เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 18 คำติฉินนินทา

ตอนที่ 18 คำติฉินนินทา

ตอนที่ 18 คำติฉินนินทา


ตอนที่ 18 คำติฉินนินทา

การกระทำทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของหลินหลินทั้งสิ้น ภายในจิตใจของเธอก็รู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างมาก ไม่เคยมีใครทำอาหารให้เธอมาก่อน และมันก็ทำให้เธอรู้สึกดีมาก ๆ

ในไม่ช้า  ซ่งลุ่ยก็ทำอาหารเสร็จ เขานำอาหารมาวางไว้ตรงหน้าหลินหลิน เธอจ้องมองไปที่อาหารร้อน ๆ ตรงหน้าของเธออยู่นาน

เมื่อซ่งลุ่ยมองหลินหลินที่ทำแบบนี้ก็รู้สึกงงงวย จึงเอ่ยปากถาม

“เป็นอะไรเหรอหลินหลิน หรือว่าเธอไม่ชอบกินอาหารแบบนี้ ?”

หลินหลินไม่ตอบ แต่มองดูอาหารตรงหน้าเธอ ผ่านไปสักพัก เธอก็เงยหน้าขึ้นมามองซ่งลุ่ยและพูดด้วยน้ำตาคลอเบ้า

“ต่อไปนี้นายจะมาทำอาหารให้ฉันแบบนี้เหรอ ?” พูดจบก็ใช้สายตาที่เฝ้ารออย่างมีความหวังมองไปที่ซ่งลุ่ย

สีหน้าของซ่งลุ่ยชะงักไปด้วยความมึนงง ในใจก็ปรากฏความเห็นอกเห็นใจ ในตอนนั้นเขาจึงตอบออกไปอย่างไม่ต้องคิด

“แน่นอนสิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ? เธอคงจะไม่คิดที่จะได้ใหม่ลืมเก่าหรอกนะ ? ! ”

เมื่อหลินหลินได้ยินซ่งลุ่ยพูดอย่างนี้ เธอก็ร้องไห้ออกมาพร้อมทั้งรอยยิ้ม ซ่งลุ่ยอดไม่ได้ที่จะเห็นใจเธอ ในตอนนั้นเองท้องของหลินหลินก็ส่งเสียงร้องจ๊อกจ๊อกออกมาทำลายความเงียบสงัดนี้ ทั้งสองมองหน้ากัน ทันใดนั้นก็หัวเราะฮ่า ๆ ออกมา !

หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จแล้ว เนื่องจากร่างกายหลินหลินยังคงไม่ดีขึ้น ซ่งลุ่ยจึงจัดการเอาชามและตะเกียบไปวางไว้ในห้องครัว ตอนที่หมุนตัวออกมาจากห้องครัวก็พบว่าหลินหลินหลับไปแล้ว ในขณะที่เขากำลังเช็ดมือก็มองไปที่หลินหลินซึ่งกำลังหลับอยู่บนเตียง ในใจก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะมองเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้งแล้วหมุนตัวเพื่อที่จะเดินออกจากห้องไป เขาหยุดคิดถึงทางที่จะไปห้องทำงานของเขาอยู่ตรงหน้าประตู

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เดินมาถึงที่ประตูของห้องทำงาน เขาผลักประตูและเดินเข้าไปจัดการเอกสารสักหน่อย กำลังเตรียมตัวที่จะทำงาน ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองลืมบางสิ่งบางอย่าง พอมาคิดอย่างละเอียดแล้ว ใช่แล้ว เมื่อตอนเช้าประธานจางเพิ่งจะมอบหมายหน้าที่ให้ไปเก็บค่าเช่า การจะทำเรื่องนี้ต้องไปเรียกฮงเหมยมาแล้วปรึกษาเธอดูสักหน่อยว่าตัวเขาควรจะทำอย่างไร เมื่อคิดถึงฮงเหมย ซ่งลุ่ยก็ฝืนยิ้มอย่างขมขื่น มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ ตอนนี้เขารู้สึกหวาดกลัวที่จะเจอกับฮงเหมยมาก แต่ว่าไม่มีทางเลือกอื่น ยังไงก็ต้องไปหาเธอ !

