- หน้าแรก
- วิถีบรรพบุรุษ ปั้นทายาทสู่ความเป็นหนึ่งในใต้หล้า
- บทที่ 475 เริ่มศึก!!
บทที่ 475 เริ่มศึก!!
บทที่ 475 เริ่มศึก!!
บทที่ 475 เริ่มศึก!!
ราตรีอันเงียบงันผ่านพ้นไป
รุ่งเช้าวันใหม่ แสงทองเพิ่งจับขอบฟ้า เสียงโห่ร้องดังลั่นมาจากด้านนอกตลาด
“ข้าศึกบุก! ข้าศึกบุก!”
เสียงระฆังเตือนภัยดังกังวานไปทั่วทั้งตลาดเขามืดอย่างเร่งร้อน
สวีฉางเซิงลืมตาโพลง ร่างกายวูบไหวเพียงครั้งเดียวก็ไปปรากฏตัวที่ลานหน้าเรือน
เวลานี้ อู๋ซานเหอและคนอื่นๆ ก็มาถึงแล้วเช่นกัน
“สหายเต๋าแซ่สวี กองพันทมิฬมาถึงแล้ว!” สีหน้าของอู๋ซานเหอเคร่งเครียด
สวีฉางเซิงพยักหน้า หยิบหน้ากากออกมาจากแหวนมิติแล้วสวมใส่ “ไปกันเถอะ ไปต้อนรับพวกมันกัน!”
ทุกคนรีบรุดไปยังกำแพงเมืองของตลาด
ภายนอกกำแพงตลาด ผู้ฝึกตนนับร้อยยืนเรียงราย แผ่รังสีสังหารคละคลุ้ง
ที่แถวหน้าสุด มีร่างห้าร่างยืนลอยตัวอยู่กลางอากาศ กลิ่นอายพลังน่าเกรงขาม นั่นคือห้าผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานแห่งกองพันทมิฬ!
ผู้ที่ยืนอยู่ตรงกลางสวมชุดคลุมสีดำ ใบหน้าเหี้ยมเกรียม รอบกายมีไอหมอกสีดำจางๆ ลอยวนเวียน เขาคือผู้นำกองพันทมิฬ — มารเฒ่าทมิฬ!
[ตัวละคร: มารทมิฬ]
[อายุ: 184 ปี]
[คุณสมบัติ: รากวิญญาณหกธาตุ]
[พรสวรรค์: วิถีพิษ (หนึ่งดาว)]
[กายา: ไม่มี]
[ระดับพลัง: สร้างรากฐานขั้นที่แปด]
สวีฉางเซิงหรี่ตาลง คิดในใจ ‘สร้างรากฐานขั้นที่แปด? ดูเหมือนมารเฒ่าทมิฬเพิ่งจะทะลวงขั้นมาได้ไม่นาน โชคดีที่พรสวรรค์ด้านพิษของมันมีแค่ระดับหนึ่งดาว ไม่อย่างนั้นวันนี้ข้าคงต้องหนีหัวซุกหัวซุนแน่’
แต่อู๋ซานเหอที่ยืนอยู่ข้างๆ ดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงระดับพลังของมารเฒ่าทมิฬ เขาคิดเพียงว่าขอแค่สวีฉางเซิงช่วยต้านมารเฒ่าทมิฬไว้ได้ หลังจากที่เขาจัดการพวกระดับสร้างรากฐานคนอื่นๆ ของกองพันทมิฬเสร็จแล้ว เขาจะกลับมาช่วยสวีฉางเซิงรุมจัดการมารเฒ่าทมิฬ ชัยชนะก็จะเป็นของพวกเขา
ด้านนอกตลาดเขามืด รองผู้นำกองพันที่สวมชุดคลุมโลหิตยืนอยู่ข้างมารเฒ่าทมิฬ ก้าวออกมาข้างหน้า แล้วตะโกนเสียงกึกก้อง
“อู๋ซานเหอ! วันนี้คือวันตายของตลาดเขามืดพวกเจ้า! หากเจ้ารักตัวกลัวตาย ก็จงส่งตัวฆาตกรที่ฆ่าลูกชายข้าเมื่อตอนนั้นออกมา แล้วมอบทรัพยากรครึ่งหนึ่งของตลาดให้ข้าเสียดีๆ กองพันทมิฬของข้าอาจจะเมตตาไว้ชีวิตสุนัขของพวกเจ้า!”
ใบหน้าของอู๋ซานเหอบึ้งตึง ตะโกนสวนกลับด้วยความโกรธเกรี้ยว “ตาเฒ่าชุดโลหิต อย่าได้กำเริบเสิบสาน! ตลาดเขามืดของข้ายืนหยัดมาหลายสิบปี คนอย่างพวกเจ้าจะมาสั่นคลอนง่ายๆ ได้อย่างไร?”
รองผู้นำที่ถูกเรียกว่าตาเฒ่าชุดโลหิตแค่นเสียงหัวเราะเยาะ “ตาแก่เอ้ย ความตายมาจ่อคอหอยแล้วยังปากดีอีก! ท่านผู้นำ ให้ข้าออกไปสั่งสอนพวกมันก่อนเถอะ!”
มารเฒ่าทมิฬพยักหน้าเล็กน้อย แววตาฉายแววอำมหิต “ไปเถอะ ทำให้ตระกูลอู๋รู้ซึ้งถึงผลของการล่วงเกินกองพันทมิฬ”
ตาเฒ่าชุดโลหิตรับคำสั่ง ร่างพุ่งวูบไปหยุดอยู่หน้าขบวนทัพ พลางชี้ดาบยาวสีเลือดไปที่อู๋ซานเหอ “ตาแก่อู๋ กล้าออกมาสู้กับข้าไหม?”
[ตัวละคร: ชุดโลหิต]
[อายุ: 167 ปี]
[คุณสมบัติ: รากวิญญาณเจ็ดธาตุ]
[พรสวรรค์: วิถีดาบ (หนึ่งดาว)]
[กายา: ไม่มี]
[ระดับพลัง: สร้างรากฐานขั้นที่หก]
ขณะที่อู๋ซานเหอกำลังจะก้าวออกไป สวีฉางเซิงก็เอ่ยเตือน “สหายเต๋าแซ่อู๋ ระวังตัวด้วย! แม้คนผู้นี้จะมีพลังแค่ระดับสร้างรากฐานขั้นที่หก แต่ข้าสังเกตว่ากลิ่นอายพลังของมันไม่ด้อยไปกว่าผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานขั้นที่เจ็ดเลย”
อู๋ซานเหอพยักหน้า “ขอบใจที่เตือน สหายเต๋าแซ่สวี”
พูดจบ เขาก็กระโจนออกไป ปรากฏตัวเผชิญหน้ากับตาเฒ่าชุดโลหิต “ตาเฒ่าชุดโลหิต วันนี้ข้าจะให้เจ้าได้เห็นอานุภาพของตระกูลอู๋!”
ทั้งสองเข้าปะทะกันทันที พลังปราณระเบิดออก รุนแรงจนน่าตื่นตะลึง
ในขณะเดียวกัน รองผู้นำกองพันทมิฬอีกคน — ผู้ฝึกตนวัยกลางคนในชุดคลุมสีเขียว — ก็เหาะออกมาเช่นกัน กล่าวเสียงเย็นชาว่า “อู๋ชิงซาน เจ้ากล้าสู้กับข้าไหม?”
[ตัวละคร: ชุดเขียว]
[อายุ: 152 ปี]
[คุณสมบัติ: รากวิญญาณเจ็ดธาตุ]
[พรสวรรค์: ไม่มี]
[กายา: ไม่มี]
[ระดับพลัง: สร้างรากฐานขั้นที่ห้า]
อู๋ชิงซานตวาดลั่น “รองผู้นำชุดเขียว อย่าได้สามหาว!”
ทั้งสองเข้าต่อสู้กันอย่างรวดเร็ว สถานการณ์ดุเดือดเลือดพล่าน
ทางฝั่งกองพันทมิฬ ผู้คุมกฎซ้ายขวาก็พุ่งเข้าโจมตีพร้อมกัน เข้าปะทะกับอู๋หมิง อู๋ชิงเยว่ และผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์ระดับสร้างรากฐานของตระกูลอู๋
ชั่วขณะหนึ่ง ท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงสีของพลังปราณที่ไขว้กันไปมา คาถาและอาวุธวิเศษนานาชนิดพุ่งเข้าใส่กัน เกิดเสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาท
มารเฒ่าทมิฬยืนไพล่หลังมองดูเหตุการณ์อย่างเย็นชา ดูเหมือนจะยังไม่คิดลงมือในทันที
สวีฉางเซิงยืนอยู่บนกำแพงเมือง สายตาจับจ้องไปที่มารเฒ่าทมิฬ พลางคำนวณสถานการณ์ในใจ
ทันใดนั้น มารเฒ่าทมิฬก็หันขวับมา สายตาเหี้ยมเกรียมจ้องมองตรงมายังสวีฉางเซิง “สหายเต๋าท่านนี้ดูหน้าตาไม่คุ้นเคย ไม่ทราบว่าเป็นใครมาจากไหน? ไยต้องมาสอดมือยุ่งเรื่องความแค้นระหว่างกองพันทมิฬกับตระกูลอู๋? หากถอยไปเสียแต่ตอนนี้ กองพันทมิฬอาจจะละเว้นชีวิตเจ้าได้”
สวีฉางเซิงยิ้มบางๆ ภายใต้หน้ากาก น้ำเสียงทุ้มลึกและดูลึกลับ “ข้าเป็นเพียงผู้ฝึกตนอิสระ ได้รับไหว้วานจากตระกูลอู๋ให้มาช่วยรับมือก็เท่านั้น”
ดวงตาของมารเฒ่าทมิฬวูบไหว ก่อนจะแค่นเสียงเย็น “วาจาโอหังนัก อย่าคิดว่ามีวิชาหรือสมบัติปกปิดกลิ่นอายแล้วจะขู่ขวัญผู้นำอย่างข้าได้ พอข้าจัดการอู๋ซานเหอเสร็จ รายต่อไปก็คือเจ้า!”
