เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 แดนลับเซียน ตัวตนที่ไม่อาจทำนายได้!

บทที่ 30 แดนลับเซียน ตัวตนที่ไม่อาจทำนายได้!

บทที่ 30 แดนลับเซียน ตัวตนที่ไม่อาจทำนายได้!


แดนรกร้างทางเหนือ แดนศักดิ์สิทธิ์กู่หยวน

แดนศักดิ์สิทธิ์กู่หยวนตั้งอยู่ ณ เทือกเขาไท่หง ขุนเขาเซียนทอดตัวยาวต่อเนื่อง ปราณวิญญาณที่เข้มข้นได้แปรสภาพกลายเป็นสะพานรุ้งมายา พาดผ่านสลับกันไปมาอยู่ระหว่างหุบเขา

ตำหนักกระเบื้องเคลือบสีครามหลังแล้วหลังเล่า เรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบอยู่บนยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก เมื่อมองจากระยะไกล ไอม่วงบูรพามาเยือน แสงสุรีย์สาดส่องลงมาทะลวงผ่านม่านเมฆอันหนาทึบโปรยปรายลงบนตำหนักเซียน สะท้อนให้เห็นภาพอันรุ่งโรจน์โอฬาร วาสนาสูงส่งเทียมฟ้า

ที่นี่คือแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งการบำเพ็ญเพียรที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนรกร้างทางเหนือ เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งเต๋าที่ผู้บำเพ็ญเพียรนับไม่ถ้วนในแดนรกร้างทางเหนือใฝ่ฝันถึง

ในแดนรกร้างทางเหนือมีคำกล่าวที่เล่าขานสืบต่อกันมาประโยคหนึ่ง——"เข้าสู่กู่หยวน สามารถพิสูจน์ถึงการมีชีวิตอันยืนยาวได้" ถึงแม้จะฟังดูเกินจริงไปบ้าง แต่นี่ก็เป็นการยืนยันถึงความแข็งแกร่งของแดนศักดิ์สิทธิ์กู่หยวนได้เป็นอย่างดี มันประดุจดั่งดวงอาทิตย์อุทัยที่เจิดจ้าที่สุดบนฟากฟ้าของแดนรกร้างทางเหนือ ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าตลอดเวลา อยู่เหนือกว่ากลุ่มอำนาจทั้งปวง

บนยอดเขาเซียนแห่งหนึ่ง ภายในศาลาไม้ไผ่ม่วงหลังเล็ก

ชายชราผู้หนึ่งในอาภรณ์ผ้าป่าน นั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องหน้ากระจกทองแดงบานหนึ่ง ราวกับกำลังทำนายบางสิ่งอยู่

เบื้องหลังของชายชรา มีร่างของคนสองคนยืนอยู่

บุรุษสวมใส่อาภรณ์เซียนสีทอง คิ้วกระบี่ดวงตาดั่งดารา มีลักษณะท่าทางที่ไม่ธรรมดา

สตรีอยู่ในชุดกระโปรงเซียนสีม่วง มีรูปโฉมที่งดงามอย่างยิ่ง หากมองอย่างพินิจพิเคราะห์ จะสามารถสังเกตเห็นไฝแดงเม็ดหนึ่งอยู่ระหว่างคิ้ว ในความสูงส่งศักดิ์สิทธิ์นั้นแฝงไว้ด้วยความสง่างามอันเจิดจรัสอยู่บ้าง

คนทั้งสองยืนอยู่เบื้องหลังชายชราอย่างสงบเสงี่ยม ไม่กล้าส่งเสียงใดๆ เกรงว่าจะรบกวนการทำนายของชายชรา

แคร็ก

เสียงแตกละเอียดเบาๆ ดังมาจากบนกระจกทองแดง สีหน้าของชายชราพลันเปลี่ยนไป โบกมือคราหนึ่ง หยุดการทำนายลง ภายในกระจกทองแดงกลับคืนสู่ความโกลาหล เงียบสงัดลงไป

ในขณะนั้น เสียงสตรีที่แผ่วเบาราวกับสายลม ก็ดังขึ้นเบาๆ

"ท่านอาจารย์ ท่านไม่เป็นไรนะเจ้าคะ?"

คนทั้งสองมีสีหน้าเป็นกังวล นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นท่านอาจารย์ทำนายล้มเหลว ทั้งยังแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงถึงเพียงนี้ออกมา

ชายชราสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลังจากสงบสติอารมณ์ลงแล้ว ก็ลุกขึ้นยืน สายตาทอดมองไปยังสุดขอบฟ้า ทะลุทะลวงผ่านมิติ จับจ้องไปยังประตูหินบานนั้น

"หากข้าทำนายไม่ผิดพลาด แดนลับแห่งนี้ มาจากยุคสมัยที่ไกลแสนไกลอย่างหาที่เปรียบไม่ได้"

เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ชายชราก็ค่อยๆ หันกลับมา มองไปยังร่างของคนทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้า กล่าวด้วยแววตาสั่นไหว

"ยุคเซียนยุทธ์"

"ข้าไม่กล้าที่จะทำนายต่อไปอีกแล้ว เบาะแสที่ได้มานั้นมีจำกัด แต่มีอยู่จุดหนึ่งที่สามารถยืนยันได้ แดนลับแห่งนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็น ‘แดนลับเซียน’!"

เมื่อคำพูดนี้ดังขึ้น ม่านตาของคนทั้งสองก็หดเล็กลงในทันใด ลมหายใจก็พลันถี่กระชั้นขึ้นมา

แดนลับเซียน กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ นี่คือถ้ำที่พำนักของ "เซียน" หรือไม่ก็เป็นสุสานของเซียน

ถึงแม้ว่า ในสายตาของผู้บำเพ็ญเพียรที่เป็นคนธรรมดานับไม่ถ้วน เมื่อได้พบเจอกับยอดฝีมือแห่งเต๋าระดับสร้างรากฐาน ระดับแกนทองคำ ก็จะเรียกขานด้วยความเคารพว่า "ท่านเซียน"

ที่จริงแล้ว มีเพียงผู้ที่ได้สัมผัสกับการบำเพ็ญเพียรอย่างแท้จริงเท่านั้น จึงจะเข้าใจว่าขอบเขต "เซียน" นั้น ช่างห่างไกลเพียงใด

สำเร็จเป็นเซียน สำเร็จเป็นเซียน ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน อัจฉริยะผู้เป็นที่รักของสวรรค์นับไม่ถ้วนตราบจนสิ้นอายุขัย ก็ยังยากที่จะสัมผัสถึงขอบเขต "เซียน" ได้

มียอดฝีมือระดับข้ามผ่านทัฑณ์สวรรค์ประจำการอยู่ ก็สามารถได้รับการยกย่องให้เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว

ส่วนเหนือกว่าระดับข้ามผ่านทัฑณ์สวรรค์ขึ้นไป ก็คือระดับมหายาน และเหนือกว่าระดับมหายานขึ้นไปอีก ก็คือ "แดนเซียน" ในตำนาน

มีเพียงการทะลวงผ่านระดับมหายานเท่านั้น จึงจะนับว่าเป็นการ "สำเร็จเป็นเซียน" อย่างแท้จริง!

ในประวัติศาสตร์ของแดนศักดิ์สิทธิ์กู่หยวน เคยมีท่านอาจารย์ปู่ท่านหนึ่ง "สำเร็จเป็นเซียน" ทะยานขึ้นสู่สวรรค์ในเวลากลางวันแสกๆ จากโลกนี้ไป ส่วนจะไปยังที่แห่งใด ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ไม่มีผู้ใดทราบ

เพราะ "เซียน" ที่สำเร็จเป็นเซียนอย่างแท้จริง พวกเขาก็ได้หลุดพ้นจาก "โลกียวัฏสงสาร" อย่างแท้จริงไปนานแล้ว เพื่อไปไล่ตามมหามรรคแห่งเต๋าของเซียนอันสูงส่ง!

ดังนั้น เมื่อชายชราได้ทำนายว่าแดนลับที่ปรากฏสู่โลกนี้อาจจะเป็น "แดนลับเซียน" จึงได้มีปฏิกิริยาที่รุนแรงถึงเพียงนี้

...

"ท่านอาจารย์ แดนลับเซียนปรากฏสู่โลก ทุกฝ่ายต่างก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว แดนศักดิ์สิทธิ์ของเราจำเป็นต้องชิงลงมือก่อนหรือไม่ขอรับ?"

บุรุษในอาภรณ์สีทองเอ่ยถาม

สิ้นเสียง ชายชราก็ไพล่มือไว้ด้านหลัง กล่าวอย่างเชื่องช้า

"ไม่ได้"

"แดนลับเซียน อันตรายอย่างยิ่ง"

"เหยาฉือและจิ่วโยวต่างก็คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของเราอยู่ตลอดเวลา ทันทีที่เราเคลื่อนไหว ก็เท่ากับเป็นการบอกพวกเขาว่าแดนลับแห่งนี้ไม่ธรรมดา ถึงเวลานั้น พวกเราสามแดนศักดิ์สิทธิ์ใหญ่เข้าแย่งชิงแดนลับพร้อมกัน ก็จะดึงดูดความสนใจของดินแดนใหญ่โดยรอบ"

"ทั่วทั้งแดนรกร้างทางเหนือ มีเพียง ‘เคล็ดวิชาเทียนเหยี่ยน’ ของข้าผู้เฒ่าเท่านั้นที่สามารถทำนายถึงร่องรอยแห่งเหตุและผลของแดนลับได้"

"ทุกคนต่างก็กำลังจับตาดูปฏิกิริยาของเราอยู่"

...

"แต่ว่าท่านอาจารย์ หากพวกเราไม่ไปชิงลงมือก่อน หากวาสนาถูกกลุ่มอำนาจอื่นชิงไปจะทำอย่างไรขอรับ?"

บุรุษในอาภรณ์สีทองไม่ค่อยเข้าใจการกระทำของท่านอาจารย์นัก จึงได้เอ่ยปากถามออกมา

"อาเย่เอ๋ย นิสัยใจร้อนของเจ้า คงต้องแก้ไขเสียแล้ว"

"การชิงวาสนาในแดนลับเซียน ไม่ใช่เรื่องง่ายดายอย่างที่เจ้าคิด"

"ตราบใดที่แดนลับยังคงอยู่ในแดนรกร้างทางเหนือ ไม่ว่าจะตกไปอยู่ในมือของผู้ใด ก็ยังคงอยู่ในขอบเขตการควบคุมของเรา แต่หากความเคลื่อนไหวใหญ่โตเกินไป ดึงดูดความสนใจของดินแดนอื่น กระทั่งดึงดูดความสนใจของแดนศักดิ์สิทธิ์กลาง ถึงเวลานั้นแดนศักดิ์สิทธิ์กู่หยวนของเราก็คงจะต้องถูกเตะออกจากกระดานแล้ว"

ชายชรากล่าวอย่างเชื่องช้า

ได้ยินดังนั้น บุรุษในอาภรณ์สีทองจึงพึ่งจะเข้าใจ ตระหนักรู้ในทันใด ประสานหมัดโค้งคำนับแล้วกล่าว

"ท่านอาจารย์สั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว เป็นศิษย์ที่บุ่มบ่ามเกินไป"

"ให้พวกเขาไปสำรวจเส้นทางก่อนเถิด พวกเราไม่รีบ"

"แจ้งลงไป คนของแดนศักดิ์สิทธิ์กู่หยวนทุกคน ห้ามเข้าร่วมการแย่งชิงแดนลับ"

"ขอรับ!"

กล่าวจบ คนทั้งสองก็ออกจากศาลาหลังเล็กไป

...

แดนลับปรากฏสู่โลกมาสามวันแล้ว สามแดนศักดิ์สิทธิ์ใหญ่ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น

ในขณะนี้ แดนศักดิ์สิทธิ์จิ่วโยว ภายในตำหนักเซียนแห่งหนึ่ง

บุรุษในอาภรณ์เซียนสองคน นั่งหันหน้าเข้าหากัน ดื่มชาเล่นหมากล้อม

"เป็นอย่างไรบ้าง ส่งคนไปดูแล้วหรือยัง?"

หนึ่งในนั้นเอ่ยถาม

"ประตูหินของแดนลับแข็งแกร่งเกินไป ไม่สามารถเข้าไปข้างในได้ ไม่มีข่าวสารที่มีค่าอันใด"

อีกคนตอบ

"ทางด้านแดนศักดิ์สิทธิ์กู่หยวนเล่า?"

"ไม่มีความเคลื่อนไหว"

"ดูท่า แดนลับแห่งนี้คงจะธรรมดามาก เสียงฟ้าร้องดัง แต่ฝนตกน้อย"

"กู่หยวนครอบครอง ‘เคล็ดวิชาเทียนเหยี่ยน’ หากแดนลับแห่งนี้ไม่ธรรมดา คาดว่าคงจะลงมือไปนานแล้ว"

"ใช่แล้ว พวกเราคอยดูสถานการณ์ไปก่อนเถอะ"

บทสนทนาที่คล้ายคลึงกันนี้ ก็เกิดขึ้นในแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือเช่นกัน เมื่อเห็นว่าแดนศักดิ์สิทธิ์กู่หยวนไม่มีปฏิกิริยา พวกเขาก็ไม่กล้าเคลื่อนไหว

เพราะทันทีที่แดนศักดิ์สิทธิ์ลงสนาม ก็จะไม่ใช่เพียงแค่การแย่งชิงแดนลับธรรมดาๆ อีกต่อไป แต่นั่นคือสงครามระหว่างแดนศักดิ์สิทธิ์ จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทั่วทั้งแดนรกร้างทางเหนือ

หากเป็นแดนลับธรรมดา ก็ไม่คุ้มค่าที่จะก่อให้เกิดสงครามระหว่างแดนศักดิ์สิทธิ์ ทั้งยังจะดึงดูดความละโมบของดินแดนใหญ่โดยรอบ ให้ฉวยโอกาสบุกเข้ามาอีกด้วย

...

ณ สถานที่ตั้งของแดนลับ ได้รวบรวมผู้บำเพ็ญเพียรไว้แล้วนับหมื่นนับแสนคน นอกจากแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ได้ไป กลุ่มอำนาจระดับหนึ่ง กลุ่มอำนาจชั้นที่สองอื่นๆ ล้วนไปร่วมวงด้วยทั้งสิ้น

แต่ทว่า พวกเขาร่วมมือกันโจมตีมาสามวันแล้ว แม้แต่ประตูหินก็ยังทำลายไม่ได้ แล้วจะเล่นกันอย่างไร?

พวกเขาด้านหนึ่งก็กังวลว่าแดนศักดิ์สิทธิ์จะลงมือ ตนเองจะไม่ได้ซดน้ำแกง

แต่อีกด้านหนึ่ง หากแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่ลงมือ พวกเขาแม้แต่ประตูก็ยังเข้าไปไม่ได้!

...

สำนักเฮ่าหราน ภายในหอคัมภีร์

ร่างของคนสองคน ค่อยๆ เดินเข้ามาในหอคัมภีร์ เดินตรงไปยังซูหยวนที่กำลังงีบหลับพักกลางวันอยู่ทีละก้าวๆ

เมื่อสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหว ซูหยวนก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ไม่ได้ลุกขึ้นยืน ยังคงเอนกายนอนอยู่บนเก้าอี้ หรี่ตามองไปยังคนทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้า ขมวดคิ้วเล็กน้อย

จบบทที่ บทที่ 30 แดนลับเซียน ตัวตนที่ไม่อาจทำนายได้!

คัดลอกลิงก์แล้ว