เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 นุ่มนวลและหอมหวาน

ตอนที่ 17 นุ่มนวลและหอมหวาน

ตอนที่ 17 นุ่มนวลและหอมหวาน  


ตอนที่ 17 นุ่มนวลและหอมหวาน

 

หลังจากซ่งลุ่ยออกจากห้องทำงานของจางชูหยา ในใจของเขาก็คิดไม่หยุดว่าจะรับมือกับเรื่องพวกนี้ยังไง !  ในการทำงานแบบนี้ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์เลยแม้แต่น้อย เขาเป็นเพียงไอ้โง่คนนึง ส่วนฝ่ายตรงข้ามเป็นคนที่มีอิทธิพลและอำนาจ คิดได้ถึงตรงนี้ในใจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะตำหนิออกมา ตำหนิตัวเองว่าทำไมในตอนแรกถึงพูดแบบนั้นออกไป !

ในช่วงเวลาที่ซ่งลุ่ยกำลังวางแผนและพึ่งพาใครไม่ได้ ภาพของฮงเหมยก็ปรากฏแวบเข้ามาในหัวของเขาทันที ใช่แล้ว ! เขาสามารถไปถามฮงเหมยได้ ! ฮงเหมยต้องรู้อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้มันใช่เวลาที่สมควรที่จะไปหาหรือไม่ ?

เมื่อซ่งลุ่ยคิดมาถึงตรงนี้ก็ดูเวลาและรู้สึกว่ายังไม่เหมาะสมที่จะไปหาเธอ มันยังไม่สายเกินไป ควรจะจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อน ดังนั้นเขาจึงจัดการกับตัวเองสักหน่อย สระผม เปลี่ยนเสื้อผ้า และอื่น ๆ เมื่อเขามองดูตัวเองในกระจกก็คิดไปถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้น จะเกิดอะไรขึ้น ไม่แน่อีกสักพักเขาอาจจะต้องใช้แผนชายงาม  ก็อดที่จะละอายใจไว้ไม่ได้ เห็นได้ชัดว่าเขาต้องเปลืองตัวเป็นอย่างมากในการทำงานหาเลี้ยงชีพตัวเองแบบนี้ ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนี้เลยจริง ๆ !

หลังจากพูดในใจจบแล้วก็ดันประตูออกไป ทันใดนั้นเอง เมื่อมองดูเวลาอย่างไม่ตั้งก็พบว่านี่เป็นเวลาเที่ยงแล้ว เขาเสียเวลาก่อนหน้านี้มาเยอะเลยทีเดียว ฮงเหมยก็คงจะไม่อยู่แล้ว ! ช่างเถอะ ไม่ไปแล้วก็ได้ ถ้าอย่างงั้นแล้วตนเองควรจะไปไหน ในเวลานี้ซ่งลุ่ยก็คิดถึงหลินหลินขึ้นมาทันใดว่าเขาควรไปหาเธอและหาอะไรกินด้วยกัน อย่างไรก็ตามเมื่อคืนนี้เธอกับเขาก็ได้มีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งต่อกันแล้ว แล้ววันนี้จะมาเมินเฉยแบบกะทันหัน มันก็คงจะดูเลวร้ายไปหน่อย !

เมื่อตัดสินใจแล้วก็เดินไปที่แผนกต้อนรับเพื่อไปหาหลินหลิน เดินไปได้ไม่นานก็ถึงแผนกต้อนรับแต่ก็มองหาหลินหลินไม่พบ ในใจก็คิดไตร่ตรองอย่างเงียบ ๆ หลินหลินไม่ได้มาทำงานเหรอ ? แล้วเธอไปไหน ?  ผ่านไปไม่นานก็ตบมือลงไปที่ต้นขาของตัวเองอย่างรวดเร็วและบ่นกับตัวเองออกมา ถ้านี่เป็นครั้งแรกของเธอ ตอนนี้เธอคงต้องนอนซมอยู่บนเตียงอย่างแน่นอน จะมาทำงานได้เร็วขนาดนั้นอย่างไรกัน !

ณ จุดนี้ ซ่งลุ่ยก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาไปที่โรงอาหารเพื่อซื้ออาหารและไปที่ห้องของหลินหลิน เดินไปได้ไม่นานก็ถึงหน้าห้องพักของหลินหลิน

ซ่งลุ่ยหยุดอยู่ที่ด้านหน้าห้องพักของหลินหลินและจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเคาะประตูเบา ๆ เขารออยู่ครู่หนึ่งก็ยังไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ในใจของซ่งลุ่ยก็เงียบขรึม ตอนนี้เธอต้องนอนอยู่บนเตียงแน่ ๆ ตั้งแต่เช้าจนเที่ยงแล้ว ทำไมยังนอนซมไม่ยอมลุกขึ้นมาอีก เมื่อคิดได้ถึงตรงนี้ เขาก็ผลักประตูเข้าไป

และเป็นอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้จริง ๆ หลังจากซ่งลุ่ยเข้าห้องมาก็เห็นหลินหลินยังคงนอนอยู่บนเตียง เขาค่อย ๆ เดินไปที่โต๊ะอย่างช้า ๆ แล้วเอาของในมือวางเบา ๆ ไปที่โต๊ะ หลังจากนั้นก็เดินเงียบ ๆ ไปข้าง ๆ หลินหลินและนั่งลงข้าง ๆ เธอ จับมือเธอขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ เพ่งมองพินิจพิจารณาหลินหลินอย่างละเอียด

ในความเป็นจริง ตอนที่ซ่งลุ่ยเปิดประตูเข้ามา หลินหลินก็ตื่นแล้ว เธอหรี่ตามองการกระทำของซ่งลุ่ยอย่างเงียบ ๆ ความจริงแล้วเมื่อหลินหลินเห็นซ่งลุ่ยถือของเข้ามาในตอนนั้น ในใจของเธอก็อบอุ่นและยอมรับซ่งลุ่ยมาไว้ในใจแล้ว

แต่เมื่อซ่งลุ่ยมานั่งข้าง ๆ ตัวเธอ หัวใจของเธอกระตุกขึ้นอีกครั้ง เธอกลัวว่าเขาจะทำแบบนั้นอีก แต่ซ่งลุ่ยเพียงแค่ดึงมือของหลินหลินขึ้นมาสังเกตอย่างเงียบ ๆ ทำให้หลินหลินรู้สึกถึงความอบอุ่นและยอมรับในตัวของซ่งลุ่ยมากขึ้น !

ซ่งลุยที่นั่งข้าง ๆ หลินหลินสังเกตใบหน้าของเธออย่างละเอียด ทันใดนั้นก็พบว่าคิ้วของเธอขยับเบา ๆ จึงจับได้ทันทีว่าหลินหลินนั้นแกล้งหลับ ! ในใจก็รู้สึกขบขันขึ้นมา เขาฟุบไปที่ข้างหูของหลินหลินแล้วพูดอย่างอ่อนโยน

“หลินหลิน ตื่นขึ้นมาได้แล้ว ถ้าไม่ตื่น ฉันจะไปแล้วนะ ฮ่าฮ่าฮ่า” หลินหลินก็ยังคงไม่ขยับเหมือนเดิม ดวงตาของเธอยังคงหลับตาสนิทและไม่ขยับ

เมื่อซ่งลุ่ยเห็นท่าทางแบบนี้ เขาก็ยื่นมือออกไปอย่างช้า ๆ และลูบคลำอย่างช้า ๆ ที่ด้านหลังของหลินหลิน เขายังคงลูบไปถึงไหล่ของหลินหลิน การกระทำนี้ของซ่งลุ่ยทำให้ลมหายใจของหลินหลินแรงและถี่ขึ้นเรื่อย ๆ

ซ่งลุ่ยเองก็รู้สึกเหมือนกัน แต่เขาก็ยังไม่หยุดการกระทำของเขา มือบนไหล่ของหลินหลินค่อย ๆ เลื่อนตำแหน่งลงมา  ในเวลานี้หลินหลินลืมตาของเธออย่างรวดเร็ว ยื่นมือออกไปเพื่อจะขัดขวาง แต่ในเวลานี้ก็ไม่ทันการเสียแล้ว

มือของซ่งลุ่ยที่เลื่อนต่ำลงมาแตะไปที่หน้าอกของหลินหลินและสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่ม ! สัมผัสที่น่าตื่นตาตื่นใจในมือของเขาดีดเด้งกลับเหมือนสปริง  มือเพียงข้างเดียวไม่สามารถโอบอุ้มหน้าอกนั้นไว้ได้ทั้งหมด ! ซ่งลุ่ยบีบมันอย่างไม่รู้ตัวจนหลินหลินร้องครางออกมาขัดจังหวะ

ซ่งลุ่ยดึงมือของเขาออกมาเหมือนไฟฟ้าช็อต แต่มือข้างหนึ่งยังคงจับอยู่ที่หน้าอกที่เพิ่งขยำไว้ จะปล่อยก็ไม่ได้ ไม่ปล่อยก็ไม่ได้ เขาคิดไม่ถึงว่าสัมผัสมันจะเป็นแบบนี้ ไม่คิดว่ามันจะใหญ่และนุ่มจริง ๆ เมื่อคืนที่ผ่านมา เขาไม่ได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้เหรอ ? ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันนี้โชคดีจริง ๆ !

หลินลินกอดหน้าอกด้วยมือของเธอแล้วมองซ่งลุ่ยด้วยท่าทางโกรธ ดวงตาทั้งคู่ฉายแววความโกรธมากออกมา เม้มปากเป็นเส้นตรง เมื่อซ่งลุ่ยเห็นท่าทางของหลินหลินแล้ว ก็แตะไปที่หัวแก้เก้อและหัวเราะเจื่อน ๆ หลินหลินที่เห็นท่าทางของซ่งลุ่ยก็คิดได้ว่าเขาเพิ่งจะทำเรื่องอย่างว่าไปก็ไม่ควรไปโกรธอะไรเขามากนัก เธอก็หัวเราะหึออกมา แล้วพูดกับซ่งลุ่ยว่า

“นายนี่โง่จริง ๆ รีบเอาข้าวมาให้ฉันสิ ฉันหิวแล้ว !”

“เอ่อ เอ่อ เอ่อ ได้ ๆ ๆ ๆ”

ซ่งลุ่ยรีบเดินไปที่โต๊ะอาหารแล้วหยิบอาหารที่เตรียมไว้ส่งให้หลินหลิน  มือเขาสัมผัสได้ถึงความเย็นของอาหาร เขาย่นคิ้วแล้วพูดกับหลินหลินว่า “หลินหลิน เธอมีเครื่องครัวที่ทำอาหารได้ไหม ?”

หลินหลินอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า “มีสิ เกิดอะไรขึ้น !”

“พอดีอาหารที่ฉันพึ่งซื้อมา ตอนนี้มันเย็นไปนิด ฉันจะไปอุ่นให้มันร้อนสักหน่อย”

“ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง นายดู มันอยู่ตรงนั้น ในกล่องที่อยู่ในตู้ชั้นล่างสุด ในนั้นมีกระทะและอุปกรณ์อย่างอื่นอยู่ นายดูเอาก็แล้วกันว่าจะใช้อะไรก็เอาออกมา”

ซ่งลุ่ยมองไปทางนั้น เขาเดินเข้าไปและเปิดตู้หยิบกล่องออกมาเปิด ภายในมีหม้อ กระทะ น้ำมันเกลือ ซอส และอุปกรณ์ทำอาหารหลายอย่าง ซ่งลุ่ยดูอย่างระมัดระวัง มีฝุ่นเกาะอยู่ด้านบน ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานาน

หลินหลินมองดูซ่งลุ่ยที่กำลังเพ่งมองพินิจพิจารณาเครื่องครัวเหล่านั้น ใบหน้าก็อดที่จะแดงระเรื่อไม่ได้แล้วพูดกับซ่งลุ่ยว่า

“ตอนแรกที่ฉันเริ่มทำอาหารเอง ฉันทำคนเดียว แล้วฉันก็เหงาเกินกว่าที่จะกินคนเดียว งานก็ยุ่งนิดหน่อย ไม่มีเวลาทำก็เลยไม่ทำ ดังนั้นของพวกนั้นก็วางทิ้งไว้ไม่ได้นำมาใช้เลย แล้วฉันก็เลยออกไปกินข้าวข้างนอกแทน”

ซ่งลุ่ยได้ยินหลินหลินพูดอย่างนี้ ทันใดนั้นก็มีแรงกระตุ้นในใจที่อยากจะดูแลผู้หญิงคนนี้ จากนั้นเขาก็พูดว่า

“เธอทำแบบนี้ไม่ได้นะ ร่างกายต้องการใช้พลังงานเป็นต้นทุน อาหารข้างนอกนั่นไม่ค่อยสะอาด ! ทำเองยังสบายใจกว่า เอาแบบนี้ละกัน ต่อไปนี้ให้ฉันมาทำกับข้าวให้เธอเองเถอะ !”

หลินหลินที่ได้ยินว่าซ่งลุ่ยพูดอย่างนั้น หัวใจของเธอก็มีความสุขมาก เธอพูดกับซ่งลุ่ยว่า

“ดีเลย ดีเลย ! ถ้างั้นต่อไปนี้ฉันจะได้ลิ้มรสฝีมือพ่อครัวซ่งแล้ว !”

ซ่งลุ่ยที่ได้ฟังก็หัวเราะออกมาและไม่ตอบอะไรกลับไป เขาหยิบเครื่องครัวในกล่องออกมาทำความสะอาดมันอย่างจริงจัง และเทอาหารที่เขาซื้อมาเพื่ออุ่นใหม่ กระบวนการทั้งหมดนี้แลดูเป็นธรรมชาติและมีชำนาญมาก ทำให้ซ่งลุ่ยดูเหมือนเป็นพ่อครัวมือโปรไปเลย

จบบทที่ ตอนที่ 17 นุ่มนวลและหอมหวาน

คัดลอกลิงก์แล้ว