เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 68 ยอดบุรุษแห่งต้าเซี่ย

บทที่ 68 ยอดบุรุษแห่งต้าเซี่ย

บทที่ 68 ยอดบุรุษแห่งต้าเซี่ย


บทที่ 68 ยอดบุรุษแห่งต้าเซี่ย

พร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกของจอมมารที่ดังระงม ประกายคมดาบอันรุนแรงสายหนึ่งก็ฟันเข้ามาทางด้านข้างของหลู่เชียนฟาน ราวกับจะฉีกกระชากราตรีนี้ให้เป็นชิ้นๆ

แววตาของหลู่เชียนฟานเต็มไปด้วยความเย็นชา:

“สิ่งหนึ่งที่แกทำผิดที่สุดในชีวิตนี้ คือการเข้าใกล้ฉัน!”

“อัคคีสายฟ้าโชติช่วง!”

วินาทีต่อมา แสงแห่งอัคคีและสายฟ้าอันไร้ก้นบึ้งระเบิดออกโดยมีหลู่เชียนฟานเป็นศูนย์กลาง พุ่งทะยานออกไปทุกทิศทาง

เสียงระเบิดกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นดังขึ้นระหว่างฟ้าดิน เปลี่ยนท้องฟ้ายามราตรีให้สว่างไสวราวกับกลางวัน

ปรากฏร่างเสมือนไร้ตัวตนร่างหนึ่งถูกพลังอัคคีสายฟ้าซัดกระเด็นจนกระอักเลือดคำโต มันเผยตัวออกมาเพียงพริบตาเดียว ก่อนจะเลือนหายเข้าไปในความว่างเปล่าอย่างไร้ร่องรอย กลิ่นอายมลายหายไปสิ้น

หลู่เชียนฟานหรี่ตาลง เอื้อมมือคว้ากลางอากาศ สายฟ้านับหมื่นสายควบแน่นกลายเป็นหอกยาวในมือ เขาพุ่งทะยานเข้าหาจอมมารทันที

“จอมมาร! วันนี้ฉันต้องฆ่าแกให้ได้ ต่อให้เง็กเซียนฮ่องเต้เสด็จมาก็รั้งแกไว้ไม่ได้ หลู่เชียนฟานคนนี้เป็นคนพูดเอง!”

พริบตานั้น นอกเมืองจินเฉิงเปิดฉากการต่อสู้อันดุเดือดรุนแรง เสียงคำรามกึกก้องปานแก้วหูจะแตก

จอมมารไม่มีกะจิตกะใจจะสู้ต่อแล้ว ถ้าไม่รีบหนี อย่าว่าแต่จะตามหาตราประทับปีศาจนั่นเลย แม้แต่ชีวิตก็คงต้องทิ้งไว้ที่นี่

ในขณะนี้ ภายในเมืองจินเฉิง ทุกคนต่างสั่นสะท้านภายใต้กลิ่นอายแห่งขอบเขตบารมี ขอบเขตบารมีนั้นเปรียบดั่งเทวานุภาพ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลยสักนิด

เฉินซีมองดูร่างที่กำลังต่อสู้อยู่นอกเมืองด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความคลั่งไคล้และเทิดทูน

ส่วนเหรินเจี๋ยเหงื่อตกพลั่ก

บัดซบ!

แค่ตราประทับปีศาจอันเดียว มันต้องทำให้เรื่องมันใหญ่โตขนาดนี้เลยเหรอวะ?

ไอ้คนที่เหยียบยันต์แปดทิศนั่นคือใคร?

ทำไมแม่งโหดขนาดนี้?

นั่นคือระดับที่มนุษย์สามารถไปถึงได้จริงๆ เหรอ?

(??﹏??????) “นี่... แม่แฟนเก่า? หนุ่มเสื้อขาวนั่นเป็นใครมาจากไหน? เขาโคตรแข็งแกร่งเลย...”

นั่วเหยียนกลอกตา แฟนเก่าบ้านป้าแกสิ?

เดี๋ยวแม่ก็บีบคอให้ตายหรอก!

(¬~¬〃) “แข็งแกร่ง? ถุย! หลู่เชียนฟานนายไม่รู้จักเหรอ? เขาคือนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่ามนุษย์เลยนะเว้ย! อายุแค่สามสิบต้นๆ แต่ระดับพลังไปถึงขอบเขตบารมีระดับสิบ! ได้รับการยกย่องว่าเป็นดาวแห่งความหวัง เป็นเทพผู้พิทักษ์ของเผ่ามนุษย์!”

“เขาไม่ได้เก่งธรรมดาๆ นะ เคยบุกเข้าไปในเผ่าวิญญาณ สู้กับราชาต้นไม้ฮุ่ยหลิง ตัดกิ่งไม้ของเจ้านั่นมาทำเป็นดาบไม้มาแล้ว แถมยังเคยเหยียบดวงจันทร์ ไปแย่งถิ่นที่อยู่กับปีศาจมายา พยายามจะแย่งชิงแสงจันทร์กลับคืนมา แม้ว่าจะล้มเหลว แต่เขาก็ทิ้งร่องรอยไว้บนดวงจันทร์!”

“นายดูสิ หลุมยักษ์รูปแปดเหลี่ยมบนผิวดวงจันทร์นั่นน่ะ มองจากดาวน้ำเงินด้วยตาเปล่ายังเห็นเลย!”

เหรินเจี๋ยหนังหัวชาหนึบ: ∑(°口°?) “ฮะ? โหด... โหดจนทะลุออกไปนอกโลกเลยเรอะ?”

ไปดวงจันทร์เพื่อตื้บกับปีศาจมายานี่นะ?

นั่นคนจริงๆ ใช่ไหม?

นั่วเหยียนกลอกตา: “แค่นี้จะนับเป็นอะไร? เดิมทีน้ำพุวิญญาณของเผ่ามนุษย์มีแค่แห่งเดียว ถือว่าอ่อนแอมาก แต่ตอนนี้ ในดินแดนมนุษย์มีน้ำพุวิญญาณสองแห่ง!”

“แห่งที่เพิ่มมาน่ะ หลู่เชียนฟานเป็นคนบุกเข้าไปในอาณาเขตปีศาจตั่งเทียนแล้วแย่งกลับมาดื้อๆ ทำให้เส้นเขตแดนของต้าเซี่ยขยายออกไปเกือบครึ่ง ความเข้มข้นของพลังวิญญาณเพิ่มขึ้นเท่าตัว เขาคือผู้บุกเบิกดินแดนที่แท้จริง!”

“ยอดบุรุษแห่งต้าเซี่ย!”

“แต่ดูเหมือนเขาจะได้รับบาดเจ็บจากการศึกครั้งนั้น หลายปีมานี้ไม่มีข่าวคราวเลย...”

เหรินเจี๋ยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นี่มันสุดยอดฝีมือของเผ่ามนุษย์ เสาหลักแห่งต้าเซี่ยชัดๆ

นึกไม่ถึงว่าการลอบโจมตีเมืองครั้งนี้ มันจะดึงดูดให้หลู่เชียนฟานลงมือเอง?

ตราประทับปีศาจนั่นมันสำคัญขนาดไหนกันแน่?

เรื่องนี้ทำให้ลางสังหรณ์แห่งวิกฤตของเหรินเจี๋ยพุ่งสูงขึ้นไปอีกระดับ!

……

แน่นอนว่าผู้บริหารไพ่ทาโรต์ที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่ได้มีแค่จอมมารเพียงคนเดียว แต่ยังมีเดอะเฮอร์มิตอีกคน ทว่าต่อให้ทั้งสองร่วมมือกัน ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลู่เชียนฟานอยู่ดี

ทั้งคู่กำลังหนีหัวซุกหัวซุน มุ่งหน้ากลับไปยังรังหลักในอาณาเขตปีศาจตั่งเทียน เพราะมีเพียงที่นั่นเท่านั้นที่พวกมันจะได้รับการปกป้องและรู้สึกปลอดภัย...

แต่หลู่เชียนฟานไม่มีความคิดที่จะรามือ เขาไล่ล่าสังหารทั้งคู่

ไล่ตามไปจนเกือบครึ่งประเทศของต้าเซี่ย

ประชาชนในเมืองซิงหั่วหลายแห่งต่างสังเกตเห็นการต่อสู้อันดุเดือดบนท้องฟ้า

เขาไล่ล่าทั้งคู่มาจนถึงชายแดนของอาณาเขตปีศาจตั่งเทียน

อาณาเขตปีศาจตั่งเทียนถูกปกคลุมด้วยหมอกปีศาจสีดำทมิฬที่ไร้ก้นบึ้ง ทุกสรรพสิ่งภายในนั้นจมดิ่งอยู่ภายใต้เงามืดหนาทึบ เป็นโทนสีดำมืดทั้งหมด

แม้แต่แสงสว่างที่สาดส่องออกมาจากประตูสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ก็ไม่อาจทะลวงผ่านหมอกปีศาจอันหนาทึบนั้นได้

จอมมารและเดอะเฮอร์มิตเห็นอาณาเขตปีศาจตั่งเทียนอยู่ตรงหน้า ก็เห็นความหวังในการรอดชีวิต ทั้งคู่เร่งความเร็วสุดฝีเท้า พุ่งทะยานเข้าไปในหมอกปีศาจหนาทึบทันที

ในขณะนี้ หลู่เชียนฟานยืนอยู่หน้าอาณาเขตปีศาจตั่งเทียน มองไปยังจอมมารด้วยสีหน้าถมึงทึง

ตามตัวของจอมมารมีบาดแผลนับร้อยแห่ง ไหล่และแขนข้างหนึ่งหายไป ขายังขาดไปข้างหนึ่ง

เลือดสีดำสนิทไหลทะลัก บาดแผลหนักหนาขนาดนี้คนปกติคงตายไปนานแล้ว แต่เสียงหัวเราะของจอมมารยังคงบ้าคลั่ง:

“ฮ่าๆๆ หลู่เชียนฟาน! แกเอาชนะฉันไม่ได้หรอก อาณาเขตปีศาจตั่งเทียนเนี่ย แกยังกล้าเข้ามาอีกเหรอ?”

“แผ่นดินต้าเซี่ยของมนุษย์ ฉันอยากจะมาก็มา อยากจะไปก็ไป แกไม่มีปัญญาขวางหรอก!”

ทว่าฝีเท้าของหลู่เชียนฟานกลับไม่หยุดยั้ง เขาถือดาบแสง เดินเข้าหาอาณาเขตปีศาจตั่งเทียนทีละก้าว

รอยยิ้มบนใบหน้าของจอมมารแข็งค้าง:

“แก... แกกล้าเข้ามาจริงๆ เหรอ? ไม่รู้หรือไงว่าอาณาเขตปีศาจตั่งเทียนนี่ถิ่นใคร?”

“ใต้เท้าจ้าวแห่งมารไม่ปล่อยแกไว้แน่!”

หลู่เชียนฟานหรี่ตาลง:

“ใครจะทำไม!”

“วันนี้หากไม่ฆ่าแก ก็เสียทีที่ฉันปกป้องขุนเขาและพงไพรอันยิ่งใหญ่แห่งต้าเซี่ย!”

ร่างของเขาเปลี่ยนเป็นแสงสีทอง พุ่งเข้าสู่อาณาเขตปีศาจตั่งเทียนโดยตรง มุ่งเป้าสังหารจอมมาร

จอมมาร: !!!

ไอ้บัดซบ! แกกล้าเข้ามาจริงๆ เรอะ?

มันหันหลังหนีสุดชีวิต พุ่งเข้าสู่ส่วนลึกของอาณาเขตปีศาจตั่งเทียน ส่วนเดอะเฮอร์มิตนั้นก่นด่าออกมาแล้ว

แกจะไปยั่วโมโหไอ้บ้านี่ทำไมวะ?

เมื่อกี้ถ้าไม่ไปท้าทายเขา บางทีเขาอาจจะไม่ตามต่อแล้วก็ได้?

พร้อมกับการบุกทะลวงของหลู่เชียนฟาน ดูเหมือนว่าอาณาเขตปีศาจตั่งเทียนทั้งเขตจะสั่นสะเทือน หมอกปีศาจม้วนตลบราวกับคลื่นยักษ์

เหล่าปีศาจโหยหวนคลุ้มคลั่ง แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น

……

สามชั่วโมงต่อมา หลู่เชียนฟานเดินออกมาจากอาณาเขตปีศาจตั่งเทียน ใบหน้าขาวซีดเล็กน้อย มุมหน้าผากมีเลือดซึม เสื้อขาวบนร่างถูกย้อมด้วยเลือดจนแดงฉาน

เลือดหยดลงตามปลายนิ้ว ทว่าในมือของหลู่เชียนฟานตอนนี้ กลับหิ้วหัวของจอมมารเอาไว้...

ตายสนิทชนิดที่ไม่ต้องสืบ ดวงตาทั้งสี่เบิกกว้าง ความหวาดกลัวถูกแช่แข็งเอาไว้ในนั้น...

หลู่เชียนฟานกล่าวโดยไม่หันกลับไปมองว่า:

“จอมมารฉันฆ่าแล้ว ไพ่ทาโรต์ของแกก็หาคนใหม่มาเสียบแทนตำแหน่งมันซะ...”

“ทำลายเมืองต้าเซี่ยของฉันหนึ่งเมือง ฉันล้างบางอาณาเขตปีศาจของแกสามเมือง ดูเหมือนจะไม่เกินไปสินะ!”

ในวินาทีนี้ หมอกปีศาจในอาณาเขตปีศาจตั่งเทียนม้วนตลบ ดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งจ้องมองไปยังแผ่นหลังของหลู่เชียนฟานจากภายในหมอก

ในดวงตาสีเลือดคู่นั้น มีเพียงความเย็นชาไร้ความรู้สึก...

“น่าเสียดาย... น่าเสียดายนัก... น่าเสียดายที่แกหลู่เชียนฟานไม่ใช่ผู้ได้รับพรจากเทพ มิเช่นนั้น... ชะตากรรมของเผ่ามนุษย์ อาจถูกเขียนขึ้นใหม่เพราะแก...”

หลู่เชียนฟานแค่นหัวเราะ เงยหน้ามองประตูสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน:

“หึ~ ผู้ได้รับพรจากเทพงั้นเหรอ? ฉันไม่คิดว่า... มนุษย์จะด้อยกว่าเทพจริงๆ หรอกนะ”

ร่างในหมอกปีศาจกล่าวเรียบๆ: “งั้นเหรอ? แต่หลู่เชียนฟาน แกจะยันไว้ได้นานแค่ไหน? ต้าเซี่ยที่ไม่มีแก จะเดินไปได้ไกลเพียงใด?”

หลู่เชียนฟานแววตาเย็นชา หันกลับไปมองหมอกปีศาจ:

“แกจะได้รู้เอง!”

ร่างในหมอกกล่าวต่อ: “บุตรแห่งปีศาจลำดับที่สามปรากฏตัวขึ้นจริงๆ สินะ?”

แต่หลู่เชียนฟานไม่ได้สนใจ เขาโยนศีรษะทิ้งไปอย่างไม่แยแส ก่อนจะหายวับไปทันที...

ร่างในหมอกปีศาจจ้องมองไปยังแสงไฟอันเจิดจ้าของต้าเซี่ย:

“หากปรากฏตัวขึ้นจริงๆ ฉันจะต้องหามันให้เจอ...”

จบบทที่ บทที่ 68 ยอดบุรุษแห่งต้าเซี่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว