- หน้าแรก
- อย่าเรียกฉันว่าปีศาจ
- บทที่ 3 ต้นไม้ปีศาจ
บทที่ 3 ต้นไม้ปีศาจ
บทที่ 3 ต้นไม้ปีศาจ
บทที่ 3 ต้นไม้ปีศาจ
ในเวลานี้ เหรินเจี๋ยรู้สึกเพียงว่าโลกทั้งใบมืดสนิท ร่างกายหนาวเหน็บขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีมือขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็นคู่หนึ่งกำลังฉุดกระชากเขาลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง...
เสียงพึมพำแว่วมาข้างหูคล้ายเสียงกระซิบของปีศาจ
ฉันจะตายแล้วเหรอ?
ความตาย... มันเป็นความรู้สึกแบบนี้เองสินะ? เหรินเจี๋ยคิดในใจ...
ในที่สุดก็ได้พักสักที... ทำงานพาร์ตไทม์หาเช้ากินค่ำมาตลอดหลายปี หาทางหาเงินทุกวิถีทาง บางวันได้นอนแค่สองสามชั่วโมง...
เขาเหนื่อยจริงๆ ในที่สุดก็จะได้นอนหลับยาวๆ สักที
แต่การหลับครั้งนี้ เกรงว่าจะไม่มีวันได้ตื่นขึ้นมาอีกแล้วมั้ง
น้าอันหนิงจะเป็นยังไงบ้างนะ? เธอคนเดียวจะดูแลเหยาเหยาไหวไหม?
ถ้าขาดรายได้จากเขา โรครอยปีศาจของเหยาเหยาจะยื้อไปได้อีกนานแค่ไหน?
ถ้ารู้ว่าเขาเป็นอะไรไป เธอต้องร้องไห้หนักแน่ๆ
อ๊ากกก... ไม่อยากตายเลยว้อย...
เสียดายชะมัด...
จิตสำนึกของเหรินเจี๋ยดิ้นรนอย่างสุดกำลัง แต่เขาเสียการควบคุมร่างกายไปโดยสมบูรณ์แล้ว หมดหนทางแก้ไข
หมอเริ่มกล่าวไว้อาลัย "เวลา 00:44 น. หัวใจผู้ป่วยหยุดเต้น ยืนยันสมองตาย ไม่มีสัญญาณชีพ..."
"ญาติอยู่ไหนครับ? ห้องดับจิตไม่มีที่ว่างแล้ว ส่งไปห้องเผาศพทำการฌาปนกิจเลยดีกว่า อย่าให้ยุ่งยากเลย..."
เว่ยผิงเซิงปาดน้ำตา "เผาเถอะ ให้ทุกคนมาส่งเขาเป็นครั้งสุดท้าย..."
อย่าให้อันหนิงมาเห็นศพสภาพเละเทะของเหรินเจี๋ยเลยจะดีกว่า มีแต่จะยิ่งตอกย้ำบาดแผลในใจเธอ
พรุ่งนี้ค่อยแจ้งข่าวเธอก็แล้วกัน...
เพียงแต่เว่ยผิงเซิงยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดกับอันหนิงยังไงดี...
ตอนนี้เหรินเจี๋ยงงเป็นไก่ตาแตก เขาได้ยินบทสนทนาระหว่างหมอกับลุงเว่ยชัดแจ๋ว!
ส่งห้องเผาศพฌาปนกิจเลย? เผาเนี่ยนะ?
บัดซบ! แม่งทำอะไรลวกๆ แบบนี้เลยเรอะ!?
ฉันยังตายไม่สนิทเลยนะโว้ย ยังมีสติอยู่เนี่ย จะเผากันเลยเนี้ยนะ?
แบบนั้นมันไม่เจ็บตายชักเหรอวะ?
พวกคุณจะทำกับฮีโร่แบบนี้ไม่ได้นะโว้ย!
ทว่าเหรินเจี๋ยทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้ทุกคนเข็นเขาไปยังห้องเผาศพท่ามกลางเสียงร้องไห้ระงม
แม้เหรินเจี๋ยจะรู้สึกว่าจิตสำนึกของตัวเองกำลังร่วงหล่นลงไปเรื่อยๆ แต่สติสัมปชัญญะกลับไม่ยอมสลายไป เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่านี่มันสถานการณ์อะไรกันแน่
ตายแล้ว แต่ยังตายไม่สนิท?
เหรินเจี๋ยร้อนรนจนแทบบ้า ช่วยด้วยเว้ยยย?
ฉันรู้สึกว่าฉันยังกู้ชีพกลับมาได้นะเฮ้ย1
แต่ทว่าร่างของเหรินเจี๋ยกลับสงบนิ่งราวกับ... ถุย ก็มันเป็นศพไปแล้วนี่หว่า...
...
ในห้องเผาศพ ประตูเตาเผาขนาดใหญ่เปิดอ้าออก เหรินเจี๋ยในตอนนี้ถูกเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ จัดการแต่งศพเรียบร้อย...
เสี่ยวหมิงยังคงร้องไห้จ้า ผู้เป็นแม่กอดลูกชายไว้พลางสะอื้นไห้ ยังไงซะเขาก็เสียสละชีวิตอย่างกล้าหาญเพื่อช่วยลูกชายของเธอ
เถียนอวี่และคนอื่นๆ ก็ปาดน้ำตา แม้ปกติทุกคนจะไม่ค่อยชอบหน้าเหรินเจี๋ย แต่ก็อยู่ทีมเยาวชนเดียวกัน ฝึกด้วยกันมาเกือบเดือน ย่อมมีความผูกพันกันอยู่บ้าง
คิดไม่ถึงเลย... ออกภาคสนามครั้งแรก เพื่อนก็มาด่วนจากไปแบบนี้...
เว่ยผิงเซิงนั่งยองๆ สูบบุหรี่อยู่กับพื้น มวนแล้วมวนเล่า สีหน้าหดหู่เศร้าหมอง...
เจ้าหน้าที่เอียงคอถาม "งั้นผมเผาเลยนะ..."
ไม่มีใครพูดอะไร บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและหนักอึ้ง เว่ยผิงเซิงพยักหน้าเงียบๆ
และในตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาจากทางเดิน
สายตาของทุกคนหันไปมองตามเสียง เห็นเพียงเด็กสาวสะพายกระบี่ยาววิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องเผาศพ
เธอคือเจียงจิ่วหลี เด็กสาวที่ต่อสู้กับปีศาจในที่เกิดเหตุนั่นเอง
เมื่อไร้แสงดาวปกคลุม ในที่สุดทุกคนก็ได้เห็นใบหน้าของเธอชัดเจน
เส้นผมยาวสีดำขลับทิ้งตัวสลวยถึงเอวราวกับน้ำตก ดวงตาสดใส ฟันขาวสะอาด ผิวขาวผ่องดุจหิมะ จมูกโด่งเป็นสัน เครื่องหน้าสมบูรณ์แบบราวกับเดินออกมาจากภาพวาด
งดงามราวกับนางฟ้าจำแลงลงมาจุติ การปรากฏตัวของเธอทำให้ห้องเผาศพดูสว่างไสวขึ้นมาทันตา
เพียงแต่ในตอนนี้เจียงจิ่วหลีดูมอมแมมอยู่บ้าง ชุดวอร์มสีขาวเปื้อนเขม่าดำ แขนขาวเนียนพันด้วยผ้าพันแผล
ทุกคนต่างมองเด็กสาวผู้มีบุคลิกเหนือโลกคนนี้ด้วยความตะลึงงัน...
ดวงตากลมโตของเจียงจิ่วหลีจับจ้องไปที่ร่างของเหรินเจี๋ย แววตาหม่นลง เหลือบมองเว่ยผิงเซิงแวบหนึ่ง ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด...
ได้แต่ยืนพิงกำแพงเงียบๆ กุมแขนตัวเอง ก้มหน้า และกำหมัดแน่น...
คนคนนี้แม้เธอจะไม่รู้จัก แต่เขาก็ถูกเธอกระแทกตึกทับตาย สรุปแล้วต้นเหตุก็มาจากความสามารถของเธอที่ไม่เพียงพอ...
เธอเสียใจมาก พอจัดการเรื่องทางนั้นเสร็จ ก็รีบวิ่งมาที่นี่ทันที...
อย่างน้อย... ขอให้ฉันได้มาส่งเขาเป็นครั้งสุดท้ายเถอะนะ...
เจ้าหน้าที่มองเจียงจิ่วหลีแวบหนึ่ง เห็นเธอไม่มีทีท่าจะเข้ามาใกล้ จึงเข็นเหรินเจี๋ยเข้าเตาเผาไปทันที
ประตูเตาปิดลง เริ่มกระบวนการฌาปนกิจ
เหรินเจี๋ยตะโกนด่ากราดอยู่ในใจแล้ว
ไอ้บ้าเอ๊ย! บิดาเอ็งยังตายไม่สนิท อย่าเพิ่งเผาสิวะ ไอ้หมอสุนัขเฮงซวย!
เล่นจัดแพ็กเกจเผาศพครบวงจรให้เลยเรอะ!?
จิตสำนึกยังคงร่วงหล่นลงไปเรื่อยๆ เพียงแต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะถึงก้นบึ้งแล้ว...
เหรินเจี๋ยพบด้วยความประหลาดใจว่า ตัวเองมายืนอยู่กลางทะเลสาบกระจกอันกว้างใหญ่ ก้มมองลงไปเห็นเงาสะท้อนของตัวเองบนผิวน้ำ
เงาสะท้อนบิดเบี้ยวไปตามระลอกคลื่นที่แผ่ขยายออกไป
รอบทะเลสาบกระจกคือมิติความมืดอันไร้ขอบเขต บนผิวน้ำมีหมอกสีขาวจางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่...
เหรินเจี๋ยงงเป็นไก่ตาแตก!
"ที่นี่ที่ไหน? โลกหลังความตายเหรอ?"
ไม่นานเขาก็พบว่า ตัวเองไม่ใช่สิ่งเดียวที่อยู่ในโลกทะเลสาบกระจกแห่งนี้ ในมิติความมืดนั้นยังมีเศษชิ้นส่วนสีดำลอยอยู่ ดูเหมือนเศษถ่านหิน บนนั้นมีลวดลายเกลียวคู่ยั้วเยี้ย...
เหรินเจี๋ยเบิกตากว้างทันที!
"นี่มัน... จี้ห้อยคอของฉันนี่นา?"
สิบปีก่อน เกิดภัยพิบัติปีศาจระดับ A ที่เมืองจิ้นเฉิง พ่อแม่และน้องชายของเขาตายในเหตุการณ์นั้น ส่วนเหรินเจี๋ยถูกเจ้าหน้าที่ซือเหยาที่ชื่อ 'เถาหราน' ช่วยออกมาได้อย่างหวุดหวิด
และเถาหรานก็เสียสละชีวิตเพื่อช่วยเหรินเจี๋ย ทิ้งภรรยาชื่ออันหนิง และลูกสาววัยห้าขวบชื่อ 'เถาเหยาเหยา' เอาไว้...
เหรินเจี๋ยถูกอันหนิงรับมาเลี้ยงดู พามาใช้ชีวิตที่เมืองจินเฉิง...
ส่วนเว่ยผิงเซิง เป็นเพื่อนร่วมรบของเถาหราน และเคยเข้าร่วมภารกิจกู้ภัยในครั้งนั้นด้วย จึงคอยดูแลเอาใจใส่เหรินเจี๋ยเป็นพิเศษ...
เหรินเจี๋ยจำได้แม่น เศษชิ้นส่วนนี้เขาบังเอิญขุดเจอตอนที่กำลังคุ้ยซากปรักหักพังอย่างบ้าคลั่ง เพื่อหาศพน้องชายในตอนนั้น...
เขาห้อยติดตัวมาตลอดหลายปี ถือเป็นเครื่องรางคุ้มกัน และเป็นของดูต่างหน้าครอบครัว
หรือว่าไอ้นี่จะเป็นของวิเศษ?
เหรินเจี๋ยอดไม่ได้ที่นึกทำนองนี้ ตอนที่เขาโดนทับ ความรู้สึกร้อนผ่าวที่หน้าอก เป็นเพราะเศษชิ้นส่วนนี่เหรอ?
คนปกติเจ็บหนักขนาดนั้น น่าจะตายไปนานแล้ว แต่จิตสำนึกของเขากลับยังไม่สลายไป
ขณะที่เหรินเจี๋ยกำลังครุ่นคิดถึงสถานการณ์ตรงหน้า
เศษชิ้นส่วนสีดำนั้น พลันร่วงหล่นลงสู่ทะเลสาบกระจก
วินาทีนั้น มิติทะเลสาบกระจกทั้งมิติเริ่มสั่นสะเทือน
ต้นไม้ยักษ์สีดำทมิฬแทงทะลุผิวน้ำ พุ่งทะยานเติบโตขึ้น ลำต้นคดเคี้ยวราวกับมังกร บิดเกลียวขึ้นสู่เบื้องบน ชั่วพริบตาก็กลายเป็นต้นไม้สูงเสียดฟ้า
กิ่งก้านสาขาหนาทึบนับไม่ถ้วนยื่นออกมาจากลำต้นราวกับกรงเล็บปีศาจ แผ่ขยายจนแทบจะเต็มพื้นที่มิติทะเลสาบกระจก
กิ่งก้านหนาทึบแต่ไร้ใบ ดูราวกับต้นไม้แห้งที่ถูกไฟเผาจนไหม้เกรียม...
เทียบกับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แล้ว เจ้านี่ดูเหมือนต้นไม้ปีศาจมากกว่า
เหรินเจี๋ยตะลึงงัน ภาพตรงหน้าเกินขอบเขตความเข้าใจของเขาไปไกลลิบ
ราวกับมีผีสางดลใจ เขาไม่เพียงแค่เอื้อมมือไปสัมผัสลำต้น แต่ในความรู้สึกเลือนราง กลิ่นอายของทั้งสองกลับเชื่อมโยงถึงกัน...
วินาทีต่อมา กิ่งหลักที่ใหญ่ที่สุดด้านล่างของต้นไม้ปีศาจพลันสว่างวาบ กลายเป็นสีแดงฉานและลุกไหม้ในทันที
ผลไม้แห่งเปลวเพลิงที่สว่างจ้าราวกับดวงอาทิตย์ก่อตัวขึ้นบนกิ่งไม้เพลิงนั้น แผ่ความร้อนระอุออกมาอย่างน่ากลัว
ภายในผลไม้แห่งเปลวเพลิง มองเห็นเงาปีศาจลางๆ
ทันใดนั้น เสียงกระซิบราวกับปีศาจก็ดังก้องข้างหูเหรินเจี๋ย:
"สัญญาปีศาจสมบูรณ์! ปีศาจคู่สัญญา: ปีศาจแห่งเปลวเพลิง!"
"เงื่อนไขการแปลงร่างปีศาจ: ทำให้ผู้อื่นหลั่งน้ำตา"
"ชำระค่าตอบแทนแล้ว"
"ฉีดถ่ายยีนปีศาจแห่งเปลวเพลิง"
"จิตวิญญาณปีศาจเพลิงถือกำเนิด เริ่มต้นการแปลงร่างปีศาจครั้งแรก"
เหรินเจี๋ย: ???
แทบจะในทันที หมอกขาวที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำถูกต้นไม้ปีศาจดูดกลืนจนหมดสิ้น
บนกิ่งปีศาจเพลิง เปลวไฟอันไร้ที่สิ้นสุดไหลย้อนลงมาตามลำต้น พุ่งกระแทกลงสู่ทะเลสาบกระจกอย่างรุนแรง
กลายเป็นทะเลเพลิงอันเวิ้งว้าง กลืนกินจิตสำนึกของเหรินเจี๋ยไปในพริบตา
ในขณะเดียวกัน เตาเผาศพก็เริ่มจุดไฟ!