- หน้าแรก
- ช็อกหนักมาก แฟนออนไลน์ของผมดันเป็นถึงดาวมหาลัย
- บทที่ 19 เช็คอินรับทักษะดนตรีขั้นเทพ ร้องเพลงรักมอบให้กระต่ายน้อย
บทที่ 19 เช็คอินรับทักษะดนตรีขั้นเทพ ร้องเพลงรักมอบให้กระต่ายน้อย
บทที่ 19 เช็คอินรับทักษะดนตรีขั้นเทพ ร้องเพลงรักมอบให้กระต่ายน้อย
บทที่ 19 เช็คอินรับทักษะดนตรีขั้นเทพ ร้องเพลงรักมอบให้กระต่ายน้อย
หวังปิงปิงนอนอยู่บนเตียง จ้องมองแก้วชานมอย่างเหม่อลอย ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงพูดคุยของหลินเสี่ยวเว่ยกับเพื่อนๆ และเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากนอกประตูห้อง
เธอรีบลุกขึ้นแล้วเก็บแก้วชานมเข้าตู้ทันที
จังหวะที่เธอปิดประตูตู้ หลินเสี่ยวเว่ยกับเพื่อนๆ ก็เปิดประตูเข้ามาพอดี
"อ้าว ปิงปิง อยู่หอเหรอ?" หลินเสี่ยวเว่ยทักอย่างสบายๆ
หวังปิงปิงมีท่าทีร้อนตัวเล็กน้อย "มะ... ไม่มีอะไร ก็แค่ลุกมาบิดขี้เกียจน่ะ"
หลินเสี่ยวเว่ยหรี่ตาลงพร้อมรอยยิ้มรู้ทัน "ฮิฮิ ปิงปิง แอบทำอะไรลับๆ ล่อๆ อีกแล้วล่ะสิ? เห็นเธอทำหน้าแบบนี้ทีไร แสดงว่าต้องมีความลับปิดบังพวกเราแน่ๆ!"
"บ้าเหรอ ฉันไม่คุยด้วยแล้ว จะอ่านหนังสือ" หวังปิงปิงคว้าสมุดบันทึกเล่มหนึ่งขึ้นมามั่วๆ
"อ่านหนังสือ? นี่เธอกะจะดูแนวข้อสอบปริญญาโทเลยเหรอ?" หลินเสี่ยวเว่ยถามอย่างสงสัย
"เอ่อ... หยิบผิด!" หวังปิงปิงรีบเปลี่ยนหยิบหนังสืออีกเล่มแล้วมุดเข้าไปหลบในผ้าห่มบนเตียง
หลินเสี่ยวเว่ย หลิวซิน และลู่ม่าน หันมามองหน้ากัน
ช่วงนี้ปิงปิงเป็นอะไรของเธอ? ดูใจลอยชอบกล
...
ห้าวันผ่านไปไวเหมือนโกหก ฉู่เหิงเพิ่งกลับมาจากธนาคาร
เขาล้มตัวลงนอนบนเตียง เปิดแอปพลิเคชันเพื่อเช็คยอดเงินในบัญชี
"แปดแสนห้าหมื่น... จุ๊ๆ ธุรกิจชานมนี่กำไรมหาศาลจริงๆ! เป็นธุรกิจต้นทุนต่ำแต่กำไรสูงจริงๆ ด้วย!" ฉู่เหิงพึมพำ
ภายในเวลาไม่กี่วัน เขากวาดกำไรไปได้ถึงเจ็ดแสนห้าหมื่น!
ฉู่เหิงถอนเงินออกมาห้าแสน รวมกับเงินเดิมในบัตรอีกสามแสนห้า ตอนนี้เขามีเงินสดในมือถึงแปดแสนห้าหมื่นหยวน เงินก้อนนี้เตรียมไว้สำหรับเปิดสาขาใหม่
ถ้าบริหารจัดการดีๆ เงินจำนวนนี้สามารถเปิดร้านใหม่ได้ถึงสามแห่งในย่านการค้าที่มีศักยภาพระดับกลางถึงสูงของเมืองเซินเจิ้น!
เป้าหมายคือทำเลที่ใหญ่ขึ้นและยอดขายที่สูงขึ้น!
ธุรกิจชานมมีจุดเด่นอยู่อย่างหนึ่ง คือมันสามารถขยายตัวแบบก้าวกระโดดได้เร็วมาก แบรนด์ชานมยี่ห้อหนึ่งในชาติที่แล้วของเขา ใช้เวลาเพียงปีเดียว ผนวกกับการระดมทุน ก็สามารถขยายสาขาไปได้ทั่วประเทศ
เรียกได้ว่ารวยทางลัดในชั่วข้ามคืนอย่างแท้จริง!
อย่างไรก็ตาม ฉู่เหิงวางแผนจะก้าวไปทีละขั้นอย่างมั่นคง ฐานะทางการเงินของเขาตอนนี้ยังไม่พร้อมสำหรับการขยายตัวแบบบ้าเลือด
ก้าวต่อไปคือการสร้างห่วงโซ่อุปทานของตัวเอง และยึดครองตลาดชานมระดับกลางถึงสูงของเมืองเซินเจิ้นให้ได้ทั้งหมด!
ขณะที่ฉู่เหิงกำลังครุ่นคิด เสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัว
"ติ๊ง! โฮสต์ได้รับภารกิจเช็คอินแบบสุ่ม!"
"ภารกิจเช็คอินแบบสุ่ม: ไปเช็คอินที่ห้องดนตรีของมหาวิทยาลัย!"
ดวงตาของฉู่เหิงเป็นประกาย ระบบมอบภารกิจให้แล้ว!
เขาดีดตัวลุกจากเตียง ไหนๆ ก็หิวแล้ว กินข้าวเสร็จแล้วค่อยแวะไปเช็คอินที่ห้องดนตรีเลยก็แล้วกัน
จังหวะนั้นเอง หลิวต้าจ้วงและเจ้าอ้วนก็กลับมาถึงห้อง เห็นฉู่เหิงกำลังจะออกไปพอดี
"พี่ฉู่ กินข้าวยัง?" หลิวต้าจ้วงถาม
"ยังเลย ว่าจะไปหาอะไรกินแล้วค่อยไปทำธุระต่อ" ฉู่เหิงตอบ
"ฮิฮิ ประจวบเหมาะเลย พวกเราก็ยังไม่ได้กิน งั้นไปด้วยกันสิ!" หลิวต้าจ้วงพูดพร้อมยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที
ฉู่เหิงเหลือบมองเขาแล้วพูดว่า "อะไรของแก? แค่ไปกินข้าว ไม่ต้องยิ้มหื่นกามขนาดนั้นก็ได้มั้ง? บอกแล้วไงว่าความคิดแกมันอันตราย ฉันควรอยู่ห่างๆ แกไว้!"
หลลิวต้าจ้วงเดินเข้ามากอดคอฉู่เหิงแล้วพูดว่า "พี่ฉู่ หัวใจผมมีให้หลานหลานคนเดียว พี่วางใจได้เลย ที่ผมยิ้มเนี่ย ผมแค่คิดว่าถ้าไปโรงอาหารกับพี่ เราอาจจะ 'บังเอิญ' เจอรุ่นพี่ปิงปิงอีกก็ได้!"
"ไร้สาระน่า" ฉู่เหิงกลอกตามองบน
หลิวต้าจ้วงหัวเราะคิกคัก "ผมพนันกับเจ้าอ้วนไว้น่ะพี่ฉู่ พี่ลองคิดดูสิ ช่วงนี้พวกเราไม่ 'บังเอิญ' เจอรุ่นพี่ปิงปิงทุกวันเลยเหรอ?"
"ลองนึกดูนะ สนามบอล สนามบาส ห้องสมุด ถนนสายอาหาร แล้วที่พีคกว่านั้นคือเดินๆ อยู่บนถนนก็ยังเจอ!"
"ผมรู้สึกว่าความบังเอิญของพวกเราในช่วงไม่กี่วันนี้ มันใช้โควตาความบังเอิญของทั้งชีวิตไปหมดแล้ว นิยายยังไม่กล้าเขียนแบบนี้เลย!"
ฉู่เหิงส่ายหน้ายิ้มๆ "พวกนายคิดมากไปเอง มหาวิทยาลัยเซินซื่ออาจจะใหญ่ แต่ที่ที่คนชอบไปรวมตัวกันก็มีอยู่แค่นั้น เจอกันบ่อยๆ ก็เรื่องปกติ"
"เหรอ แต่ยังไงผมก็สงสัยอยู่ดี! ว่าไงเจ้าอ้วน?" หลิวต้าจ้วงหันไปถามเจ้าอ้วน
เจ้าอ้วนเกาหัวแกรกๆ "หรือพวกเราจะคิดมากไปจริงๆ?"
"ไอ้อ้วนบ้า เมื่อกี้อยู่ข้างนอกแกไม่ได้พูดแบบนี้นี่หว่า! พนันกันแล้วห้ามเบี้ยวนะเว้ย!" หลิวต้าจ้วงโวยวาย
"ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด—"
เสียงโทรศัพท์ของฉู่เหิงดังขึ้น
ฉู่เหิงหยิบขึ้นมาดู เป็นข้อความจากกระต่ายน้อย
กระต่ายน้อย: "เฮิงเฮิง กินข้าวยัง? (หน้าอ้อน)"
เฮิงเฮิง: "ยังครับ กำลังจะไปกินที่โรงอาหาร!"
กระต่ายน้อย: "เค้าอิ่มจนพุงกางแล้ว เฮิงเฮิงก็กินเยอะๆ นะ จะได้อ้วนๆ!"
...
คุยกันไม่กี่ประโยค กระต่ายน้อยก็ออฟไลน์ไป ฉู่เหิงรู้สึกงงนิดหน่อย ทำไมช่วงนี้กระต่ายน้อยดูแปลกๆ?
ช่างเถอะ เติมท้องให้เต็มก่อนดีกว่า!
ฉู่เหิงและเพื่อนอีกสองคนมุ่งหน้าไปโรงอาหาร
พอไปถึงโรงอาหารก็พบว่าคนเยอะพอสมควร ตอนนี้ใกล้บ่ายโมงแล้ว พวกเด็กติดเกมเพิ่งจะโผล่ออกมากินข้าว เลี่ยงช่วงเวลาคนแน่น
ทั้งสามคนตักข้าวแล้วหามุมสงบนั่งกิน
ผ่านไปไม่นาน จู่ๆ ฝูงชนในโรงอาหารก็ฮือฮาขึ้นมา
"เทพธิดาปิงปิงมาแล้ว!"
ฉู่เหิงและหลิวต้าจ้วงหันไปมองแทบจะพร้อมกัน เห็นหวังปิงปิงถือถาดอาหารเดินตรงมาทางพวกเขา
"เชี่ย! มาจริงด้วย! เห็นไหม ฉันบอกแล้ว!" หลิวต้าจ้วงอดอุทานไม่ได้
ฉู่เหิงเองก็อึ้งไปเหมือนกัน หลิวต้าจ้วงเดาถูกได้ไงเนี่ย?
หลิวต้าจ้วงพูดกับเจ้าอ้วนอย่างตื่นเต้น "เจ้าอ้วน ฉันชนะ! แกต้องซักถุงเท้าให้ฉันหนึ่งเดือนเต็ม!"
"เวรเอ๊ย!" เจ้าอ้วนหน้าจ๋อยสนิท
พวกเขาเห็นหวังปิงปิงเดินเยื้องย่างเข้ามาหาอย่างสง่างาม
"ฉู่เหิง บังเอิญจังเลย ที่นั่งข้างๆ ว่างไหม?" หวังปิงปิงยิ้มหวาน
"เอ่อ ว่างครับ เชิญครับรุ่นพี่" ฉู่เหิงตอบอย่างงงๆ
นี่มันบังเอิญเกินไปหน่อยมั้ง!
มาเจอพี่ปิงปิงตอนกินข้าวเวลานี้เนี่ยนะ เหลือเชื่อชะมัด!
โลกนี้มันมีความบังเอิญเยอะเกินไปแล้ว!
ดวงตาคู่สวยของหวังปิงปิงโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว เธอทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ฉู่เหิงอย่างเป็นธรรมชาติ
วินาทีนั้น ฉู่เหิงกลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งโรงอาหารทันที สายตาอิจฉาริษยาพุ่งเป้ามาที่เขาเป็นจุดเดียว
"แม่เจ้า! อิจฉาตาร้อนผ่าวเลย!"
"ถ้าได้กินข้าวกับเทพธิดาปิงปิงสักมื้อ ให้สอบตกทุกวิชาก็ยอม!"
"เชี่ย ทำไมไอ้เด็กนั่นหน้าคุ้นๆ วะ? ใช่เฟรชชี่ที่มีข่าวลือกับปิงปิง เมียของข้าในบอร์ดโรงเรียนหรือเปล่า?!"
"เชี่ย! ดูเหมือนจะใช่จริงๆ ด้วย!"
นักศึกษาพากันซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์
ฉู่เหิงไม่สนเสียงนกเสียงกา ตั้งหน้าตั้งตากินข้าว
ทว่าการมีหวังปิงปิงมานั่งข้างๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ เฉพาะตัวของเธอก็ลอยมาแตะจมูกเขาเป็นระยะ
เป็นกลิ่นหอมสดชื่นที่ชวนให้รู้สึกดี
การมีผู้หญิงมานั่งกินข้าวข้างๆ ทำให้ฉู่เหิงรู้สึกเกร็งๆ ไม่ชินอยู่บ้าง
ตรงกันข้ามกับหลิวต้าจ้วงและเจ้าอ้วนที่ดูมีความสุขออกนอกหน้า
"รุ่นพี่ปิงปิง ทำไมวันนี้มาทานข้าวช้าจังครับ?" หลิวต้าจ้วงถามอ้อมๆ
หวังปิงปิงยิ้มบางๆ "บ่ายนี้ฉันต้องไปซ้อมเปียโนที่ห้องดนตรีน่ะ มัวแต่เตรียมโน้ตเพลงเลยลืมดูเวลา"
ฉู่เหิงสะดุ้งเมื่อได้ยินคำว่า 'ห้องดนตรี'
คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง?!
ฉู่เหิงเหลือบมองหวังปิงปิงที่ดูท่าทางปกติ ไม่พบพิรุธใดๆ
หรือเขาจะคิดมากไปเองจริงๆ?
"ฉู่เหิง กินข้าวเสร็จแล้วจะไปไหนต่อเหรอ?" จู่ๆ หวังปิงปิงก็ชวนคุยถามขึ้นมา
"เอ่อ อีกสักพักผมก็จะไปห้องดนตรีเหมือนกันครับ" ฉู่เหิงตอบ
"จริงเหรอ? งั้นเดี๋ยวไปด้วยกันสิ!" แววตาตื่นเต้นฉายชัดในดวงตาของหวังปิงปิง
เฮิงเฮิง นี่ต้องเป็นพรหมลิขิตแน่ๆ!
ระหว่างมื้ออาหาร หวังปิงปิงคุยแต่กับฉู่เหิง
หลิวต้าจ้วงและเจ้าอ้วนรู้หน้าที่ รีบกินให้เสร็จแล้วชิ่งหนีไปก่อน ไม่อยากเป็นกขค.
ก่อนไป หลิวต้าจ้วงยังตบไหล่ฉู่เหิงแล้วกระซิบว่า "พี่ฉู่ คว้าโอกาสไว้นะ! ผมเชียร์พี่อยู่!"
ฉู่เหิงกลอกตามองบนแล้วเตะส่งเพื่อนตัวดี
กินข้าวเสร็จ ฉู่เหิงกับหวังปิงปิงก็เดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินในมหาลัย พูดคุยกันไปตลอดทาง เรียกสายตาจากผู้คนที่เดินผ่านไปมา
พอถึงห้องดนตรี หวังปิงปิงก็แยกไปหยิบไวโอลินของเธอ
ฉู่เหิงมองไปรอบๆ แล้วเห็นเปียโนตั้งอยู่ข้างห้องเรียน
"ติ๊ง! โฮสต์เข้าสู่สถานที่เช็คอิน ต้องการเช็คอินหรือไม่?"
"เช็คอิน!"
"ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์เช็คอินที่สถานที่ 'ห้องดนตรี' สำเร็จ ทำภารกิจเช็คอินแบบสุ่มเสร็จสิ้น!"
"ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับ 'ทักษะดนตรีขั้นเทพ'!"
"ติ๊ง! ทักษะดนตรีขั้นเทพ: เชี่ยวชาญเครื่องดนตรีทุกชนิดและมีความสามารถในการร้องเพลงที่สมบูรณ์แบบ!"
"ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับคะแนนเสน่ห์ +10"
ฉู่เหิงยิ้มแก้มปริเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบรัวๆ
ได้สกิลเทพมาอีกหนึ่ง!
เปิดแผงค่าสถานะส่วนตัวดูหน่อย!
"โฮสต์: ฉู่เหิง
ร่างกาย: 30 (คนปกติ 10 ยิ่งค่าร่างกายสูง สมรรถภาพร่างกายยิ่งดี)
เสน่ห์: 25 แต้ม (คนปกติ 10 แต้ม ยิ่งค่าเสน่ห์สูง เสน่ห์ส่วนตัวยิ่งแรง)
ทักษะที่มี: ทักษะการเต้นระดับเทพ, ทักษะดนตรีขั้นเทพ
เงินสด: 850,131 หยวน"
ฉู่เหิงเดินไปที่เปียโน ลูบคลำมันเบาๆ ท่วงทำนองและเทคนิคต่างๆ พรั่งพรูเข้ามาในหัว ราวกับว่าเขาเกิดมาพร้อมกับความสามารถเหล่านี้
เปียโนเป็นเครื่องดนตรีที่ฉู่เหิงชอบที่สุด เขาเคยฝึกด้วยตัวเองมาก่อนและชอบฟังเพลงเปียโนเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้มีทักษะดนตรีขั้นเทพแล้ว ต้องขอลองของหน่อย!
คิดได้ดังนั้น ฉู่เหิงก็นั่งลงหน้าเปียโน เตรียมตัวบรรเลง
จังหวะนั้น หวังปิงปิงเดินถือไวโอลินเข้ามา เห็นฉู่เหิงนั่งอยู่หน้าเปียโนก็ถามยิ้มๆ "ฉู่เหิง เล่นเปียโนเป็นด้วยเหรอ?"
"เอ่อ... พอได้นิดหน่อยครับ นิดหน่อย" ฉู่เหิงถ่อมตัว
สิ้นเสียง ฉู่เหิงวางมือลงบนคีย์เปียโนและเริ่มบรรเลง
เสียงเปียโนอันไพเราะกังวานขึ้น นิ้วของฉู่เหิงพลิ้วไหวบนคีย์ราวกับภูตน้อยเริงระบำ!
หวังปิงปิงฟังท่วงทำนองที่คุ้นเคยแล้วอุทานด้วยความตะลึง "เปียโนคอนแชร์โตหมายเลข 3?!"
นี่มันหนึ่งในสิบบทเพลงที่เล่นยากที่สุดในโลก!
เป็นเพลงที่แม้แต่นักเปียโนระดับเกรด 10 ยังอาจเล่นได้ไม่สมบูรณ์แบบ ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงถึงจะพอเล่นได้!
แบบนี้เรียก "พอได้นิดหน่อย" เหรอ?
เฮิงเฮิง นายจะอัจฉริยะเกินไปแล้ว!
จังหวะดนตรีเร่งเร้าขึ้น นิ้วของฉู่เหิงรัวลงบนคีย์เร็วจี๋จนแทบจะมองเห็นเป็นภาพติดตา!
หวังปิงปิงอ้าปากค้างจนแทบจะถึงพื้น ตกตะลึงจนพูดไม่ออก
เขายังเล่นแบบแวริเอชั่น (Variation) อีกด้วย!
เปียโนคอนแชร์โตหมายเลข 3 มีแบบแวริเอชั่นด้วยเหรอ?!
ทักษะต้องสูงขนาดไหนถึงจะทำได้เนี่ย!
หวังปิงปิงมองฉู่เหิงที่กำลังดำดิ่งอยู่ในห้วงดนตรี หัวใจของเธอเต้นระรัวดั่งคลื่นลูกใหญ่ พร้อมกับความประหลาดใจอย่างที่สุด
เธอค้นพบข้อดีอันเปล่งประกายในตัวเฮิงเฮิงอีกอย่างแล้ว!
ไม่นึกเลยว่าเฮิงเฮิงจะมีความสามารถทางดนตรีสูงส่งขนาดนี้!
เฮิงเฮิง นายสุดยอดจริงๆ!
หวังปิงปิงเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงดนตรีของเขาชั่วขณะ รู้ตัวอีกทีเสียงดนตรีก็หยุดลง โน้ตตัวสุดท้ายจางหายไป
เธอถึงได้สติกลับมาและอุทานว่า "ฉู่เหิง นายสุดยอดมากจริงๆ!"
ฉู่เหิงยิ้มบางๆ เขาแค่ลองเล่นดูรอบเดียว รู้สึกว่าเข้ามือดีใช้ได้
มีทักษะดนตรีขั้นเทพนี่มันดีจริงๆ
"ฉู่เหิง เล่นเปียโนเก่งขนาดนี้ มีเพลงที่อยากเล่นให้ใครฟังเป็นพิเศษไหม?" หวังปิงปิงถามด้วยรอยยิ้มหวาน
ฉู่เหิงยิ้มมุมปากตอบ "มีครับ แฟนผมเอง สมัยที่ผมหัดเล่นเปียโน ผมตั้งใจว่าสักวันจะเซอร์ไพรส์เธอด้วยการเล่นเปียโนและร้องเพลงรักให้เธอฟัง"
นอกจากความชอบส่วนตัวแล้ว เขายังมีความคิดฝังใจระหว่างที่เรียนเปียโนว่า สักวันเขาจะเล่นและร้องเพลงให้กระต่ายน้อยฟัง
ความตั้งใจอันบริสุทธิ์นี้มอบให้คนคนเดียวเท่านั้น
เมื่อหวังปิงปิงได้ยิน หัวใจของเธอก็บีบตัวแน่น
ที่แท้... ที่แท้เฮิงเฮิงก็เตรียมเซอร์ไพรส์ให้เธออย่างตั้งใจขนาดนี้!
เฮิงเฮิง! ทำไมนายถึงน่ารักขนาดนี้นะ เจ้าคนบื้อ!
ฉู่เหิงมองไปที่เปียโน วางมือลงบนคีย์อีกครั้ง รอยยิ้มเปี่ยมสุขประดับบนริมฝีปาก "จริงๆ แล้วผมเตรียมเพลงไว้ให้เธอเพลงหนึ่ง หวังว่าสักวันจะได้ร้องให้เธอฟัง"
"น่าเสียดาย... ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ที่นี่ คงไม่ได้ยินหรอกครับ"
หวังปิงปิงรู้สึกจุกอก ขอบตาร้อนผ่าว
"ฉู่เหิง ฉันช่วยอัดคลิปให้ได้นะ เธอต้องได้เห็นแน่ๆ" หวังปิงปิงพยายามกลั้นน้ำตาแห่งความตื้นตันเอาไว้
"เป็นความคิดที่ดีครับ งั้นรบกวนรุ่นพี่ด้วยนะครับ" ฉู่เหิงยิ้มรับ
หวังปิงปิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดโหมดบันทึกวิดีโอ
ฉู่เหิงเริ่มพรมพรมนิ้วทั้งสองข้าง เสียงดนตรีหวานใสและแผ่วเบาดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องของเขา
วินาทีที่เขาเปล่งเสียง เสียงทุ้มนุ่มมีเสน่ห์ราวกับทะลุทะลวงเข้าไปในจิตวิญญาณของหวังปิงปิงทันที!
หวังปิงปิงตะลึงงันอยู่กับที่
"ฉันเลิกไม่ได้ เหมือนกับที่ฉันเลิกหายใจไม่ได้..."
"ระยะทางที่ห่างไกล ฉันแทนที่มันด้วยความคิดถึง..."
"ในกาแล็กซีที่เงียบงันนี้ เธอคือความโรแมนติก..."
เสียงเปียโนและเสียงร้องก้องกังวานไปทั่วห้องเรียนที่ว่างเปล่า ซัดสาดเข้าสู่ส่วนลึกที่สุดของจิตวิญญาณหวังปิงปิงดั่งเกลียวคลื่น!
สัมผัสจุดที่อ่อนไหวที่สุดในหัวใจของเธอ!
บทเพลงหวานซึ้งและมีชีวิตชีวาที่ขับร้องโดยฉู่เหิง เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดถึงและความรักใคร่
วินาทีนี้ หวังปิงปิงไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้อีกต่อไป น้ำตาแห่งความซาบซึ้งไหลอาบแก้ม
วินาทีนี้ เธอสัมผัสได้ถึงความคิดถึงอันลึกซึ้งและความตั้งใจจริงของฉู่เหิงอย่างแท้จริง
วินาทีนี้ หัวใจของเธอทั้งหวานล้ำและเจ็บปวด
เฮิงเฮิง ฉันก็ชอบนายมากเหมือนกันนะ!