- หน้าแรก
- บันทึกการเดินทางของสาวรถบ้าน ในโลกต่างมิติสุดป่วน
- บทที่ 4 ผืนป่าอีกแห่ง
บทที่ 4 ผืนป่าอีกแห่ง
บทที่ 4 ผืนป่าอีกแห่ง
หลินเซินเหมียวยืนเหม่อมองต้นไม้ตรงหน้าอย่างตกตะลึง
ต้นไม้ต้นนี้ไม่ได้สูงใหญ่นัก ขนาดพอๆ กับต้นหอมหมื่นลี้ในโลกเดิมของเธอ
ทว่าสิ่งที่ทำให้มันพิเศษคือทั่วทั้งต้นปกคลุมไปด้วยดอกไม้ที่กำลังเปล่งแสง
แม้จะเป็นเวลากลางวันทำให้แสงจากดอกไม้ไม่เด่นชัดนัก แต่หลินเซินเหมียวก็ยังสังเกตเห็นได้ เพราะแสงนั้นเป็นสีฟ้าอ่อนระยิบระยับและมีจำนวนมากมายเหลือเกิน
"ฟางฟาง ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม? ดอกไม้พวกนี้... มันเรืองแสงได้!" หลินเซินเหมียวทำท่าจะยื่นมือออกไปสัมผัส
"โฮสต์! อย่าขยับนะ! ดอกไม้นั่นมีพิษ!"
ระบบที่แวบกลับไปค้นข้อมูลในคลังความรู้เพียงครู่เดียว ถึงกับตกใจจนเหงื่อตก—แน่นอนว่าระบบไม่มีเหงื่อจริงๆ หรอกนะ
"มีพิษงั้นเหรอ? ดอกไม้สวยงามมหัศจรรย์ขนาดนี้แท้ๆ น่าเสียดายชะมัด"
หลินเซินเหมียวเป็นคนรักตัวกลัวตายและเชื่อฟังคำเตือนเป็นอย่างดี พอฟางฟางบอกว่ามีพิษ เธอก็ชักมือกลับทันทีโดยไม่คิดจะแตะต้องมันอีก
"โฮสต์เคยได้ยินคำกล่าวนี้ไหมครับ ในธรรมชาติส่วนใหญ่แล้ว ยิ่งสวยงามเท่าไหร่ ก็ยิ่งอันตรายเท่านั้น! ดอกไม้นี้มีชื่อว่า 'บุปผาทะเลคราม' ตั้งชื่อตามแสงสีฟ้าที่มันปล่อยออกมา ดอกเดียวก็เพียงพอที่จะปลิดชีพมนุษย์สัตว์ร่างกำยำได้เลยนะครับ ตั้งแต่เกสร กลีบดอก ไปจนถึงใบ ทุกส่วนล้วนมีพิษทั้งสิ้น ทางที่ดีอย่าไปสัมผัสมันเลยครับ"
หลินเซินเหมียวยกมือทาบอกอย่างโล่งใจ อันตรายจริงๆ โชคดีที่เมื่อกี้ยังไม่ได้แตะโดน
"แต่ว่าโฮสต์ลองมองดูรอบๆ สิครับ ตามข้อมูลของระบบ ในบริเวณที่บุปผาทะเลครามขึ้น มักจะมีพืชที่เรียกว่า 'หญ้าเรียกทอง' ขึ้นอยู่ใกล้ๆ หากย้ายพืชชนิดนี้ไปปลูกที่อื่นโดยไม่มีบุปผาทะเลครามคอยกดข่มพลังไว้ มันจะสามารถสร้างเหมืองทองคำขึ้นมาได้ในรัศมีรอบๆ ตัวมันครับ"
ดวงตาของหลินเซินเหมียวลุกวาว นี่มันวิชาเปลี่ยนก้อนหินเป็นทองคำฉบับของจริงชัดๆ!
"แล้วหญ้านั่นหน้าตาเป็นยังไง?"
ถึงแม้ในโลกเดิมหลินเซินเหมียวจะไม่เคยขัดสนเรื่องเงินทอง—เพราะครอบครัวเลี้ยงดูเธอมาอย่างสุขสบาย—แต่ใครบ้างล่ะจะไม่อยากเห็นของวิเศษที่เสกทองได้จริง?
"หญ้าเรียกทองสูงประมาณสิบเซนติเมตร ใบมีขอบหยัก ที่เด่นชัดที่สุดคือดอกของมันจะมีลวดลายคล้ายพระจันทร์ครับ"
เมื่อมองตามคำบรรยายของฟางฟาง ไม่นานหลินเซินเหมียวก็พบหญ้าเรียกทองเจ็ดต้นขึ้นอยู่รอบๆ กอของบุปผาทะเลคราม
"โฮสต์ อย่าลืมขุดดินติดไปด้วยนะครับ ระวังอย่าให้รากเสียหาย"
"ไม่มีปัญหา!" หลินเซินเหมียวบรรจงขุดหญ้าเรียกทองพร้อมดินโคนต้นเก็บเข้ามิติอย่างระมัดระวัง โดยจัดเตรียมพื้นที่เฉพาะไว้สำหรับพวกมัน
"ฟางฟาง นายเก่งที่สุดเลย"
"ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ผมก็ไม่ได้เก่งกาจอะไร..."
พอได้รับคำชม ถ้าฟางฟางมีหาง ป่านนี้คงกระดิกชี้ฟ้าไปแล้ว
ฟางฟาง: โฮสต์ชมผมด้วย! เธอบอกว่าผมเก่ง! ผมต้องขยันหาของดีๆ มาให้โฮสต์อีกเยอะๆ แล้ว!
หลินเซินเหมียว: อืม ระบบระดับประถมแบบนี้ต้องหมั่นชมบ่อยๆ สินะ
หนึ่งคนกับหนึ่งระบบออกเดินทางกันต่อ
หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่พบพืชแปลกประหลาดอะไรอีก เพราะส่วนใหญ่ก็ไม่ได้แตกต่างจากโลกเดิมของเธอมากนัก
แต่จุดที่น่าแปลกคือ พวกเขาไม่เจอสัตว์อะไรเลย
"ฟางฟาง โลกนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากมนุษย์สัตว์เลยเหรอ?"
"มีสิครับโฮสต์ เพียงแต่ในป่าแถบนี้มีน้อย นี่เป็นจุดข้ามมิติที่ผมคัดสรรมาอย่างดีจากหลายตัวเลือกเลยนะครับ! แถวนี้ไม่มีสัตว์นักล่าขนาดใหญ่ มีแต่พวกสัตว์ตัวเล็กขี้ตกใจที่แค่ได้ยินเสียงคุณก็วิ่งหนีไปหมดแล้ว ปลอดภัยหายห่วงครับ"
คราวนี้หลินเซินเหมียวเอ่ยชมจากใจจริง
"ฟางฟาง นายทำได้ดีมาก รักษามาตรฐานนี้ไว้นะ ฉันไม่อยากข้ามมิติมาปุ๊บก็ต้องเจอกับฉากระทึกขวัญที่ทำเอาความดันพุ่งปรี๊ดหรอกนะ"
"รับทราบครับโฮสต์" โดนชมอีกแล้ว อ๊า~ ฟินจัง~
กระทั่งยามเย็น หลินเซินเหมียวก็เดินพ้นชายป่านั้นออกมาได้ในที่สุด
"โฮสต์ ป่าเมื่อกี้เป็นแค่ออเดิร์ฟครับ สิ่งที่คุณเห็นตรงหน้านี้คือโฉมหน้าที่แท้จริงของมิติดึกดำบรรพ์"
ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า แสงสุดท้ายยามสนธยาสาดส่องไปทั่วผืนฟ้า ท้องนภาเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมน้ำเงิน ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังจะจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา
เบื้องหน้าของเธอคือผืนป่าอันกว้างใหญ่ไพศาลอีกแห่ง ซึ่งแตกต่างจากป่าที่หลินเซินเหมียวเพิ่งเดินผ่านมาอย่างสิ้นเชิง
ต้นไม้ในป่าแห่งนี้สูงเสียดฟ้า ลำต้นขนาดมหึมาและกิ่งก้านสาขาหนาทึบบดบังแสงอาทิตย์จนแทบมิด มีเพียงแสงรำไรลอดผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ลงมา สร้างเงาตะคุ่มและให้แสงสว่างเพียงน้อยนิดแก่ผืนป่าเบื้องล่าง
"ฟางฟาง ฉันเพิ่งเดินออกจากป่าหนึ่ง เพื่อมาเจออีกป่าที่น่ากลัวกว่างั้นเหรอ?"
ขาของหลินเซินเหมียวสั่นเล็กน้อย ป่าตรงหน้านี้ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย เทียบกับป่านี้แล้ว ป่าที่เธอเพิ่งจากมากลายเป็นเหมือนสนามเด็กเล่นไปเลย มันให้ความรู้สึกวังเวงเหมือนจะมีผีโผล่ออกมาได้ทุกเมื่อ
"ใช่ครับโฮสต์ ถ้าเดินผ่านป่านี้ไปแล้วข้ามแม่น้ำสายเล็กๆ ไป ก็จะเข้าสู่เขตแดนของเผ่ามนุษย์เสือแล้วครับ"
หลินเซินเหมียวรู้สึกหน้ามืด คำนวณจากเวลาที่ฟางฟางเคยบอก น่าจะใช้เวลาอีกราวๆ สิบชั่วโมงกว่าจะข้ามป่านี้ไปได้
เมื่อมองดูป่าดงดิบดูลึกลับสลับกับท้องฟ้าที่จวนเจียนจะมืดมิด หลินเซินเหมียวตัดสินใจว่าจะตั้งแคมป์พักผ่อนตรงนี้ก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น
เธอเลือกทำเลที่เหมาะสม
"ฟางฟาง แปลงร่าง!"
"รับทราบ ระบบรถบ้าน... คืนร่าง!"
ฟางฟาง: นานๆ ทีได้ทำตัวบ้าพลังแบบนี้ก็รู้สึกดีเหมือนกันแฮะ
หลินเซินเหมียวมองดูรถบ้านที่กลับคืนสู่สภาพเดิมแล้วปีนขึ้นไปบนรถ
หลังจากเดินทางมาทั้งวัน เธอก็รู้สึกเหนื่อยล้าพอสมควร
เธอรีบต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งชาม โปะด้วยไข่ดาวและไส้กรอกหมูแฮม เวลาหิวๆ แบบนี้ นี่คืออาหารรสเลิศของโลกมนุษย์ชัดๆ
หลินเซินเหมียวกำลังกินมื้อเย็นอย่างเอร็ดอร่อย ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ดังมาจากนอกตัวรถ
เสียงขูดขีด เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังตะกุยรถอยู่
ภาพจินตนาการร้อยแปดวิธีตายในป่าดงดิบผุดขึ้นในหัวของหลินเซินเหมียวทันที
"ฟางฟาง ฟังสิ! มีตัวอะไรกำลังขูดยู่นอกรถ!" หลินเซินเหมียวพูดเสียงสั่น
"ไม่มีนะครับโฮสต์ หูแว่วไปเองหรือเปล่า"
แคว่ก แคว่ก~
"มีสิ! มีจริงๆ! นายตั้งใจฟังดีๆ!"
แคว่ก แคว่ก~
เมื่อหลินเซินเหมียวยืนยันหนักแน่น ในที่สุดฟางฟางก็ได้ยินเสียงนั้น
"เพื่อความปลอดภัย ฟางฟาง นายออกไปดูหน่อยสิว่าข้างนอกมีอะไร ยังไงนายก็ไม่มีกายเนื้อ ไม่เป็นอันตรายอยู่แล้ว"
"ได้ครับโฮสต์"
ฟางฟางรับคำสั่งแล้วออกไปสำรวจ
ที่ข้างตัวรถ มีเจ้าลูกเสือขาวตัวน้อยกำลังตะกุยประตูรถอย่างขะมักเขม้น
มิน่าล่ะถึงมีเสียงขูดขีด ที่แท้ก็ฝีมือเจ้าตัวเปี๊ยกนี่เอง
เมื่อตรวจสอบเรียบร้อย ฟางฟางก็กลับเข้ามาในรถ
"โฮสต์ครับ ข้างนอกนั่นคือลูกเสือขาวกำลังตะกุยประตูรถอยู่ ไม่ใช่ผีสางที่ไหนหรอกครับ~"
พอรู้ว่าไม่ใช่สัตว์ประหลาดที่ไม่รู้จัก หลินเซินเหมียวก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
"โฮสต์ เจ้าลูกเสือขาวนั่นอายุประมาณหนึ่งเดือน ยังไม่ถึงเวลาเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ พุงมันแฟบเชียว สงสัยจะหิว คงได้กลิ่นอาหารของคุณเลยตามมาขอแบ่งน่ะครับ"
พอได้ยินแบบนั้น หลินเซินเหมียวก็เข้าใจสถานการณ์
"ฟางฟาง แล้วลูกเสือขาวตัวนี้เป็นอันตรายกับฉันไหม?"
"โฮสต์ คุณคิดมากไปแล้วครับ มันเพิ่งเกิดได้แค่เดือนเดียว เทียบกันแล้ว โฮสต์น่าจะเป็นอันตรายต่อมันมากกว่าอีกครับ"
"เอ่อ... งั้นก็คงไม่มีปัญหาอะไรสินะ"