เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24 หมวกแดงไม่จำเป็นต้องเป็นหนูน้อย อาจจะหมายถึงมาริโอก็ได้

ตอนที่ 24 หมวกแดงไม่จำเป็นต้องเป็นหนูน้อย อาจจะหมายถึงมาริโอก็ได้

ตอนที่ 24 หมวกแดงไม่จำเป็นต้องเป็นหนูน้อย อาจจะหมายถึงมาริโอก็ได้


ท่าทางอีกฝ่ายจริงใจมาก เขาไม่ได้เข้ามาใกล้อีก ยืนรักษาระยะปลอดภัยอยู่ที่ 2 เมตรอย่างนั้น เหมือนเขากลัวถังโม่จะเข้าใจผิดเลยรีบเสริม “ผมหมายถึง สี่คนนั้นดูเหมือนจะฆ่ากันเอง แถมแถวนี้ก็มีเกมส่วนตัวรูปแบบที่สองอยู่ใกล้ๆ แล้วคุณก็ยืนอยู่ที่ทางเข้าเลย ผมก็เลยอยากจะถามให้แน่ว่าพวกคุณเพิ่งออกมาจากเกมส่วนลำดับที่สองใช่ไหม?” ดูเหมือนเขาจะกังวลว่าคนสามคนตรงหน้าเขาเป็นมนุษย์ หรือเป็นสัตว์ประหลาดของหอคอย

ชายร่างท้วมที่นอนหมอบอยู่บนพื้นไม่กล้าพูดอะไร

ชายชราพยักหน้า “ใช่ เราเพิ่งออกมาจากเกมจริงๆ แต่ไม่เข้าใจว่าเกมส่วนตัวลำดับที่สองของคุณหมายถึงอะไร”

“ถ้าอย่างนั้นศพทั้งสี่นั่นก็คือคนที่ตายในเกมที่คุณ…ออกมา?” เขาชี้ไปที่ร่างบนพื้น

ชายชราพยักหน้ายืนยัน “ใช่ มีแค่เราสามคนที่รอดออกมา”

อีกฝ่ายเบิกตากว้าง หยิบนกหวีดสีเงินขึ้นมาเป่า นาทีถัดมาก็มีชายหญิงคู่หนึ่งเดินมาจากที่ไกลๆ พอพวกเขาเห็นศพที่อยู่บนพื้นแล้วก็ทำสีหน้าเหมือนเพื่อนตัวเองไม่มีผิด ก่อนที่เขาจะเห็นพวกถังโม่ถัดมาจากศพพวกนั้น

ฝ่ายหญิงตกตะลึง “หรือว่านั่น…”

“ใช่ พวกเขาเพิ่งออกมาจากเกมส่วนตัวลำดับที่สอง พวกเขาเคลียร์มันแล้ว”

ทั้งสามมองชายร่างท้วม ชายชราแล้วก็ถังโม่

ชายหนุ่มที่ถือนกหวีดก้าวมาข้างหน้า ถังโม่จ้องเขา มือกดที่รอยสักรูปไม้ขีดไฟเงียบๆ “ผมชื่อเนี่ยเฟย ทางนี้คือเพื่อนร่วมทีมของผม ถังเฉียวกับเยว่หยวนจื๋อ เราสามคนได้ยินว่ามีศพโผล่ออกมาแถวนี้เลยมาดูว่ามันเกี่ยวข้องกับทางเข้าเกมส่วนตัวแบบที่ส่วนตัวลำดับที่สองหรือเปล่า”

“เกมส่วนตัวลำดับที่สองนั่นหมายถึงอะไร?” ชายร่างท้วมอดถามไม่ได้

“นั่นคือโค้ดที่เราใช้เรียกเกมที่พวกคุณเพิ่งเล่นไป เราสามคนมาจากองค์กรเล็กๆ เรามีกันอยู่17คน แล้วก็รวบรวมแค่คนที่มีความสามารถในระดับหนึ่งเท่านั้น หลังจากหอคอยดำประกาศเริ่มเกมอย่างเป็นทางการ พวกเราเจอเกมส่วนตัวเจ็ดอัน อันที่พวกคุณเพิ่งเจอคืออันที่2”

ฝ่ายหญิงพยักหน้า “เกมของหอคอยดำเริ่มมาสี่วันแล้ว พวกคุณน่าจะรู้แล้วว่ามันไม่ได้มีแค่เกมโจมตีหอคอย มีเกมส่วนตัวที่คล้ายๆ เกมนี้อีกหลายอัน วิธีทริกเกอร์ของแต่ละเกมก็ต่างไป ตัวอย่างเช่นทางเข้าที่เจ็ดของเกมนี้คือร้านเล็กๆ ที่ฝั่งนั้นของถนน หยิบของอะไรก็ตามในร้านค้าจะเป็นการทริกเกอร์เกมส่วนตัวนี้”

ถังโม่เริ่มคิด

เขาไม่ได้สนใจตัวตนของสามคนนี้หรือคิดว่าอีกฝ่ายโกหกอะไร พวกเขาไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องปั้นเรื่อง สร้างองค์กรที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมาเลย พวกเขาเพิ่งพบกัน โดยที่ถังโม่ยังไม่ได้เปิดเผยอะไรมาก แต่อีกฝ่ายเลือกจะพูดเกี่ยวกับอะไรหลายๆ อย่างที่ถังโม่ไม่เคยได้ยิน

ในโลกทุกวันนี้ ข้อมูลมีค่ามากกว่าเงินตราใดๆ

ถ้าคิดว่าเกมส่วนตัวลำดับที่สองคือ ‘เกมโมโนโพลีของมาริโอ’ ก็ไม่น่าแปลกที่ทางเข้าเกมจะเป็นร้านค้าเล็กๆ เพราะถังโม่เองก็เข้าเกมไปเพราะแตะแปลงดอกไม้ข้างถนนเหมือนกัน

ถังโม่ยืนอยู่ข้างหลังชายชรากับชายร่างท้วม ห่างจากสามคนนั้นไปสักสามเมตรได้

ชายชราถาม “ทำไมถึงบอกเรื่องนี้กับเรา?”

