เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ต้นไม้ปีศาจ

บทที่ 3 ต้นไม้ปีศาจ

บทที่ 3 ต้นไม้ปีศาจ


บทที่ 3 ต้นไม้ปีศาจ

ในเวลานี้ เหรินเจี๋ยรู้สึกเพียงว่าโลกทั้งใบมืดสนิท ร่างกายหนาวเหน็บขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีมือขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็นคู่หนึ่งกำลังฉุดกระชากเขาลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง...

เสียงพึมพำแว่วมาข้างหูคล้ายเสียงกระซิบของปีศาจ

ฉันจะตายแล้วเหรอ?

ความตาย... มันเป็นความรู้สึกแบบนี้เองสินะ? เหรินเจี๋ยคิดในใจ...

ในที่สุดก็ได้พักสักที... ทำงานพาร์ตไทม์หาเช้ากินค่ำมาตลอดหลายปี หาทางหาเงินทุกวิถีทาง บางวันได้นอนแค่สองสามชั่วโมง...

เขาเหนื่อยจริงๆ ในที่สุดก็จะได้นอนหลับยาวๆ สักที

แต่การหลับครั้งนี้ เกรงว่าจะไม่มีวันได้ตื่นขึ้นมาอีกแล้วมั้ง

น้าอันหนิงจะเป็นยังไงบ้างนะ? เธอคนเดียวจะดูแลเหยาเหยาไหวไหม?

ถ้าขาดรายได้จากเขา โรครอยปีศาจของเหยาเหยาจะยื้อไปได้อีกนานแค่ไหน?

ถ้ารู้ว่าเขาเป็นอะไรไป เธอต้องร้องไห้หนักแน่ๆ

อ๊ากกก... ไม่อยากตายเลยว้อย...

เสียดายชะมัด...

จิตสำนึกของเหรินเจี๋ยดิ้นรนอย่างสุดกำลัง แต่เขาเสียการควบคุมร่างกายไปโดยสมบูรณ์แล้ว หมดหนทางแก้ไข

หมอเริ่มกล่าวไว้อาลัย "เวลา 00:44 น. หัวใจผู้ป่วยหยุดเต้น ยืนยันสมองตาย ไม่มีสัญญาณชีพ..."

"ญาติอยู่ไหนครับ? ห้องดับจิตไม่มีที่ว่างแล้ว ส่งไปห้องเผาศพทำการฌาปนกิจเลยดีกว่า อย่าให้ยุ่งยากเลย..."

เว่ยผิงเซิงปาดน้ำตา "เผาเถอะ ให้ทุกคนมาส่งเขาเป็นครั้งสุดท้าย..."

อย่าให้อันหนิงมาเห็นศพสภาพเละเทะของเหรินเจี๋ยเลยจะดีกว่า มีแต่จะยิ่งตอกย้ำบาดแผลในใจเธอ

พรุ่งนี้ค่อยแจ้งข่าวเธอก็แล้วกัน...

เพียงแต่เว่ยผิงเซิงยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดกับอันหนิงยังไงดี...

ตอนนี้เหรินเจี๋ยงงเป็นไก่ตาแตก เขาได้ยินบทสนทนาระหว่างหมอกับลุงเว่ยชัดแจ๋ว!

ส่งห้องเผาศพฌาปนกิจเลย? เผาเนี่ยนะ?

บัดซบ! แม่งทำอะไรลวกๆ แบบนี้เลยเรอะ!?

ฉันยังตายไม่สนิทเลยนะโว้ย ยังมีสติอยู่เนี่ย จะเผากันเลยเนี้ยนะ?

แบบนั้นมันไม่เจ็บตายชักเหรอวะ?

พวกคุณจะทำกับฮีโร่แบบนี้ไม่ได้นะโว้ย!

ทว่าเหรินเจี๋ยทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้ทุกคนเข็นเขาไปยังห้องเผาศพท่ามกลางเสียงร้องไห้ระงม

แม้เหรินเจี๋ยจะรู้สึกว่าจิตสำนึกของตัวเองกำลังร่วงหล่นลงไปเรื่อยๆ แต่สติสัมปชัญญะกลับไม่ยอมสลายไป เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่านี่มันสถานการณ์อะไรกันแน่

ตายแล้ว แต่ยังตายไม่สนิท?

