เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 พ่อสารเลวถูกจับส่งโรงพักอีกครั้ง

บทที่ 26 พ่อสารเลวถูกจับส่งโรงพักอีกครั้ง

บทที่ 26 พ่อสารเลวถูกจับส่งโรงพักอีกครั้ง


บทที่ 26 พ่อสารเลวถูกจับส่งโรงพักอีกครั้ง

ภาพเหตุการณ์ที่หน้าทางเข้าเขตที่พักอาศัยหรูช่างดูตื่นตาตื่นใจ

บรรดาไทยมุงและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต่างกรูเข้ามา ทุกคนออกแรงสุดชีวิตเพื่อจับตัวฉินจื้อหมิง เพราะใครๆ ก็อยากได้เงินรางวัลห้าแสนมานอนกอดง่ายๆ

"อ๊ากกก—"

แขนของฉินจื้อหมิงถูกคนดึงแยกไปคนละทาง แม้แต่ขาก็ยังมีคนมาเกาะแกะยื้อแย่ง

ต่างคนต่างออกแรงดึงไปทางฝั่งตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย หวังจะเอาตัวฉินจื้อหมิงไปเป็นผลงานของตน

ภายใต้แรงดึงกระชากอย่างรุนแรง ร่างกายของฉินจื้อหมิงเจ็บปวดรวดร้าว ราวกับได้ลิ้มรสความทรมานของการถูกม้าแยกร่างเป็นครั้งแรกในชีวิต

ในที่สุด ฉินจื้อหมิงก็ถูกรปภ.ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้มาเป็นอย่างดีคว้าตัวไว้ได้

เรื่องราววุ่นวายขายขำนี้จึงยุติลง

ฉินอินแจ้งตำรวจเรียบร้อยแล้ว และในขณะเดียวกันก็โทรตามทนายมือทองสวีซุ่ยมาด้วย

ไม่นานนัก ตำรวจและทนายสวีก็เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ

โชคชะตาช่างน่าอัศจรรย์นัก ตำรวจที่เข้าเวรในครั้งนี้เป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากันอีกแล้ว นั่นคือหมวดเฉินตงและตำรวจหญิงถังเถียน

เมื่อไม่ได้เจอฉินอินมาสักพัก ทั้งสองต่างตกตะลึงกับรูปลักษณ์ของเธอไปชั่วขณะ

ถังเถียนถามตามหน้าที่

"คุณฉินเป็นคนแจ้งความเหรอคะ?"

เมื่อเผชิญหน้ากับการสอบสวนของตำรวจ ฉินอินในชุดกี่เพ้าประยุกต์สีม่วงอ่อนก้าวออกมาข้างหน้าอย่างไม่เกรงกลัว

เธอพยักหน้าเล็กน้อย

"ใช่ค่ะ ฉันแจ้งเอง"

"ฉันสงสัยว่าพ่อสารเลวของฉัน ฉินจื้อหมิง สมรู้ร่วมคิดกับเมียน้อยพยายามฆ่าแม่ของฉันเมื่อในอดีต จนทำให้แม่ต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่นานถึงสองปี"

ฉินจื้อหมิงที่ถูกรปภ.ล็อกตัวไว้แน่น เสื้อผ้าฉีกขาดหลุดลุ่ยจากการยื้อแย่ง สภาพดูไม่ได้ ผมกระจุกใหญ่ถูกดึงทึ้งจนหลุดออกมาเผยให้เห็นหนังศีรษะ

เขาหมดแรงจะดิ้นรนขัดขืนแล้ว

"นังลูกเนรคุณ! แกพูดจาเหลวไหล!"

"แกคิดจะส่งพ่อบังเกิดเกล้าเข้าคุกเนี่ยนะ? ฉันมีลูกสาวจิตใจอำมหิตแบบนี้ได้ยังไง! รู้งี้ฉันน่าจะบีบคอแกให้ตายไปซะตั้งแต่ตอนนั้น!"

ฉินจื้อหมิงตะโกนด่าทอ แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ราวกับดวงตาคู่นั้นอาบไปด้วยยาพิษร้ายแรง

"หุบปาก!"

หัวใจของหวังซิ่วเยว่จดจ่ออยู่กับลูกสาว เมื่อเห็นจิตสังหารที่ฉินจื้อหมิงมีต่อลูก สีหน้าของเธอก็เย็นชาขึ้นทันที

"เพียะ—"

ต่อหน้าต่อตาตำรวจ เธอเงื้อมือตบหน้าฉินจื้อหมิงอย่างแรง

ฉินจื้อหมิงสบถด้วยความโกรธ

"นังแพศยาทั้งแม่ทั้งลูก! นังสารเลว!"

"เพียะ—"

หวังซิ่วเยว่ตบเขาซ้ำด้วยหลังมืออีกครั้ง

จนกระทั่งถังเถียนก้าวเข้ามาห้าม หวังซิ่วเยว่ถึงได้สงบสติอารมณ์ หยุดมือ สูดหายใจลึก และกลับมาวางมาดเป็นคุณนายผู้สูงศักดิ์และเรียบร้อยดังเดิม

ถังเถียน: "..."

ให้ตายสิ นี่เล่นมายากลเปลี่ยนหน้ากากอยู่หรือเปล่าเนี่ย?

ฉินอินหันไปมองหมวดเฉินตง "เรื่องที่แม่ฉันตกตึกมีจุดน่าสงสัยหลายอย่าง มันไม่ใช่อุบัติเหตุ ฉันหวังว่าตำรวจจะรื้อฟื้นคดีขึ้นมาสอบสวนใหม่อย่างละเอียดค่ะ"

เฉินตงในชุดเครื่องแบบตำรวจมีสีหน้าเคร่งขรึม แผ่รัศมีแห่งความยุติธรรม เขาอธิบายให้ฉินอินฟังอย่างใจเย็น

"เรื่องตกตึกผ่านมาสองปีแล้ว ผมคาดว่าหลักฐานส่วนใหญ่น่าจะถูกทำลายไปหมดแล้ว หากไม่มีพยานหลักฐานใหม่ คงยากที่จะเอาผิดได้ เราทำได้แค่กักตัวเขาสอบสวน 24 ชั่วโมง ถ้าไม่พบหลักฐานก็ต้องปล่อยตัวไปครับ"

ตอนนี้ฉินจื้อหมิงเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย การจะสืบสวนคดีที่ผ่านมาสองปีแล้วให้กระจ่างภายใน 24 ชั่วโมงไม่ใช่เรื่องง่าย

ฉินอินพยักหน้า

"ฉันเข้าใจค่ะ รบกวนคุณตำรวจเฉินด้วยนะคะ"

เฉินตงโบกมือ เป็นเชิงบอกว่าเป็นหน้าที่

ฉินอินมองไปทางสวีซุ่ยที่ยืนอยู่ใกล้ๆ สวมแว่นกรอบทองและถือกระเป๋าเอกสาร

เธอแนะนำเขา

"หมวดเฉินคะ นี่คือทนายสวีซุ่ย ทนายความของฉันค่ะ ต่อไปเขาจะรับผิดชอบติดตามคดีนี้ หากทางตำรวจมีธุระอะไร ติดต่อเขาได้เลยค่ะ"

เมื่อได้ยินชื่อนั้น

แววตาของหมวดเฉินตงก็ฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง

ในเมืองไห่เฉิงมีใครบ้างไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของทนายสวี? เขาคาดไม่ถึงเลยว่าทนายมือทองระดับท็อปคนนี้จะถูกฉินอินดึงตัวมาช่วยงานได้

สวีซุ่ยหยิบนามบัตรออกจากกระเป๋าเสื้อ

"หมวดเฉิน ยินดีที่ได้รู้จักครับ"

"ยินดีครับ ยินดี"

เฉินตงยื่นมือไปรับนามบัตรจากสวีซุ่ย

การทักทายสั้นๆ จบลง

ฉินจื้อหมิงที่เต็มไปด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจและพึมพำด่าทอตลอดเวลา ถูกรปภ.ส่งตัวให้ตำรวจและถูกคุมตัวขึ้นรถตำรวจอีกครั้ง มุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจกลางเมืองไห่เฉิงเป็นรอบที่สอง

สวีซุ่ยขับรถส่วนตัวตามรถตำรวจกลับไปที่สถานี

หลังจากตำรวจกลับไปแล้ว ฉินอินก็รักษาสัญญา เดินตรงเข้าไปหาพนักงานรักษาความปลอดภัยคนที่จับตัวฉินจื้อหมิงได้ทันที เธอขอเลขบัญชีธนาคารและโอนเงินให้เขาเดี๋ยวนั้น

ไทยมุงทั้งหลาย "..."

พวกเขาต่างอิจฉาตาร้อนจนหน้าเขียวหน้าเหลือง

เงินก้อนนั้นหาง่ายเกินไปแล้ว คราวหน้าถ้ามีงานแบบนี้อีกต้องรีบเรียกพวกเขานะ!

พวกเขาเต็มใจรับใช้สุดๆ!

