เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 : ถังโม่ : ไม่ใช่ว่าหาเล่มนี้อยู่เหรอ?

ตอนที่ 5 : ถังโม่ : ไม่ใช่ว่าหาเล่มนี้อยู่เหรอ?

ตอนที่ 5 : ถังโม่ : ไม่ใช่ว่าหาเล่มนี้อยู่เหรอ?


เด็กหญิงโมเสกกระโดดหยองแหยงจากไปหลังจากให้คำใบ้แปลกๆ เสร็จ

ถังโม่สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มกลั้นความรู้สึกอยากฆ่าเจ้าเด็กน้อยคนนั้น

ตอนนี้คือเวลากลางวัน ปีศาจหายไปและนางฟ้าสามารถเคลื่อนไหวได้อิสระ พอต้องอยู่ในที่แปลกๆ แบบนี้มาสักพัก ถังโม่กับร่างทรงก็เริ่มชินชาทั้งสองเดินถือกระบองป้องกันตัวไปดูชั้นหนังสือที่ไหม้เหลือจนเหลือแต่ตอตะโก

มีหนังสือทั้งหมด23ชั้นที่ชั้นสาม ชั้นที่ไหม้ไปคือชั้นที่เก้านับจากโต๊ะศูนย์ช่วยเหลือ

เป็นชั้นหนังสือของหมวด I หนังสือส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องการท่องเที่ยวภายในประเทศ ภูมิศาสตร์ และศาสนาอีกนิดหน่อย แต่ตอนนี้ทั้งหมดนั้นกลายเป็นขี้เถ้าไปแล้ว ชั้นหนังสือไม้ดำเหมือนถ่านหนังสือกลายเป็นกองขี้เถ้าสีดำเทา ถังโม่ลูบกองขี้เถ้านั้นเบาๆ

“ไม่ร้อนเลย”

ร่างทรงมองเขา “ไม่ร้อนเหรอ?”

ถังโม่พยักหน้า “ถ้าตามที่เสียงนั่นบอก ชั้นหนังสือถูกเผาตลอดทั้งคืนก็เลยพอเป็นไปได้ที่จะไม่ร้อนแล้ว แต่ถ้ายึดกระแสเวลาของเรามันเพิ่งผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมง ยังไม่รวมเรื่องขนาดชั้นหนังสืออีก ชั้นหนังสือที่ใส่หนังสือได้เป็นหมื่นเล่มถูกเผาหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงชั่วโมง…ใช้คอมมอนเซ้นส์ของคนมาอธิบายไม่ได้หรอกนะครับ”

ร่างทรงคิดว่าเหตุผลมันค่อนข้างชัด “ปีศาจเป็นคนเผานะ ก็น่าจะใช้วิทยาศาสตร์มาอธิบายไม่ได้อยู่แล้ว”

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาตอนนี้มันเกินขอบเขตของวิทยาศาสตร์ไปไกลแล้ว จะมีเหตุการณ์เล็กๆน้อยๆที่อธิบายไม่ได้เพิ่มเข้ามาก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกแสบคันสักเท่าไหร่

ร่างทรงจดจ่อกับการตามหาหนังสือมากกว่า เขากลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว “เด็กคนนั้นบอกว่านางฟ้ารู้จักหนังสือที่เธอทำหาย? ถังโม่นายรู้จักหนังสือเล่มไหนบ้าง” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “ฉันรู้จักหนังสือเยอะเกินไป อ่านหนังสือที่นี่มาปีหนึ่งแล้วแต่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอ่านอะไรอยู่”

ถังโม่ไม่ได้ดูกังวลเท่าไหร่ “ผมดูแลหนังสือทั้งหมดของชั้นสาม ผมรู้จักหนังสือมากกว่าคุณแน่นอนครับ”

ร่างทรงเริ่มเหงื่อออก “งั้นเราจะทำยังไงกันดี? นี่วันที่สองแล้วนะ”

ถังโม่เดินวนรอบกองขี้เถ้า ไม่ได้ตอบคำถาม ร่างทรงยังคงพล่ามไม่หยุด เขาพยายามนึกถึงสิ่งที่เด็กหญิงคนนั้นพูดแต่ก็ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนอะไรอยู่ดี ในที่สุดก็ร้องออกมาอย่างหมดความอดทน “ถังโม่เราจะทำยังไงกันดี?”

“ไม่ต้องห่วง” ถังโม่นั่งยองๆ อยู่ตรงกองขี้เถ้านั้น แสงอาทิตย์สาดผ่านหน้าต่างเข้ามาตกกระทบใบหน้าที่เงยมองคู่สนทนา เขายิ้มน้อยๆ “ส่วนที่สำคัญที่สุดคือ…ทำไมปีศาจถึงเลือกเผาชั้นนี้ล่ะ?”

ร่างทรงนิ่งไปทันใด

มีชั้นหนังสือ23ชั้น ถ้าลองคิดง่ายๆ โอกาสที่ปีศาจจะเผาหนังสือถูกชั้นอยู่ที่ 3ใน23 ภายใต้เงื่อนไขว่านางฟ้าไม่ได้หาหนังสือเจอก่อน

ร่างทรงครุ่นคิด “เด็กนั่นบอกว่าปีศาจจำไม่ได้ว่าตัวเองซ่อนหนังสือไว้ที่ชั้นไหน ดังนั้นเขาก็น่าจะเผามันแบบสุ่มเหรอ”

“ก็อาจจะ”

ร่างทรงขยี้ผม “เราต้องรีบหาหนังสือ ถ้าเราหาไม่เจอเราก็จบเห่กันพอดี หนังสือที่ฉันอ่านล่าสุดอยู่ที่ชั้นนี้กับ…” สีหน้าเขาย่ำแย่ “กับชั้นที่เพิ่งโดนเผาไป แล้วนายล่ะถังโม่”

ถังโม่ยืนขึ้น “ผมต้องเรียงหนังสือทุกวัน เห็นหนังสือผ่านตาแทบทุกเล่มนั่นแหล่ะครับ”

ร่างทรงเหลือบมองทั้งชั้นหนังสือทั้งกองขี้เถ้า เขาดูกังวลจริงๆ เอาแต่กระซิบสิ่งที่เด็กหญิงคนนั้นพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ตามจริงถ้าเป็นมนุษย์ปกติเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ประหลาดอย่างการเห็นผี หรืออะไรแปลกๆ ทำนองนั้นก็คงจะช่วยไม่ได้ที่พวกเขาจะมีสภาวะจิตไม่ค่อยมั่นคงนักจากการถูกบีบคั้น

ถังโม่กำขี้เถ้าในมือเขามองร่างทรงเดินวนไปวนมาแล้วจู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “เมื่อสักสามวันก่อน ผู้อำนวยการสั่งให้ผมจัดหนังสือหมวด H ไป”

ร่างทรงหยุดเดินทันใด “สามวันก่อนเหรอ? ยังดูไม่นานมากนะ บางทีอาจจะอยู่ที่ชั้นนั้น?”

สองคนเดินไปที่ชั้นหนังสือหมวด H อดไม่ได้ที่จะทำสีหน้าตกตะลึง

“มีหนังสือมากกว่า12000เล่มที่ชั้นของหมวด H” ถังโม่ยืนยันจำนวน

“แล้วอะไรคือเกณฑ์บอกว่าเราหาหนังสือเจอล่ะ? ถ้าเราเอาหนังสือทั้งหมดออกจากชั้นแล้วหยิบโดนเล่มที่ถูก แบบนั้นจะนับเป็นการหาเจอหรือเปล่า?”

กฎไม่ได้ระบุไว้ แค่พูดถึงว่านางฟ้าจะได้คำใบ้ตอนกลางวันและปีศาจจะเผาชั้นหนังสือตอนกลางคืน ถ้าหยิบหนังสือเล่มที่เด็กหญิงโมเสกตามหาจะนับเป็นการเจอง่ายๆ อย่างนั้นเลยหรือเปล่า?

ถังโม่เลิกคิดมาก “ถ้าเรารีบสักหน่อยบางทีอาจจะเอาหนังสือออกจากชั้นหมดทันสองชั่วโมงก็ได้”

จากนั้นพวกเขาก็เริ่มลงมือ

ร่างทรงกระตือรือร้นดึงหนังสือออกมาพร้อมๆ กับถังโม่ พวกเขาแยกกันไปที่สองฟากของชั้น เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถังโม่กำลังดึงหนังสือเกี่ยวกับราชวงศ์ชิงออกมาตอนที่ถึงเวลากลางคืน เขาอยากจะดึงมันออกมาอีก แต่ก็ขยับหนังสือไม่ได้อีกแล้ว

รอบตัวมืดสนิทแล้วตอนที่ร่างทรงพูดออกมาอย่างสะพรึงกลัว “ฉันดึงหนังสือออกมาไม่ได้แล้ว”

ถังโม่กระซิบ “ผมก็ดึงไม่ได้แล้ว”

ทั้งสองละจากชั้นหนังสือกลับไปที่โต๊ะศูนย์ช่วยเหลือ แล้วเปิดโคมไฟอันเดียวที่เปิดได้

ในแสงสว่างทึมๆ ถังโม่กับร่างทรงกลับไปนั่งพิงโต๊ะที่ตำแหน่งเดิม จ้องเขม็งไปที่ชั้นหนังสือหมวด H พวกเขาไม่เห็นอะไรเลยท่ามกลางความมืดมิด แต่รู้ดีว่าชั้นหนังสือชั้นใดชั้นหนึ่งจะถูกเผาในสองชั่วโมงนี้ พอเปลวไฟลุกโชน พวกเขาก็จะเห็นทุกสิ่งทุกอย่างในห้องสมุด

ในวินาทีที่ความเครียดสุมอกแบบนี้ เวลาเดินช้าเหลือเกิน

ดวงตาของร่างทรงแดงก่ำ เขาดูเหมือนคนไร้บ้านที่ไม่ได้นอนมาสักสามวัน ริมฝีปากเขาซีดและแตกแถมยังมีรังแคสีขาวเหมือนหิมะเต็มเส้นผม มีแค่มือเขาที่สะอาดและเล็บก็ตัดแต่งอย่างดี

คืนที่สองเริ่มต้นที่ 23:52 วันถัดไปจะเริ่มตอน 1:52 นาฬิกาของห้องสมุดส่งเสียงดังเมื่อเข็มนาฬิกาแตะบอกเวลาเที่ยงคืน

“เรารู้จักกันมาปีนึงแล้วเนอะ”

ร่างทรงหันซ้ายหันขวาเหมือนสัตว์เล็กที่แตกตื่นตอนเสียงนาฬิกาดัง

พอเวลาไปเขาก็เริ่มผ่อนคลาย ทำหน้าเหมือนครุ่นคิดอะไรสักอย่างตอนที่เขาก้มมองพื้นที่สะท้อนแสงไฟแล้วพูดเบาๆ “มากกว่าสามสิบวัน… ปีนึงแล้วสินะ”

ถังโม่ยังคงมองไปในความมืดมิด ริมฝีปากเขายกขึ้น “บัตรสมาชิกห้องสมุดของคุณมีอายุหนึ่งปี แต่ดูจากตอนนี้แล้ว คุณคงไม่ต้องใช้มันอีกแล้วล่ะ แต่อย่างน้อยก็น่าจะอ่านหนังสือศาสนาที่คุณชอบบนชั้นสามให้จบก่อนนะ”

“ถ้าตั้งใจคงอ่านจบในสองวันได้…”

“น่าเสียดายนะครับ”

แล้วก็ไม่มีใครพูดกันอีก

เวลาผ่านไปนานกว่าที่คิดไว้ “ฉันรู้ว่าพวกนายเอาไปพูดกันลับหลังว่าฉันเป็นบ้า แต่มันมีหลายอย่างในโลกนี้ที่ใช้วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ ก่อนหน้านี้นายก็ไม่เชื่อฉันเลยใช่ไหมล่ะ แล้วดูตอนนี้สิ นายมีหลักการอะไรมาอธิบายเรื่องนี้หรือเปล่า?”

ถังโม่เงียบไปแป๊บนึง “ผมอธิบายไม่ได้ครับ”

อีกฝ่ายเห็นด้วย “พระเจ้ามาแล้วล่ะ ยุคสมัยแห่งพระเจ้ากำลังเริ่มต้น ศาสดาของเรายังไม่ได้ทอดทิ้งเรา หอคอยดำที่มายังโลกนี้คือตัวแทนนึงของพระเจ้า ฉันกับนายคือผู้ถูกเลือกโดยมัน พระเยซู พระพุทธเจ้า แล้วตอนนี้ก็เป็นหอคอยดำ เราได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสิบสองสาวก แล้วจากนั้นเราก็จะหลุดพ้นอย่างแท้จริง”

ถังโม่ยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นทำไมคุณถึงกลัวล่ะ?”

“…”

ทำไมร่างทรงถึงต้องกลัวในเมื่อเขาเชื่อว่าหอคอยดำคือหนึ่งในรูปลักษณ์ของพระเจ้า? เขาควรจะยินดีสิ

ทั้งสองเลิกคุยกัน โชคดีที่ค่ำคืนนี้ไม่ได้ยาวนานนัก ตอนสิบนาทีสุดท้ายก่อนหมดคืนก็มีเสียงระเบิดดัง แล้วชั้นหนังสือก็ติดไฟ

ถังโม่หรี่ตา

ร่างทรงดีดตัวขึ้นทันที “นั่นมันหนังสือหมวดHนี่! หนังสือหมวดH!”

ในวันที่สามเด็กหญิงวิ่งออกมาจากชั้นหนังสือเหมือนเดิม ครั้งนี้เธอไม่ได้สะพายกระเป๋านักเรียนมาแล้ว แต่ถือตะกร้าใส่อาหารน่าอร่อยมาแทน เด็กหญิงไม่ได้สนใจชั้นหนังสือไหม้ๆ ทั้งสองแล้วเดินตรงมาหาถังโม่กับร่างทรง

“หนังสือหนูล่ะ?”

ถังโม่เลือกจะถามกลับแทนที่จะตอบ “วันนี้ไม่ต้องไปโรงเรียนเหรอ?”

สีหน้าของเธอถูกปิดไว้ใต้โมเสก แต่เสียงร่าเริงของเธอก็ยังบ่งบอกว่าเธอตื่นเต้นแค่ไหน “วันนี้วันทัศนศึกษาฤดูใบไม้ร่วง หนูชอบไปทัศนศึกษาที่สุดเลย มีลูกแกะตัวเล็ก กระต่ายขาว แล้วก็ตัววัลลาบี พวกมันตัวใหญ่ ใหญ่มากๆ เลย” เด็กหญิงกางแขนเพื่อบอกขนาด แล้วกลืนน้ำลาย “ต้นขาลูกแกะน่ะอร่อยที่สุดเลย ลูกตากระต่ายขาวก็หวานเหมือนน้ำตาลก้อน พวกวัลลาบีกินยากหน่อยแต่แม่ชอบมันมากๆ หนูก็เลยจะไปช่วยเธอเอากลับมาตัวนึง”

ร่างทรงหน้าซีดเผือด ตัวสั่นตอนที่ได้ยินเด็กหญิงพูด

ถังโม่หันไปมองเขา “คุณเฉิน สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าครับ?”

