เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่มที่ 2: บทที่ 3-2 (Alien)

เล่มที่ 2: บทที่ 3-2 (Alien)

เล่มที่ 2: บทที่ 3-2 (Alien)


เล่มที่ 2: บทที่ 3-2 แปลโดยกิลด์เทพอสูร

เจิ้งกวาดตามองทุกคน “ผมไม่รู้นะว่าทุกคนจะคิดยังไง จะพาเอเลี่ยนกลับไปที่โลกด้วยงั้นเหรอ? ถึงผมจะไม่ใช่คนของโลกใบนี้ ถึงผมจะมีโอกาสอยู่รอดได้อีก 2-3 ปี แต่ผมคงไม่ยอมให้ตัวเองทำเรื่องไร้มนุษยธรรมแบบนี้แน่ๆ ผมทำไม่ได้ ...”

จากนั้นเขาก็ลังเลเล็กน้อย เพราะเขาอยากจะพูดออกไปว่า ยังไงเขาก็จะสู้ ถึงจะเหลือแค่เขาเพียงคนเดียวก็ตาม แต่เขาไม่อาจหลุดคำพูดประโยคสุดท้ายนั้นออกมาได้ เพราะลึกๆ แล้วตัวเขาก็กลัวตายเหมือนกัน

ซวนพยักหน้า “นายอาจคิดว่าแผนที่สองมันคงดูบ้ามากสินะ ถึงแม้มันจะมีเงื่อนไขอยู่บ้าง แต่ผมกลับคิดว่าแผนสองคือแผนที่น่าเชื่อถือมากที่สุด แม้แผนนี้จะมีข้อบกพร่องอยู่ถึง 2 จุดก็ตาม และถ้าเราไม่สามารถแก้ไขจุดบกพร่องนี้ได้ มันก็เป็นไปได้ที่จะล้มเหลว จุดแรก คือ พล็อตเรื่องเปลี่ยน เนื่องจากเราไม่สามารถรับประกันได้ว่ารัฐบาลจะไม่ทำลายยานอวกาศนี้ก่อนที่มันจะถึงโลก ด้วยเทคโนโลยีของพวกเขานายคิดว่ารัฐบาลจะไม่มีอาวุธทำลายที่มีประสิทธิภาพสูงแบบนั้นงั้นเหรอ?”

“จุดที่สอง คือ ถ้ากับดักผนังเหล็กสามารถแยกเอเลี่ยนได้จริง แต่เนื่องจากเลือดของมันมีฤทธิ์เป็นกรดกัดกร่อนสูงมาก ในหนังภาคคืนชีพเอเลี่ยน พวกมันใช้เลือดของตัวเองหลบหนีออกจากคุก ถ้าพวกมันใช้กลยุทธ์เดียวกัน แล้วเอามาใช้ที่นี่ ผมคิดว่าทันทีพวกเราตื่นขึ้นจากการจำศีล สิ่งแรกที่เห็นคือพวกมันกำลังกระโดดเข้ามาที่หน้าของเรา.”

ซีโร่พูดขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “แล้วทำไมนายถึงแนะนำแผนที่มีจุดบกพร่องมากมายขนาดนี้?”

ซวนโบกมือ “ถึงจะมีจุดบกพร่อง แต่มันยังคงเป็นแผนที่ปลอดภัยสูง ถ้านายเลือกแผนแรก นายควรตระหนักไว้ข้อหนึ่งว่า นายจะต้องสู้แบบถวายหัวกับเอเลี่ยน แค่ผนังกั้นนั้นไม่อาจช่วยพวกเราได้ แต่ถ้าพวกเราล้มเหลว ความล้มเหลวนั้นมันจะหมายถึงว่าทุกคนต้องตาย นอกจากนั้นเราต้องเสี่ยงแบบนี้อีกหลายครั้ง นายมั่นใจรึเปล่าล่ะ ว่าสามารถมีชีวิตรอดจากบททดสอบเหล่านี้?”

แคมปาพูดขึ้นมาว่า “ชาวจีนโบราณได้กล่าวว่า จงมีชีวิตอยู่เยี่ยงวีระบุรุษ ดีกว่าต้องตาย...เเล้วกลายเป็นแค่วิญญาณวีระชน ก็ประมาณนี้แหละ ฉันไม่อยากเอาชะตากรรมของตัวเองไปแขวนอยู่บนเส้นด้ายที่มีทั้งความเสี่ยง และ ความไม่แน่นอน จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้อีกครั้งในระหว่างที่จำศีล ถ้าเทียบกันแล้วฉันขอกำหนดอนาคตของตัวเองดีกว่า ถ้าฉันจะตายเพราะต่อสู้ ยังดีกว่าเสี่ยงดวงกับโชคชะตา” เขาพูดด้วยอารมณ์ฮึกเฮิมขณะที่พูด ประโยคสุดท้ายของเขายังคงออกมาเป็นภาษารัสเซีย จนซวนต้องเป็นล่ามแปลภา ษาให้กับเขา

เจี๋ยพยักหน้าทันที “ฉันก็คิดว่าพวกเราควรเลือกหนทางที่สามารถควบคุมได้ แม้ว่ามันจะเสี่ยงอันตราย แต่เราก็สามารถควบคุมสถานการณ์เองได้ โดยไม่ต้องพึ่งดวงว่าจะอยู่รอดรึเปล่า.”

คนอื่น ๆ พยักหน้าแต่ไม่พูดอะไรออกมา ซวนได้แต่ถอนหายใจ “ก็ดี เราจะโหวตกัน . ผมคิดว่านี่คือวิธีที่ยุติธรรมมากที่สุด”

ผลโหวตไม่เป็นอย่างที่คิด สำหรับแผนแรกผลโหวตมี 4 คนคือ ซีโร่ , แคมปา ,  เจิ้ง , เจี๋ย  ส่วนคนที่เลือกโหวตแผนสองคือซวน , สั่วอี้ แม้แต่ หลาน ก็เลือกด้วยเช่นกัน

ซวนถอนหายใจออกมา “ถ้าพวกคุณตัดสินใจที่จะสู้ ผมก็เคารพการตัดสินใจของคุณแต่ก่อนที่เราจะเผชิญหน้ากับเอเลี่ยนอันดับแรกเราคงต้องขอให้เจิ้งหยิบอาหาร และ น้ำของเขาออกมาจากแหวนผมคิดว่าตอนนี้ทุกคนคงหิวกันแล้วใช่มั้ย?”

เจิ้งหัวเราะแล้วรีบเดินลมปราณของตัวเอง ผลจากการพักผ่อนทำให้ลมปราณของเขาเริ่มฟื้นคืนกลับมา ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่เพียงพอสำหรับการต่อสู้

ไม่กี่วินาทีต่อมาก็มีกล่องขนมปังบิสกิตโผล่ขึ้นมา แล้วตามมาด้วย,ขนมปังกรอบ, ชีส, เนื้อแห้ง และ น้ำดื่ม หลังจากที่นำอาหารทุกอย่างออกมา ซวนเป็นคนแรกที่นั่งลงข้างๆ เขาเปิดกล่องแล้วนับจำ นวนของน้ำดื่มบรรจุขวด “ปริมาณของอาหารมีเพียงพอ ถ้าเราจัดสัดส่วนให้เหมาะสมตามจำนวนคน 7 คนก็น่าจะอยู่ได้ประ มาณ 1 สัปดาห์ ผมขอแนะนำให้เราแบ่งส่วนไว้ 3 วัน จากนั้นพลังงานของเราจะกลับมาสมบูรณ์ และ พร้อมต่อสู้”

ตั้งแต่หลานเลือกแผนสองเธอก็คอยหลบหน้าเจิ้งมาตลอด ในขณะเดียวกัน เธอกำลังยกมือขึ้นแตะหน้าผากตามปกติวิสัย เหมือนอย่างทุกครั้งในเวลาที่ต้องใช้ความคิด แต่เป็นเพราะหลุมบนหัวไหล่ของเธอ เธอลืมมันเสียสนิทเนื่องจากความกังวลใจ แต่ว่าความเจ็บปวดนั้นยังคงไม่หายไปแม้ว่าเธอจะอยู่เฉยๆ ก็ตามเธอสัมผัสหน้าผากของเธอด้วยมืออีกข้างที่เหลือ พร้อมกับพูดว่า “ทำไมไม่แบ่งอาหารให้ครบเจ็ดวันล่ะ? ถ้าเรารอให้เอเลี่ยนติดกับดักที่เราวางไว้ แล้วแยกพวกมันออกจากกัน แล้วเราก็กรุยทางไปที่ห้องครัวได้อย่างปลอดภัย และเมื่อถึงเวลานั้นพวกเราอาจจะไม่ต้องต่อสู้กับพวกเอเลี่ยนเลยก็ได้ แล้วปล่อยให้พวกมันอดตายไปเอง”

คนอื่น ๆ มองไปที่ซวนด้วยความสับสน เขายิ้มอย่างขมขื่น “อันที่จริงผมได้คิดเผื่อไว้แล้ว แต่เพราะเหตุผลบางอย่างผมเลยตัดทิ้งไปทันทีที่ผลโหวตของทุกคนออกมาว่าตกลงเลือกที่จะต่อสู้ ประการแรกเราไม่รู้โครงสร้างทางชีวภาพของเอเลี่ยนเลย แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกมันมีความคล้ายคลึงกับสิ่งมีชีวิตในทะเลทรายที่อยู่บนโลกจริง เท่าที่รู้มามันสามารถจำศีลได้ทั้งวันโดยไม่มีทั้งอาหารและน้ำ? ถ้าเป็นอย่างนั้นพวกเราคงแข่งความอึดกับพวกมันได้นาน ซึ่งเป็นไปได้ว่าเมื่ออาหารกับน้ำของเราหมด พวกเราต่างหากที่จะเป็นคนที่ถูกขังและติดแหง็กอยู่ที่นี่ซะเอง”

“ประการที่สอง ที่นี่เรามีกันอยู่กี่คน? 7 คนใช่มั้ย ผมจำได้ว่าเราตื่นขึ้นมาในตอนแรกมีกันอยู่ทั้งหมด 15 คน แล้วอีก 8 คนล่ะ? หรือจะพูดให้ถูกต้องก็คือเนื้อทั้ง 8 คนจะไปอยู่ที่ไหน? ยิ่งถ้ารวมกับร่างกายของตัวละครในหนังเรื่องนี้ จำนวนของมันก็เพียงพอสำหรับเอเลี่ยนที่จะเก็บรักษาอาหารไว้ได้โดยไม่อดตาย.”

“ประการที่สาม ซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนที่สำคัญมากที่สุด ผมไม่ต้อง การกดดันให้เอเลี่ยนต้องใช้สัญชาตญาณเพื่อเอาตัวรอด เพราะถ้าเราต้องไปอยู่ที่ห้องนั้นจริงจนต้องติดแหง็กอยู่กับพวกมัน แล้วถ้าเกิดพวกมันหิวโซมาก ๆ เข้า พวกคุณมั่นใจได้ยังไงว่าพวกมันจะไม่ใช้เลือดกรดของตัวมันทำลายผนังออกมา แล้วโดดเข้ามากินพวกเรา? ดังนั้นผมจึงเลือกที่จะพักผ่อนฟื้นร่างกายให้กลับสมบูรณ์มากที่สุด แล้วเตรียมตัวต่อสู้ปิดฉากพวกมันให้โดยเร็ว นี่เป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดที่ฉันสามารถคิดขึ้นมาได้ตอนนี้.”

เจิ้งถอนหายใจออก “ถ้าเราสามารถรอดจากหนังเรื่องนี้ได้ ... นายจะได้เครดิตมากที่สุด มีอะไรอีกไหมที่นายคิด? เพียงแค่พูดออกมาให้หมด เพราะเราเป็นพวกเดียวกันแล้ว พวกเราไว้ใจนายทุกอย่าง”

ส่วนคนอื่น ๆ พยักหน้าอย่างเงียบ ๆ และมองไปที่ซวน ถึงแม้ว่าพวกเขาไม่อยากที่จะยอมรับมันก็ตาม แต่ภูมิปัญญาของเขาเหนือกว่าทุกคน พวกเขารู้ถึงความสำคัญในสถานการณ์นี้เป็นอย่างดี

ซวนยิ้ม “ขอพูดตรงๆ ผมได้ยินเจี๋ยบอกว่าจะมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้าเรื่อยๆ ในหนังทุกๆ เรื่อง และก็ไม่สามารถรับประกันคุณภาพได้ พลังของคนเพียงคนเดียวนั้นยังมีข้อจำกัด ที่จะผ่านหนังสยองขวัญหลายๆ เรื่องได้ ถ้าเราสามารถรอดจากเรื่องนี้ไปได้ และต้องเจอกับหนังเรื่องต่อไปที่มีอันตรายมากขึ้น ผมจึงหวังว่าอย่างน้อยๆ ทีมของเราจะต้องมีความกล้าหาญ และ พลังที่จะมีชีวิตรอดต่อไป แล้วผมจะช่วยอย่างเต็มที่โดยใช้สมองทั้งหมดที่มีอย่างคุ้มค่า มิฉะนั้นทุกอย่างที่ทำไปคงไร้ความหมาย ใน 7 คนของพวกเราอย่างน้อย ก็มีอยู่ 6 คนอยู่ในระดับหัวกะทิ ผมพอใจกับทีมนี้มาก ผมหวังอย่างยิ่งว่าพวกเราทุกคนจะต้องรอดได้ ... อย่างน้อยก็มี 6 คนที่รอดได้แน่ๆ.”

ใบหน้าของสั่วอี้เริ่มเป็นสีแดงก่ำ เพราะเขาเป็นเพียงวัยรุ่นธรรมดาที่ไม่มีอะไรพิเศษ แน่นอนว่าเขาย่อมรู้ว่าซวนกำลังพูดถึงเขาอยู่ จากนั้นเจิ้งจึงตบที่ไหล่ของเขา “มั่นใจได้ ตราบใดนายยังรอด นายสามารถฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นได้ อย่ายอมแพ้ล่ะ”

สั่วอี้มองไปที่เจิ้งอย่างซาบซึ้ง จากนั้นซวนก็พูดต่อว่า “ดังนั้นแผนที่จะแยกพวกมันก็คือ ... เหยื่อ! เปิดผนังบางส่วนออกแล้วล่อให้พวกเอเลี่ยนเข้าไปตามแผนที่เราวาง คนที่จะต้องเป็นเหยื่อล่อก็คือ หลี่สั่วอี้ !”

 

ติดตามข้อมูลข่าวสารนิยายเรื่องนี้ได้ก่อนใครที่ FB: www.facebook.com/IDTR8  หรือพิมพ์ค้นหา นิยายแปล: เกมส์สยองต้องไม่ตาย  Blog: www.idtr8.wordpress.com 

จากตอนปัจจุบันในเพจตอนนี้กลุ่มลับนำไปแล้ว 150+ ตอนน้ะค้า

จบบทที่ เล่มที่ 2: บทที่ 3-2 (Alien)

คัดลอกลิงก์แล้ว