หลังจากขอบคุณทุกคนที่มาช่วย ฉินอินก็มอบอั่งเปาคนละหนึ่งหมื่นหยวนเป็นสินน้ำใจ แล้วขับรถพาหวังซิ่วเยว่เข้าไปในเขตที่พักอาศัยสุดหรู

หลังจากจอดรถ ทั้งสองก็ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 13

หวังซิ่วเยว่สลัดความขุ่นข้องหมองใจเมื่อครู่ทิ้งไป แล้วเดินสำรวจไปมาในห้องพักขนาด 200 ตารางเมตร สีหน้าภาคภูมิใจยิ่งฉายชัดขึ้นเรื่อยๆ

เธอกลายร่างเป็นแฟนคลับตัวยงของลูกสาว คุยโวโอ้อวดอย่างบ้าคลั่ง "อินอินเก่งจริงๆ เด็กคนอื่นรุ่นราวคราวเดียวกันเพิ่งเรียนจบ บางคนยังขอเงินพ่อแม่ใช้อยู่เลย แต่อินอินของแม่ซื้อห้องชุดหรูตั้ง 200 ตารางเมตรในโครงการนี้ได้แล้ว"

หวังซิ่วเยว่คิดในใจ เมื่อกี้เดินผ่านเข้ามาในโครงการ ทำเลและพื้นที่สีเขียวจัดว่ายอดเยี่ยม

ราคาบ้านที่นี่ต้องไม่ถูกแน่ๆ อินอินคงทุ่มเงินเก็บเกือบทั้งหมดซื้อที่นี่ เธอต้องรีบหางานดีๆ ทำเพื่อช่วยอินอินผ่อนบ้านและแบ่งเบาภาระ

ฉินอินเดินเข้าครัวรินน้ำมาสองแก้ว

สวมรองเท้าแตะเดินมานั่งลงบนโซฟาหนังแท้นุ่มๆ ราคาแพง แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม

"แม่คะ แม่เข้าใจผิดแล้วค่ะ"

"อ้าว? บ้านนี้ไม่ได้ซื้อเหรอ? จริงๆ ต่อให้เช่าก็ไม่เป็นไรหรอก แค่มีปัญญาเช่าบ้านในโครงการหรูขนาดนี้ได้ อินอินของแม่ก็เก่งยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว!"

ใบหน้าของหวังซิ่วเยว่เบิกบาน มองลูกสาวตรงหน้าด้วยแววตาปลาบปลื้มใจ

ฉินอินยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบ

"แม่คะ ที่หนูจะบอกคือ หนูไม่ได้ซื้อแค่ชั้นนี้ชั้นเดียว แต่ตึก 3 ทั้งตึกนี้เป็นของหนูค่ะ ชั้น 12 ข้างล่างหนูเตรียมไว้ให้แม่อยู่ค่ะ"

น้ำเสียงของเธอราบเรียบและใจเย็น สีหน้าสงบนิ่ง ราวกับไม่ได้กำลังพูดถึงอสังหาริมทรัพย์หรู แต่กำลังพูดถึงผักกาดขาวลดราคา

หวังซิ่วเยว่: !!!

หลังอึ้งไปชั่วขณะ เธอก็เอามือปิดหน้าแล้วส่งเสียงหวีดร้องออกมาเหมือนตัวมาม็อต

หวังซิ่วเยว่วิ่งวนรอบห้องนั่งเล่นด้วยความตื่นเต้น ปากก็พร่ำบอกว่าลูกสาวเก่งแค่ไหน อาการตื่นเต้นไม่ต่างจากติ่งดาราเลยสักนิด

ฉินอินไม่สงสัยเลยว่าถ้ามีโทรโข่งอยู่ในบ้าน หวังซิ่วเยว่คงใช้มันประกาศความเทพของลูกสาวให้คนทั้งโครงการรู้ไปแล้ว

สถานีตำรวจไห่เฉิง

ฉินจื้อหมิงถูกคุมตัวเข้าห้องสอบสวน

เขานั่งบนเก้าอี้เย็นเฉียบด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ไม่ยอมปริปากพูดแม้แต่คำเดียวเมื่อถูกตำรวจซักถาม

ฉินจื้อหมิงไม่ใช่คนไม่รู้กฎหมาย เขาเข้าใจดีว่าขอแค่ทนให้ผ่าน 24 ชั่วโมงแรกไปได้ ตำรวจก็ต้องปล่อยตัวเขาถ้าไม่มีหลักฐาน

เมื่อนึกถึงความอัปยศที่ได้รับในวันนี้ แววตาของเขาก็มืดมนและเต็มไปด้วยเงามืด

ฉินจื้อหมิงคำนวณในใจว่าจะแก้แค้นฉินอินและหวังซิ่วเยว่อย่างสาสมได้อย่างไรเมื่อหลุดออกไปได้

"..."

สวีซุ่ยยืนอยู่หน้าห้องสอบสวน

เมื่อเห็นฉินจื้อหมิงไม่ยอมให้ความร่วมมือ ราวกับเอากาวตราช้างมาปิดปากเงียบกริบอยู่นาน อารมณ์ของเขาก็ขุ่นมัวลงเล็กน้อย

การติดตามคดีดูเหมือนจะไม่ราบรื่นซะแล้ว

จบบทที่ บทที่ 26 พ่อสารเลวถูกจับส่งโรงพักอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว