอนนี้ มีข่าวแพร่สะพัดออกมาจากตลาดการค้าของตระกูลเซียวว่าจะมีการวางจำหน่ายศาสตราตัดเหล็กกล้า
ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกไป ก็ดึงดูดความสนใจของเหล่าทหารรับจ้างได้เป็นจำนวนมากในทันที
และพอราคาของศาสตราวุธถูกประกาศออกมา...ทหารรับจ้างเหล่านี้ก็พากันคลั่ง!
ศาสตราตัดเหล็กกล้าที่เดิมทีราคาเป็นหมื่นเหรียญทอง ตอนนี้กลับต้องการราคาไม่ถึงครึ่งเท่านั้น!
ถึงแม้ว่าคุณภาพของศาสตราวุธเหล่านี้จะด้อยกว่าศาสตราวุธที่หมี่เท่อเอ่อประมูลไปอยู่ขั้นหนึ่ง แต่ว่ามันก็ยังสามารถตัดผ่านม่านปราณยุทธ์ของคุรุยุทธ์ระดับห้าดาวลงไปได้!
ของดีขนาดนี้...จะรอช้าอยู่ใย?
ลุยสิ!
กระทั่งทหารรับจ้างที่กำลังซื้อของอยู่ในตลาดการค้าของตระกูลเจียเลี่ย พอได้ยินข่าวนี้เข้า ก็พากันเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองเลย
นั่นมันศาสตราตัดเหล็กกล้านะ!
โอสถหุยชุน?
ของแบบนั้น...มีปัญญาอะไรมาเทียบกับศาสตราตัดเหล็กกล้าได้?
ตลาดการค้าตระกูลเจียเลี่ย?....ไม่รู้จัก...ไม่รู้จักจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น...ตลาดการค้าของตระกูลเซียวยังปล่อยข่าวออกมาอีกว่ามีอาวุธแก่นอสูรวางจำหน่ายด้วย
ตอนนี้...อาวุธแก่นอสูรถือเป็นของหายากอย่างยิ่ง ไม่รู้ว่ามีคนตั้งตารอให้หมี่เท่อเอ่อเปิดประมูลอีกครั้งอยู่มากแค่ไหน
ของแบบนี้...กระทั่งสำหรับขุมอำนาจอย่างสามตระกูลใหญ่เอง ก็ยังมีประโยชน์อยู่ไม่น้อยเลย
ถึงแม้ว่าคนระดับสูงจะไม่ได้ใช้...แล้วคนระดับล่างจะไม่ต้องการรึไง?
เพราะถึงอย่างไร...บ้านไหนบ้างล่ะที่ไม่มีลูกหลาน ถ้าได้ยุทโธปกรณ์ชิ้นนี้มา ก็จะสามารถรับประกันความปลอดภัยของลูกหลานในตระกูลได้เป็นอย่างดี
ดังนั้น...ในเมืองอูถ่าน นอกจากอีกสองตระกูลใหญ่และขุมอำนาจชั้นนำบางส่วนแล้ว ขุมอำนาจอื่นๆแทบจะทุกแห่งต่างก็ส่งคนไปยังตลาดการค้าของตระกูลเซียว เพื่อแย่งชิงอาวุธแก่นอสูรกันทั้งนั้น!
(จบตอน)