เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43-44

บทที่ 43-44

บทที่ 43-44


บทที่ 43

ตาสุนัขมองคนต่ำ

 

วันถัดมา

ถังซือซือเดินทางมาถึงห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยที่สุดในเมืองหลวง

มู่ซูเสียนไม่ค่อยเต็มใจจะใช้จ่ายไปกับเสื้อผ้าราคาแพงเท่าไหร่ แต่ถังซือซือไม่ต้องการเห็นแม่ของตัวเองถูกคนอื่นดูถูก โดยเฉพาะพี่น้องด้วยกันเอง เธอจึงตัดสินใจซื้อชุดไปร่วมงานหมั้นให้กับมู่ซูเสียน

เพราะเซียวเฉินเยวียนเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการตกแต่งร้านเบเกอรี่ เธอจึงเหลือเงินจากทุนการศึกษาอีกกว่าแปดพันหยวน

หลังจากเธอเลือกร้านที่ดูดีได้แล้ว ถังซือซือก็รีบเดินตรงเข้าไปทันที

พนักงานผู้หญิงสองคนที่หน้าร้านเหลือบมองถังซือซือ ที่วันนี้เธอแต่งตัวได้เชยมาก แถมหน้าตาไม่ดี ซึ่งทำให้พวกเธอคิดว่าเธอต้องจนมากแน่ๆ พวกเธอขยิบตาให้กัน ความเยาะเย้ยถากถางเกิดขึ้นในจิตใจ

ครู่ใหญ่ มีหนึ่งในพนักงานหญิงสองคนเดินเข้ามา ทรงผมดูทันสมัย สีลิปสติกที่ใช้ดูมีราคาแพง รูปร่างดีทีเดียว

“เดินระวัง ๆ หน่อยนะคะ” พนักงานผู้หญิงพูดเบา ๆ ก่อนยืนดูอยู่ห่าง ๆ

ถังซือซือทำเป็นไม่สนใจ แล้วเดินช้า ๆ ดูเสื้อผ้าไปทีละโซน

ผ่านไปสักพักใหญ่ เมื่อพนักงานผู้หญิงเห็นถังงซือซือกำลังเอื้อมมือไปจับเสื้อชุดหนึ่ง สีหน้าของพนักงานผู้หญิงดูไม่พอใจขึ้นมาทันที กลัวว่าถังซือซือจะทำให้เสื้อผ้าหรูหราในร้านของพวกเธอต้องมัวหมอง

ถังซือซือหยิบชุดเดรสสีดำตัวเล็กออกมา ก่อนเหลือบดูป้ายราคาที่เขียนบอกไว้ว่าราคาสามหมื่นสองพันหยวน

“มีส่วนลดอะไรบ้างไหม?”

“ไม่มีหรอก เสื้อผ้าของเราเป็นเกรดผ้าระดับไฮเอนด์ มีแค่สมาชิกพิเศษเท่านั้นที่จะรับส่วนลดได้”

“อีกอย่างนะคะ ในเมื่อคุณลูกค้ากล้าเดินเข้ามาในร้านหรูหราขนาดนี้ จะมัวกังวลเรื่องได้ส่วนลดหรือไม่ได้ส่วนลดทำไมกัน?”

พนักงานหญิงอาศัยโอกาสในการพูดดูถูกทางอ้อม ๆ ใส่ถังซือซือทันที

เธอเดินกลับมาหาพนักงานหญิงอีกคนที่เฝ้าอยู่หน้าร้านแล้วแอบกระซิบกันเบา ๆ ว่า “ไม่มีเงินแล้วยังสะเออะเข้ามาอีก”

ถังซือซือทำเป็นไม่สนใจอีกครั้ง ก่อนหยิบชุดเดรสไปลองใส่

ต้าโปลั่งและเฮิ่นเทียนเกาแอบกระซิบนินทาและเยาะเย้ยกันเสียงดัง เพราะพวกเธอเจตนาให้ถังซือซือได้ยิน

ถังซือซือจัดระเบียบชุดเดรสให้ดูเรียบร้อย ก่อนยืนหันหลังให้พนักงานผู้หญิงทั้งสอง แล้วถามขึ้นว่า

“ข้างหลังดูสวยไหม?”

ต้าโปลั่งแสดงสีหน้าเหยียดหยามก่อนตอบว่า

“ก็ดูต่ำดีนะคะ”

ถังซือซือยิ้มตอบกลับ เธอมองหน้าพวกพนักงานแล้วพูดขึ้นว่า

“ดูต่ำดี!  ฉันเพิ่งเคยเห็นคนที่มีทัศนคติเป็นเหมือนสำนวนหนึ่งว่าไว้ ตาสุนัขมองคนต่ำ*!”

*ตาสุนัขมองคนต่ำ = การมองจุดต่ำต้อยของคนอื่น      ถือเป็นคำสบถอย่างหนึ่งที่สื่อถึงคนที่มีจิตใจคับแคบ และมีสายตาเหมือนสุนัขตอนที่เห็นคนแปลกหน้า ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า เป็นการดูถูกคนที่ตัวเองไม่ชอบหน้า

“ฮ่าๆๆๆ!” ลูกค้าหลายคนที่กำลังเลือกดูเสื้อผ้าอยู่ได้ยินก็พากันหัวเราะเสียงดัง

“เหลือเชื่อ! ฉันไม่คิดเลยนะว่าจะมีคนใช้สำนวนความหมายแรง ๆ แบบนี้มาด่า”

“ไม่ว่าใครก็ไม่ควรเหยียดหยามคนจากภายนอก บางทีคนที่ดูฟุ่มเฟือยทำตัวรวย ๆ นี่แหละมีหนี้สินเพียบ”

“คนเราตัดสินกันจากภายนอกไม่ได้จริง ๆ สมควรแล้วที่พนักงานพวกนั้นได้รับบทเรียนนี้!”

“ยัยบ้านี่…” ต้าโปลั่งนึกไม่ถึงว่าถังซือซือจะพูดแรงได้ขนาดนี้ ใบหน้าเรียวเล็กของต้าโปลั่งที่อัดแน่นไปด้วยเครื่องสำอางบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด

เฮิ่นเทียนเการีบมาห้ามเธอไว้ ก่อนกระซิบข้างหูเบา ๆ ว่า

“อย่าเพิ่งสนใจยัยคนนี้เลย! ดูนั่นสิ คุณหนูถังลี่ชามาแล้ว!”

ผู้หญิงคนนั้นดูมีฐานะร่ำรวยและทันสมัย สวมชุดแฟชั่นสไตล์หรูหรากำลังเดินเข้ามาภายในร้าน

เส้นผมสีดำเงา ทรงผมเก๋ไก๋ตามฉบับแฟชั่นวีค สวมรองเท้าส้นสูงปากปลา ถือกระเป๋าปักลายหงส์ไฟสีแดงเลือดหมู ริมฝีปากสีแดงดูดีมีเสน่ห์

“คุณหนูถังลี่ชาคะ! ทางร้านเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ!”

ต้าโปลั่งและเฮิ่นเทียนเกามีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ราวกับว่าพวกเขากำลังต้อนรับผู้ที่มีฐานะร่ำรวยที่ทรงอิทธิพล พวกเธอเดินตามไปอย่างช้า ๆ ด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข โค้งคำนับตลอดเวลา

ถังลี่ชาปรายตามองพนักงานทั้งสอง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งขึ้นว่า

“พวกหล่อนแนะนำฉันมาซิ ว่ามีคอนเลคชั่นอะไรใหม่ ๆ เข้ามาบ้าง?”

“คุณหนูถังลี่ชา เชิญดูทางด้านนี้ก่อนค่ะ โซนนี้เพิ่งมาถึงเมื่อวาน แล้วเดี๋ยวล็อตใหม่พรุ่งนี้เข้ามาเมื่อไหร่ทางเราจะโทรแจ้งไปทันทีค่ะ!”

“อืม” ถังลี่ชาเดินมาตรงโซนเสื้อผ้าที่ถังซือซือกำลังยืนอยู่ แล้วยืนมองถังซือซือด้วยสายตาดูถูก ก่อนจะหันไปพูดกับพนักงานว่า

“นังนี่เป็นใครเนี่ย? ที่ร้านไม่มีกฎรึไงว่าใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าร้านนี้ และหนังหน้าแบบไหนที่ไม่มีสิทธิ์น่ะ?”

