เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 33 อยากรู้อยากเห็น

ตอนที่ 33 อยากรู้อยากเห็น

ตอนที่ 33 อยากรู้อยากเห็น


ตอนที่ 33 อยากรู้อยากเห็น

ซ่งลุ่ยตัดสินอยู่ภายในใจของเขาแล้ววิ่งสองสามก้าวไปตรงหน้าของฮงเหมย ก่อนจะเหยียดแขนออกไปขวางฮงเหมยเอาไว้ ! ไม่รอให้ฮงเหมยมีปฏิกิริยาตอบกลับมา ริมฝีปากของทั้งคู่ก็ประกบเข้าด้วยกันแล้ว !

แต่ว่าซ่งลุ่ยที่จูบก็รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ ! เนื่องจากลิ้นในปากมีเพียงแค่ลิ้นของเขาที่ขยับ แต่ลิ้นของฮงเหมยกลับไม่มีการตอบสนองอะไรเลย มีเพียงลิ้นของขาเองที่ตวัดไปตวัดมา ลิ้นของฮงเหมยตอบกลับเพียงแค่สองสามทีแบบขอไปที ซ่งลุ่ยจ้องมองฮงเหมยในขณะจูบ พบว่าตาของฮงเหมยเป็นเหมือนเมื่อก่อนและไม่มีแววตาสั่นไหว ! ซ่งลุ่ยคิดกับตัวเองว่าเธอมีภูมิคุ้มกันต่อเล่ห์เหลี่ยมของเขาแล้วใช่ไหม ? เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ! ในเวลานี้ซ่งลุ่ยก็มีความคิดดี ๆ !

ซ่งลุ่ยคิดในใจ ในเมื่อเขาจูบเธอด้วยวิธีแบบนี้แล้ว งั้นเขาควรจูบไปด้วยใช้มือไปด้วย แบบที่เขาไม่เคยทำมาก่อน ! นางก็ไม่ควรจะเฉยชา ในขณะที่ซ่งลุ่ยทำแบบนั้นไปด้วย สังเกตอารมณ์ของฮงเหมยไปด้วย ก็เห็นเพียงแต่ฮงเหมยที่เบิกตากว้างแล้วผลักเขาออกอย่างไม่รู้ตัว เพราะว่าเธอเองไม่ได้เตรียมตัวมาสำหรับในสถานการณ์แบบนี้ เธอก็เลยผลักเขาออก !

ในเวลานี้ซ่งลุ่ยเก้อเขินจนวางตัวไม่ถูก ไม่รู้จะมองไปตรงไหนดี ในขณะเดียวกันในใจก็คิดว่าแบบนี้ฮงเหมยหมายความว่าอย่างไร เธอไม่อยากทำแบบนี้กับเขาแล้ว ? ไม่จริงน่า ตามนิสัยของฮงเหมยแล้ว ถ้าหากเธอไม่อยากทำเรื่องอย่างว่าตอนที่จูบก่อนหน้านี้ เธอก็ควรจะผลักเขาออกแล้วสิ ไม่ใช่เพิ่งจะมาผลักเขาออกตอนนี้ ทำให้บรรยากาศมันน่าอึดอัดไปเลย ! หรือว่าคำพูดของเขาทำให้เธอเข้าใจผิดหรือว่ามีเรื่องอะไร ?

ในเวลานี้ฮงเหมยก็ถูกการกระทำของตัวเองจนดูโง่เขลาไปเลย เพราะว่าพฤติกรรมการป้องกันตัวเองจากจิตใต้สำนึกของเธอ ใครจะไปคิดว่าซ่งลุ่ยจะทำแบบนั้นล่ะ ? ไม่ให้ฉันได้ใช้เวลาคุ้นชินกับมันก็เลยผลักเขาออกไปแบบนั้น สถานการณ์ตอนนี้ เธอเองจะแก้สถานการณ์อย่างไรก็ไม่ช่วยอะไรเลย งั้นก็ปล่อยเลยตามเลยไปละกัน !

ฮงเหมยตัดสินใจภายในใจและพยักหน้าอย่างลับ ๆ แสร้งทำเป็นโกรธมากและพูดกับซ่งลุ่ยว่า

"ฉันพูดทุกอย่างไปหมดแล้ว ประธานจางกำลังเรียกหาฉัน นายไม่ฟังอะไรเลย ตอนนี้มันถึงเวลาพอดี และฉันก็ดูเวลาแล้ว ฉันกับประธานจางมีนัดหมายเวลากันเอาไว้ ใกล้จะถึงเวลาแล้ว ดังนั้นฉันจะต้องรีบไปแล้ว” พูดจบเธอก็เบนตัวผ่านซ่งลุ่ยแล้วเดินออกไปที่ประตู !

ฮงเหมยเดินมาที่ประตู มือของเธอเพิ่งแตะที่จับประตู ทำท่าเหมือนนึกบางอย่างออกมาอย่างฉับพลัน เธอหันหลังกลับมาแล้ววิ่งไปกอดซ่งลุ่ยจากด้านหลัง ในขณะเดียวกันหัวของเธอวางไว้บนไหล่ของซ่งลุ่ย ปากก็อยู่ใกล้กลับหูของซ่งลุ่ย เธอจึงกระซิบเบา ๆ ไปที่หูของซ่งลุ่ย

“ฉันมีธุระจริง ๆ ครั้งหน้าพวกเราค่อยมาสานต่อกันดีไหม ? ฉันต้องไปแล้ว วางใจได้เลย ฉันจะเป็นของนายแค่คนเดียว !” พูดจบเธอก็จูบเบา ๆ ไปที่หูของซ่งลุ่ยและไม่รอให้ซ่งลุ่ยตอบกลับ เธอก็หมุนตัวแล้วผลักประตูห้องเดินออกไป

ซ่งลุ่ยสับสนมากในเวลานี้ ฮงเหมยมากอดเขา แล้วยังพูดอะไรแบบนั้นข้างหูของเขาอีก จากนั้นก็หมุนตัวแล้วจากไป นี่คิดว่าเป็นเหมือนการตบหัวแล้วลูบหลังหรือเปล่า ? เขาคิดเรื่องนี้ตั้งนานก็ยังคงหาสาเหตุไม่ได้อยู่ดี ซ่งลุ่ยส่ายหัวไปมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร เขาต้องพักเรื่องฮงเหมยไว้ก่อน แล้วจดจ่อกับเรื่องที่ประธานจางฝากมาบอกเขา อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญกว่า

เมื่อซ่งลุ่ยคิดถึงตรงนี้ เขาก็ถอนหายใจยาว ๆ ออกมา มองไปที่นาฬิกาแขวนแล้วจัดสรรเวลาอยู่ภายในใจ พบว่าเวลายังพอมีเหลืออยู่ จากนั้นเขาจึงวางแผนตารางเวลาช่วงบ่ายอย่างรอบคอบ ตามแผนของซ่งลุ่ยแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เขาควรไปเก็บค่าเช่าในวันพรุ่งนี้ แต่ก่อนที่ซ่งลุ่ยจะไปเก็บค่าเช่าพรุ่งนี้ เขาควรจะไปสำรวจอย่างละเอียดก่อน หลังจากนั้นก็เตรียมตัวที่จะไปดูด้วยตนเอง ยังไงวันนี้ช่วงบ่ายก็ไม่มีเรื่องอะไรอยู่แล้ว งั้นก็ไปวันนี้แหละ !

ในเวลานี้ซ่งลุ่ยลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าห้องน้ำเพื่อแต่งตัว แต่เมื่อตอนที่เขากำลังเดินไปที่ห้องน้ำ เขาก็นึกไปถึงการแจ้งเตือนของระบบ เขายังต้องเอาความคิดเห็นไปบอกประธานจาง เผื่อเธอจะให้คำแนะนำกับเขาสักหน่อยไหม เพื่อให้ประธานจางเห็นว่าเขาจริงจังกับเรื่องนี้มากและยังสามารถแสดงให้เห็นว่าเขาไม่บกพร่องต่อหน้าที่ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว !

เมื่อคิดได้แบบนี้แล้ว ซ่งลุ่ยที่กำลังจะเดินไปที่ประตูห้องน้ำก็วกกลับออกมาอีกครั้ง และตรงไปทางห้องทำงานของประธานจาง เตรียมที่จะรายงานความคิดของเขาให้ประธานจางได้ฟัง หลังจากนั้นไม่นาน ซ่งลุ่ยก็เดินมาถึงประตูห้องทำงานของประธาน เตรียมที่จะผลักประตูเข้าไปก็ได้ยินเสียงอึกทึกดังลอดออกมาจากในห้อง เหมือนประธานจางกำลังโต้เถียงกับใครสักคนอยู่ เมื่อซ่งลุ่ยได้ยินเสียงของสถานการณ์นี้มาจากข้างในห้อง เปลวเพลิงของการนินทาและความอยากรู้ก็ลุกโชนขึ้นในจิตใจของเขาทันที นิสัยสอดรู้สอดเห็นไม่ได้มีไว้สำหรับผู้หญิงเท่านั้น แต่ผู้ชายก็มีด้วย !

ซ่งลุ่ยมองไปรอบ ๆ และพบว่ามีคนไม่กี่คนในทางเดินในเวลานี้ ซ่งลุ่ยดึงสายตากลับมาและคิดในใจว่า ตอนนี้อยากรู้ก็อยากรู้ ก็ถือซะว่าเขาเข้าไปรอข้างในแล้วกัน ยิ่งไปกว่านั้นการขัดจังหวะแบบวู่วามกับประธานจางดูจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีเลย  หรือว่าเขาจะยืนรอตรงนี้แล้วแอบฟังดีกว่ากันนะ ถ้ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาเองก็ยังช่วยเหลืออะไรได้บ้าง ! อีกอย่างหนึ่ง เขาเองก็ยังธุระกับประธานจางด้วย เอาว่ะเป็นไงเป็นไง รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ให้ยาตรงกับโรคก็คือการรักษาที่ดีที่สุด

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซ่งลุ่ยก็เอนตัวเอาหูไปแนบกับประตูห้องทำงานของประธานจางอย่างเป็นธรรมชาติ และตั้งใจฟังอย่างละเอียดว่าเสียงที่ดังเล็ดลอดออกมาจากในห้องสรุปแล้วมันคือเรื่องอะไร ? และมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?

แต่ทันทีที่หูของซ่งลุ่ยแนบติดกับประตู เขาก็ตบหัวตัวเอง เขานี่จะโง่อะไรขนาดนี้ได้ ! เขามีสายตาที่มองทะลุได้ ! แค่ยืนอยู่นอกประตูและเปิดระบบมองทะลุ แล้วมองไปทางด้านในก็ได้แล้ว เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซ่งลุ่ยที่ยืนอยู่ที่หน้าห้องของทำงานของประธานจางก็มองไปรอบ ๆ และเมื่อพบว่าไม่มีคน จึงเปิดระบบมองทะลุ แล้วมองเข้าไปในห้อง กลับพบว่าประธานจางกำลังว่ากล่าวฮงเหมยอยู่ด้วยใบหน้าที่จริงจัง เธอยื่นมือออกไปชี้หน้าฮงเหมย แต่ฮงเหมยก็ไม่ตอบโต้กลับเธอ เพียงแค่ก้มหัวลงและไม่กล้าพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว

เมื่อซ่งลุ่ยเห็นสถานการณ์ตรงหน้านี้แล้ว ในใจก็มั่นใจขึ้นและเขาก็แน่ใจว่าฮงเหมยไม่ได้โกหกเขา เรื่องที่ประธานจางเรียกหาเธอ แต่เป็นเพราะว่าฮงเหมยผิดเวลาที่นัดหมายกับประธานจางเอาไว้ เธอก็เลยถูกตำหนิ ไม่อย่างนั้นก็คือฮงเหมยนำเรื่องที่ประธานจางฝากมาบอกไม่ดีก็เลยโดนตำหนิ

ในเวลานี้ซ่งลุ่ยก็เกิดความลังเลขึ้นมา เขาควรจะเข้าไปดูหน่อยไหม ? ควรจะเข้าไปอธิบายสักหน่อย แต่ว่าหลังจากที่คิดไปคิดมาแล้ว ตัวเขาเองก็อดปฏิเสธความคิดของตัวเองไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไรฮงเหมยก็คือคนที่อยู่ข้างกายของประธานจางมาก่อน เพียงแค่อธิบายก็น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่น่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้นี่ !

จบบทที่ ตอนที่ 33 อยากรู้อยากเห็น

คัดลอกลิงก์แล้ว