เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 32 ตามแผนการเดิม

ตอนที่ 32 ตามแผนการเดิม

ตอนที่ 32 ตามแผนการเดิม


ตอนที่ 32 ตามแผนการเดิม

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ฮงเหมยก็ลุกขึ้นยืนและผละออกจากอ้อมแขนของซ่งลุ่ยโดยธรรมชาติ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ถัดจากซ่งลุ่ยและพูดกับซ่งลุ่ยอย่างเข้มงวด “ตอนนี้นายต้องตั้งใจฟังให้ชัดเจน ตอนนี้ฉันจะเอาเรื่องที่ประธานจางฝากมาบอกนายแค่รอบเดียวนะ นายต้องตั้งใจฟังอย่างละเอียดและอย่าโทษฉันถ้านายพลาดบางอย่าง !”

เมื่อซ่งลุ่ยได้ฟังก็รู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาประมาทเลินเล่อไร้สาระต่อไปได้ เขาจึงนั่งตัวตรงและมองดูฮงเหมยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ  ฮงเหมยพูดกับซ่งลุ่ยว่า

“ประธานจางให้ฉันมาบอกนายว่าการไปเก็บค่าเช่าอาจจะมีปัญหา แต่มันก็ไม่ได้จัดการยาก ล้วนแต่เป็นปัญหาเล็ก ๆ อย่ารอความช่วยเหลือจากบริษัทบ่อย ๆ บริษัทเองก็ไม่อยากเสียผลประโยชน์ !” เมื่อฮงเหมยพูดจบก็จ้องมองไปที่ซ่งลุ่ย

ในอีกด้านหนึ่งหลังจากที่ซ่งลุ่ยได้ฟังคำพูดของฮงเหมย ใบหน้าก็ปรากฏสีหน้าครุ่นคิดอย่างกะทันหัน เขาคิดว่าประธานจางจะอธิบายรายละเอียดที่มากกว่านี้กับเขา ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้า สายตาเต็มไปด้วยความสงสัย จึงถามฮงเหมยว่า “พูดจบแล้วใช่มั้ย ? ประธานจางให้เธอมาบอกฉันเรื่องนี้เหรอ ? แค่นี้เนี่ยนะ ? ไม่สมเหตุสมผลเลย ! มันต้องมีข้อมูลมากกว่านี้สิถึงจะถูก เธอไม่รู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไปเหรอ ?”

เมื่อฮงเหมยได้ยินซ่งลุ่ยพูดแบบนั้น เธอเสแสร้งทำเป็นตอบอย่างโกรธเคือง “ทำไม ? แม้แต่ฉัน นายก็ไม่เชื่อเหรอ ? ถ้านายไม่เชื่อคำพูดของฉัน นายก็ไปถามประธานจางด้วยตัวเองแล้วกัน !”

ซ่งลุ่ยที่ได้ยินฮงเหมยพูดแบบนั้น เขาพูดอย่างลับ ๆ ในใจ แย่แล้ว เขาเดาว่าเขาแสดงออกชัดเจนมากเกินไป ทำให้ฮงเหมยพาลโกรธเขาไปด้วย ถึงอย่างไรก็ตามตอนนี้เขายังต้องการเธออยู่ ยังต้องปั้นหน้าเอาใจฮงเหมยอยู่ เมื่อตัดสินใจได้ เขาก็รีบปั้นหน้าให้อารมณ์ดีแล้วเดินไปข้างหน้าฮงเหมย เขาพูดกับฮงเหมยว่า

“ฉันจะไม่เชื่อเธอได้ไงล่ะ ! ฉันผิดไปแล้ว  ฉันพูดผิดไปเอง สมควรโดนตี” พูดจบ เขาก็ยกมือขึ้นมาตีแก้มของเขาเบา ๆ ในขณะนั้นก็ใช้หางตาชำเลืองมองดูฮงเหมยว่าเธอจะมีปฏิกิริยาตอบโต้อย่างไร

แต่ว่าก็เหนือความคาดหมายของซ่งลุ่ย หลังจากที่เห็นท่าทีของฮงเหมย ในสายตาเขาแล้ว เธอยังคงโกรธอยู่และไม่มองมาที่เขาด้วย นี่ทำให้ซ่งลุ่ยสับสนมาก แต่ในขณะนั้นซ่งลุ่ยก็นึกไปถึงความสัมพันธ์ที่คลุมเครือกับฮงเหมยเมื่อไม่กี่วันก่อน ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจ !  เธอไม่ใช่ว่าอยากให้มอบความหวานให้กับเขาเหรอ ! เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซ่งลุ่ยก็แอบจ้องมองฮงเหมย พูดในใจอย่างลับ ๆ ว่ามันควรจะเป็นอย่างนั้นแหละ

ซ่งลุ่ยตัดสินใจที่จะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนแล้วขยับเขาไปข้าง ๆ ฮงเหมยอย่างช้า ๆ แล้วจะจูบไปที่ริมฝีปากของเธอ แต่ในความเป็นจริง ในตอนที่ซ่งลุ่ยขยับเข้าไปใกล้เธอ เธอเองก็รู้ว่าซ่งลุ่ยอยากจะทำอะไร แบบนี้มันมุขเก่าไปแล้วที่คิดอยากจะจูบอย่างเดียว ! ถึงแม้ว่าในใจจะไม่ยินยอม แต่ว่าตัวเธอเองในตอนนี้ก็ไม่สามารถต้านทานเอาไว้ได้ ได้จังหวะตอนที่เขางัดแผนเก่าของเขาออกมาและก็คิดว่าตบตาฮงเหมยได้ ฮงเหมยเลยปล่อยให้ซ่งลุ่ยจูบ หลังจากนั้นก็แกล้งเสแสร้งทำเป็นให้อภัยเขา ก็แค่นั้นแหละ

ซ่งลุ่ยลุกยืนขึ้นแล้วจูบไปที่ริมฝีปากของฮงเหมย ฮงเหมยแกล้งทำเป็นประหลาดใจและปล่อยให้ซ่งลุ่ยจูบ ผ่านไปพักใหญ่ ๆ ซ่งลุ่ยก็ถอนริมฝีปากออกแล้วมองไปที่ฮงเหมยที่กำลังเสแสร้งทำเป็นตกอกตกใจอยู่ ในเวลานั้นเขาก็เอ่ยปากพูด

"ตอนนี้เป็นไงบ้าง ? ยังโกรธอยู่มั้ย ? ถ้ายังโกรธอยู่ ฉันจะจูบเธออีกนะ ! "

ฮงเหมยได้ยินซ่งลุ่ยถาม เธอจึงรีบพูดยกโทษให้ให้กับซ่งลุ่ย “ไม่โกรธแล้ว ฉันไม่โกรธแล้ว ฉันจะบอกนายตอนนี้แหละ !” ภายในใจของฮงเหมยกำลังเรียบเรียงถ้อยคำอยู่ บนใบหน้าแสดงถึงความต้องการที่ไม่รู้จักพอ พูดกับซ่งุล่ยว่า

“จริง ๆ แล้ว ฉันเพิ่งจะคุยเรื่องงานที่ประธานจางมอบหมายให้ฉันมา นอกจากนี้ยังมีที่ฉันสอบถามเองด้วย แต่ว่าข้อมูลนั้นอาจจะแย่เกินไปหน่อย นายอยากจะทำให้ดีก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดี”

ซ่งลุ่ยได้ยินฮงเหมยพูดแบบนั้น ในใจก็ปรากฏลางสังหรณ์ออกมา หรือว่านี้จะเป็นการเก็บเงินค่าเช่าที่ไม่ง่ายอย่างที่เขาคิดไว้ ? นอกจากนี้ยังเป็นความจริงที่อยากปกปิดอีก ? ไม่สมควรเลย ! ไม่ใช่เรื่องของลูกหนี้พวกนั้นเหรอ ? หรือว่ามีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนั้นเหรอ ? ยังมีคนที่ยั่วโมโหฉันได้อีกเหรอ ? แต่ว่าในตอนนั้นเอง ซ่งลุ่ยก็คิดได้ เขาควรลองฟังดูก่อนแล้วค่อยหาทางแก้ปัญหา ไม่ใช่ประหม่าเกรงกลัวไปก่อนแบบนี้

ซ่งลุ่ยคิดในใจและตอบกลับฮงเหมยว่า "ฮงเหมย ! เธอไม่ได้จะบอกฉันเหรอ ! ฉันพร้อมแล้วนะ ! ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่แย่ขนาดไหน ฉันสามารถรับได้ ! " พูดจบ เขาก็แสดงใบหน้าที่ขึงขังจริงจังออกมา

ฮงเหมยมองไปที่การแสดงออกที่จริงจังของซ่งลุ่ย และการแสดงออกของเธอตอนพูดกับซ่งลุ่ยก็เต็มไปด้วยความจริงจังเช่นกัน

“ส่วนที่ฉันบอกนายก่อนหน้านี้คือส่วนแรกซึ่งเป็นสิ่งที่ประธานจางมาบอกฉันโดยตรง จากนั้นฉันก็เลยถามประธานจาง ประธานจางเลยตอบฉัน จากการสนทนาระหว่างประธานจางกับฉัน ฉันพบว่าการเก็บค่าเช่าดูเหมือนจะเป็นการทดสอบกระบวนการทำงานของนาย แต่ว่าผลลัพธ์หลังจากที่ทดสอบคืออะไร สำเร็จหรือล้มเหลวจะได้รางวัลหรือลงโทษ ฉันเองก็ไม่รู้ สุดท้าย ฉันจะให้คำแนะนำอย่างจริงใจกับนายในฐานะคนที่อยู่ข้าง ๆ นาย ! ฉันจะพยายามอย่างเต็ม ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ อย่าไปขอความช่วยเหลือจากบริษัท มาที่นี่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณ ! ไม่ต้องขอความช่วยเหลือกับบริษัท !”

เมื่อซ่งลุ่ยได้ยินฮงเหมยพูดแบบนั้น เขาก็ครุ่นคิดว่าที่ฮงเหมยพูดแบบนี้มันมีความหมายอะไรแอบแฝง ? ทดสอบ ? ทดสอบอะไรในตัวเขา ? เขาก็แค่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ยังจะมาทดสอบอะไร ? หรือว่าประธานจางคิดว่าเขาทำหน้าที่ตำแหน่งนี้ไม่ดี เลยอยากจะปลดเขาออก เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็คิดทันทีว่าเขาทำอะไรลงไปบ้างตั้งแต่เขารับตำแหน่งนี้ เพื่อยืนยันความสงสัยภายในใจของเขาที่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

ฮงเหมยมองสีหน้าของซ่งลุ่ยและรู้ว่าเขากำลังครุ่นคิดอยู่ ฮงเหมยมองไปที่การแสดงออกของซ่งลุ่ยและเอ่ยปากพูดออกมา

“เฮ้ ซ่งลุ่ย ฉันรู้ว่านายคิดอะไรอยู่ ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดฟุ้งซ่าน ทำไปก่อนแล้วค่อยพูดถึงผลลัพธ์ทีหลัง ไม่ว่าเรื่องอะไร นายต้องทำสำเร็จอย่างแน่นอน ส่วนสิ่งที่นายคิดไปเองสุ่มสี่สุ่มห้า ค่อยว่าทีหลังนะ ถึงแม้ว่านายจะทำไม่สำเร็จ แต่ได้พยายามอย่างเต็มที่ ฉันเชื่อว่าประธานจางจะมองเห็นและให้โอกาสนาย นายคิดว่าไง ! ”

เมื่อฮงเหมยจัดการธุระของเธอเสร็จแล้ว เธอจึงลุกขึ้นและต้องการที่จะไปแล้ว ในตอนที่กำลังลุกขึ้นยืนก็พบว่าถ้าเธอจะจากไปเลย มันเป็นการกระทำที่พรวดพราดเกินไป จะเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่สุดถ้าจะคิดหาเหตุผลแล้วค่อยจากไป

ฮงเหมยแต่งแต้มความคิดของเธอและยืนขึ้นพร้อมกับมองไปที่ซ่งลุ่ยโดยไม่รู้ตัวและพูดกับเขาว่า

"โอ้ ฉันเพิ่งคิดเรื่องเรื่องหนึ่งออกมาอย่างกะทันหัน ประธานจางให้ฉันกลับไปทันทีหลังจากที่บอกนายเสร็จแล้ว ดูสมองฉันสิ อะไรนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ลืมแล้ว ! “ พูดจบ เธอก็ลุกขึ้นยืนแล้วต้องการจะเดินจากไป

เมื่อซ่งลุ่ยได้ยิน เขาก็แปลกใจมาก มันไม่ใช่นิสัยของฮงเหมยที่จะจากไปแบบนี้ ! แต่ตอนนี้ฮงเหมยกลับพูดอะไรแบบนี้ออกมา หรือว่าเธอกำลังทดสอบเขาอยู่เหรอ ? ซ่งลุ่ยคิดในใจขณะที่มองสีหน้าของฮงเหมย

การแสดงออกบนใบหน้าของฮงเหมยในเวลานี้ไม่ใช่ไม่มีความสุข และก็ไม่ได้มีความสุขมากมายอะไรขนาดนั้น แต่หน้าตาของเธอเรียบเฉยมาก ซ่งลุ่ยที่มองสีหน้าแบบนี้ของฮงเหมยแล้ว ในใจของเขาก็คิดว่าครั้งนี้ต้องเป็นการทดสอบเขาอย่างแน่นอน ชัวร์ ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็อย่ามาโทษเขาที่เล่นสกปรกแล้วกัน

จบบทที่ ตอนที่ 32 ตามแผนการเดิม

คัดลอกลิงก์แล้ว