บทที่ 44

ลมอะไรพัดคุณมาถึงที่นี่

 

ต้าโปลั่งรีบตอบถังลี่ชาทันทีว่า “เด็กหน้าตาน่าเกลียดที่ไหนก็ไม่รู้ค่ะ คิดว่าตัวเองมีเงินเข้าหน่อยก็สะเออะเข้าร้านมา แต่อย่าไปสนใจเลยค่ะคุณหนูถังลี่ชา”

“อ๋อเหรอ ช่างมันละกัน เดี๋ยวพวกหล่อนไปเตรียมห้องส่วนตัวให้เรียบร้อย ฉันต้องการลองเสื้อล็อตใหม่ทั้งหมด”

ขณะเดียวกัน เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น

ถังซือซือหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดรับสาย

“อยู่ที่ไหน?” น้ำเสียงเหมือนเพิ่งตื่นนอนของ                เซียวเฉินเยวียนพูดขึ้น ถังซือซือถึงกับแอบเขินเมื่อได้ยินเสียงงัวเงียของเขา

เธอรายงานเขาว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน

“ผมหิวแล้ว” เขาเรียกร้องให้เธอรีบกลับไปทำอาหารให้

แล้วมาบอกฉันทำไมเนี่ย?

“อย่าลืมสิ คุณสัญญากับผมเมื่อคืน ว่าจะทำอาหารให้เมื่อผมต้องการ”

ก็ได้ ๆ เธอยินดีทำให้อยู่แล้ว แต่เธอต้องการเวลาซื้อเสื้อผ้ากับแม่ก่อนซะก่อนจึงตอบไปว่า

“ฉันทำให้ได้อยู่แล้ว แต่ฉันต้องซื้อเสื้อผ้าให้แม่ก่อน เรื่องเลือกเสื้อผ้าคงใช้เวลาสักหน่อย คุณรอไปอีกสักพักแล้วกันนะ” ถังซือซือตอบตามความจริง

หลังจากนั้นเซียวเฉินเยวียนก็วางสายไป

เดาใจเขาไม่ถูกเลยจริง ๆ…

แต่เอาเถอะ ตอนนี้ไปเลือกเสื้อผ้าต่อดีกว่า

พอถังซือซือเก็บโทรศัพท์มือถือเสร็จ เธอก็รีบไปเลือกเสื้อผ้าต่อทันที

“ชุดนี้ก็ดูพอใช้ ไหนพวกหล่อนไปเอามาชุดนั่นมาให้ฉันลองที”

ระหว่างที่ถังลี่ชากำลังรอลองชุด เธอเหลือบไปเห็น       ชุดเดรสเอวสูงคอปกในมือของถังซือซือพอดี จึงหันไปสั่งต้าโปลั่งให้ไปหยิบชุดที่ถังซือซือมา

เมื่อต้าโปลั่งเดินมาอยู่ตรงหน้าถังซือซือก็พูดขึ้นว่า     “คุณลูกค้าช่วยคืนชุดเดรสให้ทางร้านด้วยค่ะ”

“ทำไมล่ะ? แต่ฉันต้องการซื้อนะ!” ถังซือซือตอบกลับด้วยน้ำเสียงท้าทาย

“ฮ่าๆๆ นี่ดิฉันพูดด้วยดี ๆ แล้วนะคะ ไม่ชอบให้พูดสุภาพด้วยรึไง?”

พวกเธอรู้สึกตลกขบขันเมื่อได้คำพูดของถังซือซือ ถังลี่ชายกมือขึ้นปิดปากแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ ต้าโปลั่งและเฮิ่นเทียนเกาก็หัวเราะเสียงดังพร้อมกัน

“ขอโทษนะคะคุณลูกค้า พอดีว่าชุดนี้ราคาห้าหมื่นแปดพันหยวน แล้วก็ตัวนี้ไม่มีส่วนลดด้วยนะ”

ต้าโปลั่งบอกราคาเต็มด้วยน้ำเสียงดูถูก ย้ำเรื่องส่วนลดซ้ำไปซ้ำมาอีกครั้ง เพื่อให้ถังซือซือรู้ตัวว่าไม่มีทางจ่ายได้

“ฉันเกลียดคนที่มาปล้นความสุขของฉันมากที่สุด เธอนี่มันไร้มารยาท กล้ามากนะที่มาขัดความต้องการของฉันในตอนนี้!”

ถังลี่ชาลุกขึ้นยืนแล้วเชิดหน้าขึ้น ก่อนพูดจาดูถูกถังซือซืออย่างเย่อหยิ่งต่อไป

ผ่านไปไม่กี่นาที ชายร่างสูงและผอมบางคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าร้าน

เฮิ่นเทียนเกาเหลือบไปเห็นพอดี เธอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

หลังจากนั้น สีหน้าของเฮิ่นเทียนเกาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ตอนนี้เต็มกลับไปด้วยความตกใจจนหน้าซีดเผือด เธอรีบวิ่งออกไปต้อนรับทันที ก่อนโค้งตัวงอแทบจะเก้าสิบองศา พูดเสียงดังฟังชัด

“สวัสดีค่ะคุณกู่! วันนี้ลมอะไรพัดคุณมาถึงที่นี่ได้ เชิญเข้ามาก่อนเลยค่ะ!”

สีหน้าท่าทางดูประจบประแจงทำให้ทุกคนภายในร้านต่างพากันสงสัย

สีหน้าของต้าโปลั่งเองก็เต็มไปด้วยความตกใจและประหม่า

เดิมทีถังลี่ชาเป็นลูกค้าสมาชิกระดับซูเปอร์แพลตตินั่ม แต่สำหรับคุณกู่แล้ว เขาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของประธานเซียว ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของแบรนด์เสื้อผ้าร้านนี้

ว่ากันว่าถ้าสามารถทำให้คุณกู่ประทับใจในการบริการได้ จะมีโอกาสไม่น้อยที่จะได้เลื่อนตำแหน่งและขึ้นเงินเดือนในอนาคต ต้าโปลั่งจึงรีบวิ่งไปหากู่ชวนและแสดงสีหน้าท่าทางประจบประแจงให้มากกว่าเฮิ่นเทียนเกา

เมื่อเขาพบกับความเอาใจใส่อย่างกระตือรือร้นของพนักงานทั้งสอง เขาจึงให้หยิบทิปไม่กี่หยวนให้พนักงานทั้งสองไป

คุ้นเสียงนี้มาก ๆ เลยแฮะ

ถังซือซือตกใจมากเมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองตามเสียง

มาไงเนี่ย?

จู่ ๆ กู่ชวนก็โผล่มาเฉยเลย

หลังจากกู่ชวนเดินเข้ามาในร้าน เขาก็เดินตรงไปยังทิศทางที่ถังลี่ชากับถังซือซือยืนอยู่ทันที

เมื่อถังลี่ชาเห็นกู่ชวนเดินมา เธอก็รู้สึกประหม่าจนมือสั่นไม่หยุด

เหตุผลที่ทุกคนต่างเกรงใจกู่ชวน เพราะเขาเป็นถึงผู้ช่วยส่วนตัวของเซียวเฉินเยวียน เจ้าของคนปัจจุบันของบริษัทตระกูลเซียว ครอบครัวที่ร่ำรวยเป็นอันดับหนึ่งของเมืองหลวง

มีกี่คนกันที่พยายามจะบรรลุความร่วมมือทางธุรกิจกับท่านประธานเซียว โดยหวังปีนป่ายผ่านบุคคลที่เรียกได้ว่าเป็นมือขวาของเขา?

ถังลี่ชายืนนิ่งจนเกร็งไปทั้งตัว เธอพยายามอย่างมากที่จะฝืนยิ้มออกมาเพื่อไม่ให้เขารู้ว่าตัวเองกำลังประหม่า

กู่ชวนหันหน้ามาหาต้าโปลั่งแล้วพูดขึ้นว่า “จัดเสื้อผ้าและกระเป๋าล็อตใหม่ล่าสุดทั้งหมดให้คุณหนูถังเดี๋ยวนี้”

จบบทที่ บทที่ 43-44

คัดลอกลิงก์แล้ว