เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41-42

บทที่ 41-42

บทที่ 41-42


บทที่ 41

ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง

 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาของเซียวเฉินเยวียน เขาไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนเลย ทำให้คนในครอบครัวและคนรอบข้างพลอยกังวลไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หลังจากพ่อและแม่ของเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุได้ไม่นาน เขาก็ได้ขึ้นเป็นประธานบริษัทตระกูลเซียวทันที ผู้สนับสนุนทุกคนในคฤหาสน์เฟิงตันต่างรู้ดีว่าเขาต้องแบกรับภาระหนักไม่น้อย ฝางเสวี่ยหลานหรือคุณยายของเขาก็ชราลงมากทั้งยังป่วยหนักอีกด้วย เมื่อเห็นว่าหลานชายคนเดียวของเธอยังไม่มีคู่ชีวิต ด้วยเหตุนี้จะไม่ให้เธอร้อนใจได้ยังไง?

สำหรับกู่ชวนแล้ว ในฐานะที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของ     เซียวเฉินเยวียนมานาน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเจ้านายของตัวเองมีท่าทีอ่อนโยนต่อผู้หญิงคนหนึ่ง

เฮ้อ เราคงกังวลมากไป นี่อาจเป็นสัญญาณที่ดีก็ได้...

แม้ว่าในความคิดของกู่ชวน ถังซือซือนั้นแทบไม่มีอะไรที่เหมาะสมกับเจ้านายของตัวเองเลย แต่เธอสามารถเปลี่ยนแปลงเขาได้ และกู่ชวนเองก็ประทับใจในเรื่องนั้น...

บางที ผู้หญิงคนนี้อาจจะเป็นคนที่เข้ามาเติมเต็มคุณผู้ชายอย่างที่หมอซูบอกไว้ก็เป็นได้...

คอนโดเฟิงตัน

ถังซือซือกำลังเปิดกล่องลังกระดาษที่เซียวเฉินเยวียนส่งมาให้ ภายในกล่องส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุดิบทำอาหาร และเครื่องดื่มราคาแพงหลายยี่ห้อ

เธอส่ายหัวทันทีเมื่อรู้ดีว่าเขาส่งมาเพื่ออะไร ก่อนจะถอนหายใจ แต่แล้วก็เจอกับของบางอย่างที่ต่างออกไป

มันเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์มือถืออันดับหนึ่งในเมืองหลวง

เมื่อโทรศัพท์รุ่นนี้เปิดตัวครั้งแรก กลุ่มลูกค้าทั่วเมืองหลวงต่างให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก พวกเขายอมลงทุนกางเต็นท์ค้างคืนหน้าห้างสรรพสินค้าเพื่อรอซื้อโทรศัพท์รุ่นนี้...

ถังซือซือหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าของตัวเองขึ้นมา แล้วเปรียบเทียบกับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ ระดับคุณภาพของทั้งสองเครื่องช่างต่างกันจริง ๆ

ทันใดนั้น ก็มีเสียงอึกทึกเหมือนประตูถูกกระแทกอย่างแรง พร้อมกับเสียงคนพูดดังขึ้นมาว่า

“ยกตูดโง่ ๆ ของแกออกมาจากห้องเดี๋ยวนี้! อย่าให้ต้องพูดซ้ำนะนังอัปลักษณ์! อย่ามัวมุดหัวอยู่แต่ในห้องและทำเป็นไม่สนใจนะ! ฉันเตะประตูแกพังแน่ถ้าไม่ยอมออกมา! พูดไม่รู้เรื่องเดี๋ยวได้เห็นดีกันแน่! แกต้องชดใช้ที่มารังแกแม่ของฉัน!”

เสียงดังโหวกเหวกอะไรกัน?

มู่ซูเสียนกำลังอาบน้ำแล้วได้ยินเสียงดังลอดเข้ามา ถังซือซือกลัวว่าจะเป็นคนไม่ดีมาบุกห้อง จึงรีบวิ่งไปหน้าประตูเพื่อจัดการเรื่องทั้งหมดด้วยตัวเอง

ข้างนอกประตูมีผู้ชายหัวล้านวัยกลางคนยืนอยู่ ใบหน้าของเขาอ้วนกลม สวมเสื้อยืดตัวเล็กจนเห็นพุงยื่นปริออกมา นอกจากความอ้วนแล้วยังมีขนาดตัวที่ใหญ่มาก ตอนนี้เขากำลังจ้องมองถังซือซือด้วยสายตาเคียดแค้น เหมือนกับว่าเขาสามารถกลืนเธอได้ทั้งเป็น

เสียงที่ฟังดูคุ้นเคยดังขึ้นจากข้างหลังเขา

“ลูกแม่ นังเด็กหน้าตาอัปลักษณ์คนนี้แหละ! ที่มันโยนถุงยางใส่กระเป๋าแม่! มันทำให้แม่ต้องเสียเงินและอับอายขายขี้หน้า! กระทืบมันให้ตายเลยลูก! ยัยอัปลักษณ์นิสัยโสโครก!”

นั่นยายมนุษย์ป้าที่ซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ใช่เหรอ ตามมาถึงที่นี่ได้ยังไง?

เมื่อพวกเขาเห็นว่าถังซือซืออยู่ที่นี่คนเดียว และยังดูอ่อนแอมาก ๆ เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าลูกชายของเธอ เธอรู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสแก้แค้น ก่อนเลิกคิ้วขึ้น แล้วพูดต่อว่า

“ลูกแม่ เล่นงานมันจนกว่าลูกจะสมใจเลยนะ! นังนี่สมควรโดนแล้ว! ดูหน้าขี้เหร่ ๆ ของมันสิ! ไม่มีผู้ชายเอาแล้วยังมาทำนิสัยแบบนี้!”

“พวกคุณกลับบ้านไปแปรงฟันให้สะอาดก่อนเถอะ ปากเหม็นขนาดนี้” ถังซือซือมองทั้งสองคนด้วยสีหน้าเย็นชา ตอบกลับอย่างท้าทาย

“ยายเด็กเวร กรี๊ดๆๆ! หน้าตาอย่างกับคางคกไม่พอ ยังมากล้าปากดีอีก!” คุณป้าแสดงสีหน้าโกรธจัดยิ่งกว่าเดิม

ลูกชายของคุณป้ายืนมองร่างกายผอมบางของถังซือซือ และใบหน้าที่เต็มไปด้วยสิว ฝ้า และกระ ก่อนแสดงรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา เอื้อมมือออกไปหมายจะจับตัวถังซือซือ

“แกน่ะ...”

ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ถังซือซือก็ยกมือขึ้นอย่างรวดเร็ว ตบไปที่ปากของเขา

“เผียะๆๆ!”

เธอกระชากคอเสื้อของเขาลงมา แล้วลงมือตบผู้ชายร่างอ้วนตัวใหญ่ต่อไป!

เขาถูกตบปากซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่อง สายตาที่มองถังซือซือเต็มไปด้วยความตกใจ ก่อนจะยกมือขึ้นมาจับปากของตัวเองที่กำลังบวมเป่งเป็นสีม่วง

ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะถูกผู้หญิงหน้าตาขี้เหร่ท่าทางอ่อนแอตบเอาได้!

“ยัยบ้า...”

ก่อนที่เขาจะพูดจบอีกครั้ง ยังไม่ทันที่คำสบถจะออกจากปาก ถังซือซือก็เงื้อมือฟาดปากของเขาอย่างรุนแรงต่อไป!

ถังซือซือพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ฉันบอกให้แกกลับไปแปรงฟันให้สะอาด มันยากนักหรือไง หรือฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องกันแน่ ห๊ะ?”

บทที่ 42

เริ่มร้องไห้ออกมา

 

หลังจากพูดจบแล้ว ถังซือซือกระชากคอเสื้อของผู้ชายร่างอ้วนตัวใหญ่อีกครั้ง แล้วตบปากเขาอีกสิบกว่าครั้ง เขาเริ่มรู้สึกกลัวเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ จนตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง มุมปากมีเลือดซึมออกมา

ระหว่างที่รอให้ถังซือซือหยุดตบเสียที สภาพใบหน้าของเขาบวมเป่งจนดูไม่ออกเลยว่าตรงไหนคือรอยฟกช้ำ ตรงไหนคือไขมัน

ถังซือซือหยุดตบเขา ก่อนผลักเขาให้ล้มลงกับพื้น ด้วยความกลัว เขาเงยหน้าขึ้นมองเธออย่างหวาดกลัวจนตัวสั่นแล้วเริ่มร้องไห้ออกมา

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก พอคุณป้าเห็นลูกชายของตัวเองถูกตบร่วงลงไปกองอยู่กับพื้น เธอตกใจมากและโกรธแค้นในเวลาเดียวกัน ก่อนจะย่อตัวไปดูลูกชายแล้วพูดขึ้นว่า

“แกมันโหดร้าย! นี่มันฆาตกรชัด ๆ ...”

ถังซือซือเดินเข้าไปหาคุณป้าแล้วดึงแขนเธอให้ลุกขึ้นมา มองด้วยสายตาถมึงทึงพร้อมพูดเบา ๆ ว่า “ไปให้พ้น! ถ้าไม่อยากหน้าบวมเหมือนลูกของคุณ!”

คุณป้ารู้สึกกลัวจนขนหัวลุก ตอนแรกเธอตัดสินว่า      ถังซือซือเป็นคนอ่อนแอ แต่ไม่คิดว่าจะแข็งแกร่งได้ขนาดนี้! ขณะนี้เธอหวาดกลัวจนแทบไม่มีแรงยืน

เธอเชื่อสนิทใจแล้วว่าถังซือซือสามารถจัดการเธอให้ลงไปนอนกับพื้นได้ง่าย ๆ!

เธอช่วยพยุงลูกชายให้ยืนขึ้น แทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ พากันเดินจากไปอย่างไม่มีทางเลือก

“แล้วอย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก ไม่งั้นฉันจะตบให้แรงกว่านี้ คอยดู!” เธอตะโกนขู่เสียงดังไล่หลังพวกเขา เห็นคุณป้าและลูกชายเริ่มออกตัววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

พวกขี้ขลาดนี่เก่งแต่ปากจริง ๆ เลย

หลังจากนั้นเธอก็เดินกลับเข้าห้อง

มู่ซูเสียนเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าสงสัย “เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นข้างนอกเหรอลูก?”

“แค่หัวขโมยฝึกหัดนะคะแม่ แต่ไม่มีอะไร หนูสั่งสอนพวกมันไปแล้ว” ถังซือซือพูดพร้อมกับยิ้มกว้างเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

“บางครั้งการสู้กลับก็ดี ถ้ายอมมันเราเองนี่แหละจะเดือดร้อน!” มู่ซูเสียนเห็นด้วยกับการกระทำของถังซือซือ

ฮิฮิ... ดูเหมือนครั้งนี้แม่จะเห็นด้วยกับเราแฮะ

มู่ซูเสียนนั่งลงแล้วพูดว่า “น้าของลูกโทรมาเมื่อกี้” พอดีว่า

“เร็ว ๆ นี้ลูกพี่ลูกน้องของลูกกำลังจะจัดงานหมั้นน่ะ เขาเลยโทรมาเชิญพวกเราไป...”

ถังซือซือเห็นท่าทีของมู่ซูเสียนดูเศร้าเล็กน้อย สีหน้ามีร่องรอยกังวลใจ

คนบ้านตระกูลมู่ มีหัวหน้าครอบครัวเป็นนักวิชาการชื่อ มู่หานจาง และภรรยาของเขาหลินอวี้อิงก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย พวกเขามีลูกด้วยกันสองคนคือมู่ซูเสียนและ            มู่เชี่ยนลี่

มู่เชี่ยนลี่มีศักดิ์เป็นน้องสาวของมู่ซูเสียน แต่เธอไม่รู้ว่าจุดเริ่มต้นคือเมื่อไร ที่จู่ ๆ น้องสาวของเธอก็ชอบแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับเธอในทุก ๆ ด้าน แม้แต่ตอนที่มู่เชี่ยนลี่โทรมาเชิญให้ไปร่วมงาน น้ำเสียงและคำพูดของเธอก็ยังแฝงความเย้ยหยันและดูถูก

เมื่อก่อนมู่เชี่ยนลี่จะด้อยกว่ามู่ซูเสียนในทุกด้านตั้งแต่ยังเป็นเด็ก แต่เธอไม่ได้แสดงความเกลียดชังหรือต้องการเอาชนะน้องสาวคนนี้เลย เมื่อเห็นว่าน้องสาวมีนิสัยชอบเปรียบเทียบ เธอจึงหาวิธีกระชับความสัมพันธ์ แล้วเริ่มเข้าหาน้องสาวด้วยความเป็นมิตร

แต่ผลที่ได้กลับตรงกันข้าม...

ความหวังดีของมู่ซูเสียนต้องจบลง เพราะน้องสาวเริ่มต่อต้านเธอมากขึ้น จนสุดท้ายก็แยกทางกันไปเติบโต

ด้วยความเกลียดชังของมู่เชี่ยนลี่ที่มีต่อพี่สาวรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ มู่ซูเสียนเห็นว่าคงไม่มีประโยชน์ที่จะรักษาความเป็นพี่น้องกันไว้อีก

เมื่อมู่ซูเสียนแต่งงานกับถังปู้ฝาน แล้วได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของตระกูลถังที่ร่ำรวย มู่เชี่ยนลี่ไม่พอใจมาก เธอจึงผลักดันตัวเองเต็มที่เพื่อไปแต่งงานกับนักธุรกิจที่ร่ำรวยในเมืองหลวง เมื่อเธอแต่งงาน เธอสวมชุดวิวาห์ราคาพันล้าน โชว์ความเอิกเกริก หรูหรา อลังการ ให้ผู้หญิงทุกคนในเมือง F ต้องอิจฉา

หลังจากแต่งงานได้ไม่นาน เธอมีลูกสาวหนึ่งคนชื่อว่า     ฟู่ม่านโหรว และเธอเริ่มเปรียบเทียบความสามารถของฟู่ม่านโหรวกับถังซือซือ แล้วยังเปรียบเทียบเรื่องหน้าตาอีกด้วย

ต่อมาถังปู้ฝานและมู่ซูเสียนหย่าร้างกัน มู่เชี่ยนลี่แสร้งปลอบใจเธออยู่ไม่นาน แม้ว่าตอนนั้นต่อหน้าจะทำเป็นดี แต่ภายในใจนั้นกลับดูถูกเธอตลอดเวลา

เมื่อรู้ว่ามู่ซูเสียนย้ายมาอยู่ในเมืองหลวง ภายใต้หน้ากากน้องสาวที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลพี่สาวตลอดมา เธอพยายามทุกวิถีทางเพื่อสร้างโอกาสในการเปรียบเทียบ ดูถูก และเย้ยหยัน

ตอนนี้ฟู่ม่านโหรวกำลังจะหมั้นกับเดวิดฉื่อ ลูกชายของตระกูลฉื่อ ผู้ที่มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ในเมืองหลวง มู่เชี่ยนลี่จะพลาดโอกาสในการเย้ยหยันมู่ซูเสียนและลูกสาวของเธอทางอ้อมได้อย่างไร

ในขณะที่มู่ซูเสียนกำลังหาเหตุผลที่จะไม่ไปร่วมงาน แต่ถังซือซือกลับคิดว่าเธอและแม่ควรไปร่วมงานนี้

จบบทที่ บทที่ 41-42

คัดลอกลิงก์แล้ว