เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 มีดีกว่าเห็น

บทที่ 9 มีดีกว่าเห็น

บทที่ 9 มีดีกว่าเห็น


บทที่ 9 – มีดีกว่าเห็น

"ปรมาจารย์กู่หนี่นี่เก่งกาจสมคำร่ำลือจริงๆ"

หลิวซีเดินออกมาจากโรงประมูลมี่เท่อด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด

เขามาขอเข้าพบนักปรุงยากู่หนี่เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการปรุงโอสถระดับสอง

แม้ว่าเขาจะมีอาจารย์เป็นถึงนักปรุงยาระดับสาม แต่ท่านอาจารย์ก็ไม่ได้อยู่คอยชี้แนะ สิ่งที่ถ่ายทอดไว้มีเพียงวิถีแห่งการปรุงโอสถระดับหนึ่งและการควบคุมเพลิงเท่านั้น

ระดับหนึ่งหรือ? เขามั่นใจว่าตนเองบรรลุถึงแก่นแท้แล้ว

ส่วนระดับสองนั้นเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างแต่ไม่เคยลงลึก

หลังจากได้สนทนากับนักปรุงยากู่หนี่อยู่นาน หลิวซีก็ได้เปิดหูเปิดตาและได้รับความรู้อันล้ำค่ากลับไปมากมาย...

ในขณะเดียวกัน ทันทีที่หลิวซีและผู้ติดตามเดินจากไป หย่าเฟยและปรมาจารย์กู่หนี่ก็เริ่มบทสนทนาขึ้น

"ท่านลุงกู่หนี่ ท่านมีความเห็นอย่างไรกับนักปรุงยาหลิวซีบ้าง?"

หย่าเฟยเอ่ยถามโดยไม่หันกลับมามอง

ทว่ากลับไร้เสียงตอบรับจากนักปรุงยากู่หนี่

ด้วยความสงสัย หย่าเฟยจึงหันกลับไปมอง พบว่านักปรุงยากู่หนี่กำลังคีบเม็ดยาระดับหนึ่งที่มีคุณภาพสมบูรณ์แบบขึ้นมาพิจารณาด้วยความหลงใหล พลางเดาะลิ้นชมเชยไม่ขาดปาก

"อัจฉริยะ! อัจฉริยะชัดๆ! เพียงแค่ระดับนักยุทธ์แต่กลับสามารถปรุงโอสถระดับหนึ่งออกมาได้สมบูรณ์แบบไร้ที่ติเช่นนี้ แม้แต่ข้าเองทั้งชีวิตยังปรุงยาคุณภาพระดับนี้ออกมาได้ไม่กี่ครั้ง หลิวซีผู้นี้คืออัจฉริยะแห่งวงการปรุงยาโดยแท้!"

กู่หนี่เป็นนักปรุงยาระดับสอง แต่พลังฝีมือของเขาอยู่ที่ระดับคุรุยุทธ์

ผ่านไปค่อนชีวิตก็ยังไม่สามารถทะลวงสู่ระดับสามได้ ทว่าเขาก็ศึกษายาระดับหนึ่งและสองมาจนปรุโปร่ง

มิเช่นนั้นคงไม่ได้เป็นนักประเมินประจำโรงประมูลมี่เท่อ

กระนั้น แม้จะทุ่มเทเวลาหลายสิบปีคลุกคลีอยู่กับยาพื้นฐาน เขาก็ไม่อาจเสกสรรปั้นแต่งโอสถระดับหนึ่งที่สมบูรณ์แบบออกมาได้ง่ายดายดั่งที่หลิวซีทำ

การจะปรุงยาให้สมบูรณ์แบบได้สักเม็ด ตัวเขาเองยังต้องพึ่งพาโชคช่วย

แต่หลิวซีกลับหยิบยาสมบูรณ์แบบออกมาได้ทีละหลายเม็ด

การกระทำที่ดูเหมือนสิ้นเปลืองและอวดมั่งมีเช่นนี้ สร้างความตกตะลึงให้แก่นักปรุงยากู่หนี่เป็นอย่างมาก

เพื่อล้วงความลับเคล็ดวิชาของหลิวซี นักปรุงยากู่หนี่จึงยอมถ่ายทอดประสบการณ์ระดับสองของตนออกมาจนหมดเปลือก

จะกั๊กไว้บ้างหรือไม่นั้นหลิวซีไม่อาจรู้ได้ รู้เพียงแต่ว่าเขาได้รับกำไรมหาศาล

"ท่านลุงกู่หนี่"

เมื่อเห็นอีกฝ่ายเมินเฉย หย่าเฟยจึงขึ้นเสียงเรียกอีกครั้ง

"หือ? หย่าเฟย เจ้าพูดกับข้าหรือ?"

กู่หนี่เงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ อย่างงุนงง

เพียะ!

หย่าเฟยตบหน้าผากตัวเองด้วยความระอาใจ

นักปรุงยาก็มีข้อเสียข้อนี้แหละ จดจ่อเกินไป!

ต่อให้มีคนมาพูดอยู่ข้างหูก็แทบจะไม่รู้สึกตัว

"ท่านลุงกู่หนี่ ข้าถามว่าท่านคิดอย่างไรกับหลิวซี"

หย่าเฟยจำต้องทวนคำถามอย่างจนใจ

"หลิวซีรึ? อัจฉริยะ! อัจฉริยะของจริง!"

"ข้าอยู่มาป่านนี้ ยังไม่เคยเห็นใครอายุน้อยขนาดนี้ที่ฝึกฝนทักษะการปรุงยาจนบรรลุถึงจุดสูงสุดได้ขนาดนี้มาก่อน"

"หลิวซีผู้นี้อนาคตไกล ยิ่งใหญ่แน่นอน!"

นักปรุงยากู่หนี่เอ่ยชมหลิวซีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

น้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความชื่นชมนั้นราวกับจะยกย่องหลิวซีขึ้นไปเสียดฟ้า

"แล้วเมื่อเทียบกับนักปรุงยาชุดดำคนนั้นล่ะ?"

หย่าเฟยเกิดความคิดวูบหนึ่งจึงลองหยั่งเชิงถาม

"เอ่อ..."

นักปรุงยากู่หนี่ลังเล ราวกับตัดสินใจไม่ถูกชั่วขณะ

แต่เพียงไม่กี่วินาที เขาก็ตอบด้วยความมั่นใจ

"เทียบกันไม่ได้ หลิวซีกับนักปรุงยาชุดดำคนนั้นเทียบกันไม่ได้เลย!"

"โฮ่?"

หย่าเฟยเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ

"ท่านลุงกู่หนี่ ท่านคิดว่านักปรุงยาหลิวซีด้อยกว่านักปรุงยาชุดดำหรือ?"

"ไม่!"

นักปรุงยากู่หนี่ส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน

"ข้าหมายถึงหลิวซีไม่อาจเทียบชั้นได้กับยอดฝีมือที่หนุนหลังเด็กหนุ่มที่ปลอมตัวเป็นคนแก่ในชุดคลุมดำคนนั้นต่างหาก"

"แต่ถ้าให้เทียบเฉพาะตัวหลิวซีกับเจ้าเด็กที่แกล้งทำตัวแก่คนนั้น... หลิวซีมีดีกว่าเยอะ!"

คนที่แม้แต่การปลอมตัวยังไม่แนบเนียน... นักปรุงยากู่หนี่ไม่เชื่อหรอกว่าในระดับหนึ่งเท่ากัน เจ้าเด็กนั่นจะสามารถปรุงยาออกมาได้สมบูรณ์แบบเหมือนหลิวซี

คงพูดได้เพียงว่าเจ้าหนุ่มนั่นโชคดีที่ได้อาจารย์ดี

แต่ในแง่พรสวรรค์การปรุงยาที่แท้จริง น่าจะยังห่างชั้นกับนักปรุงยาระดับหนึ่งอย่างหลิวซีอยู่โข

"ขอบคุณท่านลุงกู่หนี่ ข้าเข้าใจแล้ว"

ด้วยคำชี้แนะของกู่หนี่ หย่าเฟยจับประเด็นสำคัญได้ทันที

จากการติดต่อกันหลายครั้ง นางมองออกนานแล้วว่านักปรุงยาชุดดำเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม

นางแสร้งทำเป็นไม่รู้ก็เพื่อร่วมมือกับขุมกำลังที่อยู่เบื้องหลังเขาเท่านั้น

นักปรุงยาที่หนุนหลังเด็กหนุ่มชุดดำนั้นร้ายกาจจริง สามารถปรุงผงรวมปราณระดับสี่ได้สบายๆ

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าตัวเด็กหนุ่มชุดดำเองจะเก่งกาจ

เขาแค่โชคดีเท่านั้น

ส่วนหลิวซีนั้นต่างออกไป เขามีฝีมือที่แท้จริงและรากฐานที่มั่นคง

ในวินาทีนั้น ตาชั่งในใจของหย่าเฟยเริ่มเอนเอียงไปเล็กน้อย...

กลับมาที่ตระกูลเจียเลี่ย

หลิวซีเริ่มเก็บตัวปรุงยาและบำเพ็ญเพียรอย่างจริงจัง

เขาซื้อสมุนไพรธรรมดามาจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเพื่อฝึกฝีมือ อีกส่วนเพื่อตุนสินค้า

เขาไม่มีระบบช่วยเหลือ ไม่มีคุณปู่ในแหวน คราวนี้เมื่อไร้อาจารย์ เขาจึงต้องพึ่งพาตนเองเท่านั้น

เขายังไม่มีความคิดที่จะปรุงยาระดับสอง เพราะมันเป็นไปไม่ได้

ในต้นฉบับระบุไว้ว่าต้องเป็นคุรุยุทธ์เสียก่อนจึงจะเป็นนักปรุงยาระดับสองได้

มิเช่นนั้นปราณยุทธ์ในร่างจะไม่เพียงพอต่อการเผาผลาญ แม้จะมียาฟื้นฟูก็ตาม

และหลิวซีก็ไม่คิดจะร่วมมือกับตระกูลเจียเลี่ยขายยาทั่วไป

ข้อแรก มันจะเรียกตีนจากตระกูลเซียวได้ง่ายๆ ในต้นฉบับพวกนั้นถึงกับวางแผนฆ่านักปรุงยาเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด

ข้อสอง กำไรจากยาทั่วไปมันน้อยนิด

มีเพียงยาระดับหนึ่งของแท้ โดยเฉพาะยาระดับหนึ่งที่สมบูรณ์แบบเท่านั้นที่จะทำกำไรได้งาม

ส่วนช่องทางการขาย หลิวซีตัดสินใจไว้แล้ว: โรงประมูลมี่เท่อ

เขาจะไปขายด้วยตัวเอง

ตระกูลเซียวคงไม่บ้าพอที่จะมาฆ่าเขาถึงที่นั่นหรอก

ส่วนตระกูลเจียเลี่ยที่คอยปรนเปรอข้าวปลาอาหารให้เขาทุกวัน ถึงเวลาค่อยโยนเศษเนื้อให้พวกมันสักหน่อยก็แล้วกัน...

ขณะที่หลิวซีซุ่มปรุงยาและฝึกฝนอย่างเงียบเชียบ

ลึกเข้าไปในถ้ำหลังภูเขาของตระกูลเซียว

"ยินดีด้วยนะเจ้าหนู เจ้าปรุงยาสำเร็จครั้งแรกแล้ว!"

เจ้าของเสียงคือร่างวิญญาณโปร่งแสง

"เฮอะ จากนี้ไปข้าคือนักปรุงยาเต็มตัวแล้ว!"

ตรงข้ามกับร่างวิญญาณ เด็กหนุ่มหน้าตาธรรมดากำลังกำขวดแก้วบรรจุของเหลวสีแดงเข้มไว้แน่น พลางยิ้มกว้างอย่างโง่งม...

"หือ? ทำไมการบำเพ็ญเพียรตอนกลางวันถึงได้ผลดีกว่าตอนกลางคืนตั้งหลายเท่า?"

หลังจากขลุกอยู่กับการปรุงยามาทั้งวัน หลิวซีสังเกตเห็นความผิดปกติ

การฝึกฝนช่วงกลางวันของเขาดีกว่าช่วงกลางคืนหลายเท่าตัว

และทุกครั้งที่ฝึกเสร็จ เขาจะรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ราวกับได้กินยาบำรุงชั้นดี

แม้แต่วังวนปราณยุทธ์ที่เพิ่งทะลวงระดับนักยุทธ์สองดาวมาหมาดๆ ก็ขยายตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ด้วยอัตราความเร็วระดับนี้ คงอีกไม่นานเขาก็จะทะลวงสู่ระดับนักยุทธ์สามดาว

ความผิดปกตินี้ทำเอาหลิวซีมึนงงไปหมดชั่วขณะ

จบบทที่ บทที่ 9 มีดีกว่าเห็น

คัดลอกลิงก์แล้ว