“นายไม่กลัวเหรอ? ปีศาจรู้ว่าเราทำอะไรบ้างตอนกลางวัน เขาจงใจเผาชั้นหนังสือหมวด H โชคดีที่หนังสือไม่ได้อยู่บนชั้นนั้น ไม่อย่างนั้นเราคงแพ้ไปแล้ว”

สีหน้าเด็กหญิงเปลี่ยนทันที “หนังสือของหนู!”

ถังโม่หันไปมองเธอ “วันนี้จำอะไรเกี่ยวกับหนังสือได้บ้างไหม?”

เด็กหญิงไม่ได้เริ่ม ‘ความเหยียดหยามของโมเสก’ อีกเธอมองถังโม่เหมือนว่าเขาโง่นักหนา

“ทำไมนางฟ้าถึงโง่เหมือนปีศาจเลยล่ะ? หนูรู้แล้ว จริงๆ คุณเองก็อยากได้หนังสือของหนูเหมือนกันใช่ไหมล่ะ? เจ้าปีศาจร้ายนั่น เขารู้จักหนังสือเล่มนั้น เขารู้ว่าถ้าเอามันไปขายจะได้เงินเยอะมากๆ แม่ซื้อหนังสือเล่มนั้นให้เป็นของขวัญวันเกิดหนูเขาก็เลยจงใจขโมยมันไปเพราะรู้ว่าแม่จะโกรธมากๆ คุณแน่ใจใช่ไหมว่าพยายามหาหนังสือมาให้หนูอยู่น่ะ?”

เด็กหญิงดึงไม้ขีดไฟยักษ์ออกมาจากตะกร้า

“คุณไม่ได้ตั้งใจหาหนังสือให้หนูเลย!”

“ดิ๊งด่อง! นางฟ้าได้รับคำใบ้ ‘เพื่อนของฉันไม่ตามหาหนังสือของฉันเหรอ? งั้นก็ตายซะเถอะ’”

เด็กหญิงโยนตะกร้าทิ้ง ถือไม้ขีดไฟที่สูงเท่าตัวเธอแล้วย่างสามขุมมาหาถังโม่

ถังโม่ก้มมองเด็กหญิง รอให้เธอเข้ามาใกล้ “ผมไม่ชอบเด็กเลย โดยเฉพาะเด็กเกเร”

เด็กหญิงหยุดเดินทันใดเหมือนโดนมีดปักเท้า “หนูไม่เคยเกเรเลยนะ!หนูเกลียดการเล่นพิเรนทร์ที่สุด! ใครบอกว่าหนูเกเรกัน? หนูจะไม่ทำตัวแย่ๆ แน่ หนูเป็นเด็กมีเหตุผลแล้วก็เชื่อฟัง!”

ถังโม่ไม่ได้ตอบอะไร

ร่างทรงหันมองเขาอย่างวิตก “ถังโม่?”

ทำไมจู่ๆ เขาก็ไปยั่วโมโหเธอล่ะ

เด็กหญิงพูดย้ำกับตัวเอง “หนูไม่เคยเกเร หนูเป็นเด็กดี” แล้วเธอก็เงยใบหน้าโมเสกของเธอขึ้นพร้อมกับชูไม้ขีดไฟอันใหญ่ “คุณไม่ช่วยหนูหาหนังสือ!”

ถังโม่เดินไปที่ชั้นหนังสือหมวด G หยิบหนังสือออกมาเล่มหนึ่ง แล้วมองไปที่เด็กหญิง “ใช่ เธอไม่เคยเกเรเลย ก็แค่เผานู่นนี่แล้วก็ฆ่าคน”

เด็กหญิงรีบซ่อนไม้ขีดไฟไว้หลังตัวเอง

ถังโม่โบกหนังสือ ‘ความลับเบื้องหลังการหายตัวไปของชนเผ่ามายา’ ในมือ “ไม่ใช่ว่าหาเล่มนี้อยู่เหรอ?”

จบบทที่ ตอนที่ 5 : ถังโม่ : ไม่ใช่ว่าหาเล่มนี้อยู่เหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว