- หน้าแรก
- ยอดนักล่าอาหารข้ามมิติ กับคลาสเรียนภาษาต่างเผ่าพันธุ์
- บทที่ 8 บทบาทของ [ค่าความตื่นตา]
บทที่ 8 บทบาทของ [ค่าความตื่นตา]
บทที่ 8 บทบาทของ [ค่าความตื่นตา]
บทที่ 8 บทบาทของ [ค่าความตื่นตา]
ถึงแม้จะมีคำกล่าวที่ว่า "คนดีต้องใจกว้าง" แต่ลู่เหรินหมินกลับไม่เห็นด้วยกับอันยาในเรื่องนี้ ทว่าเขาก็ไม่กล้าแย้ง อย่างน้อยๆ เขาก็ยังไม่มีแผนจะคอสเพลย์เป็นหมีแพนด้าในเร็วๆ นี้...
"เอาล่ะ อยู่นิ่งๆ!" อันยาโบกมือทีเดียว ขวดน้ำมันดอกคำฝอยขวดจิ๋วกับสำลีก้านก็หายวับไป ถูกเก็บเข้า กระเป๋ามิติ ของเธอ
เขาไม่รู้ว่าอันยาไปซื้อน้ำมันดอกคำฝอยมาจากไหน ทันทีที่ทาลงไป ความเย็นสดชื่นก็แล่นพล่านจนสมองแจ่มใส อาการยิบๆ คันๆ แผ่ซ่านไปรอบเบ้าตา ถึงจะรู้สึกไม่สบายตัวนัก แต่เมื่อเห็นรังสีอำมหิตที่ยังคงหลงเหลืออยู่ของอันยา เขาก็ไม่กล้าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้า
น่าแปลกที่อาการคันยุบยิบนั้นอยู่ไม่นาน ก็แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่แสนสบาย ราวกับว่าเลือดลมรอบดวงตาเริ่มไหลเวียนอย่างคึกคัก ทำให้ดวงตาผ่อนคลายเหมือนเพิ่งบริหารสายตาเสร็จหมาดๆ
"ใช้ได้แล้ว ไปล้างหน้าซะ!" สิ้นคำสั่งของอันยา ลู่เหรินหมินก็คลายท่าตบเท้าชิดแบบทหาร วักน้ำเย็นล้างหน้าจนเกลี้ยงเกลา เมื่อเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ เขาก็พบว่ารอยช้ำรอบดวงตาแบบหมีแพนด้าหายเป็นปลิดทิ้ง!
"อย่าเพิ่งได้ใจไปล่ะ! ถ้ามีคราวหน้าอีก แม่ไม่ปล่อยไว้แน่!"
อันยากำหมัดเล็กๆ แน่น พลังต่อสู้ระดับพระกาฬที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์น่ารักแบบนี้ มีเพียงลู่เหรินหมินผู้โชคดี (หรือโชคร้าย?) คนเดียวเท่านั้นที่ได้ประจักษ์
คุณลุงเจ้าของบ้าน อู๋เสวียเหวิน เป็นชายชราที่กระตือรือร้นมาก หลังจากวางสายไปไม่ถึงห้านาที แกก็หอบเครื่องมือมาถึงหน้าประตู
การเปลี่ยนฟิวส์ใช้เวลาแค่แป๊บเดียว ลู่เหรินหมินจึงเชิญแกเข้ามานั่งพัก แล้วจัดการนำกระบองเพชรที่เหลือมาปรุงเป็นยำรสเด็ด
นี่เป็นโอกาสดีที่จะรวบรวมคำติชมจากนักชิมเพิ่มเติม และสะสม [ค่าความตื่นตา] ไปในตัว
ทั้งลู่เหรินหมินและอันยายังคงสงสัยเกี่ยวกับที่มาที่ไปของเจ้า [ค่าความตื่นตา] นี้ ตามคำบอกเล่าของอันยา "พวกสายต่อสู้อย่างฉันไม่ค่อยเข้าใจลูกเล่นของพวกสายอาหารอย่างนายหรอกนะ~"
ลู่เหรินหมินแอบขอโทษลุงอู๋ในใจ รู้สึกผิดที่ลากคนแก่มารับบทหนูทดลอง เขาตั้งปฏิญาณว่าถ้าวันหน้าทำเงินได้เยอะๆ จะจ่ายค่าเช่าเพิ่มให้... ตอนแรกลุงอู๋ปฏิเสธทันทีที่ได้ยินว่าเป็นกระบองเพชร "ลุงแก่แล้ว ไม่ได้มีความอยากรู้อยากเห็นของแปลกใหม่เหมือนคนหนุ่มสาวหรอก"
ทว่า... เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มในห้องเช่า เสื้อผ้าที่กองเกลื่อนพื้น แถมลู่เหรินหมินยังมีพฤติกรรมผิดปกติ คอยนวดเอวบิดคอเป็นพักๆ ลุงอู๋ก็ค่อยๆ หย่อนก้นนั่งลงอย่างเนียนๆ แกค้นหาใบชาในตู้และชงชาร้อนให้ตัวเองหนึ่งถ้วยอย่างคล่องแคล่ว
คนแก่ก็งี้แหละ ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านเป็นที่สุด
"ซู้ด~" ชาดีจริงๆ!
"อาหารเสร็จแล้วครับ~" ลู่เหรินหมินร้องเรียก พลางยกจานยำกระบองเพชรออกมา
"มาแล้วๆ กับข้าวฝีมือลู่เหรินหมินอร่อยที่สุดในโลก!" อันยาได้ยินเสียงก็ตาวาว ทิ้งเสื้อผ้าที่พับค้างไว้แล้วกระโดดโลดเต้นไปที่โต๊ะอาหารเพื่อรอกิน พร้อมทั้งทักทายลุงอู๋ด้วยน้ำเสียงหวานหยด
เห็นลุงอู๋นั่งจิบชาตัวตรงแด่ว กับอันยาที่ส่ายหัวดุ๊กดิ๊กอย่างมีความสุขข้างๆ ลู่เหรินหมินก็อดขำไม่ได้ คิดในใจว่าสองคนนี้ช่างเป็นปรมาจารย์ด้านปากไม่ตรงกับใจเสียจริง
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ ลุงอู๋เองก็กำลังแอบยิ้มอยู่เหมือนกัน "จากกันสามวันต้องมองกันใหม่จริงๆ" เจ้าหนุ่มลู่เหรินหมินคนนี้ไปแอบหาแฟนสาวสวยมาได้เงียบๆ เชียวนะ
เอาเถอะ เห็นหนุ่มสาวรักกันกลมเกลียว คนแก่อย่างลุงก็พลอยอายุยืนขึ้นอีกสิบปี ถึงตอนนั้นคงไม่มากเกินไปถ้าจะขอเหล้ามงคลสักจอกหรอกนะ?
ส่วนเรื่องฝีมือทำอาหาร คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่ลุงจะไม่รู้ได้ยังไง? พ่อหนุ่มคนนี้เช่าบ้านมาครึ่งปีกว่า จำนวนครั้งที่ทำกับข้าวนับนิ้วได้เลย แล้วไอ้ที่บอกว่า "อร่อยที่สุดในโลก" เนี่ย ลุงว่าคงเป็นเพราะความรักบังตาซะมากกว่า!
แต่ก็นะ จะไปฉีกหน้าเขาต่อหน้าสาวเจ้าก็กระไรอยู่ ถือซะว่าไว้หน้ากัน ลุงจะลองชิมดูสักคำ อร่อยไม่อร่อยก็ชมๆ ไปตามมารยาท
ลุงอู๋ยื่นมือไปหยิบตะเกียบ แต่พอมองจานยำตรงหน้าก็ต้องหนักใจอีกครั้ง เจ็ดสิบสามปีที่ผ่านมา ลุงไม่เคยเห็นใครกินกระบองเพชรมาก่อน ถ้ามันรสชาติห่วยแตกจนกลืนไม่ลง ลุงจะเล่นละครตบตายังไงไหว?
ในขณะที่กำลังลังเล เขาก็เห็นอันยาคีบอาหารเข้าปากรัวๆ ตะเกียบขยับพลิ้วไหวรวดเร็วปานวายุ ชนิดที่แมลงวันบินผ่านยังโดนคีบ เคี้ยวตุ้ยๆ ไปพลางยกนิ้วโป้งให้ลู่เหรินหมินไปพลาง ภาพความอร่อยที่ส่งผ่านมาอย่างรุนแรงกระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็นของลุงอู๋ จนแกรีบคีบเส้นกระบองเพชรเข้าปากทันที
เส้นกระบองเพชรอวบอิ่ม เคี้ยวหนึบสู้ฟันแต่ไม่เหนียว รสเปรี้ยวนิดๆ กระตุ้นปลายลิ้น สัมผัสลื่นคอเข้ากันได้ดีเยี่ยมกับน้ำยำรสเด็ด ลุงอู๋รู้สึกเหมือนตะเกียบในมือหยุดไม่ได้ ยิ่งกินยิ่งเพลิน สดชื่นเจริญอาหารจนวางไม่ลง!
[ค่าความตื่นตา +15]
[ค่าความตื่นตา +13]
[ค่าความตื่นตา +21]
...ลู่เหรินหมินพยักหน้าหงึกหงัก กฎแห่งความ "หอมหวลชวนกิน" นี้ใช้ได้ผลเสมอ "ดูตาลุงคนนี้สิ เมื่อกี้ยังบอกว่าจะไม่กินอยู่เลย ตอนนี้คีบเร็วกว่าอันยาอีก..."
เสียงตะเกียบกระทบจานเปล่าดังกรุ๊งกริ๊ง ลุงอู๋พึ่งหลุดออกจากภวังค์แห่งความอร่อย มองจานที่ว่างเปล่า แล้วหันไปมองอันยาที่ยังถือตะเกียบค้างด้วยสายตาละห้อย และลู่เหรินหมินที่เพิ่งได้กินไปแค่สองคำ แกก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำ
โธ่เอ๊ย ตาแก่เสวียเหวิน อายุอานามขนาดนี้แล้วทำไมถึงเสียมารยาทไปแย่งข้าวคู่รักหนุ่มสาวกินได้นะ? หมดกัน เหล้ามงคลคงไม่ได้กินแล้วมั้ง...
"เอ่อ" หลังจากเงียบไปนาน ลู่เหรินหมินก็เอ่ยทำลายความกระอักกระอ่วน "พอทานได้ไหมครับ?"
"ดี ดีมาก! โอ้ว สมกับคำที่ว่า 'จากกันสามวันต้องมองกันใหม่' จริงๆ เอาล่ะ คนแก่อย่างลุงไม่รบกวนเวลาพวกเธอแล้ว หนุ่มสาวก็อยู่กันตามสบายนะ ดูท่าฝนจะตก ลุงต้องรีบกลับไปเก็บผ้าที่ตากไว้ อย่าลืมชวนลุงไปกินเหล้ามงคลด้วยล่ะ ไม่ต้องส่ง ไม่ต้องส่ง ลุงไปล่ะ..." พูดจบ ลุงอู๋ก็รีบคว้าข้าวของแล้วจ้ำอ้าวไปที่ประตู
ลู่เหรินหมิน: ??
อันยา: ??
หลังจากส่งลุงอู๋กลับไป ลู่เหรินหมินก็เก็บกวาดจานชามพลางตรวจสอบผลประกอบการ [ค่าความตื่นตา] ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงเมื่อกี้ เขาได้ [ค่าความตื่นตา] มาทั้งหมด 112 แต้ม "แล้วไอ้นี่มันใช้ยังไงล่ะเนี่ย?" เขาเกาหัวแกรกๆ
[นักล่ามิติ ได้รับ ค่าความตื่นตา >= 100 ร้านค้ามิติเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ!]
[โปรดทราบ ค่าความตื่นตา เป็นรางวัลพิเศษสำหรับนักล่ามิติสายอาหาร สามารถหาได้จากการปรุงอาหารมิติและได้รับคำวิจารณ์จากผู้ทาน หรือแลกเปลี่ยนด้วยสกุลเงินจากมิติหลัก อัตราแลกเปลี่ยน: ทองคำ 1 กรัม (หรือโลหะมีค่าและผลิตภัณฑ์เทียบเท่า): 10 ค่าความตื่นตา ไม่สามารถแลกเปลี่ยนย้อนกลับได้]
[โปรดทราบ ค่าความตื่นตา มีประโยชน์ดังต่อไปนี้:]
[1. เปิดใช้งานค่ายกลเคลื่อนย้ายข้ามมิติ มิติที่ปลดล็อกปัจจุบัน: หมายเลข 16037475 การเปิดต้องใช้ 100 ค่าความตื่นตา]
[2. ใช้เป็นสกุลเงินในการซื้อสินค้าจากร้านค้ามิติ]
[3. ใช้ ค่าความตื่นตา เพื่อปรับแต่งตัวตนเมื่อเข้าสู่มิติ]
[4. ใช้ ค่าความตื่นตา เพื่อร่างสัญญาและขอความช่วยเหลือจากนักล่ามิติคนอื่นๆ]
[ฟังก์ชันเพิ่มเติมจะถูกปลดล็อกหลังจากเพิ่มระดับนักล่า]
"ซี้ด!" ลู่เหรินหมินเข้าใจจุดประสงค์ของไอ้เจ้า [ค่าความตื่นตา] ลึกลับนี่สักที ก่อนหน้านี้เขายังสงสัยอยู่เลยว่าทำไมร้านค้ามิติที่เป็นรางวัลภารกิจถึงยังไม่เปิด ที่แท้ฉันก็แค่ตังค์ไม่พอนี่หว่า!
ในขณะเดียวกัน ความหวาดกลัวระลอกหนึ่งก็แล่นผ่านไขสันหลัง ถ้าเกิดกินกระบองเพชรสองต้นนี้หมดแล้วแต้มยังไม่ถึง 100 ชาตินี้เขาคงไม่มีวันรู้วิธีเปิดใช้งานมันเลยใช่ไหมเนี่ย?
"เชอะ! นึกว่าเป็นของวิเศษอะไร ที่แท้ก็เหมือน [แต้มล่า] ของสายต่อสู้นั่นแหละ!"
อันยาชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยท่าทางไม่ยี่หระ
"พวกสายต่อสู้อย่างเราจะได้ [แต้มล่า] จากการล่าสัตว์อสูรมิติที่แข็งแกร่ง ยิ่งเหยื่อโหดเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้ [แต้มล่า] เยอะเท่านั้น ไม่เหมือนพวกนายหรอก ที่ต้องมานั่งทำกับข้าวแล้วกินเข้าไป ฉันว่ายังไงฉันก็เหนือกว่าย่ะ!"
ลู่เหรินหมินมองอันยาที่หางแทบจะชี้ฟ้าด้วยความหมั่นไส้ แล้วตัดสินใจว่าอย่าไปต่อปากต่อคำกับเธอเลยจะดีกว่า