เหรินเจี๋ยร้อนรนจนแทบบ้า ช่วยด้วยเว้ยยย?

ฉันรู้สึกว่าฉันยังกู้ชีพกลับมาได้นะเฮ้ย1

แต่ทว่าร่างของเหรินเจี๋ยกลับสงบนิ่งราวกับ... ถุย ก็มันเป็นศพไปแล้วนี่หว่า...

...

ในห้องเผาศพ ประตูเตาเผาขนาดใหญ่เปิดอ้าออก เหรินเจี๋ยในตอนนี้ถูกเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ จัดการแต่งศพเรียบร้อย...

เสี่ยวหมิงยังคงร้องไห้จ้า ผู้เป็นแม่กอดลูกชายไว้พลางสะอื้นไห้ ยังไงซะเขาก็เสียสละชีวิตอย่างกล้าหาญเพื่อช่วยลูกชายของเธอ

เถียนอวี่และคนอื่นๆ ก็ปาดน้ำตา แม้ปกติทุกคนจะไม่ค่อยชอบหน้าเหรินเจี๋ย แต่ก็อยู่ทีมเยาวชนเดียวกัน ฝึกด้วยกันมาเกือบเดือน ย่อมมีความผูกพันกันอยู่บ้าง

คิดไม่ถึงเลย... ออกภาคสนามครั้งแรก เพื่อนก็มาด่วนจากไปแบบนี้...

เว่ยผิงเซิงนั่งยองๆ สูบบุหรี่อยู่กับพื้น มวนแล้วมวนเล่า สีหน้าหดหู่เศร้าหมอง...

เจ้าหน้าที่เอียงคอถาม "งั้นผมเผาเลยนะ..."

ไม่มีใครพูดอะไร บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและหนักอึ้ง เว่ยผิงเซิงพยักหน้าเงียบๆ

และในตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาจากทางเดิน

สายตาของทุกคนหันไปมองตามเสียง เห็นเพียงเด็กสาวสะพายกระบี่ยาววิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องเผาศพ

เธอคือเจียงจิ่วหลี เด็กสาวที่ต่อสู้กับปีศาจในที่เกิดเหตุนั่นเอง

เมื่อไร้แสงดาวปกคลุม ในที่สุดทุกคนก็ได้เห็นใบหน้าของเธอชัดเจน

เส้นผมยาวสีดำขลับทิ้งตัวสลวยถึงเอวราวกับน้ำตก ดวงตาสดใส ฟันขาวสะอาด ผิวขาวผ่องดุจหิมะ จมูกโด่งเป็นสัน เครื่องหน้าสมบูรณ์แบบราวกับเดินออกมาจากภาพวาด

งดงามราวกับนางฟ้าจำแลงลงมาจุติ การปรากฏตัวของเธอทำให้ห้องเผาศพดูสว่างไสวขึ้นมาทันตา

เพียงแต่ในตอนนี้เจียงจิ่วหลีดูมอมแมมอยู่บ้าง ชุดวอร์มสีขาวเปื้อนเขม่าดำ แขนขาวเนียนพันด้วยผ้าพันแผล

ทุกคนต่างมองเด็กสาวผู้มีบุคลิกเหนือโลกคนนี้ด้วยความตะลึงงัน...

ดวงตากลมโตของเจียงจิ่วหลีจับจ้องไปที่ร่างของเหรินเจี๋ย แววตาหม่นลง เหลือบมองเว่ยผิงเซิงแวบหนึ่ง ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด...

ได้แต่ยืนพิงกำแพงเงียบๆ กุมแขนตัวเอง ก้มหน้า และกำหมัดแน่น...

คนคนนี้แม้เธอจะไม่รู้จัก แต่เขาก็ถูกเธอกระแทกตึกทับตาย สรุปแล้วต้นเหตุก็มาจากความสามารถของเธอที่ไม่เพียงพอ...

เธอเสียใจมาก พอจัดการเรื่องทางนั้นเสร็จ ก็รีบวิ่งมาที่นี่ทันที...

อย่างน้อย... ขอให้ฉันได้มาส่งเขาเป็นครั้งสุดท้ายเถอะนะ...

เจ้าหน้าที่มองเจียงจิ่วหลีแวบหนึ่ง เห็นเธอไม่มีทีท่าจะเข้ามาใกล้ จึงเข็นเหรินเจี๋ยเข้าเตาเผาไปทันที

ประตูเตาปิดลง เริ่มกระบวนการฌาปนกิจ

เหรินเจี๋ยตะโกนด่ากราดอยู่ในใจแล้ว

ไอ้บ้าเอ๊ย! บิดาเอ็งยังตายไม่สนิท อย่าเพิ่งเผาสิวะ ไอ้หมอสุนัขเฮงซวย!

เล่นจัดแพ็กเกจเผาศพครบวงจรให้เลยเรอะ!?

จิตสำนึกยังคงร่วงหล่นลงไปเรื่อยๆ เพียงแต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะถึงก้นบึ้งแล้ว...

เหรินเจี๋ยพบด้วยความประหลาดใจว่า ตัวเองมายืนอยู่กลางทะเลสาบกระจกอันกว้างใหญ่ ก้มมองลงไปเห็นเงาสะท้อนของตัวเองบนผิวน้ำ

เงาสะท้อนบิดเบี้ยวไปตามระลอกคลื่นที่แผ่ขยายออกไป

รอบทะเลสาบกระจกคือมิติความมืดอันไร้ขอบเขต บนผิวน้ำมีหมอกสีขาวจางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่...

เหรินเจี๋ยงงเป็นไก่ตาแตก!

"ที่นี่ที่ไหน? โลกหลังความตายเหรอ?"

ไม่นานเขาก็พบว่า ตัวเองไม่ใช่สิ่งเดียวที่อยู่ในโลกทะเลสาบกระจกแห่งนี้ ในมิติความมืดนั้นยังมีเศษชิ้นส่วนสีดำลอยอยู่ ดูเหมือนเศษถ่านหิน บนนั้นมีลวดลายเกลียวคู่ยั้วเยี้ย...

เหรินเจี๋ยเบิกตากว้างทันที!

"นี่มัน... จี้ห้อยคอของฉันนี่นา?"

สิบปีก่อน เกิดภัยพิบัติปีศาจระดับ A ที่เมืองจิ้นเฉิง พ่อแม่และน้องชายของเขาตายในเหตุการณ์นั้น ส่วนเหรินเจี๋ยถูกเจ้าหน้าที่ซือเหยาที่ชื่อ 'เถาหราน' ช่วยออกมาได้อย่างหวุดหวิด

และเถาหรานก็เสียสละชีวิตเพื่อช่วยเหรินเจี๋ย ทิ้งภรรยาชื่ออันหนิง และลูกสาววัยห้าขวบชื่อ 'เถาเหยาเหยา' เอาไว้...

เหรินเจี๋ยถูกอันหนิงรับมาเลี้ยงดู พามาใช้ชีวิตที่เมืองจินเฉิง...

ส่วนเว่ยผิงเซิง เป็นเพื่อนร่วมรบของเถาหราน และเคยเข้าร่วมภารกิจกู้ภัยในครั้งนั้นด้วย จึงคอยดูแลเอาใจใส่เหรินเจี๋ยเป็นพิเศษ...

เหรินเจี๋ยจำได้แม่น เศษชิ้นส่วนนี้เขาบังเอิญขุดเจอตอนที่กำลังคุ้ยซากปรักหักพังอย่างบ้าคลั่ง เพื่อหาศพน้องชายในตอนนั้น...

เขาห้อยติดตัวมาตลอดหลายปี ถือเป็นเครื่องรางคุ้มกัน และเป็นของดูต่างหน้าครอบครัว

หรือว่าไอ้นี่จะเป็นของวิเศษ?

เหรินเจี๋ยอดไม่ได้ที่นึกทำนองนี้ ตอนที่เขาโดนทับ ความรู้สึกร้อนผ่าวที่หน้าอก เป็นเพราะเศษชิ้นส่วนนี่เหรอ?

คนปกติเจ็บหนักขนาดนั้น น่าจะตายไปนานแล้ว แต่จิตสำนึกของเขากลับยังไม่สลายไป

ขณะที่เหรินเจี๋ยกำลังครุ่นคิดถึงสถานการณ์ตรงหน้า

เศษชิ้นส่วนสีดำนั้น พลันร่วงหล่นลงสู่ทะเลสาบกระจก

วินาทีนั้น มิติทะเลสาบกระจกทั้งมิติเริ่มสั่นสะเทือน

ต้นไม้ยักษ์สีดำทมิฬแทงทะลุผิวน้ำ พุ่งทะยานเติบโตขึ้น ลำต้นคดเคี้ยวราวกับมังกร บิดเกลียวขึ้นสู่เบื้องบน ชั่วพริบตาก็กลายเป็นต้นไม้สูงเสียดฟ้า

กิ่งก้านสาขาหนาทึบนับไม่ถ้วนยื่นออกมาจากลำต้นราวกับกรงเล็บปีศาจ แผ่ขยายจนแทบจะเต็มพื้นที่มิติทะเลสาบกระจก

กิ่งก้านหนาทึบแต่ไร้ใบ ดูราวกับต้นไม้แห้งที่ถูกไฟเผาจนไหม้เกรียม...

เทียบกับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แล้ว เจ้านี่ดูเหมือนต้นไม้ปีศาจมากกว่า

เหรินเจี๋ยตะลึงงัน ภาพตรงหน้าเกินขอบเขตความเข้าใจของเขาไปไกลลิบ

ราวกับมีผีสางดลใจ เขาไม่เพียงแค่เอื้อมมือไปสัมผัสลำต้น แต่ในความรู้สึกเลือนราง กลิ่นอายของทั้งสองกลับเชื่อมโยงถึงกัน...

วินาทีต่อมา กิ่งหลักที่ใหญ่ที่สุดด้านล่างของต้นไม้ปีศาจพลันสว่างวาบ กลายเป็นสีแดงฉานและลุกไหม้ในทันที

ผลไม้แห่งเปลวเพลิงที่สว่างจ้าราวกับดวงอาทิตย์ก่อตัวขึ้นบนกิ่งไม้เพลิงนั้น แผ่ความร้อนระอุออกมาอย่างน่ากลัว

ภายในผลไม้แห่งเปลวเพลิง มองเห็นเงาปีศาจลางๆ

ทันใดนั้น เสียงกระซิบราวกับปีศาจก็ดังก้องข้างหูเหรินเจี๋ย:

"สัญญาปีศาจสมบูรณ์! ปีศาจคู่สัญญา: ปีศาจแห่งเปลวเพลิง!"

"เงื่อนไขการแปลงร่างปีศาจ: ทำให้ผู้อื่นหลั่งน้ำตา"

"ชำระค่าตอบแทนแล้ว"

"ฉีดถ่ายยีนปีศาจแห่งเปลวเพลิง"

"จิตวิญญาณปีศาจเพลิงถือกำเนิด เริ่มต้นการแปลงร่างปีศาจครั้งแรก"

เหรินเจี๋ย: ???

แทบจะในทันที หมอกขาวที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำถูกต้นไม้ปีศาจดูดกลืนจนหมดสิ้น

บนกิ่งปีศาจเพลิง เปลวไฟอันไร้ที่สิ้นสุดไหลย้อนลงมาตามลำต้น พุ่งกระแทกลงสู่ทะเลสาบกระจกอย่างรุนแรง

กลายเป็นทะเลเพลิงอันเวิ้งว้าง กลืนกินจิตสำนึกของเหรินเจี๋ยไปในพริบตา

ในขณะเดียวกัน เตาเผาศพก็เริ่มจุดไฟ!

จบบทที่ บทที่ 3 ต้นไม้ปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว