- หน้าแรก
- อย่าเรียกฉันว่าปีศาจ
- บทที่ 57 ปีศาจกระเป๋า เมืองที่ลุกเป็นไฟ
บทที่ 57 ปีศาจกระเป๋า เมืองที่ลุกเป็นไฟ
บทที่ 57 ปีศาจกระเป๋า เมืองที่ลุกเป็นไฟ
บทที่ 57 ปีศาจกระเป๋า เมืองที่ลุกเป็นไฟ
เยี่ยเยว่ขบฟันแน่น ไม่ลังเลที่จะเปิดใช้งานร่างเทพ จันทร์โลหิตลอยเด่นอยู่ด้านหลัง เลือดมหาศาลพุ่งออกมาจากบาดแผลของเธอ
ก่อตัวเป็นคมดาบโลหิต เธอสะบัดมือ เลือดกลายเป็นกำแพงเลือด ป้องกันกระดูกแหลมที่พุ่งเข้ามา
ดาบโลหิตฟันกระหน่ำ ตัดกระดูกที่งอกออกมาจากผนังจนขาดสะบั้น จากนั้นเธอก็คว้าคอเสื้อเหรินเจี๋ย พุ่งเข้าใส่ปีศาจตาคลั่ง!
“โลหิตคลั่ง!”
“หอกเทพโลหิต!”
หอกเทพโลหิตขนาดมหึมาก่อตัวขึ้น บนร่างเยี่ยเยว่มีลวดลายเทพสีเลือดปรากฏ เธอขว้างหอกออกไปสุดแรง แล้วหมุนตัวเตะส่งท้ายที่ด้ามหอก
เร่งความเร็วขั้นที่สอง!
“ตูม!”
เสียงระเบิดอากาศดังสนั่นหวั่นไหว หอกเทพโลหิตพุ่งทะลุทางเดิน เสียบทะลุปีศาจตาคลั่งในพริบตา
ลากร่างมหึมาของมันไปปักตรึงไว้กับผนังสุดทางเดิน ผ่าร่างมันออกเป็นสองส่วน
ปีศาจตาคลั่งดิ้นรนอยู่สองสามที แล้วก็นิ่งไป เพราะเยี่ยเยว่เป็นผู้ได้รับพรจากเทพ การโจมตีแฝงธาตุศักดิ์สิทธิ์ ถ้าไม่ใช่ปีศาจที่มีพลังฟื้นฟูสูงจริงๆ ทนท่าไม้ตายของผู้ได้รับพรจากเทพไม่ไหวหรอก
“ไป! ถอยไปสุดทางเดิน อย่าให้โดนตีขนาบ”
ทั้งห้าคนสู้พลางถอยพลาง จนไปถึงข้างศพปีศาจตาคลั่ง กำแพงเลือดกำลังจะพังทลาย
และที่น่าสิ้นหวังกว่านั้นคือ บนเพดาน บนผนัง มีวังวนเกิดขึ้นเต็มไปหมด ปีศาจแต่ละตัวคลานออกมาจากวังวน ระดับสามระดับสี่มีเพียบ
คราวนี้ไม่มีใครขำออกแล้ว
เล็บทั้งสิบของเยี่ยเยว่หายไปหมดแล้ว ผิวหนังที่แขนก็กำลังค่อยๆ หายไป...
“เหรินเจี๋ย ดูดซับชิ้นส่วนยีนของปีศาจตัวนี้ซะ มันมีประโยชน์กับนาย เจ้าใบไม้(เยี่ยหวาย) เสี่ยวเสี่ยว เฒ่าอู๋ ตรึงกำลังไว้ อย่าให้พวกปีศาจบุกเข้ามา”
คำสั่งถูกถ่ายทอดอย่างเป็นระบบ ทีมสี่คนประสานงานกันอย่างรู้ใจ ตั้งแนวป้องกัน สกัดกั้นการบุกของปีศาจ
เหรินเจี๋ยแม้จะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นตัวถ่วง เขาเปิดใช้งานยีนกลืนกิน ดูดซับชิ้นส่วนยีนทันที...
ปีศาจตาคลั่งระดับสี่นี่สุดยอดจริงๆ อัปเกรดเนตรพริบตาและมองทะลุของเหรินเจี๋ยจนเต็มระดับหนึ่งได้ในรวดเดียว
ในวินาทีนี้ ในทางเดินเต็มไปด้วยเสียงโลหะปะทะกัน กระสุนปลิวว่อน เลือดสาดกระจาย ปนไปกับเสียงคำรามของอู๋หยุนชิง
เหรินเจี๋ยก็ร้อนใจ สถานการณ์ตอนนี้ ทั้งห้าคนต้านได้ไม่นานหรอก
“บัดซบ! มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เหรินเจี๋ยเปิดใช้งานสกิลมองทะลุ มองไปที่ผนังทางเดิน
ผนังค่อยๆ โปร่งใส ด้านหลังผนังมืดสนิท เหมือนมีหมอกปีศาจหนาทึบไหลเวียนอยู่
ดวงตาเริ่มแสบร้อน แม้แต่หมอกปีศาจก็ถูกมองทะลุ ในที่สุดเหรินเจี๋ยเริ่มมองเห็นภาพข้างหลังผนังชัดเจน
หน้าซีดเผือด รีบหันไปมองเยี่ยเยว่และพวก แต่พอมองไป เลือดกำเดาของเหรินเจี๋ยก็พุ่งกระฉูด แรงสะท้อนทำเอาเขาถอยหลังไปสองก้าว
เพราะในสายตาของเหรินเจี๋ย เยี่ยเยว่กับหยุนเสี่ยว เสื้อผ้าบนตัวหายเกลี้ยง เรียกได้ว่าเห็นหมดทุกสัดส่วน
“ทำไมเลือดกำเดาไหลอีกแล้ว? นายบาดเจ็บเหรอ?”
เหรินเจี๋ยรีบเช็ดจมูก หน้าแดงก่ำ:
(?°? ??? °?) “ปะ... เปล่า ผมรู้แล้วว่าเราอยู่ที่ไหน ดะ... ดูเหมือนทั้งสำนักงานใหญ่หน่วยปราบปีศาจจะอยู่ในท้องของปีศาจตัวหนึ่ง ปีศาจตัวนั้นเหมือนจะไม่มีร่างเนื้อ รูปร่างโดยรวมเหมือน... เหมือนกระเป๋าใบหนึ่ง? ผมก็อธิบายไม่ถูก...”
คราวนี้เยี่ยเยว่อึ้ง เหรินเจี๋ยรู้ได้ยังไง?
“บัดซบ~ เป็นปีศาจกระเป๋างั้นเหรอ? แถมยังตัวใหญ่ขนาดกลืนสำนักงานใหญ่หน่วยปราบปีศาจลงท้องได้?”
“ข้างนอกมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ปีศาจกระเป๋าเยี่ยเยว่เคยแค่ได้ยินมา มันปรากฏตัวน้อยมาก บันทึกของทางการก็มีน้อย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจุดอ่อนเลย
แต่ทันใดนั้น ทางเดินทั้งสายก็เริ่มสั่นสะเทือน จากนั้นก็เริ่มบิดเบี้ยว หมุนวน ราวกับแป้งเกลียวที่ถูกบิดแน่น งูยักษ์ที่เลื้อยคดเคี้ยว
เหมือนหนังเรื่อง Inception
พวกเขาทรงตัวไม่อยู่ ล้มกลิ้งไปทางพวกปีศาจ สภาพทุลักทุเล แยกไม่ออกว่าทิศไหนเป็นทิศไหน ความรู้สึกวิงเวียนตีตื้นขึ้นมา
สถานการณ์แบบนี้ แค่ยืนให้มั่นยังยาก อย่าว่าแต่จะสู้เลย
ทันใดนั้น เยี่ยหวายกำมือแน่น เหล็กเส้นในคอนกรีตหลุดออกมา กลายเป็นเข็มขัดรัดเอวทุกคนไว้ ด้วยพลังแม่เหล็ก ร่างของพวกเขาลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ หลุดพ้นจากทางเดินที่หมุนติ้วได้สำเร็จ
แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้ดีขึ้น ปีศาจยังคงโจมตีต่อเนื่อง แถมผนังทางเดินเริ่มบีบเข้ามา หมายจะบดขยี้ทั้งสี่คน
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ถ้าไม่โดนปีศาจกัดตาย ก็ต้องโดนทางเดินบีบตาย ยิ่งตอนนี้อยู่ในท้องปีศาจกระเป๋าด้วยแล้ว
ทำยังไงดี?
เหรินเจี๋ยใช้สมองอย่างหนัก อำนาจจอมปีศาจใช้ไม่ได้ ไม่งั้นเท่ากับหาที่ตาย ฝ่ายตรงข้ามพุ่งเป้ามาที่เขา
เมื่อกี้ปีศาจพูดถึงรายชื่อ แสดงว่ายังไม่มั่นใจว่าเขาคือบุตรปีศาจคนที่สาม
ถ้าใช้ ก็เท่ากับยืนยันตัวตน
เหรินเจี๋ยใช้สกิลมองทะลุสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวไม่หยุด เขาตกใจเมื่อพบว่าในทางเดิน มีจุดบิดเบี้ยวจุดหนึ่งเคลื่อนที่ไปมาตลอดเวลา มันเลือนลางมาก ถ้าไม่เพ่งมองดีๆ ก็แทบไม่เห็น
“เยี่ยเยว่! ใช้หอกแทงไปที่ตำแหน่งหลอดไฟดวงที่สามของทางเดินหน่อย”
เยี่ยเยว่ไม่ลังเล แทงหอกเทพโลหิตออกไปทันที
“ตูม” เพดานทางเดินระเบิดออก เผยให้เห็นความมืดมิดข้างใน แต่รอยแตกก็สมานตัวอย่างรวดเร็ว...
“เกิดอะไรขึ้น? ตรงนั้นมีปัญหาเหรอ?”
เหรินเจี๋ยตาถลน เส้นเลือดฝอยในตาแตกแดงก่ำ เลือดกำเดาไหลพราก:
“ช้าไปหน่อย แทงไม่โดน จุดบิดเบี้ยวนั่นลอยหนีไปแล้ว”
เยี่ยเยว่กับหยุนเสี่ยงงเป็นไก่ตาแตก
“จุดบิดเบี้ยวอะไร? ตรงนั้นไม่มีอะไรสักหน่อย”
เหรินเจี๋ยเช็ดเลือดกำเดา:
“เออน่า~ อย่าเพิ่งถาม อ้วก~ โอ๊กกก! เยี่ยหวายกับตาแก่อู๋ สองคนหลบไปไกลๆ หน่อย อย่ามาเดินเพ่นพ่านหน้าฉัน แสบตาโว้ย ต้องดูสาวสวยกี่คนถึงจะล้างตาได้วะเนี่ย?”
เยี่ยหวายกับอู๋หยุนชิงเริ่มงง
แสบตาบ้าบออะไร? ต่อให้พวกเราไม่หล่อ แต่ก็ไม่ได้น่าเกลียดจนแสบตาขนาดนั้นไหม?
“ถุย! ปากหมาจริงๆ นะแก!”
แต่เหรินเจี๋ยรีบพูดต่อ: “ทิศ 19 นาฬิกา ตรงป้ายทางหนีไฟ แทงเลย! เต็มแรง!”
เยี่ยเยว่หน้าดำ ทิศ 19 นาฬิกาบ้าบออะไร? บอกว่า 7 นาฬิกาก็สิ้นเรื่องไหม?
แม้จะไม่รู้ว่าทำไมเหรินเจี๋ยถึงให้ทำแบบนี้ แต่พอเขาพูดจบ เยี่ยเยว่ก็แทงหอกเทพโลหิตออกไปสุดแรง
ได้ยินเสียง “เพล้ง”
หอกเทพโลหิตเหมือนแทงโดนจุดเชื่อมต่อบางอย่าง มิติแตกกระจายเหมือนกระจก
วินาทีถัดมา ทางเดินทั้งสายก็บิดเบี้ยว แรงผลักดันมหาศาลกระทำต่อร่างของพวกเขา โลกหมุนคว้าง...
ภายนอกสำนักงานใหญ่หน่วยปราบปีศาจ ร่างของทั้งห้าคนถูกดีดออกมา กระแทกลงบนกองซากปรักหักพังอย่างแรง
เหรินเจี๋ยร้องโอดโอย นวดไหล่ตัวเอง
แต่วินาทีถัดมา เขาก็ต้องตะลึงงัน
โลกภายนอกมืดสนิทแล้ว ดวงจันทร์กลมโตหม่นแสง ประตูสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ลอยเด่น!
ที่ตั้งเดิมของสำนักงานใหญ่หน่วยปราบปีศาจ ปีศาจกระเป๋าตัวดำเมี่ยม ไร้ร่างเนื้อ ขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น
ร่างของมันเหมือนกระเป๋าแบนๆ สีดำ ส่วนใหญ่อยู่ใต้ดิน มีแค่หัวโผล่พ้นดินมา
แต่แค่หัวที่โผล่มา ก็สูงกว่าสิบเมตร ปากยาวเหยียดเหมือนฟันซิป ปิดสนิทแน่น ดวงตาคู่ยักษ์จ้องเขม็งมาที่ทั้งห้าคนด้วยความโกรธเกรี้ยว
และในตอนนี้ ทั่วทั้งเมืองจินเฉิงถูกแสงไฟส่องสว่าง เสียงระเบิดดังไปทั่ว แม้แต่เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกของผู้คนก็ยังได้ยิน
เมืองถูกยึดครอง ราวกับทั้งเมืองกำลังลุกเป็นไฟ!
เสียงสัญญาณเตือนภัยอันแสบแก้วหูกรีดแทงท้องฟ้ายามค่ำคืน ไม่ยอมหยุด...