ซ่งลุ่ยกัดฟันของเขาแล้วหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมาแล้วโทรหาฮงเหมย รอสายได้ไม่นานเธอก็รับโทรศัพท์ เสียงหวานที่มีเสน่ห์ก็ดังออกมาจากปลายสาย

"สวัสดีค่ะ ! ใครคะ ? "

เมื่อซ่งลุ่ยได้ยิน เขาก็พยักหน้าแล้วตอบว่า "อ่า ฮงเหมย ! ฉันเอง ฉันซ่งลุ่ย"

ในอีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์เมื่อฮงเหมยได้ยินว่าเป็นซ่งลุ่ยที่โทรหาเธอ ทันใดน้ำเสียงใสในคอก็แปรเปลี่ยนเป็นมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ! เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อน

“หืม ทำไมนายถึงมีเวลาว่างโทรหาฉันล่ะ !”

เมื่อซ่งลุ่ยได้ยินเสียงนี้ ปฏิกิริยาแรกที่เกิดขึ้นคือตัวสั่น จากนั้นเขาก็ตอบกลับอย่างหมดสิ้นหนทาง

“เอ่อ ฮงเมย เธออยู่ที่ไหน ฉันคิดว่าถ้าได้พูดคุยกันต่อหน้ามันจะดีกว่า”

“พูดคุยต่อหน้า ? ได้สิ งั้นนายมาหาฉันแล้วกัน ฉันอยู่ที่ห้องทำงานของฉัน”

“โอเค รอสักครู่ ฉันจะไปหาเดี๋ยวนี้ !”

“โอเค ฉันจะรอนายที่นี่ !” พูดจบเธอก็วางโทรศัพท์ไป

ซ่งลุ่ยมองโทรศัพท์และไม่มีทางเลือก แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยเต็มใจแต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ยังไงก็คงต้องไป ซ่งลุ่ยส่ายหัวและค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน เขาดูค่อนข้างจะลังเล ก่อนจะเดินไปทางห้องทำงานของฮงเหมย หลังจากนั้นไม่นานเขาก็มาถึงประตูห้องทำงานของฮงเหมย  จัดแจงขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่และเคาะประตูห้องเบา ๆ สองที ผ่านไปครู่เดียวก็มีเสียงตอบกลับมา ซ่งลุ่ยจึงผลักประตูแล้วเดินเข้าไป

ทันทีที่ซ่งลุ่ยเข้ามาในห้องก็เห็นฮงเหมยกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้และมองเขาด้วยรอยยิ้มหวาน ๆ มือของเธอกำลังกอดอกราวกับท่าทางของนางเอกในละคร ในความเป็นจริง เมื่อฮงเหมยรับสายจากซ่งลุ่ย เธอก็รู้ดีว่าซ่งลุ่ยอยากจะถามอะไรจากเธอ แต่ฮงเหมยแค่ไม่ยอมพูดออกมา ยังคงแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต่อไป เธอแค่อยากจะเห็นถึงความจริงใจของซ่งลุ่ยเท่านั้นเอง

ในเวลานี้ใบหน้าของซ่งลุ่ยแดงเถือกไปทั้งใบหน้า  เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดยังไง ฮงเหมยก็อยากดูว่าซ่งลุ่ยจะพูดยังไง  และเพราะว่าเพิ่งจะคิดเรียบเรียงถ้อยคำ ชั่วพริบตาเดียวก็ลืมไปหมดแล้ว ดังนั้นทั้งสองคนจึงตกอยู่ในความเงียบด้วยกันทั้งคู่

รอไปพักใหญ่ เนื่องจากซ่งลุ่ยต้องการขอความช่วยเหลือจากฮงเหมย ดังนั้นเขาจึงเอ่ยปากทำลายความเงียบที่ไม่มีใครพูดใครจา ซ่งลุ่ยพูดกับฮงเหมยด้วยใบหน้าที่ประจบประแจงไปด้วยรอยยิ้ม

“ฮงเหมย ฉันต้องการความช่วยเหลือจากเธอจริง ๆ และยังหวังว่าเธอสามารถช่วยฉันได้” พูดจบก็มองไปที่ฮงเหมยด้วยสายตาที่เฝ้ารอคอยคำตอบ

ฮงเหมยหลับตาลงแล้วเอนกายพิงไปบนเก้าอี้แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินที่ซ่งลุ่ยพูด ซ่งลุ่ยมองฮงเหมยที่แสดงท่าทางแบบนั้นก็เข้าใจอย่างชัดเจนว่าตัวเขาควรจะทำอย่างไร ในใจแอบถอนหายใจออกมาอย่างลับ ๆ เฮ้อ จะหนียังไงก็คงหนีไม่พ้นสินะ !

ซ่งลุ่ยก้าวไปข้างหน้าและยื่นมือซ้ายเพื่อโอบกอดฮงเหมย แต่ฮงเหมยก็ยังคงไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ตอบกลับมาเหมือนเก่า เมื่อมองไปที่เก้าอี้ ฮงหมยก็ยังคงหลับตาอยู่ ในใจของเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกระอักกระอ่วน ถือโอกาสใช้มือขวาจับไปที่หน้าอกของฮงเหมย !

ซ่งลุ่ยดูฮงเหมยที่ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ ทั้ง ๆ ที่ถือโอกาสใช้มือขวาจับไปที่หน้าอกของเธอแล้ว อีกทั้งยังลูบ ๆ คลำ ๆ อีกด้วย สุดยอด ! หน้าอกหน้าใจของเธอไม่ใช่เล็ก ๆ เลย อีกทั้งยังนุ่มนิ่มด้วย !

ในตอนนั้นเองฮงเหมยก็ลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอไม่คิดว่าซ่งลุ่ยจะทำแบบนี้ เธอผลักซ่งลุ่ยออกไปด้านข้างอย่างไม่รู้ตัว และรีบลุกขึ้นยืนพลางจัดแจงเสื้อผ้าของตนเองแล้วพูดแกมบ่นกับซ่งลุ่ยว่า

“นายใจร้อนเกินไปแล้ว รายละเอียดเล็กน้อยยังไม่มีการเตรียมการ จะข้ามขั้นตอนไปสู่หัวข้อสำคัญได้อย่างไรกัน ?”

ซ่งลุ่ยที่ถูกผลักไปที่ด้านข้างอย่างไม่รู้ตัวก็ยกมือขวาของเข้ามาดมด้วยใบหน้าที่แต้มไปด้วยรอยยิ้มอันชั่วร้ายแล้วพูดกับฮงเหมยว่า

“นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอหวังไว้เหรอ ?”

ฮงเหมยมองไปที่การกระทำของซ่งลุ่ย ใบหน้าเต็มไปด้วยความเขินอาย แต่ในตอนนั้นเองเธอก็นึกขึ้นมาได้ จึงพูดกับซ่งลุ่ยว่า

“ซ่งลุ่ย ตอนนี้ยังทำไม่ได้ อีกสักพักฉันกับประธานจางต้องออกไปข้างนอกกัน” พูดจบก็มองไปที่ซ่งลุ่ยด้วยสายตาขอโทษ

เมื่อได้ยินคำพูดของฮงเหมย ในใจของซ่งลุ่ยก็มีความสุขขึ้นมา แต่เดิมนั้นเขาก็ไม่ได้สมัครใจหรือเต็มใจที่จะมาหาเธออยู่แล้ว คิดไม่ถึงว่าอะไรจะเหมาะเจาะขนาดนี้ ! พระเจ้าช่วยฉันจริง ๆ ! แต่ว่าไม่สามารถแสดงออกไปทางสีหน้า จึงทำท่าทางโกรธและพูดกับฮงเหมย

“ก็เธอเป็นซะแบบนี้ไง ฉันตั้งใจแต่งตัวมาหาเธอ จริง ๆ เลย เฮ้อ ช่างน่าผิดหวังจริง ๆ”

เมื่อฮงเหมยได้ยินซ่งลุ่ยพูดอย่างนี้ เธอก็รู้สึกผิดมากในใจของเธอ ในใจจึงวางแผนจะพูดกับประธานจางว่าเธอไม่เคยขอลาเลย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอจะขอลาหยุด ดังนั้นเธอจึงพูดกับซ่งลุ่ยว่า

“ถ้านายพูดแบบนั้น ฉันไม่ไปก็ได้ อย่างไรก็ตามฉันสามารถขอลาหยุดกับประธานจางได้ เพียงแค่หาคนมาเปลี่ยนไปแทนก็โอเคแล้ว ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไร ฉันก็จะได้อยู่ที่นี่ จะได้ไม่ทำให้ความตั้งใจของนายสูญเปล่า”

เมื่อซ่งลุ่ยได้ยินฮงเหมยพูดอย่างนั้น ในใจก็บ่นเบา ๆ ว่าตนเองแสดงออกมากเกินไปหรือเปล่า เขาไม่สามารถปล่อยให้ฮงเหมยอยู่ที่นี่ต่อไปได้  ในตอนนั้นเอง เขาก็พูดกับฮงเหมยว่า

“ฮงเหมย เธอทำแบบนี้ไม่ได้ เพราะว่าฉันไม่สามารถทำให้เธอเสียการเสียงานเพราะฉันได้ ครั้งนี้ประธานจางต้องการเธอมาก ถึงอย่างไรก็ตามเธอก็เป็นบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจจากประธานจาง”

จบบทที่ ตอนที่ 18 คำติฉินนินทา

คัดลอกลิงก์แล้ว