เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 : วิกฤตการณ์ของตระกูลเซียว

บทที่ 34 : วิกฤตการณ์ของตระกูลเซียว

บทที่ 34 : วิกฤตการณ์ของตระกูลเซียว


บทที่ 34 : วิกฤตการณ์ของตระกูลเซียว

ในขณะที่โลกภายนอกกำลังอลหม่าน ผู้คนมากมายต่างแย่งชิงอาวุธแก่นอสูรกันจนหัวร้างข้างแตก

ชีวิตของโจวฉางชิงกลับดำเนินไปอย่างสงบสุข

….

เพียงพริบตาเดียว...เวลาก็ล่วงเลยไปถึงสองเดือน

ในวันนั้นเอง...ก็มีแขกที่ไม่คาดคิดมาเยือนลานบ้านเล็กๆของโจวฉางชิง

“ท่านลุงเซียว? ท่านมาได้อย่างไรกันครับ? เชิญเข้ามานั่งข้างในก่อนเลยครับ”

พอเปิดประตู โจวฉางชิงก็รู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ก่อนจะรีบเชื้อเชิญเซียวจ้านที่อยู่หน้าประตูเข้ามาอย่างกระตือรือร้น

เซียวจ้านยิ้มอย่างเป็นกันเองขณะเดินตามโจวฉางชิงเข้ามาในลานบ้าน พลางเอ่ยขึ้นว่า

“ฉางชิง...ไม่ได้มารบกวนเจ้าใช่ไหม?”

“จะรบกวนได้อย่างไรกันล่ะครับ?”

ทั้งสองเดินมานั่งลงที่โต๊ะหิน โจวฉางชิงรินน้ำชาให้เซียวจ้านถ้วยหนึ่ง แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า

“ท่านลุงเซียวอุตส่าห์มาเยี่ยมเยือน ฉางชิงดีใจเสียอีกครับ”

“ฮะๆๆไม่รบกวนก็ดีแล้ว ที่มาอย่างกะทันหันแบบนี้...นี่ถือเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆจากลุงก็แล้วกันนะ”

“ท่านลุงเกรงใจเกินไปแล้วครับ”

“สมควรแล้วล่ะ”

หลังจากที่ทั้งสองพูดคุยทักทายกันอยู่ครู่หนึ่ง

เซียวจ้านจึงได้เข้าเรื่องสำคัญ เขาทำสีหน้าจริงจังขึ้นพลางกล่าวว่า

“ฉางชิง...ที่ข้ามาในครั้งนี้ ก็เพราะมีเรื่องอยากจะมา ‘ขอร้อง’ เจ้าน่ะ”

“หืม? เรื่องอะไรเหรอครับ ท่านลุงเชิญพูดได้เลย ถ้าหากเป็นเรื่องที่พอจะทำได้ ฉางชิงไม่ปฏิเสธแน่นอนครับ”

เมื่อเห็นเช่นนั้น โจวฉางชิงก็ตั้งใจฟังอย่างจริงจัง

การที่ประมุขตระกูลเซียวถึงกับต้องเอ่ยคำว่า “ขอร้อง” ออกมา ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นแล้วว่าเรื่องนี้มันร้ายแรงเพียงใด

“เฮ้อ~ จะว่าไปแล้ว...เรื่องนี้มันก็เกี่ยวกับตระกูลเจียเลี่ยน่ะนะ ฉางชิงเจ้าน่าจะรู้ดีอยู่แล้ว ว่าตระกูลเซียวของข้ากับตระกูลเจียเลี่ยไม่ถูกกันมาแต่ไหนแต่ไร”

เซียวจ้านจิบชาคำหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วค่อยๆเล่าเรื่องราวให้ฟัง

“เดิมที...พลังของสองตระกูลเราก็สูสีกัน ไม่มีใครทำอะไรใครได้ ดังนั้นตลอดหลายปีที่ผ่านมาจึงอยู่กันอย่างสงบสุขมาโดยตลอด”

“แต่ว่าเมื่อไม่นานมานี้ ไม่รู้ว่าตระกูลเจียเลี่ยไปหานักปรุงยาระดับหนึ่งมาจากไหน ปรุงโอสถรักษาบาดแผลชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า ‘โอสถหุยชุน’ ขึ้นมา โอสถชนิดนี้ไม่เพียงแต่จะราคาถูกและผลิตได้ในปริมาณมากเท่านั้นนะ แต่ประสิทธิภาพของมันยังดีกว่าโอสถรักษาบาดแผลทั่วไปอยู่หลายส่วนเลยทีเดียว”

“พอโอสถหุยชุนออกสู่ตลาด ก็ได้รับความนิยมจากเหล่าทหารรับจ้างในเมืองอูถ่านและบริเวณโดยรอบเป็นอย่างมาก นั่นเลยทำให้ทหารรับจ้างจำนวนมากพากันแห่ไปที่ตลาดการค้าของตระกูลเจียเลี่ยกันหมด จนตอนนี้ความคึกคักของตลาดการค้าตระกูลเซียวก็ลดลงไปกว่าครึ่งแล้ว ซึ่งเรื่องนี้สร้างความเสียหายให้กับตระกูลเซียวไม่น้อยเลยล่ะ”

“ตอนนี้ข้าเองก็ปวดหัวกับเรื่องนี้จนทำอะไรไม่ถูกแล้ว ถ้าหากว่ายังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เกรงว่าอีกไม่นาน ตลาดการค้าทั้งหมดของตระกูลเซียวคงจะต้องปิดตัวลง แล้วตระกูลเซียวก็จะพลอยย่ำแย่ตามไปด้วย”

โจวฉางชิงฟังเรื่องราวที่เซียวจ้านเล่า พลางครุ่นคิดตาม

เขานึกออกลางๆว่าเหมือนจะเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเหมือนกันนะ...แล้วนักปรุงยาระดับหนึ่งคนนั้นชื่ออะไรกันนะ?

รู้สึกจะชื่อ...หลิ่วสี ล่ะมั้ง

เรื่องนี้สร้างปัญหาให้กับตระกูลเซียวไม่น้อยเลยจริงๆแต่ว่า...ต่อมาพอเซียวเหยียนเรียนรู้การปรุงยาได้แล้ว ก็ได้ปลอมตัวเป็นยอดฝีมือไปร่วมมือกับตระกูลเซียว จัดหาโอสถรักษาบาดแผลให้เป็นจำนวนมาก แถมยังจัดการกับหลิ่วสี จนแก้ไขปัญหานี้ไปได้ในที่สุด

เพียงแต่ว่า...ตอนนี้เซียวเหยียนน่าจะยังไม่ทะลวงสู่ระดับนักยุทธ์เลยนี่สิ ยังไม่ได้เริ่มเรียนการปรุงยาด้วยซ้ำ หรือบางทีอาจจะยังไม่รู้เรื่องนี้เลยด้วยซ้ำไป

“ท่านลุงเซียว...ถ้างั้น ที่ท่านมาหาข้าในวันนี้ก็คือ...?”

ตอนนี้โจวฉางชิงพอจะเดาจุดประสงค์ของเซียวจ้านออกแล้ว แต่ก็ยังต้องถามเพื่อความแน่ใจ

เซียวจ้านเองก็เป็นคนฉลาด มีหรือจะดูไม่ออกว่าโจวฉางชิงเดาเรื่องออกแล้ว เขาจึงไม่ปิดบังอะไรแล้วกล่าวว่า

“ลุงก็จะไม่ปิดบังอะไรเจ้าหรอกนะฉางชิง สถานการณ์ของตระกูลเซียวในตอนนี้ ถึงจะยังไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ต่อไป มันก็เป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นในไม่ช้า”

“ดังนั้น...ลุงเลยอยากจะขอร้องให้เจ้าช่วยจัดหาศาสตราตัดเหล็กกล้าที่ตัดเหล็กได้ให้ตระกูลเซียวสักชุดหนึ่ง ไม่ต้องเยอะหรอก แค่สิบเล่มก็พอ แบบนี้อาศัยความร้อนแรงของศาสตราวุธ ก็จะสามารถประคองความคึกคักของตลาดการค้าตระกูลเซียวไว้ได้ชั่วคราว ทำให้ตระกูลเซียวพอจะมีเวลาได้คิดหาทางรับมือต่อไป”

“ฉางชิงเจ้าวางใจได้เลย ตระกูลเซียวไม่มีทางเอาเปรียบเจ้าแน่ ตระกูลเซียวของข้ายินดีที่จะซื้อจากเจ้าในราคาที่สูงกว่าราคาประมูลสูงสุดของศาสตราวุธถึงสองส่วนเลยนะ”

เป็นไปตามคาด...

โจวฉางชิงไม่ได้ปฏิเสธ เขารีบพยักหน้าแล้วยิ้ม

“ท่านลุงเกรงใจเกินไปแล้วครับ เซียวเหยียนเคยช่วยเหลือข้าไว้ตั้งมากมาย เรื่องนี้...ข้ารับปากครับ”

“เพียงแต่ว่า...คงจะทำตามแผนของท่านลุงไม่ได้หรอกครับ...”

เดิมทีพอได้ยินโจวฉางชิงตอบตกลง เซียวจ้านก็ดีใจขึ้นมาทันที

แต่พอได้ยินประโยคถัดมา รอยยิ้มที่เพิ่งจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาก็พลันแข็งค้างไป

หรือว่า...เขาคิดว่าเงื่อนไขของตระกูลเซียวยังไม่จริงใจพอ? จะให้เพิ่มอีกอย่างนั้นเหรอ?

เซียวจ้านกัดฟันแน่น เตรียมที่จะเสนอราคาเพิ่ม แต่ในวินาทีต่อมา เขาก็ได้ยินคำพูดที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจอย่างยิ่ง

“ศาสตราวุธสิบเล่มจะไปพออะไรกันล่ะครับ? อีกอย่าง...ราคามันก็สูงเกินไป ทหารรับจ้างส่วนใหญ่ไม่มีปัญญาซื้อหรอกครับ”

“ถึงแม้ว่ามันจะช่วยดึงคนมาที่ตลาดการค้าของตระกูลเซียวได้ในเวลาสั้นๆแต่ว่ามันก็อยู่ได้แค่ไม่กี่วันเท่านั้นแหละครับ ไม่ยั่งยืนหรอก”

“ดังนั้น...ข้ามีแผนการอยู่อย่างหนึ่ง ท่านลุงลองพิจารณาดูนะครับ”

“ข้าจะจัดหาศาสตราตัดเหล็กกล้าระดับรองลงมาให้ตระกูลเซียวเป็นจำนวนมากเลย ราคาจะอยู่ที่ประมาณไม่กี่พันเหรียญทอง ไม่เกินห้าพันแน่นอน”

“ถึงแม้ว่าความคมของศาสตราวุธระดับรองมันจะด้อยกว่าอยู่บ้าง แต่ว่าราคามันก็อยู่ในระดับที่ทหารรับจ้างส่วนใหญ่พอจะจ่ายไหว”

“ถ้าทำแบบนี้...ตลาดการค้าของตระกูลเซียวจะต้องดึงความคึกคักที่หายไปกลับคืนมาได้อย่างแน่นอน สามารถลดผลกระทบจากโอสถหุยชุนให้ได้มากที่สุด เผลอๆอาจจะก้าวหน้าไปอีกขั้นเลยก็ได้นะครับ”

“นอกจากนี้...ข้ายังสามารถจัดหาอาวุธแก่นอสูรให้อีกสองชิ้นไว้เป็นตัวชูโรงได้ด้วย แบบนี้ตลาดการค้าของตระกูลเซียวก็นอนรอรับทรัพย์ได้สบายๆเลย”

“ท่านลุงครับ ท่านคิดว่าแผนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”

หลังจากที่โจวฉางชิงอธิบายความคิดของตนเองจนจบ เขาก็หันไปมองเซียวจ้าน ซึ่งอีกฝ่ายกลับมีสีหน้าที่ตะลึงงันไปแล้ว

ครู่ต่อมา เซียวจ้านที่ได้สติกลับคืนมาก็มีสีหน้าปลาบปลื้มยินดีอย่างยิ่ง

เขามองไปยังโจวฉางชิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจจนยากจะบรรยาย

“หลานรักฉางชิง นี่...นี่จะดีเหรอ? แบบนี้จะไม่เป็นการรบกวนเจ้ามากเกินไปหน่อยรึ”

“ท่านลุงไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ข้าก็ไม่ได้ช่วยเปล่านี่นา ข้าเองก็ได้กำไรเหมือนกันนะครับ”

“หลานรักวางใจได้เลย ตระกูลเซียวไม่มีทางทำให้หลานรักต้องขาดทุนแน่!”

“ถ้าอย่างนั้น...ท่านลุงค่อยมาหาข้าในอีกสามวันข้างหน้านะครับ ถึงตอนนั้นข้าน่าจะตีศาสตราวุธระดับรองออกมาได้สิบเล่มพอดี”

“หลังจากนั้น...ทุกๆสามวัน ข้าจะจัดหาศาสตราวุธระดับรองให้ตระกูลเซียวสิบเล่ม ส่วนอาวุธแก่นอสูร ที่ข้ายังมีของเก็บไว้อยู่บ้าง ท่านลุงสามารถนำไปได้เลยตอนนี้ครับ”

“ขอบใจมากนะหลานรัก บุญคุณครั้งนี้มิอาจบรรยายเป็นคำพูดได้ ต่อไป...ถ้าหลานรักมีเรื่องลำบากหรือต้องการอะไร ก็มาหาตระกูลเซียวของข้าได้โดยตรงเลย ตระกูลเซียวไม่ปฏิเสธแน่นอน”

“ท่านลุงเกรงใจเกินไปแล้วครับ”

หลังจากที่ทั้งสองพูดคุยทักทายกันอยู่ครู่หนึ่ง เซียวจ้านก็เดินออกจากลานบ้านไปด้วยสีหน้าที่พึงพอใจ

สำหรับเรื่องนี้...โจวฉางชิงก็มีการคำนวณของเขาอยู่แล้ว

ยังไม่ต้องพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเซียวเหยียนและความช่วยเหลือที่เขาเคยได้รับ

แค่เรื่องนี้...สำหรับเขาแล้วก็ไม่ได้ขาดทุนอะไรเลยแม้แต่น้อย ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธเลยแม้แต่นิดเดียว

อีกอย่าง...ความร่วมมือนี้ก็คงจะอยู่ได้ไม่นานนักหรอก

เพราะถึงอย่างไร...พอเซียวเหยียนทะลวงสู่ระดับนักยุทธ์และเริ่มเรียนการปรุงยาได้แล้ว เรื่องของหลิ่วสีก็จะถูกแก้ไขไปโดยสิ้นเชิง

ก็ถือซะว่า...เป็นการหาลำไพ่พิเศษก็แล้วกัน

….

สามวันต่อมา...

ตอนนี้ มีข่าวแพร่สะพัดออกมาจากตลาดการค้าของตระกูลเซียวว่าจะมีการวางจำหน่ายศาสตราตัดเหล็กกล้า

ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกไป ก็ดึงดูดความสนใจของเหล่าทหารรับจ้างได้เป็นจำนวนมากในทันที

และพอราคาของศาสตราวุธถูกประกาศออกมา...ทหารรับจ้างเหล่านี้ก็พากันคลั่ง!

ศาสตราตัดเหล็กกล้าที่เดิมทีราคาเป็นหมื่นเหรียญทอง ตอนนี้กลับต้องการราคาไม่ถึงครึ่งเท่านั้น!

ถึงแม้ว่าคุณภาพของศาสตราวุธเหล่านี้จะด้อยกว่าศาสตราวุธที่หมี่เท่อเอ่อประมูลไปอยู่ขั้นหนึ่ง แต่ว่ามันก็ยังสามารถตัดผ่านม่านปราณยุทธ์ของคุรุยุทธ์ระดับห้าดาวลงไปได้!

ของดีขนาดนี้...จะรอช้าอยู่ใย?

ลุยสิ!

กระทั่งทหารรับจ้างที่กำลังซื้อของอยู่ในตลาดการค้าของตระกูลเจียเลี่ย พอได้ยินข่าวนี้เข้า ก็พากันเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองเลย

นั่นมันศาสตราตัดเหล็กกล้านะ!

โอสถหุยชุน?

ของแบบนั้น...มีปัญญาอะไรมาเทียบกับศาสตราตัดเหล็กกล้าได้?

ตลาดการค้าตระกูลเจียเลี่ย?....ไม่รู้จัก...ไม่รู้จักจริงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น...ตลาดการค้าของตระกูลเซียวยังปล่อยข่าวออกมาอีกว่ามีอาวุธแก่นอสูรวางจำหน่ายด้วย

ตอนนี้...อาวุธแก่นอสูรถือเป็นของหายากอย่างยิ่ง ไม่รู้ว่ามีคนตั้งตารอให้หมี่เท่อเอ่อเปิดประมูลอีกครั้งอยู่มากแค่ไหน

ของแบบนี้...กระทั่งสำหรับขุมอำนาจอย่างสามตระกูลใหญ่เอง ก็ยังมีประโยชน์อยู่ไม่น้อยเลย

ถึงแม้ว่าคนระดับสูงจะไม่ได้ใช้...แล้วคนระดับล่างจะไม่ต้องการรึไง?

เพราะถึงอย่างไร...บ้านไหนบ้างล่ะที่ไม่มีลูกหลาน ถ้าได้ยุทโธปกรณ์ชิ้นนี้มา ก็จะสามารถรับประกันความปลอดภัยของลูกหลานในตระกูลได้เป็นอย่างดี

ดังนั้น...ในเมืองอูถ่าน นอกจากอีกสองตระกูลใหญ่และขุมอำนาจชั้นนำบางส่วนแล้ว ขุมอำนาจอื่นๆแทบจะทุกแห่งต่างก็ส่งคนไปยังตลาดการค้าของตระกูลเซียว เพื่อแย่งชิงอาวุธแก่นอสูรกันทั้งนั้น!

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 34 : วิกฤตการณ์ของตระกูลเซียว

คัดลอกลิงก์แล้ว