- หน้าแรก
- ยอดนักล่าอาหารข้ามมิติ กับคลาสเรียนภาษาต่างเผ่าพันธุ์
- บทที่ 26 การสั่นพ้อง!
บทที่ 26 การสั่นพ้อง!
บทที่ 26 การสั่นพ้อง!
บทที่ 26 การสั่นพ้อง!
ลู่เหรินหมินลากอัญญามาที่โต๊ะอาหารโดยล็อคแขนเธอไว้จากด้านหลัง
อัญญาในร่างสาวงามมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนอย่างน่าตกใจ เขาไม่รู้ว่าน้ำหนักส่วนเกินนี้มาจากไหน กฎทรงมวลคงใช้กับเธอไม่ได้แล้ว ส่วนเธอตัวใหญ่ขึ้นแค่ไหนนั้น น้ำหนักของสาวงามย่อมเป็นความลับ หากไม่อยากโดนเธอหักคอ เขาว่าอย่าซักไซ้ให้มากความจะดีกว่า
"นี่นายกำลังคิดอะไรเสียมารยาทอยู่หรือเปล่า?"
เสียงหวานใสดูเหมือนจะลอยมาจากที่ไกลแสนไกล อัญญาในร่างสาวงามเงยหน้าขึ้น แยกเขี้ยวขาววับใส่คอของลู่เหรินหมิน
"ถ้าตื่นแล้วก็มาชิมเมนูใหม่กัน ฉันรอนายเปย์อยู่นะ"
ลู่เหรินหมินปาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ บนหน้าผาก การแบกแม่สาวคนนี้เหนื่อยยิ่งกว่าแบกอิฐเสียอีก ทำบ่อยๆ เข้าคงได้ผลดีกว่าไปเข้ายิมแน่ๆ... อัญญาขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับเขา เห็นได้ชัดว่ามีสิ่งที่สำคัญกว่ารอเธออยู่—
ตัวอย่างเช่น 【เนื้อน่องแร้งกรงเล็บวิปโยคซอสต้นหอม】 ที่วางอยู่ตรงหน้า
เธอคีบเนื้อน่องติดหนังชิ้นหนึ่งขึ้นมา ผิวเนื้อเป็นมันวาว ซอสกลิ่นต้นหอมเข้มข้นซึมลึกเข้าสู่เนื้อหลังผ่านการตุ๋นอย่างพิถีพิถัน เพียงกัดคำแรก หนังนุ่มลื่นก็ละลายในปาก และทันทีที่ฟันกระทบเนื้อ น้ำจากเนื้อน่องก็ทะลักออกมาเต็มปาก
【แต้มเซอร์ไพรส์ +58】
"งือออ... อร่อยมาก!"
อัญญากำตะเกียบแน่น ใบหน้าเปี่ยมสุข "กลิ่นต้นหอมหอมฟุ้ง หนังไม่เลี่ยนเลยสักนิด เนื้อก็นุ่มละมุนลิ้น อยากกินกับข้าวสวยร้อนๆ จัง..."
เมื่อเทียบกับอัญญา ลู่เหรินหมินสนใจ 【อกแร้งกรงเล็บวิปโยคนาบกระทะ】 ที่ส่งกลิ่นหอมจางๆ มากกว่า เขาหยิบมีดสั้นที่อัญญาให้มา หั่นลงบนชิ้นเนื้อสีเหลืองทองที่นาบกระทะมาอย่างดี
ทันใดนั้น กลิ่นหอมเข้มข้นไม่แพ้เนื้อน่องซอสต้นหอมก็ระเบิดออกมาปะทะใบหน้า!
เนื่องจากปรุงรสเพียงเล็กน้อยในขั้นตอนแรก กลิ่นของสเต็กชิ้นนี้จึงใกล้เคียงกับกลิ่นเนื้อบริสุทธิ์
แต่น้อยไม่ได้แปลว่าน่าเบื่อ
ในระหว่างการปรุง เขาเริ่มจากการจี่น้ำมันให้ผิวนอกกรอบเกรียม แล้วอบไอน้ำให้ความร้อนกระจายทั่วถึง น้ำและกลิ่นหอมถูกกักเก็บไว้ภายในเกือบทั้งหมด เมื่อลู่เหรินหมินลงมีดหั่น สเต็กอกแร้งที่ดูเรียบง่ายจึงเผยเนื้อแท้อันโอชะออกมา!
น้ำเนื้อแทบจะพุ่งออกมาจากชิ้นเนื้อ เกลือและพริกไทยช่วยชูรสชาติของเนื้อได้อย่างสมบูรณ์แบบ ความอร่อยเข้มข้นทำให้เขาสงสัยว่านี่เขาเพิ่งซดน้ำซุปเคี่ยวข้ามคืนเข้าไปหรือเปล่า
【แต้มเซอร์ไพรส์ +46】
"เยี่ยม!"
ผ่านไปพักใหญ่ เขาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก พลางลอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ "นี่ฉันเป็นอัจฉริยะจริงๆ สินะ?"
————————————
【ปรับปรุงสูตรอาหาร: 0/1】
【คิดค้นสูตรอาหาร: 6/10】
【หาลูกค้า: 2/5】
【เป็นเจ้าของร้านอาหาร: 0/1】
【สะสมแต้มเซอร์ไพรส์ 1000 แต้ม: 224/1000】
หลังจากอิ่มหนำสำราญ หนึ่งคนหนึ่งหมาป่าก็นั่งเอกเขนกบนโซฟา ลู่เหรินหมินลูบท้องพลางนึกถึงภารกิจหลัก เขาใช้แต้มเซอร์ไพรส์ 100 แต้มซื้อช่องเก็บของในกระเป๋านักล่าเพิ่มอีกหนึ่งช่อง แล้วเก็บกวาดเนื้อแร้งกรงเล็บวิปโยคที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้นจนหมด
เขายังแอบส่องสินค้าใหม่ในร้านค้ามิติที่เพิ่งปลดล็อกด้วย
【หม้อตุ๋นปรับสภาพหลากมิติ: สร้างโดยฮันเตอร์ระดับตำนาน หม้อตุ๋นนี้ออกแบบมาเพื่อปรับให้เข้ากับกฎทางฟิสิกส์ของมิติต่างๆ สามารถกำหนดอุณหภูมิ ความชื้น แรงดัน และปัจจัยอื่นๆ ภายในหม้อได้อย่างอิสระ เพื่อให้การปรุงอาหารราบรื่น โปรดอย่านำวัตถุดิบอันตรายสูงใส่ลงไป (จำไว้!) ราคา: 10000 แต้มเซอร์ไพรส์】
ไม่มีปัญญาซื้อ ไม่มีปัญญาซื้อ... ตอนนี้ภารกิจอัปเกรดสองอย่างกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น การปรับปรุงสูตรอาหารไม่ใช่เรื่องยาก แค่โรยผงพริกลิ้นเพลิงลงไปก็น่าจะผ่านฉลุย ปัญหาคืออีกสองอย่างที่เหลือ... "ลูกค้า, ร้านอาหาร..."
ลู่เหรินหมินขมวดคิ้วอย่างกลัดกลุ้ม "ทำไมไอ้วงเวทบ้านี่ถึงอยากให้ฉันเปิดร้านอาหารนักนะ?"
"เจ้าบ้าเสี่ยวลู่ จำเป็นต้องเป็นร้านอาหารด้วยเหรอ?"
เสียงหวานใสเจือความเย็นเยียบดึงสติลู่เหรินหมินกลับมาอย่างแรง อัญญาพลิกตัวมาคร่อม ท้าวแขนลงกับพนักพิงโซฟาขนาบไหล่ทั้งสองข้างของเขา แล้วก้มมองลงมา นัยน์ตาสีเงินอมฟ้าเป็นประกายระยับ
"ต้องเปิดร้านถึงจะหาลูกค้าได้หรือไง? เราเริ่มจากรถเข็นขายของก็ได้นี่!"
อัญญายิ้มกว้างอย่างไม่ยี่หระ "อย่าลืมสิ ฉันมีบริษัทเป็นของตัวเองนะ! เราเริ่มนับหนึ่งใหม่ด้วยกันได้สบายมาก!"
"อย่าพูดถึงบริษัทดวงกุดของเธอเลย..." ลู่เหรินหมินหน้าขึ้นสีคล้ำ
จินตนาการโรแมนติกที่ถูกสาวงามคร่อมร่าง แตกสลายไปเพราะคำพูดเพ้อเจ้อของเธอก่อนจะได้เริ่มเสียอีก
"นี่! พูดจาอะไรแบบนั้น! นายเป็นเบอร์สองของฉันนะ! เซ็นสัญญาแล้ว ห้ามเบี้ยว!"
ลู่เหรินหมินมองสาวงามที่อยู่เหนือร่าง ในตอนนี้ฟันขาวซี่เล็กๆ ของเธอฉายแวววาววับราวกับอยากจะขย้ำกินเขา สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำงาน เขาตัดสินใจยอมถอยก่อน... ขณะฟังอัญญาเจื้อยแจ้ววาดวิมานในอากาศ จู่ๆ ลู่เหรินหมินก็รู้สึกง่วงงุนอย่างประหลาดสติเริ่มหลุดลอย ในความสะลึมสะลือ โลกตรงหน้าเหมือนถูกกดปุ่มสโลว์โมชั่น แม้แต่เสียงของอัญญาก็ยืดยานจนฟังดูตลก
"...ลู่?...ฟังอยู่หรือเปล่า?..."
บ้าเอ๊ย อาหารเป็นพิษอีกแล้วเรอะ ซวย บัดซบ จริงๆ... เขามองดูโลกตรงหน้าช้าลงไปอีก เสียงของอัญญาฟังไม่รู้เรื่องแล้ว แต่สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากงุนงงเป็นตื่นตระหนก การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ทุกอย่างปรากฏชัดในสายตาเขา ถึงขนาดเขายังมีอารมณ์มานั่งบ่นถึงความซวยของตัวเองได้
จะว่าไป เธอก็สวยหยาดเยิ้มจริงๆ นั่นแหละ ปกติเอาแต่โวยวายจนเขาไม่มีโอกาสได้มองชัดๆ ถ้าสีหน้าไม่ตื่นตระหนกขนาดนั้นคงจะดีกว่านี้...
"ตื่นสิ!"
เสียงตะโกนใสๆ ที่แฝงเสียงคำรามของสัตว์ป่าและสายลมเย็นยะเยือกบาดกระดูก พัดผ่านใบหน้า ดึงสติของลู่เหรินหมินกลับมาด้วยอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน แว่วเสียงหมาป่าหอนดังมาแต่ไกล!
"ฉันเป็นอะไรไปอีกแล้วเนี่ย..."
เมื่อเห็นสติของลู่เหรินหมินกลับคืนมา อัญญาก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
"ทำฉันตกใจแทบตาย เพิ่งเคยเห็นปรากฏการณ์การสั่นพ้องรุนแรงขนาดนี้เป็นครั้งแรก..."
เยี่ยม ศัพท์เฉพาะมาอีกแล้ว... ลู่เหรินหมินเกาแก้ม แต่ความรู้สึกที่สัมผัสได้กลับคมกริบผิดคาด เหมือนมีใบมีดโกนขูดไปมาบนหน้า
"?!"
เขายกมือขึ้นดูทันที ข้อนิ้วทั้งสิบยืดกยาวขึ้น เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทตั้งแต่โคนจรดปลาย ปกคลุมด้วยขนปีกสีดำมันวาวราวโลหะ เล็บกลายสภาพเป็นกรงเล็บแหลมคมโค้งงอคล้ายเคียว ดูอันตรายน่ากลัว!
เกิดมาเพิ่งเคยได้ยินว่าอาหารเป็นพิษทำให้กลายพันธุ์ได้!!!
"ชู่ว ชู่ว ชู่ว~"
อัญญาใช้มือข้างหนึ่งบีบปากลู่เหรินหมิน อีกข้างกดหน้าอกเขาไว้ แรงที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวทำให้เขาขยับตัวไม่ได้เลย
"รู้ว่าตกใจ แต่อย่าเพิ่งสติแตก ฟังรุ่นพี่อธิบายช้าๆ นะจ๊ะ~"
"ไอ้ที่เห็นเนี่ย เขาเรียกว่าปรากฏการณ์การสั่นพ้องของเซลล์ เป็นของขวัญแห่งพลังที่ฮันเตอร์ต่างมิติได้รับจากการล่า ถ้าเป็นสายล่า พอล่าเสร็จก็จะดูดพลังจากเหยื่อมาเสริมแกร่งได้เลย ส่วนสายนักชิมจะยุ่งยากหน่อย ต้องปรุงและกินเหยื่อเข้าไปถึงจะกระตุ้นการสั่นพ้องได้"
"การสั่นพ้องครั้งแรกของฮันเตอร์มือใหม่มักจะรุนแรง และปกติจะต้องมีฮันเตอร์ระดับสูงคอยดูแลถึงจะปลอดภัย โชคดีนะที่มีคนพึ่งพาได้แบบฉันอยู่ด้วย นายเลยผ่านการสั่นพ้องมาได้อย่างราบรื่น รีบขอบคุณพี่สาวอัญญาซะสิ?"
"ส่วนเรื่องรูปร่างที่เปลี่ยนไป ยิ่งไม่ต้องกังวล พอร่างกายปรับตัวเข้ากับพลังใหม่ได้ มันก็จะหายไปเอง ดูสิ!"
อัญญาจับมือลู่เหรินหมินขึ้นมาโบกไปมาตรงหน้า ขนสีดำหายไปแล้ว กรงเล็บเคียวมรณะก็กลับคืนสู่รูปทรงมนปกติ ราวกับว่าการกลายพันธุ์เมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา
ลู่เหรินหมินขยับปากที่ชาหนึบ ตระหนักได้สองเรื่อง:
เขามองอัญญาที่นั่งทับอยู่บนท้อง แล้วมองมือเล็กๆ ที่กดหน้าอกเขาไว้ เมื่อประเมินความต่างของพละกำลังแล้ว เขาตัดสินใจว่าจะยังไม่เถียงเธอตอนนี้ดีกว่า...
1. เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้เป็นเรื่องปกติ