ทั้งสามคนมองหน้ากันเอง “เราอยากขอให้คุณตามเรากลับฐานของเราแล้วบอกรายละเอียดของเกมส่วนตัวลำดับที่สองนั่น ลักษณะหนึ่งของเกมส่วนตัวลำดับที่สองคือจะมีศพอยู่โดยรอย จำนวนศพจะอยู่ที่ประมาณห้าถึงเจ็ดคน มีร่องรอยชัดเจนว่าทุกคนฆ่ากันเอง พอพบเกมส่วนตัวนี้ เราก็เจอผู้เสียชีวิตมาแล้ว391คน ไม่มีผู้รอดชีวิต พวกคุณเป็นผู้เล่นกลุ่มแรกที่เอาชนะมันได้”

ชายชราขมวดคิ้ว “บอกพวกคุณไปแล้วเราจะได้อะไร?”

ชายชราถามคำถามที่ถังโม่กำลังสงสัยอยู่พอดี ถังโม่ไม่ได้สนใจจะเข้าร่วมองค์กรอะไรทั้งนั้น ในโลกแบบนี้ เข้าร่วมทีมเล็กๆ ที่เข้าใจกันและกันจะช่วยให้อัตราการรอดชีวิตพุ่งขึ้นสูง แต่กลุ่มที่มีคน17คนนั้นมากเกินไป กลุ่มใหญ่ขนาดนั้นจะทำให้ตกเป็นเป้ามากกว่า

เนี่ยเฟยตอบ “จากการที่คุณเอาชนะเกมนี้ได้ นั่นหมายความว่าพวกคุณต้องมีแข็งแกร่งไม่น้อย ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พวกเราจะเชิญพวกคุณเข้าร่วมองค์กร”

ที่แท้ก็เพื่อแบบนี้

ถังโม่โยนแจ็คเก็ตของชายร่างท้วมใส่ถังขยะข้างถนน แล้วเดินจากไป

เนี่ยเฟยมองถังโม่แต่ไม่ได้พยายามจะหยุดเขา จะคนไหนในสามคนก็เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นในเกมนั้นอยู่แล้ว ขอแค่มีใครสักคนที่ไป พวกเขาก็จะได้รู้เรื่องอยู่ดี ต่อให้มีคนกลับไปที่ฐานแค่สองคนก็ตาม

ชายชรากล่าว “ฉันไม่ใช่คนที่แข็งแรงอะไร ขอผ่านแล้วกัน” ขอเสนอนี้ไม่ได้น่าดึงดูดขนาดนั้น

เนี่ยเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ไม่สำคัญว่าคุณจะเข้าร่วมองค์กรของเราไหมเพราะเราเองก็มีเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูง ไม่ใช่ว่าใครก็จะเข้าร่วมได้ แต่เราสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้นะ แค่บอกเรื่องของเกมนี้ให้เรา แล้วเราจะให้ข้อมูลที่มูลค่าเท่าเทียมกันเป็นการตอบแทน”

ถังโม่ชะงักเท้า เขาค่อยๆหันหลังแล้วเดินกลับมา ยืนอยู่ข้างๆ ชายร่างท้วม

ชายร่างท้วมตื่นตระหนก “จะไปแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงกลับมา?”

ถังโม่ต้องเขาแล้วถามกลับ "ผมเดินไม่ได้?”

“โอเค…” ชายร่างท้วมโกรธ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร

กลุ่มของเนี่ยเฟยเห็นดังนั้นก็เข้าใจทันที พวกเขามองถังโม่และรับรู้ว่าผู้ชายคนนี้คือกระดูกสันหลังของทีมที่เคลียร์เกมนี้มาได้

ฐานขององค์กรอยู่ที่ผู่ตง พวกเขาเดินเท้าครึ่งชั่วโมงก็เริ่มเห็นห้างห้างหนึ่ง ขาของชายร่างท้วมบาดเจ็บเพราะถังโม่ เขาเดินรั้งท้ายกลุ่ม ระหว่างทางกลับชายชราคิดว่าสามคนนั้นจะแนะนำองค์กรของตัวเอง แต่พวกเขากลับไม่พูดอะไรเลย

ห้างนั้นตั้งอยู่ที่ใจกลางย่านพักอาศัยถูกแบ่งเป็นห้าอาคาร กินบริเวณค่อนข้างกว้าง ส่วนห้างสรรพสินค้าที่ถูกล้อมด้วยอาคารมากมายมีคนหลายคนเดินเข้าๆ ออกๆ พอพวกเขาเห็นคนมาใหม่ก็เริ่มระแวง และเบิกตากว้างเมื่อเห็นกลุ่มของเนี่ยเฟย

ห้างสรรสินค้าขนาดใหญ่มีซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านเสื้อผ้า แล้วก็ร้านข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน ตั้งแต่โลกออนไลน์ การผลิตสินค้าของมนุษย์ก็หยุดชะงัก ถ้าอยากจะมีชีวิตอยู่พวกเขาก็ต้องตามหาที่ที่เหมาะสม ห้างสรรสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นที่ที่เหมาะที่จะใช้ชีวิตอยู่ ถ้าไปตามสถานที่เหล่านี้ก็จะพบผู้เล่นมากมายรวมตัวกันอยู่

องค์กรณ์นี้มีฐานที่มั่นอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของชั้นห้า ผู้เล่นบางตากว่าส่วนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ตอนพวกเขาเดินผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตก็เห็นชายชาวต่างชาติคนหนึ่งเดินเข้ามาถามด้วยภาษาจีนสำเนียงประหลาด “เนี่ยเฟย นี่ใครน่ะ? ทำไมพาพวกเขามาด้วย?”

เนี่ยเฟยตอบกลับไป “แจ็ค พวกนี้คือคนที่เคลียร์เกมส่วนตัวลำดับที่สองได้”

ชายชาวต่างชาติตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขาเบิกตามองกลุ่มของถังโม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ตอนที่เขามองถังโม่ ถังโม่เองก็มองเขากลับ

ชายชาวต่างชาติคนนี้สูงเกือบสองเมตร ดูแข็งแรงมากๆ แขนเขาหนาแทบจะเท่าเอวของผู้หญิงปกติได้

บางคนมีพลังที่ซ่อนอยู่ลึกและยากที่จะตรวจจับ ตัวอย่างก็เช่นถังโม่ ถ้าเขาไม่หยิบไม้ขีดไฟขึ้นมาก็จะไม่มีใครรู้ว่าเขามีความสามารถและไม่รู้สึกว่าเขาอันตราย แต่คู่ต่อสู้บางคนก็เปิดเผยตัวตนออกมาอย่างเช่นชายหุ่นล่ำคนนี้ ถังโม่ไม่สงสัยเลยว่าอีกฝ่ายจะมีพลังมาพอจะยกเขาแล้วทุ่มให้กระเด็นไปเป็นสิบๆ เมตรได้

ชายชาวต่างชาติชื่อแจ็คเข้ามาร่วมกลุ่มด้วย พวกเขาเดินลงบันไดไปที่ชั้นลานจอดรถใต้ดิน เขาพูดว่า “เนี่ยเฟย อย่าลืมบอกฉันล่ะว่าพวกเขารอดมาจากเกมส่วนตัวลำดับที่สองได้ยังไง ฉันผ่านเกมS3ยังไม่ได้เลย บ้าไปแล้วที่จะมีมนุษย์เอาชนะไอ้เกมนั้นได้น่ะ”

เนี่ยเฟยพยักหน้า “เดี๋ยวจะมาบอกนายหลังจากไปคุยกับด็อกเตอร์หลัวนะ”

“ดี อย่าลืมเด็ดขาดเลยนะ เผื่อฉันจะได้แรงบันดาลใจหาวิธีเคลียร์ S3ได้”

ชายคนนั้นมาส่งพวกเขาที่ชั้นใต้ดินแล้วก็กลับไป ถังฉีกับเยว่หยวนจื๋อขอแยกตัวไปก่อน เนี่ยเฟยกับกลุ่มของถังโม่ลงไปที่ชั้นใต้ดินชั้นที่สอง เปิดประตูห้องหนึ่งเข้าไป

“ด็อกเตอร์หลัว ผมพาคนที่เคลียร์เกมส่วนตัวลำดับที่สองมา บางทีคุณน่าจะได้ข้อมูลของหอคอยดำเพิ่มนะ”

ใต้แสงสว่างนั้น ชายหนุ่มที่สวมเสื้อแลปถอดแว่นตาออกแล้วส่งยิ้มให้ถังโม่

ถังโม่ประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่งถึงได้พยักหน้ารับ “หลัวเฟิงเฉิง”

เนี่ยเฟยประหลาดใจกว่า “คุณรู้จักด็อกเตอร์หลังเหรอ?”

หลัวเฟิงเฉิงลุกจากเก้าอี้เดินมาหาถังโม่ เชาหันไปมองเพื่อนร่วมทีมของตัวเอง “แสดงว่ายังไม่ได้ถามชื่อเขาใช่ไหมล่ะ เนี่ยเฟย นี่คือถังโม่ เขาคือผู้เล่นอย่างเป็นทางการที่รอดจากชั้นหนึ่งของหอคอยมาพร้อมกับผม”

เนี่ยเฟยเข้าใจทันที “คุณคือถังโม่นี่เอง!”

ถังโม่ไม่ได้ตอบอะไร

หลัวเฟิงเฉิงยื่นมือมาให้ถังโม่จับไว้ เขายิ้มสดใสเหมือนเจอเพื่อนเก่า ถังโม่เลิกคิ้ว รอว่าเขาจะพูดอะไรต่อ

“ไม่ต้องสงสัยเลย คุณคือคนที่เคลียร์เกมส่วนตัวลำดับที่สองจริงๆ” หลัวเฟิงเฉิงปล่อยมือถังโม่แล้วสรุป “ถ้าเป็นคุณก็คงเป็นไปได้อยู่แล้วที่จะผ่านเกมที่ยากระดับนั้นได้ เอาล่ะ เนี่ยเฟย พาแขกของเราสองคนนั้นออกไปก่อนที ผู้ชายคนนั้นเหมือนจะยังบาดเจ็บจากเกมมา พาเขาไปร้านขายยาที่ชั้นสอง หาอะไรสักอย่างมาจัดการแผลเขาที”

เนี่ยเฟยพยักหน้า

ชายร่างท้วมมองสลับไปมาระหว่างถังโม่กับหลัวเฟิงเฉิง สุดท้ายก็กัดฟัน แล้วเดินลากขาข้างที่ถูกถังโม่หักตามเนี่ยเฟยไป

เหลือแค่ถังโม่กับหลัวเฟิงเฉิงในห้อง

“ไม่ต้องมองผมแบบนั้นหรอก” หลังเฟิงเฉิงกลับไปที่นั่งเก้าอี้ แล้วผายมือให้ถังโม่นั่ง “เราอาจจะไม่ได้นับเป็นเพื่อนกัน แต่ก็เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมกันนะ” หลัวเฟิงเฉิงเสริม “ผมไม่หลอกอะไรคุณแน่ ไม่ต้องห่วง”

ถังโม่ดึงเก้าอี้มานั่ง วางกระเป๋าไว้ที่พื้นแล้วมองหลัวเฟิงเฉิง “ผมคิดว่าจะมีแค่คนที่มีพลังที่จะเข้าร่วมองค์กรได้ พวกนั้นก็เป็นนักวิจัยเหมือนกันเหรอ?”

หลัวเฟิงเฉิงถามกลับ “หมายถึงเนี่ยเฟยกับถังเฉียวเหรอ? ไม่ใช่หรอก ที่จริงตั้งแต่เกมเริ่มคือนักวิจัยคนสุดท้ายที่รอดมาได้ พวกหัวหน้าส่วนใหญ่ก็หายไปเกือบหมดแล้ว เนี่ยเฟยยังเป็นนักศึกษาฝึกงานอยู่ ส่วนถังเฉียวเรียนเต้นด้วยซ้ำ ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องมีความสามารถอะไรหรอก ขอแค่แข็งแกร่งพอและสมาชิกคนอื่นๆ ยอมรับก็เข้าร่วมได้ทั้งนั้น ว่าแต่คุณรู้วืธีล็อคอินเข้าหอคอยหรือยังล่ะ?”

ถังโม่ไม่คิดจะปิด “ในสามวันแห่งการกำจัด ผู้เล่นอย่างเป็นทางการเข้าร่วมเกมของหอคอยแล้วชนะมาได้ ผู้ลักลอบต้องฆ่าใครสักคนหนึ่งในสามวันนั้น ส่วนผู้เล่นสำรอง พวกเขาต้องชนะเกมรูปแบบอื่นๆ”

“เกือบถูก” หลัวเฟิงเฉิงเทน้ำแก้วหนึ่งให้ถังโม่ “เราเรียกสามวันนั้นว่าช่วง ‘คัดเลือกผู้ท้าชิง’ ผู้เล่นสำรองจะต้องกำจัดผู้เล่นสักคนโดยไม่จำกัดรูปแบบเกม ทางแรกคือขอแค่คู่ต่อสู้สักคนพูดว่าตัวเองถูกกำจัดแล้ว”

ถังโม่สูดลมหายใจลึก รู้แล้วว่าหลัวเฟิงเฉิงกำลังจะพูดอะไรต่อ

หลัวเฟิงเฉิงยิ้ม “ทางที่สองคือเล่นเกมสำรองที่หอคอยรับรอง หรือไม่ก็แสดงพฤติกรรมพิเศษที่หอคอยดำยอมรับ จากนั้นพวกเขาก็จะกลายเป็นผู้เล่นสำรอง มีผู้เล่นอย่างเป็นทางการ52คน กับผู้เล่นสำรองอีก823คนอยู่ที่ห้างนี้ ง่ายต่อการเก็บข้อมูลของผมมากเลยล่ะ”

“ถ้าผมเข้าร่วมกับคุณผม ก็จะได้ข้อมูลนั้น?”

หลังเฟิงเฉิงพยักหน้า “ใช่”

ทั้งสองมองหน้ากันโดยไม่ได้พูดอะไร

ผ่านไปสักพักถังโม่ก็เปิดปาก “มาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเถอะ บอกผมหน่อยว่าเกมส่วนตัวคืออะไร ทั้งลำดับที่สองและS3 แล้วจากนั้นผมก็จะบอกคุณว่าเกมส่วนตัวลำดับที่สองนั้นเป็นยังไงกันแน่”

“ดีล”

หลัวเฟิงเฉิงยอมเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้เล่นสำรองก่อน ถึงจะมีส่วนที่ถังโม่รู้อยู่แล้ว แต่การที่อีกฝ่ายเลือกแสดงความจริงใจออกมาก่อนก็ทำให้ถังโม่ไม่ได้ขี้เหนียวอะไรนัก “เกมส่วนตัวลำดับที่สองคือเกมที่มีชื่อว่าเกมโมโนโพลีของมาริโอ Bossของเกมคือมาริโอ เขาแข็งแกร่งกว่าเจ้าตุ่นที่เราเจอในถ้ำใต้ดิน”

หลัวเฟิงเฉิงตั้งใจฟัง

“เกมมีทั้งหมด150ช่อง แบ่งเป็นช่องของรางวัล30ช่อง…”

ถังโม่อธิบายเกมโมโนโพลีอย่างง่าย พอพูดถึงเอ็ฟเฟกต์ ‘ใครกันที่แบ่งทุกข์และสุข?’ ที่ถูกทริกเกอร์ในรอบที่ห้าของการทอยเต๋าหลัวเฟิงเฉิงก็ขมวดคิ้ว “ก็เลยมีคนตายเยอะขนาดนั้นสินะ”

ต้องยอมรับว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ที่ตายในเกมโมโนโพลีของมาริโอนั้น ส่วนใหญ่ก็ตายด้วยน้ำมือของผู้เล่นด้วยกันเองทั้งนั้น แต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่ได้มีโอกาสไปถึงตอนจบ และต้องตายเพราะช่องคุกที่ติดกันหกช่องนั้น จากการทอยลูกเต่าปกติ ผู้เล่นอย่างน้อยหกจากแปดคนจะเดินทับช่องเดียวกัน แล้วทริกเกอร์ ‘ใครกันที่แบ่งปันทุกข์และสุข?’ และมีหนึ่งในสองคนนั้นตาย

พอถังโม่พูดถึงวิธีการที่เขาเอาชนะเกมมาได้ หลัวเฟิงเฉิงก็พยักหน้า “คุณโชคดีมากจริงๆ นะเนี่ย”

โอกาสที่ช่องแรกจะเป็นช่องคุกมีไม่น้อย แต่ถังโม่ก็ยังทายถูก แบบนี้ก็นับว่าเป็นโชคดีไม่ใช่เหรอ

ถังโม่พูดเบาๆ “โชคเองก็เป็นความแข็งแกร่งรูปแบบเหมือนกัน”

หลังเฟิงเฉิงมองเขาแวบหนึ่งโดยไม่ได้พูดอะไร

ถังโม่พูดต่อ “ผมเล่าจบแล้ว ต่อไปก็ตาคุณแล้ว”

หลัวเฟิงเฉิงเปิดปาก “องค์กรของเราชื่อว่า Attack พอออกจากหอคอยดำตอนวันที่19 ผมก็บังเอิญได้เข้าร่วมกับพวกเขา ช่วงวันที่15ที่โลกออนไลน์ สมาชิกของแอทแทค 11 คนเล่นเกมของหอคอยและได้รับสถานะผู้เล่นอย่างเป็นทางการมา ตอนนั้นพวกเขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นผู้เล่นอย่างเป็นทางการ อยากจะบอกคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องเกม แต่ก็พบว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะพูดเรื่องนี้ให้คนอื่นฟัง เลยมีบางคนลองโพสท์ข้อความลับในฟอรัมใหญ่ๆ ของเซี่ยงไฮ้เพื่อหาคนที่เป็นแบบเดียวกัน ในสามวันนั้นพวกเขารวมกันได้11คน แล้วพอเกมเริ่มอย่างเป็นทางการ แอทแทคก็ถูกจัดตั้งขึ้น

ถังโม่ทวน “Attack ที่ว่านี่หมายถึงโจมตีหอคอยเหรอ?”

“พอวันที่18 Attackเจอกับเกมส่วนตัวลำดับแรกแล้วตั้งชื่อมันว่า S1 ตอนนี้เราเจอเกมส่วนตัวแบบSทั้งหมดหกอัน กับรูปแบบอื่นอีกสามอัน เกมโมโนโพลีของมาริโอที่คุณเพิ่งเล่นเป็นเกมส่วนตัวรูปแบบอื่นลำดับที่สอง”

“ความแตกต่างระหว่างรูปแบบ S กับแบบอื่นๆคืออะไรน่ะ?”

“S คือsafe เกมส่วนตัวแบบSทั้งหกอันที่เราเจอนั้นปลอดภัยสำหรับผู้เล่นปกติ ต่อให้เอาชนะไม่ได้ก็มีทางที่จะออกจากเกมนั้นอย่างปลอดภัย” หลัวเฟิงเฉิงเปิดลิ้นชัก ดึงเอกสารออกมายื่นให้ถังโม่ “ส่วนรูปแบบอื่นๆ นั้นถูกเรียงลำดับหนึ่งถึงสามตามความยาก จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการพบผู้รอดชีวิตจากเกมรูปแบบอื่นๆ ลำดับที่หนึ่งเลย อาใช่ เกมส่วนตัวลำดับที่สองเปิดไปแล้ว ทันทีที่มีคนผ่านมันก็จะถูกปิดทันที”

ถังโม่รับเอกสารไปเปิดดูหน้าแรก

[ประเภทเกมส่วนตัว : อื่นๆ]

[หมายเลข: 1 ]

[จำนวนผู้เสียชีวิตที่พบ: 623]

[จำนวนทางเข้าที่พบ: 42]

[ลักษณะ : พบการเสียชีวิตเนื่องจากการถูกอสูรกินที่ช่วงอก และพบว่าหัวใจหายไป พบร่างผู้เสียชีวิตประมาณ6-10ร่างที่รอบทางเข้า]

[ข้อสรุป: จำนวนผู้เล่นในแต่ละรอบอยู่ที่ประมาณ10คน ไม่มีข้อมูลชัดเจนอื่นๆ อันตรายมาก ห้ามเข้าไปเด็ดขาด]

เปิดไปที่หน้าสอง

[ประเภทเกมส่วนตัว: อื่นๆ]

[หมายเลข : 2]

[จำนวนผู้เสีชีวิตที่พบ: 391]

[จำนวนทางเข้าที่พบ: 30]

[ลักษณะ: ศพของผู้เล่นมีลักษณะที่เกิดจากการฆ่ากันเอง พบผู้เสียชีวิต 5-7คนที่รอบทางเข้า]

[ข้อสรุป: จำนวนผู้เล่นน้อยกว่า10คน น่าจะเป็นการเอาชนะกันเอง อันตรายมาก ห้ามเข้าไป]

หน้าที่สาม:

[ประเภทเกมส่วนตัว:อื่นๆ]

[หมายเลข: 3]

[จำนวนผู้เสียชีสิตที่พบ: 156]

[จำนสนทางเข้าที่พบ : 19]

[ลักษณะ: ขาดอากาศหายใจจนถึงแก่ชีวิต พบผู้เสียชีสิต3-5คนรอบทางเข้า]

[ข้อสรุป: น่าจะเป็นเกมส่วนตัวแบบที่ให้เอาชีวิตรอดภายใต้สภาวะสุดโต่ง อันตราย ห้ามเข้าร่วม]

หลังจากหน้าที่สามเป็นต้นไปเป็นแผนที่เขตผู่ตงและมีพื้นที่ที่ถูกวงด้วยปากกาดำ ถังโม่จ้องมัน จำทางเข้าเหล่านั้น แล้วปิดแฟ้ม

“คุณบอกว่าเกมส่วนตัวลำดับที่สองปิดไปแล้ว ถ้ามันปิดแล้วแบบนี้ข้อมูลที่ผมให้คุณไปก็คงไม่ได้มีค่าเท่าไหร่”

หลัวเฟิงเฉิงเก็บแฟ้มนั้น “ถ้าคุณผ่านดันเจี้ยนลำดับที่สองไปแล้ว ลำดับที่หนึ่งและสามก็คงไม่ได้ยากอะไรแล้ว”

ถังโม่เห็นทางเข้าของเกมส่วนตัวพวกนั้นแล้ว ข้อมูลพวกนั้นมีค่ามากเกินไป

ถังโม่มองเขาอยู่นาน “องค์กรนี้ จัดตั้งขึ้นมาเพื่อโจมตีหอคอยเหรอ?”

“การป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดคือการโจมตี” หลังเฟิงเฉิงยิ้ม “ที่จริงแล้วชื่อเก่าขององค์กรคือ Exist พวกเขาก็แค่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่เมื่อสามวันก่อน ฟู่เหวินตั๋วเปิดหอคอยแล้วผู้เล่นชาวจีนทุกคนก็ถูกดึงเข้าไปโจมตีด้วย สองในสิบเอ็ดคนนั้นตาย ถ้าพวกเขาแข็งแกร่งมากกว่านี้พวกเขาก็คงจะรอดมาได้”

การโจมตีคือการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด

ถังโม่ไม่ได้ปฏิเสธมุมมองนี้

เกมส่วนตัวลำดับที่สองปิดไปแล้วหลังจากถูกเคลียร์ ทุกคนในองค์กรรู้เรื่องนี้ดี แต่สามคนที่นำโดยเนี่ยเฟยก็ยังอยากได้ข้อมูลเกี่ยวเกมนั้นจากถังโม่ ยอมแม้กระทั่งแลกเปลี่ยนข้อมูลของตัวเอง

เรื่องนี้มีสองเหตุผล อย่างแรกคือเพื่อให้ได้เคล็ดลับในการเคลียร์เกม บางทีเกมอื่นๆ อาจจะได้แรงบันดาลใจจากเกมนี้ก็ได้ ข้อสองคือเพื่อใช้ระดับความยากและรายละเอียดของเกมเพื่อกะระดับความยากและแนวทางของลำดับที่หนึ่งและสาม ถ้าต้องเผชิญหน้ากับเกมส่วนตัวที่อันตรายในอยาคต พวกเขาก็จะมีข้อมูลมากพอก่อนตัดสินใจทำอะไร

ถังโม่ได้ทับทิมจากมาริโอกับความสามารถจากชายร่างท้วมคนนั้นมา ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นอีกแล้ว เกมส่วนตัวอื่นๆ เองก็น่าจะมีรางวัลให้เหมือนกัน ถ้าอยากจะเพิ่มความแข็งแกร้ง การเคลียร์เกมส่วนตัวน่าจะเป็นทางที่เร็วที่สุด

การเข้าใจเกมลำดับที่สองหมายถึงการพัฒนาการวางแผนสำหรับเกมส่วนตัวลำดับอื่นๆ

องค์กรAttack ดูจะหัวรุนแรงอยู่สักหน่อย พวกเขาอาจจะได้ข้อมูลมาเพิ่ม แต่ก็ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายเช่นกัน พวกเขาไม่หลีกเลี่ยงความเสี่ยง และมองหาทางที่จะพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองจากเกมอันตรายต่างๆ

ถังโม่เงียบไปครู่หนึ่ง “ผมขอลองไปคิดดูก่อนว่าจะเข้าร่วมไหม”

หลัวเฟิงเฉิงหยักหน้า “ดี”

ถังโม่ออกจากห้องไปเจอร้านค้าที่ไม่มีคนที่ชั้นบนสุดของห้าง เขาล็อคประตูร้าน แล้วกางเสื้อผ้ากับพื้น เตรียมจะนอนพัก

เขานอนหลบอยู่หลังเคาน์เตอร์แคชเชียร์ ตู้ไม้บังทั้งร่างเอาไว้ ถังโม่ตั้งใจฟังทุกการเคลื่อนไหวและเห็นกล้องอยู่ที่มุมร้าน เขาหยิบเหรียญจากแคชเชียร์แล้วสะบัดข้อมือ เหรียญทองปลิวไปพังเลนส์ของกล้องวงจรปิด

ถึงกล้องวงจรปิดจะใช้ไม่ได้แล้วแต่ถังโม่ก็เลือกจะไม่ประมาท

ถังโม่มองไปรอบๆ แล้วยัดมือเข้าไปในกระเป๋า ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็เหมือนกับเขาดึงหนังสือความสามารถออกจากกระเป๋า ไม่ใช่อากาศ พอหนังสือถูกดึงออกมาถังโม่ก็เปิดไปที่หน้าสุดท้าย

[ความสามารถ : กลืนสายลมจากที่ไกลออกไปอย่างเสือ]

[เจ้าของ: หลิวเฟยเฮา (ผู้เล่นอย่างเป็นทางการ)]

[ประเภท: อะตอมมิค]

[ฟังก์ชัน: พายุรุนแรงจะพรั่งพรูออกมา อยู่ได้สามนาที ความแรงลมอยู่ที่ระดับ10]

[ระดับ:เลเวล2]

[ข้อจำกัด: ต้องเริ่มจากการสูดลมหายใจเข้าเท่านั้น เวลาคูลดาวน์อยู่ที่10นาที]

[Note: กลืนสายลมจากที่ไกลออกไปอย่างเสือ? หลิวเฟยเฮา: เหมียว~]

[คู่มือการใช้งานเวอร์ชันถังโม่: สายลมรุนแรงจะอยู่ได้ 1 นาที แรงลมสูงสุดอยู่ที่ระดับ8 และใช้ได้แค่สองครั้งต่อวัน ความสามารถนี้มันเผ็ดร้อนสุดๆ เจ้าของต้องกังวลแล้ว ว่าแต่ คิดว่าถังโม่หน่าตาเหมือน hello kittyไหม?]

ถังโม่ทำหน้าhello kittyใส่หนังสือความสามารถอย่างเย็นชา

เขาทิ้งตัวบนพื้นเย็นๆ เปิดกลับไปที่หน้าแรก แล้วเริ่มอ่านใหม่ตั้งแต่ต้น

เพิ่มเติมจาก ‘กินแล้วไม่จ่าย’ ถังโม่ได้ความสามารถเพิ่มมาอีก6อย่างแล้ว อันแรกเอาไว้ใช้เก็บของ ที่ถังโม่เลือกใช้เก็บไม้ขีดไฟ อันที่สองคือคำสาปของหลี่ปิน ความสามารถนี้ถังโม่ใช้บ่อยกว่าที่คาด ถึงจะไม่ได้เป็นตัวหลักในทุกๆ รอบ แต่ก็ไม่มีปัญหาในการเอามันไปใช้กับคู่ต่อสู้ที่น่าขยะแขยง

ความสามารถที่สามคือการระบุตัวตนของผู้เล่นที่แทบไม่มีโอกาสได้ใช้ จากนั้นก็เป็นความสามารถของเฉินชานชาน ความสามารถนี้ค่อนข้างลึกลับ ถังโม่ไม่เคยรู้สึกว่ามันทำงาน แต่ก็รู้สึกเหมือนจะได้ผลจากมันอยู่ตลอดเวลา

ความสามารถที่ใช้โจมตีของเขาคือ ‘คืนปู่ของฉันมานะ’ กับ ‘กลืนสายลมจากที่ไกลออกไปอย่างเสือ’

ถังโม่เคาะหน้ากระดาษด้วยนิ้วมือ นัยน์ตาเขาล้ำลึกเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ เขายัดหนังสือเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบทับทิมออกมาแทน

ค่ำแล้ว ห้างสรรพสินค้าเงียบสนิท แสงจันทร์จางๆ ฉายผ่ายกระจกบานใหญ่ที่ชั้นบนสุดของห้างให้แสงจางๆ ในร้านค้า

ในความมืดแบบนี้ สีของทับทิมเข้มเหมือนไวน์แดง

ถังโม่บีบทับทิมนั้นด้วยนิ้วมือแล้วค่อยๆ ขยับ พอขยับมัน ส่วนสีแดงข้างในก็คล้อยไหวเหมือนข้างในมีเลือดสีแดงสดบรรจุอยู่ ถังโม่ที่เรียนรู้แล้วจากการสำรวจไข่ไก่งวงแตะทับทิมเม็ดนั้นสามครั้ง

ไม่มีอะไนเกิดขึ้น

ถังโม่ถอนหายใจแล้วบีบมันด้วยมือข้างหนึ่ง

ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เขาถือเม็ดทับทิมไว้ตรงหน้าแล้วตั้งใจสำรวจ แต่พอยกทับทิมเม็ดนั้นขึ้นมาใกล้ผม ก็มีแสงสีดำเข้มฉาย แล้วหมวกเหม็นๆ ก็หล่นลงมาจากท้องฟ้าใส่หน้าถังโม่

ถังโม่ “…”

ถังโม่แทบเป็นลมเพราะกลิ่นนั้น รีบดึงหมวกที่ปิดหน้าเขาออก เขาไม่มีเวลามาสงสัยว่าหมวกนั้นมาจากไหนตอนที่ทับทิมในมือเขาหายไป พอเขาลองดูใกล้ “…”

หมวกแดงนี้ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันดีจากความทรงจำในวัยเด็ก มีตัว M สีขาวอยู่เหนือปีกหมวก ใครๆ ก็เคยเล่นเกมนี้ เกมที่ผู้เล่นที่ใส่หมวกนี้จะกระโดดไปบนบล็อค เตะสัตว์ประหลาด เอาชนะมังกร แล้วก็ช่วยเจ้าหญิง

ถังโม่เจอเจ้าของมันมาเมื่อสองชั่วโมงก่อน ครั้งสุดท้ายที่เจอกันเจ้าของหมวกยังนอนร้องไห้อยู่บนเวที ก่อนจะจากมาเขาได้รับคำอวยพรให้มีชีวิตยืนยาวจากถังโม่ แล้วก็ทำตัวเองหัวกระแทกพื้นเลือดอาบ

ตอนนั้นแสงสีแดงก็สาดขึ้นอีกรอบ หมวกสีแดงกลายเป็นทับทิมเหมือนเดิม แล้วก็มีตัวอักษรเล็กๆ เขียนอยู่บนอัญมณี

[อุปกรณ์: หมวกของมาริโอ]

[เจ้าของ: ถังโม่]

[คุณภาพ: ยอดเยี่ยม]

[เลเวล: 3]

[โจมตี: ไม่มี]

[ฟังก์ชัน: เมื่อใส่หมวกวิเศษนี้ มีโอกาสที่คุณจะสามารถใช้หัวของคุณในการได้ขุมทรัพย์เวทมนตร์มา]

[ข้อจำกัด: ต้องใช้กลางหัวด้านบนเท่านั้นในการทริกเกอร์ขุมทรัพย์ โอกาสทริกเกอร์สำเร็จอยู่ที่10% ใส่หมวกนี้จะทำให้คุณงอกหนวดพิเศษของมาริโอ แมนมากเลยล่ะ]

[Note: หมวกแดงไม่จำเป็นต้องเป็นหนูน้อย อาจจะหมายถึงมาริโอก็ได้]

หนวดแมนๆ ของมาริโอ…

ถังโม่แทบตาเหลือกตอนอ่านบรรทัดนั้นจบ เขาลองยกทับทิมขึ้นไปใกล้หัว แล้วอัญมณีนั้นก็ส่องแสงแล้วกลายเป็นหมวกเหม็นๆ ทันที แต่พอเขาเลือนมือลง มันก็กลับไปอัญมณีแวววาวอีกรอบ

นี่มันหลอกขายตรงทางทีวีชัดๆ!

ถ้าเป็นหมวกเหม็นๆ นี่ที่ซ่อนอยู่ในกองทอง ไม่มีทางที่ถังโม่จะยอมหยิบมันขึ้นมาแน่ อย่างน้อยก็ต้องลังเลสักสามวินาทีแหล่ะ!

ถังโม่รู้สึกเสียใจอย่างช่วยไม่ได้ เขาไม่น่าหยิบไอ้นี่มาเลย อย่างน้อยถ้าหยิบเหรียญทองมาก็ยังใช้เป็นอาวุธได้ ดีกว่าหมวกเหม็นๆ นี่!

ถังโม่สาปแช่งหมวกเหม็นๆ ของมาริโอในใจอยู่ร้อยครั้งได้ แต่สุดท้ายเขาก็ยัดทับทิมเข้าไปในกระเป๋าส่วนในของแจ็คเก็ตแล้วรูดซิบปิด หลับตาพักอยู่ชั่วโมงหนึ่ง จากนั้นก็อาศัยความมืดของตอนกลางคืน เก็บข้าวของแล้วออกจากห้างไป

ทุกที่เงียบสนิท และเสียงฝีเท้าของถังโม่ก็เบามาก แทบจะไม่มีเสียดังบนพื้นเลย แต่วินาทีที่ถังโม่จากไป เงาดำร่างหนึ่งก็พุ่งไปที่ลานจอดรถใต้ดินแล้วเคาะห้องของหลัวเฟิงเฉิง

“ด็อกเตอร์หลัว เขาไปแล้ว ให้เราไล่ตามเขาไปไหม?”

หลัวเฟิงเฉิงถือปากกาอยู่ในมือแล้วคุกเข่าศึกษาบางอย่างอยู่บนพื้น พอเข้าไปดูใกล้ๆ ก็จะเห็นว่าที่กลางกระดาษเป็นเวทีเล็กๆ ที่มีช่อง150ช่องเชื่อมต่อกันไปถึงเวที หลัวเฟิงเฉิงถือลูกเต๋าในมือซ้ายและปากกาในมือขวา

พอได้ยินดังนั้นเขาก็หยุดปากกา “แอทแทคไม่ใช่พวกผู้ร้ายสักหน่อย”

อีกฝ่ายพยักหน้าแล้วจากไป

หลัวเฟิงเฉิงยืนขึ้นแล้วเกินไปที่โต๊ะ เขาเปิดลิ้นชัก หยิบแฟ้มออกมา เปิดไปที่หน้าที่สอง แล้วมองช่อง ‘จำนวนผู้เสียชีวิต’ มีใครบางคนใช้ปากกาขีดฆ่า391ออก แล้วเขียน6461เข้าไปแทน

“ตอนที่เขียนไอ้นี่ คุณก็ไม่ได้คิดจะอยู่ต่ออยู่แล้วนี่…”

ถังโม่เดินผ่านความมืดมิดและออกจากผู่ตงไป

เขาออกจากห้างในช่วงค่ำเพื่อจะได้ไม่เป็นการรบกวนองค์กรนั้น เขาตัดสินใจจากผู่ตงไป แล้วเจอร้านค้าที่ข้างถนน หลบอยู่ที่นั่นจนเช้า ครั้งนี้เขาเดินเร็วๆ ไปถึงประตูรั้วโรงเรียนชีเปยในสองชั่วโมง เข้าไปในโรงยิมที่คุ้นตาและพบว่ามันว่างเปล่า

ถังโม่เจอเศษขนมปังที่ใครบางคนกินทิ้งไว้ในห้องอุปกรณ์ เศษขนมปังหล่นอยู่ข้างๆ รอยน้ำที่มีราขึ้น

เหมือนเด็กๆ จะจากไปในวันถัดมาหลังจากเขาไป

ถังโม่ออกจากโรงยิม เขากำลังจะออกจากโรงเรียนแล้วตอนที่เห็นเศษไม้ขีดไฟหล่นอยู่ที่หัวมุม เขาหรี่ตามองกองไม้ขีดไฟกับกำแพงสีขาวตรงหน้า พอสำรวจอยู่ครู่หนึ่งถังโม่ก็ก้าวไปปัดฝุ่นสีขาวบนกำแพงด้วยฝ่ามือ

ถึงพี่ถัง:

พวกเราไปก่อนนะ เล่นเกมคราวหน้าก็รอดมาให้ได้นะ

เฉินชานชาน

จ้าวเจียง!

คำสุดท้ายดูจะเบี้ยวๆ อยู่สักหน่อย ลายมือน่าเกลียดถ้าเทียบกับคำก่อนหน้า มองแวบแรกก็รู้ว่าเด็กชายตัวอ้วนคนนั้นเป็นคนเขียน

ถังโม่ยิ้มแล้วกลบตัวอักษรที่ฝังอยู่บนกำแพงทิ้ง จากนั้นก็หยิบกระเป๋า จากโรงเรียนไป

ตอนที่เขากำลังจะเดินออกจากรั้วโรงเรียน เสียงเด็กก็ประกาศดังไปทั่วเผวี่ยงไฮ้

“ดิ๊งด่อง! ยุโรปเขต 3 ผู้ลักลอบ ฟรานซ์ ลิซท์ เคลียร์ชั้นแรกของหอคอยสำเร็จแล้ว”

ฝีเท้าของถังโม่หยุดลง

มีคนในยุโรปเคลียร์หอคอยดำ? ผู้เล่นชาวยุโรปเข้าเกมโจมตีหอคอยตั้งแต่เมื่อไหร่?

ถ้าอ้างอิงจากเวลา ฟู่เหวินตั๋วใช้เวลาไปสามชั่วโมง แมรี่ ฟัน เดอซาร์จากอเมริกาใช้เวลาไปห้าชั่วโมง ผู้โจมตีในยุโรปน่าจะอ่อนแอกว่าของจีนและอเมริกา เวลาที่ใช้น่าจะนานกว่าห้าชั่วโมง

พอลองคำนวณดูก็พบว่าถ้าเกมโจมตีนี้ใช้เวลาเจ็ดชั่วโมงเกมโจมตีของผู้เล่นชาวยุโรปก็จะเริ่มตอนที่ถังโม่ยังอยู่ในเกมโมโนโพลีของมาริโอ

พอถึงจุดนี้ถังโม่ก็เดินหน้าต่ออย่างไม่ลังเลอีก

พระอาทิตย์กำลังขึ้น คนก็เริ่มทยอยกันออกมา ถังโม่ไม่มีธุระอะไรอีกแล้วในเซี่ยงไฮ้ เขาวางแผนจะกลับไปที่ซูโจวแล้วหาทางตามหาว่าเพื่อนคนอื่นของเขายังมีชีวิตอยู่ไหม เขาเดินไปตามถนนหนานจิง เห็นผู้คนอยู่ทั่วไปหมด ถึงจะไม่ได้มากมายแต่ไม่ว่าเขาจะไปทางไหนก็จะมีคนอย่างน้อยสองหรือสามคน

ถังโม่แบกกระเป๋าใบใหญ่แล้วมุ่งไปข้างหน้า เขาเดินผ่านแปลงดอกไม้แล้วก็ต้องหยุดชะงัก ไม่มีใครสังเกตถึงความผิดปกติของเขา สีหน้าถังโม่มืดดำ เขากำมือแน่น สีหน้าก็บูดเบี้ยว

เพราะเสียงสดใสร่าเริงที่เขาเพิ่งจะได้ยินเมื่อกี้นี้

ถังโม่มองไปรอบๆ ว่าคนที่เดินผ่านไปมามีใครได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ ไหม น่าเสียดายที่สามคนแถวนั้นไม่ได้มีท่าทีจะได้ยินอะไร ถังโม่จ้องจนพวกเขาสะดุ้ง มีคนงึมงำว่า ‘โรคจิต’ แล้วก็พุ่งหายไป

ในหัวของถังโม่มีเสียงดังก้อง มันประกาศทั้งสิ้นสามครั้งอย่างร่าเริง

“ดิ๊งด่อง! จีนเขต2 ผู้เล่นอย่างเป็นทางการ ถังโม่ ถึงระดับของหอคอยชั้นแรกแล้ว ในอีก10วัน ได้โปรดเตรียมตัวโจมตีหอคอย”

ในแสงอาทิตย์แรงกล้า หอคอยดำที่ลอยค้ำเมืองอยู่ช่างส่องประกายเหลือเกิน

จบบทที่ ตอนที่ 24 หมวกแดงไม่จำเป็นต้องเป็นหนูน้อย อาจจะหมายถึงมาริโอก็ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว