- หน้าแรก
- บันทึกการเดินทางของสาวรถบ้าน ในโลกต่างมิติสุดป่วน
- บทที่ 27 พวกกาฝาก ย่าคนนี้ขอลาล่ะ!
บทที่ 27 พวกกาฝาก ย่าคนนี้ขอลาล่ะ!
บทที่ 27 พวกกาฝาก ย่าคนนี้ขอลาล่ะ!
"ฐานทัพดารา..." ทหารทั้งสองนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
หลินเซินเหมียวนึกว่าความจะแตกเสียแล้ว
"รออยู่ที่นี่สักครู่ ผมต้องรายงานขอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาก่อน" ทหารนายหนึ่งพยักหน้าให้เพื่อนทหารอีกคนแล้วเดินจากไป
'แย่แล้วระบบ ทำยังไงดี! เขาไปตามคนมาแล้ว ฉันต้องโดนจับได้แน่ๆ! ฐานทัพดงฐานทัพดาราอะไรนั่นฉันก็แค่เมคขึ้นมาเองทั้งนั้น!' หลินเซินเหมียวตะโกนก้องในใจหาตัวช่วย
'โฮสต์ไม่ต้องกังวลครับ ผมเป็นระบบที่เก่งที่สุดนะ ที่ผมบอกให้คุณอ้างชื่อฐานทัพดาราก็เพราะผมเตรียมการไว้หมดแล้ว' ระบบตอบกลับอย่างใจเย็น
'เตรียมการ? นายเตรียมอะไรไว้?'
'ในโลกนี้มีฐานทัพดาราส่งคนมาเจรจากับฐานทัพประกายไฟจริงๆ ครับ ผมไม่รู้แน่ชัดว่าพวกเขาคุยเรื่องอะไรกัน แต่ที่มั่นใจคือคนพวกนั้นยังมาไม่ถึง ในโลกนี้การสื่อสารและการเดินทางระหว่างฐานทัพที่อยู่ห่างไกลต้องใช้เวลานานพอสมควร เพราะฉะนั้นโฮสต์วางใจได้เลยครับ'
แม้ระบบจะยืนยันแบบนั้น แต่หลินเซินเหมียวก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจอยู่ดี
ทว่าต่อให้จะไม่สบายใจแค่ไหน เธอก็แสดงอาการออกมาไม่ได้ เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าทหาร หลินเซินเหมียวจึงต้องปั้นหน้าให้ดูมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
ครู่ต่อมา พี่ชายทหารที่เดินจากไปก็กลับมา
"ผมยืนยันกับผู้บังคับบัญชาแล้ว เป็นไปตามนั้นครับ ทางเบื้องบนขอให้เราพาคุณไปพบเดี๋ยวนี้เลย"
เมื่อได้ยินคำพูดของทหาร หลินเซินเหมียวก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในที่สุดเธอก็แถจนผ่านไปได้อีกด่าน
หลังจากบอกลาหมิงเทียน หลินเซินเหมียวก็เดินตามทหารผ่านถนนหลายสายจนมาถึงใจกลางฐานทัพ
พวกเขามาหยุดอยู่ที่หน้าคฤหาสน์ของผู้ดูแล แม้จะเป็นอาคารสูงสามชั้นเหมือนกัน แต่บ้านทรงตะวันตกหลังเล็กนี้กลับดูหรูหรากว่าตึกรอบข้างหลายเท่าตัวนัก
หลินเซินเหมียวอดไม่ได้ที่จะบ่นกับพี่ชายทหาร "ที่อยู่ของผู้ดูแลพวกคุณนี่ดูหรูหราไม่เบาเลยนะ"
เมื่อได้ยินแบบนั้น ทหารหนุ่มก็ปรายตามามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
เห็นเขาไม่ตอบอะไร หลินเซินเหมียวจึงฉลาดพอที่จะหุบปากสงบคำ
เมื่อก้าวเข้าไปในคฤหาสน์ เธอก็ได้แต่ทอดถอนใจ ไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยไหน คนรวยก็ยังเป็นคนรวยอยู่วันยันค่ำ
หลินเซินเหมียวถูกพาตัวไปยังห้องรับรอง
ที่หัวโต๊ะมีชายนพุงพลุ้ยและผมบางแทบไม่เหลืออยู่บนศีรษะนั่งอยู่
ด้วยเหตุผลบางอย่าง หลินเซินเหมียวรู้สึกว่าเขาหน้าตาคุ้นๆ
ก่อนที่เธอจะได้ทันคิดอะไรต่อ ชายที่นั่งหัวโต๊ะก็เริ่มเปิดบทสนทนา
"สวัสดีครับคุณหนู คุณคงเป็นคนที่ฐานทัพดาราส่งมาเจรจากับเรา เชิญนั่งก่อนสิครับ"
ผู้ดูแลผายมือเชื้อเชิญให้หลินเซินเหมียวนั่งลง
เธอนั่งลงตามคำบอก
"ค่ะ" เพราะยังไม่รู้สถานการณ์และยึดหลักที่ว่า 'พูดมากมักพลาดมาก' เธอจึงตัดสินใจรอดูท่าทีว่าเขาจะพูดอะไรต่อ
"คืออย่างนี้ครับ ผมขออนุญาตถาม เอ่อ..."
"ฉันนามสกุลหลินค่ะ"
"อ้อ คุณหนูหลิน การที่ฐานทัพของคุณมาทำธุรกิจกับเราในครั้งนี้ ทางเรายินดีเป็นอย่างยิ่งและมีความจริงใจอย่างมากครับ"
หลินเซินเหมียวตั้งใจฟัง ดูเหมือนว่าจะมีการตกลงทางธุรกิจบางอย่างระหว่างสองฐานทัพจริงๆ
"แน่นอนค่ะ เราทราบเรื่องนั้นดี" เธอตอบกลับไปอย่างกำกวม
"ถ้าอย่างนั้น ผมมีข้อเสนอที่คุ้มค่ากว่ามาให้สนใจไหมครับ?" ชายอ้วนกล้าพูดออกมาตรงๆ เพราะเขาเชื่อว่าในโลกใบนี้ไม่มีใครปฏิเสธผลประโยชน์ได้
"ผมรู้ว่าครั้งนี้คุณต้องการเสบียงอาหารหนึ่งร้อยตัน ถ้าซื้อจากฐานทัพหลักคุณต้องจ่ายถึงหนึ่งล้านหินคริสตัล แต่ผมไม่เอาเยอะขนาดนั้นหรอกครับ ถ้าคุณตกลงร่วมมือกับผมเป็นการส่วนตัว ผมขอแค่เก้าแสนหินคริสตัลก็พอ"
เมื่อเห็นชายอ้วนมีสีหน้าย่ามใจราวกับว่าเธอไม่มีทางปฏิเสธ หลินเซินเหมียวก็ถึงกับตะลึง
นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ผู้ชายคนนี้กำลังหมายความว่าเขาอยากจะยักยอกของงั้นเหรอ?
'ระบบ เร็วเข้า! ช่วยตรวจสอบข้อมูลผู้ชายคนนี้ให้ที แล้วเมื่อกี้บันทึกเสียงไว้หมดแล้วใช่ไหม?'
'เรียบร้อยครับโฮสต์ ผมจะรีบตรวจสอบเดี๋ยวนี้' ระบบแยกตัวไปหาข้อมูล ทิ้งให้หลินเซินเหมียวต้องเผชิญหน้ากับชายอ้วนเพียงลำพัง
หลินเซินเหมียวมองชายตรงหน้าด้วยรอยยิ้มจอมปลอม ก่อนจะปั้นหน้าลำบากใจ
ชายอ้วนเห็นท่าทางนั้นก็คิดว่าเธอกำลังลังเล จึงรีบหว่านล้อมต่อทันที
"ตราบใดที่คุณทำข้อตกลงกับผมโดยข้ามหน้าพวกนั้นไป คุณจะได้รับกำไรเน้นๆ ถึงหนึ่งแสนหินคริสตัลเลยนะ เรื่องดีๆ แบบนี้มีหรือที่คุณหนูหลินจะไม่ทำ จริงไหมครับ?"
ชายอ้วนรู้สึกว่าชัยชนะอยู่แค่เอื้อม เพราะเขาใช้แผนนี้มาหลายครั้งแล้ว และพวกเบื้องบนก็ไม่เคยตรวจสอบ ในโลกที่วุ่นวายแบบนี้ใครจะมาเสียเวลาสืบเรื่องเล็กน้อยพวกนี้กัน
"ถ้าอย่างนั้นฉันขอถามหน่อย คุณแน่ใจนะคะว่ามีสินค้าเยอะขนาดนั้น? ฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าคุณพูดเรื่องจริง"
หลินเซินเหมียวแสร้งถามต่อเพื่อเก็บหลักฐานให้ได้มากที่สุด
"คุณหนูหลินไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นครับ ผมมีช่องทางของผมอยู่แล้ว" ต้องยอมรับว่าชายอ้วนยังมีความรอบคอบอยู่บ้างในยามที่จำเป็น
"ฉันต้องการดูตัวอย่างสินค้าค่ะ!"
ชายอ้วนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบตกลง เขาให้ลูกน้องขนข้าวสาร มันเทศ ขนมปัง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คุกกี้อัดแท่ง และอื่นๆ ออกมาวางเรียงต่อหน้าหลินเซินเหมียว
"คุณหนูหลิน นี่แค่เบื้องต้นนะครับ ผมยังมีอาหารประเภทอื่นอีกเพียบ ลองดูสิครับ"
หลินเซินเหมียวมองกองอาหารมหาศาลตรงหน้า สลับกับมองรูปร่างอ้วนฉลูของเขา แล้วนึกย้อนไปถึงผู้คนที่เธอเพิ่งเห็นตามท้องถนนในเขตนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ผอมแห้งแรงน้อยจนหน้าเหลือง
เป็นอย่างที่คิด ไม่ว่าโลกจะพินาศแค่ไหน คนใจดำหน้าเลือดก็ยังมีอยู่เสมอ
'โฮสต์ครับ ผมหาข้อมูลเจอแล้ว เนื่องจากฐานทัพประกายไฟมีขนาดใหญ่มาก จึงถูกแบ่งออกเป็นเจ็ดเขต คือเขต A ถึง G แต่ละเขตจะมีผู้ดูแลหนึ่งคน หากมีปัญหาอะไรผู้ดูแลจะรายงานต่อสำนักงานใหญ่ และชายที่อยู่ตรงหน้าคุณก็คือผู้ดูแลเขต G ที่ชื่อหวังฮุ่ยครับ เขาเป็นพ่อของไอ้อ้วนที่เราเจอข้างนอกนั่นด้วย'
หลินเซินเหมียวนึกออกทันที มิน่าล่ะถึงได้ดูคุ้นหน้าคุ้นตา เพราะเขาถอดแบบมาจากไอ้อ้วนข้างนอกนั่นเป๊ะๆ เลย!
'มิน่าล่ะถึงได้อ้วนท้วนขนาดนี้ ระบบ เขาต้องรีดไถพวกชาวบ้านมาเยอะแน่ๆ!'
'เป็นอย่างที่คุณคิดเลยครับโฮสต์'
หลินเซินเหมียวรู้สึกโกรธจนตัวสั่น พวกกาฝากนี่มันน่าขยะแขยงตั้งแต่ในโลกที่สงบสุขแล้ว ยิ่งในวันสิ้นโลกแบบนี้ยิ่งน่ารังเกียจ ทุกๆ ส่วนที่เขาเบียดบังเอามาเป็นของตัวเอง อาจหมายถึงชีวิตของคนอีกหลายคนที่ต้องอดตายหรือตายในสนามรบ
'ระบบ นายบันทึกทุกอย่างไว้หมดแล้วใช่ไหม?'
'ครับโฮสต์'
'ดี!'
หลินเซินเหมียวเอื้อมมือไปจิ้มๆ ดูอาหารเหล่านั้น ก่อนจะทรุดตัวลงกุมท้องด้วยมือทั้งสองข้างทันที
"โอ๊ย ขอโทษนะคะ จู่ๆ ฉันก็ปวดท้องขึ้นมา สงสัยต้องขอตัวไปเข้าห้องน้ำหน่อยค่ะ"
เธอแสร้งทำหน้าเหยเกและพูดกับชายอ้วนด้วยน้ำเสียงลนลาน
เมื่อเป็นเรื่องความต้องการทางธรรมชาติ หวังฮุ่ยจึงไม่ได้สงสัยอะไร "ถ้าอย่างนั้นคุณหนูหลินเชิญตามสบายครับ ผมจะรออยู่ที่นี่"
หลินเซินเหมียวเดินออกจากห้องรับรองมุ่งตรงไปยังห้องน้ำ
ทันทีที่ปิดประตูห้องน้ำลง เธอก็หยิบปีกที่ได้รับมาจากภูตน้อยในมิติดึกดำบรรพ์ออกมาสวมทันที
ปีกส่วนใหญ่เธอส่งมอบให้ที่บ้านไปหมดแล้ว เหลือติดตัวไว้เพียงสองคู่ เธอเก็บไว้คู่หนึ่ง และอีกคู่หนึ่งอยู่ที่บ้าน
"พวกกาฝากหน้าเลือด! ย่าคนนี้ขอลาล่ะ!"