เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 ความสามารถของฉันก็ต้องยอมตามฉันสิ...

ตอนที่ 25 ความสามารถของฉันก็ต้องยอมตามฉันสิ...

ตอนที่ 25 ความสามารถของฉันก็ต้องยอมตามฉันสิ...


สี่วันต่อมา เซี่ยงไฮ้ สวนจิงอัน

เด็กชายร่างท้วมพุ่งเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ อาหารกับน้ำทั้งหลายถูกคนอื่นหยิบไปหมดแล้ว แต่เด็กชายก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาวิ่งหลังร้านแล้วเข้าไปในห้องพักพนักงาน เจอกล่องบิสกิตสามกล่องกับน้ำดื่มอีกแพ็คหนี่ง

ถึงจะเหลือคนอยู่ไม่มาก แต่อาหารก็ยังมีวันหมดอายุ ตอนนี้เหลืออาหารอยู่ไม่กี่อย่างที่ยังกินได้ พอเจอน้ำกับอาหาร เขาก็วิ่งกลับไปหาเด็กชายร่างผอมสูง

เด็กชายที่ดูเหมือนไม้ไผ้ที่พร้อมจะลู่ไปกับลมกระดกน้ำอึกใหญ่ “อา รอดตายแล้ว จ้าวเจียง นายบอกว่าอาหารเริ่มหายากแล้ว เราเองก็ไปจากเซี่ยงไฮ้กันเถอะ ที่นี่มีคนอยู่มากเกินไป ถ้ายังกินอย่างนี้กันอยู่ ต่อไปจะไม่มีอาหารเหลือแล้ว”

เด็กชายตัวอ้วนกัดคุกกี้สองชิ้นในคำเดียว แก้มเขาพอง “ผมจะกินให้น้อย… ให้น้อยกว่านาย”

เด็กชายตัวสูงหน้าแดง “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น”

“ผมรู้” เด็กชายกลืนบิสกิต “ผมไม่ได้หิวทุกวัน นายเป็นผู้เล่นสำรองร่างกายอ่อนแอกว่าผม ผมรู้สึกว่าตัวเองกินน้อยลงทุกวันนะ แต่ก็ไม่ได้หิวเลย นายเองก็เริ่มกินน้อยลงเหมือนกัน บางทีอาจจะเหมือนที่ชานชานบอก ร่างกายเราแข็งแรงขึ้นตั้งแต่โลกออนไลน์มา แล้วเราก็เริ่มได้พลังงานจากทางอื่นที่ไม่ใช่การกิน…อา เธอพูดแบบนั้นรึเปล่านะ?”

เด็กหนุ่มตัวผอมบิดตัว “ฉันจะจำได้ได้ยังไง? เราแยกกันมาตั้งหลายวันแล้วนะ”

เด็กชายตัวอ้วนนึกถึงเรื่องนี้ก็ซึมไปหน่อยๆ “พอเราแข็งแกร่งพอเราก็จะกลับมารวมกันอีกครั้ง! แล้วคราวนี้ก็จะไม่มีใครกล้ามาแหยมกับเราอีก!”

ทั้งสองยัดน้ำกับอาหารใส่กระเป๋า แล้วเริ่มออกเดินทาง

เด็กชายตัวผอมเปลี่ยนเรื่อง “นายบอกว่าได้ยินเรื่องคนที่มีไม้ขีดไฟอันใหญ่โจมตีคนอื่นตอนกลางคืน คิดว่านั่นใช่พี่ถังไหม?”

“อาจจะไม่นะ ทำไมพี่ถังต้องไปลอบโจมตีคนอื่นด้วยล่ะ? เขาเป็นคนดีแล้วก็แข็งแกร่ง ไม่มีความจำเป็นเลย”

“อืม คงไม่ใช่พี่ถังจริงๆ”

ทั้งสองจากไปแล้วมุ่งหน้าไปทางตะวันตก

‘คนที่มีไม้ขีดไฟอันใหญ่’ ที่ว่า อยู่ที่ชั้นสองของร้านเครื่องเพชรแถวย่านหนานจิง

ร้านนั้นหันไปทางทิศเหนือ ทำให้แสงที่ส่องมาจากทางใต้ไม่ได้ทำให้ร้านสว่างขึ้น ชายไม้ขีดไฟพิงตัวกับกำแพง ขยับมือน้อยๆ มองคนที่อยู่ชั้นล่าง

ถ้ามองดีๆ ก็จะเห็นว่ามีกล้องส่องทางไกลหน้าตาแปลกๆ อยู่ในมือเขา กระจกที่เป็นสองตาถูกดึงออก จุดที่เชื่อมส่วนกระบอกเลนส์เข้าด้วยกันถูกหักทิ้ง มีทรงกระบอกขนาดใกล้เคียงกันเชื่อมทั้งสองกระบอกเข้าด้วยกันจนดูเหมือนตัว Z มีกระจกแบนๆ วางอยู่ที่สองมุมของตัวZ นั้น กลายเป็นกล้องโทรทัศน์สะท้อนแสงอย่างง่าย

ชายไม้ขีดไฟเล็งปลายด้านหนึ่งของตัว Z ไปที่ทางเท้าของถนน อีกด้านหนึ่งหันเข้าหาตัวเอง เขสจ้องทุกคนที่เดินผ่านบันไดตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยง

ในช่วงค่ำมีชายวัยกลางคนท่าทางแข็งแรงสวมชุดหนัง เดินคาบบุหรี่มาตามถนน

ชายไม้ขีดไฟวางกล้องส่องทางไกลลง หยิบกระเป๋าแล้วรีบวิ่งลงบันไดตามชายคนนั้นไป

ถังโม่ซ่อนตัวในความมืด สายตาจับจ้องชายคนนั้น เขาหลับตา สูดลมหายใจเข้าลึก ตอนที่เขาเปิดตาขึ้นมีแสงสว่างวูบหนึ่ง แล้วในสายตาเขาก็มีตัวอักษรสามตัวลอยอยู่เหนือหัวผู้ชายคนนั้น

[ผู้ลักลอบ]

ถังโม่กัดริมฝีปากแล้วเดินตามชายคนนั้นไปเงียบๆ

พอกลางคืนมาถึง ชายในชุดหนังก็ซุกมือไว้ในกระเป๋า เตะประตูร้านค้าหนึ่งจนเปิด มีผู้หญิงวัยกลางคนนอนอยู่ในนั้น พอประตูเปิดเธอก็ถอยตัวจนชนตู้เก็บของ

“มองอะไรห๊ะ? ไสหัวไปซะ!”

ผู้หญิงเปิดปากจะพูดแต่ผู้ชายคนนั้นก็ยกขาขึ้นเตะท้องของเธอก่อน เธอร้องด้วยความเจ็บปวดแล้ววิ่งออกจากร้านไป ไม่แม้กระทั่งจะหยุดหยิบกระเป๋า

ชายในเสื้อหนังสือยิ้มร้าย แล้วทิ้งตัวลงบนเตียงที่ผู้หญิงคนนั้นใช้นอนจนถึงก่อนหน้านี้

เข็มนาฬิากาขยับเดิน ชายในเสื้อแจ็คเก็ตหนังปิดตา แล้วสักพักหนึ่งก็เริ่มกรน

ในความมืดมิด เงาร่างผอมขยับผ่านประตูร้านเข้ามา แล้ววินาทีถัดมาไม้ขีดไฟอันใหญ่ก็กระแทกเข้าที่ขาขวาของชายคนนั้น

กร๊อบ

มีเสียงกระดูกแตก แล้วผู้ชายคนนั้นก็ร้องโหยหวน

ถังโม่ไม่ให้เวลาอีกฝ่ายหายใจ ไม้ขีดไฟเล็งที่ช่วงท้อง ต้นขา และบั้นท้าย การเล็งที่ส่วนที่มีเนื้อเยอะจะทำให้มั่นใจได้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ตาย ร่างอีกฝ่ายค่อนข้างกำยำ อวัยวะภายในน่าจะปลอดภัยดี แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

“ฉันจะฆ่าแก!”

ตึง

โต๊ะใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้าถังโม่

ถังโม่เหวี่ยงไม้ขีดไฟเข้ากับโต๊ะนั้น มันหักแล้วแตกเป็นเสี่ยงๆ ถังโม่เร่งโจมตีขึ้นอีก ส่วนชายคนนั้นที่เห็นว่าความสามารถของตนถูกไม้ขีดไฟยักษ์ทำลายไปแล้วก็ต้องร้องไห้ขอความเมตตา

ถังโม่โน้มตัวลงไปหยิบแจ็คเก็ตหนัง “นี่ของผม เข้าใจไหม?”

ชายคนนั้นรีบถอดแจ็คเก็ตออก เขากอดอกแล้วพนักหน้าถี่ๆ “เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว! เอาไป เอาไปเลย!”

แสงสีขาวพุ่งวาบผ่านนัยน์ตาของถังโม่ แล้วเขาก็หมุนตัวจากไปพร้อมแจ็คเก็ตหนังตัวนั้น

พอเขาออกไป ผู้หญิงวัยกลางคนที่โดนไล่ไปก่อนหน้านี้ก็แอบกลับมาเงียบๆ เธอมองชายร่างใหญ่ที่ถูกถังโม่ทำร้ายแล้วโยนออกมานอกร้าน เธอเตะเขาย้ำลงไปอีกสองสามรอบแล้วจากไปพร้อมกระเป๋าของตัวเอง

ถังโม่เดินเข้าไปในซอยซอยหนึ่ง โยนแจ็คเก็ตหนังทิ้งแล้วเปิดหนังสือความสามารถ

[ความสามารถ: ตีฉันสิ ตีฉัน]

[เจ้าของ: จ้าวหลงเฟิง(ผู้ลักลอบ)]

[ประเภท: สี่มิติ]

[ฟังก์ชัน: ใช้วัตถุที่อยู่รอบตัวเป็นโล่ ใช้ 0 วินาทีในการเคลื่อนย้าย]

[ระดับ: เลเวล1]

[ข้อจำกัด: วัตถุที่ใช้จะต้องสามารถขยับได้ ไม่สามารถใช้วัตถุที่อยู่ห่างไปเกิน10เมตรได้ ระยะคูลดาวน์คือห้านาที]

[Note จ้าวหลงเฟิง: ตีฉันสิ ตีฉัน!

ถังโม่: ฉันจะฆ่าเจ้าเต่านี่ให้ตายเลยคอยดู!]

[คู่มือการใช้งานเวอร์ชันถังโม่: ขนาดของวัตถุที่ใช้เป็นโล่ห้ามเกิน 0.5 ตารางเมตร วัตถุที่ใช้ต้องอยู่ในระยะสามเมตร ระยะคูลดาวน์อยู่ที่ 10 นาที…นี่ ฆ่าถังโม่สิเจ้าเอลฟ์น้อย!]

ถังโม่เริ่มชินชาคำพูดถูกๆ จากหนังสือความสามารถ เขาทำใจไว้แล้วตั้งแต่วินาทีที่เปิดมันขึ้นมา ยังไงมันก็เป็นของเขา แม้บางครั้งมันจะพูดจาเสียสีให้ต้องแสบๆ คันๆ ไปบ้างก็ตาม

ตอนแรกถังโม่มั่นใจว่าตัวเองรับได้ทุกอย่างแล้ว แต่พอเห็น’เจ้าเอลฟ์น้อย’ เขาก็อดรู้สึกหนังตากระตุกไม่ได้ เขากระแทกหนังสือปิด ข่มกลั้นความรู้สึกอยากเขวี้ยงมันทิ้ง

ความสามารถของเขามันก็ควรเห็นดีเห็นงามกับเขาสิ…

กับผีน่ะสิ! นี่มันไม่ได้ยอมตามเขาเลยสักนิด

ถังโม่กัดฟัน เดินเข้าไปในบ้านหลังใกล้ๆ รอให้กลางคืนผ่านพ้นไป

จากวันที่หอคอยประกาศว่าเหลืออีก10วันให้เตรียมตัวโจมตีหอคอย ถังโม่ก็เริ่มซุ่มโจมตีอยู่แถวถนนหนานจิง

จากความสามารถหกอันของเขามีแค่การพ่นไฟกับลมเท่านั้นที่ใช้โจมตีได้ เขายังต้องการความสามารถอีกมาก

ความสามารถของคนอื่นอาจจะดูไม่มีประโยชน์ แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีข้อจำกัดในการใช้งานอะไร ความสามารถของถังโม่ใช้ได้แค่วันละครั้ง ถ้าต้องสู้กับคู่ต่สู้ที่แข็งแกร่งเป็นเวลานานๆ ก็แทบไร้ประโยชน์ ยิ่งตอนนี้เขากำลังจะเริ่มเกมโจมตีหอคอยด้วยแล้ว

ตลอดสี่วันที่ผ่านมาถังโม่ใช้ความสามารถของเฉียวเฟยเฟยเพื่อมองหาผู้ลักลอบตามท้องถนน

ผู้เล่นส่วนใหญ่ที่ปลุกความสามารถของตนแล้วคือผู้เล่นอย่างเป็นทางการกับผู้ลักลอบ ดูภายนอกแล้งพวกเขาแทบจะไม่ต่างอะไรกันเลย ถังโม่เจอคนที่มีพลังพิเศษต่างๆ กันมากมาย นอกจากแจ็คที่องค์กรแอทแทคที่ ‘ดูแข็งแกร่งมากพอจะมีพลัง’ แล้ว ช่องว่างระหว่างผู้เล่นอย่างเป็นทางการกับผู้เล่นสำรองก็น้อยมากๆ

การมองหาผู้ลักลอบเลยง่ายกว่ามาก

ผู้ลักลอบเป็นฆาตกรตั้งแต่ก่อนที่เกมจะเริ่มอย่างเป็นทางการ

ฆาตกรบางคนซ่อนเร้นตัวตนเอาไว้ และดูไม่ต่างอะไรจากคนปกติ แต่ฆาตกรบางคนก็หน้าตาโหดเหี้ยม เหมือนมีวิญญาณร้ายลอยอยู่ตรงหน้าผาก ความสามารถของถังโม่ใช้ได้แค่วันละครั้งเขาเลยจะใช้มันอย่างเสียเปล่าไม่ได้ เขาจะเลือกใช้มันเช็คคนที่มั่นใจเกิน90%ว่าเป็นผู้ลักลอบเท่านั้น

ผู้ลักลอบมีความสามารถที่ต่างกันไปถังโม่เลยไม่กล้าประมาท เขาจะเฝ้าสังเกตการณ์คนเหล่านั้นก่อนจะโจมตีจากข้างหลัง สุดท้ายเขาก็จะกินแล้วไม่จ่ายเงิน คัดลอกพลังของอีกฝ่ายมา

ถังโม่ทิ้งตัวลงบนเตียงของบ้านหลังนั้น แล้วคิดถึงสถานที่ที่จะไปหาผู้ลักลอบในวันพรุ่งนี้

ถังโม่เลือกถนนหนานจิงเพราะมีร้านค้าที่ผู้เล่นมากมายเข้าออกตลอดทั้งวัน เลยง่ายกับการหาผู้ลักลอบ โชคร้ายที่การลอบโจมตีคนอื่นตลอดสี่วันนี้ทำให้ชื่อเสียงของ ‘ผู้ชายที่มีไม้ขีดไฟ’ ขจรไปไกล ทำให้คนที่มาหาทรัพยากรแถวถนนหนานจิงลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ถังโม่ลูบคางครุ่นคิน

“มีซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ไม่ไกล ลองไปซุ่มอยู่แถวนั้นแล้วกัน”

กลางดึกที่ไม่ใช่เวลาเล่นเกมแบบนี้ ทั้งจีนเงียบสนิท

เช้าวันถัดมาถีงโม่รีบย้ายตัวเองจากถนนหนานจิงไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆ

สามวันถัดมา ที่ห้างสรรพสินค้าในผู่ตง

ชายชาวต่างชาติท่าทางแข็งแรงก้าวออกมาจากโรงจอดรถ สีหน้าเขาดุดันและทุกย่างก้าวก็ทำให้พื้นสั่น ผู้เล่นคนอื่นจงใจหลบเลี่ยงเขาตอนที่เขาเดินไปมา ชายผมบลอนด์ท่าทางแข็งแรงขยี้หัวตัวเองแล้วเดินไปทางทิศตะวันออก

พอออกมาจากห้างแล้ว ถังโม่ที่นั่งรอมาชั่วโมงหนึ่งได้ก็เปิดตา

เขารอให้แจ็คเดินพ้นไปสามนาทีถึงได้เดินตามไปเงียบๆ

แอบตามอยู่20นาทีถังโม่ก็เห็นแจ็คเดินเข้าไปในโรงงาน เขาผ่านอาคารเก่าของโรงงานเข้าไปในรั้วเหล็ก แต่ตอนที่กำล้งจะพ้นโรงงานเขาก็หยุดยืนที่ฝาท่อหน้าประตู แจ็คเหยียบมันแล้วร่างทั้งร่างเขาก็หายไป

ถีงโม่เดินตามไปดูฝาท่อขึ้นสนิมนั้น ไม่ลังเลที่จะเหยียบตามลงไป

เสียงเด็กดังขึ้นในหัวเขาทันที

“ดิ๊งด่อง! เกมส่วนตัวแบบซิงเกิ้ลเพลเยอร์ ‘คิลบิล’ ถูกทริกเกอร์แล้ว เวลา11นาฬิกา26นาที วันที่30 พฤศจิกายน 2017 ผู้เล่น ถังโม่ เข้าสู่เกมโดยสวัสดิภาพ”

“กำลังโหลดแซนด์บ็อกซ์…”

“โหลดข้อมูลสำเร็จ…”

ถังโม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังร่วงหล่น การร่วงนั้นเกิดขึ้นกะทันหันจนถังโม่ตอบสนองไม่ทันไปแวบหนึ่ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้สติแตกแบบคราวก่อนที่เจอคุณลุงตุ่น ถังโม่กางแขน วางมือทั้งสองข้างลงบนท่อเพื่อทรงตัว

พอหล่นมาสักพักถังโม่ก็ถึงพื้น

เขาถูกล้อมด้วยความมืด ถังโม่หยิบไฟฉายออกมาจากกระเป๋าแล้วฉายไปรอบตัว ถ้ำนี้เหมือนถ้ำของคุณลุงตุ่นเปี๊ยบ ดินนั้นชื้นและแฉะกว่าถ้ำของเจ้าตุ่น รอยเท้าของถังโม่ถูกทิ้งเป็นรอยที่มองเห็นชัดทุกย่างก้าว ถ้ำนี้ไม่ใช้ถ้ำปิด ที่ด้านหนึ่งของถ้ำมีอุโมงค์มืดๆ ที่ทอดยาวไปไกลจนไฟฉายส่องไม่ถึง

ถังโม่เงี่ยหูฟังเสียงรอบตัว ขณะเดียวกันก็เดินสำรวจรอบถ้ำนั้น แล้วกลับไปที่ทางเดิน

ทางเดินที่เป็นท่อยาวสูงสัก180เซนติเมตร ถังโม่ต้องก้มตัวลงนิดๆ เพื่อจะเดินผ่านโดยที่ไม่มีดินเปียกๆ โดนผม พอมั่นใจแล้วว่าไม่มีอะไรอยู่ถ้ำนั้น เขาก็คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจเข้าไปตามทางเดิน

ยิ่งเขาเดินไปไกลเท่าไหร่ดินรอบตัวก็ยิ่งชื้นขึ้น ถังโม่รวบรวมสติ ฟังทุกการเคลื่อนไหวรอบตัว

จู่ๆ เสียงวิ่งรีบๆ ก็ดังขึ้นจากส่วนลึกของอุโมงค์ ถังโม่หรี่ตา เขากดปิดไฟฉายแล้วแนบตัวกับผนังทางเดิน

ดินมันเปียกเฉอะแฉะ รองเท้าของถังโม่เปื้อนโคลนไปหมด แต่ก็เพราะความเปียกทำให้เขาจับมันได้ง่าย เขาไม่ได้สนว่าตัวเองจะเลอะแค่ไหนตอนที่ฝังตัวเองลงไปในกำแพง โคลนอาบทั้งร่างจนถังโม่กลายเป็นส่วนหนึ่งของกำแพง

เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา ถังโม่กลั้นหายใจ พยายามลบตัวตนออกไปให้หมด

เขาไม่เห็นสิ่งที่วิ่งมา แต่เขาจะไม่เผชิญหน้ากับมันตรงๆ แน่

น่าเสียดายที่แม้ถังโม่จะปิดไฟฉายแถมยังฝังร่างตัวเองในโคลน ฝีเท้าที่ทำท่าจะวิ่งเลยไปก็ยังหันกลับมาหาเขาถูกอยู่ดี

ถังโม่ตัวเกร็งตอนที่เสียงฝีเท้านั้นหยุดตรงหน้า เขาเม้มปากมือขวาเตรียมจะหยิบไม้ขีดไฟมาโจมตีแล้ว

เสียงเซอร์ไพรส์ดังขึ้นแทน “พระเจ้าช่วย นายคือเพื่อนร่วมงานคนใหม่ที่ถูกส่งมาทำงานนี้ใช่ไหม?”

แสงจางๆ ส่องหน้าถังโม่

เป็นชายหนุ่มชาวต่างชาติที่มีผมสีแดง เขาใส่ชุดยูนิฟอร์มสีแดงขาว (แบบเดียวกับที่คุณลุงแมคโดนัลด์สวมเลย ต่างกันแค่อันนั้นเป็นลายทางแนวตั้ง ส่วนตัวนี้เป็นลายทางแนวนอน) ตะเกียงน้ำมันก๊าดโบราณอยู่ในมืออีกฝ่าย ตลอดทางที่เขาวิ่งมามันไม่มีแสงจากตะเกียงนี่แน่ๆ แต่จู่ๆ เขาก็ดึงมันออกมาจากอากาศแล้วชูให้ถังโม่ดู

พอได้ยินที่เขาพูด ถังโม่ก็เลิกพยายามดึงไม้ขีดไฟออกจากข้อมือ เขาคิดอยู่พักหนึ่งแล้วค่อยพยักหน้า

“พระเจ้า นายรู้ไหมว่าบิลเป็นบ้าไปแล้ว! เห็นแผลบนตัวฉันไป? เพราะบิลนั่นแหล่ะ”

“คุณ…”

ถังโม่ยังไม่ได้พูดอะไรต่อตอนที่เสียงกรีดแหลมประหลาดดังมาจากส่วนลึกของทางเดินนี้ เสียงนั้นคล้ายงูแต่ก็ต่างออกไป เหมือนมีเสียงอะไรสักอย่างกระแทกกับผนังถ้ำ

ตึง ตึง!

อุโมงค์ที่ถูกอะไรบางอย่างกระแทกสั่นเหมือนเกิดแผ่นดินไหว ร่างของถังโม่กับชายหัวแดงโยกไหว จนต้องพยุงกำแพงเพื่อจะลุกกลับขึ้นมา

ชายหัวแดงมีสีหน้าสยดสยอง “นั่นมันเสียงสัตว์ประหลาดนั่นนี่! บ้าแล้ว มันบ้าไปแล้ว!” ชายผู้หวาดกลัวก้าวถอยหลังสามก้าว แทบจะนั่งลงไปบนพื้นโคลนตรงๆ ตอนนั้นเขาก็รีบยัดตะเกียงน้ำมันก๊าดใส่มือถังโม่ “เพื่อน ตอนนี้ถึงตานายทำงานแล้ว นายอยู่ที่นี่นะ ฉันจะออกไปตามหาอื่นอื่น” ชายหัวแดงพูดทิ้งไว้แล้ววิ่งจากไป

“ไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นซะ อย่าให้สัตว์ประหลาดนั่นหลุดไปได้ล่ะ! ฉันจะกลับมา เดี๋ยวฉันกลับมา!”

เขาพูดแบบนั้นนะ แต่ร่างที่แสนซื่อสัตย์วิ่งนำไปไกลแล้ว

ถังโม่ถือตะเกียงน้ำมันก๊าดไว้ในมือ ระงับความอยากจะโกนไล่หลังอีกฝ่าย

เสียงเด็กแหลมสูงดังขึ้นในหัว

“ดิ๊งด่อง! ภารกิจหลักถูกทริกเกอร์แล้ว ฆ่าบิลใน20นาที!”

จบบทที่ ตอนที่ 25 ความสามารถของฉันก็ต้องยอมตามฉันสิ...

คัดลอกลิงก์แล้ว