พูดจบ เขาก็ประสานอินอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น งูพิษสีดำขนาดมหึมาก็พุ่งออกมาจากใต้เท้า แยกเขี้ยวขู่คำราม แล้วพุ่งเข้าใส่อู๋ซานเหอที่กำลังพัวพันอยู่กับตาเฒ่าชุดโลหิต
อู๋ซานเหอเห็นท่าไม่ดี รีบถอยฉากเพื่อป้องกันตัว
ทว่างูพิษนั้นรวดเร็วปานสายฟ้า พริบตาเดียวก็มาถึงตัวเขา
ในจังหวะที่งูพิษกำลังจะฉกกัดอู๋ซานเหอ ร่างของสวีฉางเซิงก็วูบไหวมาปรากฏตัวขวางหน้าอู๋ซานเหอไว้ เขาตวัด ‘กระบี่ทะลวงมายา’ ในมือ ปล่อยปราณกระบี่คมกริบเข้าเชือดเฉือนงูพิษ
งูพิษถูกปราณกระบี่ฟันขาดเป็นสองท่อน ส่งเสียงร้องโหยหวน ก่อนจะสลายกลายเป็นหมอกพิษสีดำหายไป
“หึ สมกับเป็นมารเฒ่าทมิฬ ปากพูดคุยแต่ลับหลังกลับลอบกัด ช่างเจ้าเล่ห์เพทุบายนัก แต่น่าเสียดาย ที่ข้าไม่ใช่คนโง่!” สวีฉางเซิงกล่าวเสียงเย็น
สีหน้าของมารเฒ่าทมิฬเคร่งขรึมลง ไม่คิดว่าสวีฉางเซิงจะมีปฏิกิริยารวดเร็วปานนี้ และจากการโจมตีที่สังหารงูพิษเมื่อครู่ แสดงว่าฝีมือของเขาน่าจะอยู่ในระดับสร้างรากฐานขั้นที่เจ็ดเป็นอย่างน้อย
แต่เมื่อนึกถึงว่าตนเองอยู่ระดับสร้างรากฐานขั้นที่แปด และการโจมตีเมื่อครู่เป็นเพียงการลองเชิง เขาก็คลายกังวลลงบ้าง
ทว่า มารเฒ่าทมิฬยังคงลังเลใจ เพราะเขาใช้จิตสัมผัสตรวจสอบระดับพลังของสวีฉางเซิงไม่ได้เลย
“สหายเต๋า ฝีมือไม่เลว แต่เจ้าแน่ใจรึว่าจะเป็นศัตรูกับกองพันทมิฬของข้า?” เขาแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมข่มขู่
ภายใต้หน้ากาก มุมปากของสวีฉางเซิงยกขึ้นเล็กน้อย กระบี่ทะลวงมายาในมือเปล่งแสงสีเขียวจางๆ “ท่านผู้นำมารทมิฬไยต้องพูดมากความ? หากจะสู้ ก็เข้ามา!”
อย่างไรก็ตาม เมื่อเผชิญกับคำท้าทายของสวีฉางเซิง มารเฒ่าทมิฬกลับไม่ได้โมโห แต่กลับยิ่งระแวงมากขึ้นเพราะท่าทีไม่เกรงกลัวของอีกฝ่าย ทำให้ยังลังเลที่จะลงมือ
ทั้งสองจึงยืนเผชิญหน้ากันกลางสายลม คุมเชิงกันอยู่คนละฝั่ง ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด เหตุการณ์ในสนามรบอีกด้านก็เกิดความเปลี่ยนแปลง
เหนือตลาดเขามืด การต่อสู้ระหว่างอู๋ชิงซานกับรองผู้นำชุดเขียวเป็นคู่แรกที่เข้าสู่ช่วงวิกฤต
รองผู้นำชุดเขียวตะโกนก้อง อาวุธวิเศษระดับสอง ‘ดาบวายุแตก’ ในมือฟาดฟันลงมาอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดแสงดาบสีเขียวขาวแหวกอากาศหวีดหวิว
อู๋ชิงซานหรี่ตาลง ไม่กล้ารับคมดาบอันดุดันนี้ตรงๆ
เขารีบประสานอิน พลังปราณรอบกายปั่นป่วน โล่หนาทึบที่ก่อตัวจากพลังปราณธาตุดินปรากฏขึ้นขวางหน้าทันที
แสงดาบปะทะกับโล่ เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้อง ประกายไฟแตกกระจาย รอยร้าวละเอียดเริ่มปรากฏขึ้นบนผิวโล่