เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 ดาวคณะหวังกับปฏิบัติการ 'ตีเนียน' เข้าหาเฮิงเฮิง

บทที่ 17 ดาวคณะหวังกับปฏิบัติการ 'ตีเนียน' เข้าหาเฮิงเฮิง

บทที่ 17 ดาวคณะหวังกับปฏิบัติการ 'ตีเนียน' เข้าหาเฮิงเฮิง


บทที่ 17 ดาวคณะหวังกับปฏิบัติการ 'ตีเนียน' เข้าหาเฮิงเฮิง

หลินเสี่ยวเว่อหันขวับไปมองหวังปิงปิงด้วยความตกตะลึง

หมอนั่นกินชานมของเธอไปนะ เธอไม่โกรธ ไม่โมโหหน่อยเหรอ? ทำไมถึงทำท่าเขินอายแบบนั้นล่ะ!

อาการของปิงปิงดูผิดปกติไปมากจริงๆ!

หรือว่ายัยนี่จะชอบฉู่เหิงเข้าจริงๆ?

หลินเสี่ยวเว่ยไม่กล้าถามออกไปตรงๆ จึงแกล้งกระแอมไอแล้วพูดว่า "ปิงปิง บ่ายนี้เธอต้องไปซ้อมเปียโนไม่ใช่เหรอ? วันนี้วันอาทิตย์ด้วย ต้องรีบไปดักรอตอนอาจารย์ไจ๋ว่างนะ!"

หวังปิงปิงสะดุ้งเล็กน้อย แววตาฉายแววเสียดายวูบหนึ่ง ก่อนจะตอบรับเสียงอ่อย "จริงด้วยสิ ได้เวลากลับไปซ้อมเปียโนแล้ว"

ถ้าหลินเสี่ยวเว่ยกับเพื่อนๆ ไม่อยู่ตรงนี้ เธอคงไม่อยากกลับไปหรอก!

ฉันยังอยากมองหน้าเฮิงเฮิงของฉันต่อนี่นา~

หวังปิงปิงลอบมองฉู่เหิงที่ยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างตั้งใจ สายตาที่มุ่งมั่นของเขาช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน

ผู้ชายเวลาตั้งใจทำงานนี่มันหล่อกระชากใจที่สุดจริงๆ!

"ปิงปิง รีบกลับกันเถอะ!" ลู่ม่านดึงตัวหวังปิงปิงให้ลุกขึ้น

หวังปิงปิงหันไปมองหลินเสี่ยวเว่ยและหลิวซินด้วยความสงสัย "แล้วพวกเธอไม่กลับด้วยกันเหรอ?"

"อ้อ... คือพวกเราว่าจะไปหาอะไรกินกันก่อนค่อยกลับน่ะ ปิงปิงเธอกลับไปก่อนเลย!" แววตาของหลินเสี่ยวเว่ยฉายแววเจ้าเล่ห์ออกมาแวบหนึ่ง

"งั้นเหรอ? โอเค งั้นพวกเราไปก่อนนะ"

พูดจบ หวังปิงปิงก็คว้าแก้วชานมที่ฉู่เหิงเพิ่งดูดไปขึ้นมาถือไว้อย่างเป็นธรรมชาติ เธอมองฉู่เหิงด้วยความอาลัยอาวรณ์เล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ถูกลู่ม่านลากตัวออกไปจนได้

หลังจากทั้งสองเดินออกจากร้านไป หลินเสี่ยวเว่ยและหลิวซินก็หันมาสบตากัน

ตอนนี้แหละโอกาสทอง!

โอกาสที่จะได้ล้วงลูกฉู่เหิง ดูสิว่าหมอนี่มีดีอะไร!

ต้องงัดความจริงออกมาจากปากเขาให้ได้!

หลินเสี่ยวเว่ยย้ายไปนั่งเก้าอี้ตัวที่หวังปิงปิงเพิ่งลุกไป เธอจิบชานมพลางแกล้งถามขึ้นลอยๆ "ร้านนี้ตกแต่งสวยดีนะ ฉู่เหิง นายว่าไหม?"

"อืม... ก็ไม่เลวนะครับ" ฉู่เหิงตอบทั้งที่ตายังจ้องจอคอมพิวเตอร์

หลินเสี่ยวเว่ยเห็นท่าทางจดจ่อกับการทำงานและคำตอบแบบขอไปทีของเขา

ขืนคุยกันแบบนี้ต่อไป คงไม่ได้ข้อมูลอะไรแน่

หลินเสี่ยวเว่ยจึงส่งสายตาให้หลิวซินอีกครั้ง

หลิวซินเข้าใจความหมายทันที พยักหน้าตอบรับอย่างหนักแน่น

ทั้งสองลุกขึ้นไปยืนขนาบข้างฉู่เหิง ซ้ายขวา ประกบเขาไว้ตรงกลาง

การกระทำกะทันหันของสองสาวทำให้ฉู่เหิงตกใจเล็กน้อย เขาหันมองซ้ายทีขวาที

และพบว่าสายตาของหลินเสี่ยวเว่ยและหลิวซินดูแหลมคมผิดปกติ

หลินเสี่ยวเว่ยเปิดประเด็นก่อน "ฉู่เหิง ฉันเห็นช่วงนี้ปิงปิงดูสนิทกับนายเป็นพิเศษ สารภาพมาซะดีๆ นายเป็นอะไรกับปิงปิงกันแน่?"

"เป็นอะไร? ก็เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันไงครับ" ฉู่เหิงตอบเสียงเรียบ

ฉู่เหิงรู้อยู่แล้วว่าพวกเธอต้องเข้าใจผิดแน่ๆ คงไปเชื่อข่าวลือในเว็บบอร์ดมาอีกตามเคย

"แค่นี้? แค่นี้จริงๆ เหรอ? ฉันไม่เชื่อ นายต้องปิดบังอะไรฉันอยู่แน่ๆ!" หลินเสี่ยวเว่ยส่ายหน้า

ถ้าเป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องธรรมดา ทำไมหวังปิงปิงถึงได้มีท่าทีแบบนั้นกับฉู่เหิงล่ะ?

ฉู่เหิงยิ้มบางๆ แล้วตอบว่า "จะเชื่อหรือไม่เชื่อ มันก็ไม่เกี่ยวกับผมนี่ครับ ยังไงผมก็พูดความจริง ไม่ได้ปิดบังอะไรเลย"

หลินเสี่ยวเว่ยและหลิวซินสบตากันด้วยความประหลาดใจ จากน้ำเสียงของฉู่เหิง พวกเธอรู้สึกว่าเขาไม่ได้กำลังโกหก

หลิวซินยังไม่ยอมแพ้ ถามจี้ต่อ "งั้นนายเจอปิงปิงครั้งแรกเมื่อไหร่?"

"งานรับน้องครับ" ฉู่เหิงยักไหล่

"นั่นคือครั้งแรกที่เจอกันเลยเหรอ?"

"ใช่ครับ"

"จริงนะ?"

"จริงครับ"

คำตอบของฉู่เหิงไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เต็มไปด้วยความมั่นใจ

ทำเอาสองสาวเริ่มสับสน

หลินเสี่ยวเว่ยคิดในใจ หรือว่าเธอจะคิดมากไปเอง?

หรือว่าหวังปิงปิงแค่รู้สึกถูกชะตากับหมอนี่เฉยๆ?

เพิ่งรู้จักกันไม่นาน จะให้หวังปิงปิงตกหลุมรักใครเร็วขนาดนี้ มันก็ดูเป็นไปไม่ได้จริงๆ

หลินเสี่ยวเว่ยถามต่อ "แล้วนายคิดอะไรกับปิงปิงของเราหรือเปล่า?"

ฉู่เหิงหัวเราะเบาๆ ส่ายหน้าแล้วพูดว่า "ไม่ครับ ถึงรุ่นพี่จะสวยมาก แต่ผมเคยบอกไปแล้วว่าผมมีแฟนแล้ว และผมก็รักแฟนผมมาก"

"อะไรนะ?! นายมีแฟนแล้ว?!" สองสาวร้องอุทานออกมาพร้อมกัน

"แล้ว... ปิงปิงรู้เรื่องนี้ไหม?"

"รู้ครับ ผมบอกเธอแล้ว" ฉู่เหิงยิ้ม

หลินเสี่ยวเว่ยและหลิวซินมองหน้ากัน แล้วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกพร้อมกัน

ค่อยยังชั่ว แสดงว่าพวกเธอคิดมากไปเองจริงๆ

ปิงปิงไม่มีทางไปชอบผู้ชายที่มีเจ้าของแล้วหรอก จริงไหม?

ความเข้าใจผิดเคลียร์หมดแล้ว!

หลินเสี่ยวเว่ยถอยกลับไปนั่งที่ หัวเราะร่าพลางตบไหล่ฉู่เหิง "ฉู่เหิง น้องชาย โทษทีนะเมื่อกี้ พวกเราเป็นเพื่อนสนิทปิงปิง ก็เลยเป็นห่วงเพื่อน เข้าใจพวกเราหน่อยนะ"

"ไม่เป็นไรครับ ผมชินแล้ว" ฉู่เหิงยิ้มเจื่อน

ตอนอยู่หอพัก เพราะเรื่องหวังปิงปิงนี่แหละ เขาโดนแก๊ง 'สามหน่อ' ซักฟอกจนเปื่อยไปรอบหนึ่งแล้ว

"งั้นไม่รบกวนแล้ว เราไปก่อนนะ ไว้เจอกัน!" หลินเสี่ยวเว่ยลุกขึ้นบอกลา แล้วลากหลิวซินเดินออกจากร้านไป

ตอนเดินออกไป ทั้งสองอารมณ์ดีขึ้นมาก พอเรื่องกระจ่างแล้ว ก็ไม่ต้องห่วงหวังปิงปิงอีกต่อไป

ฉู่เหิงก้มหน้าทำงานต่อ วางแผนอนาคตแบรนด์ 'ชานมเมิ่งเสี่ยวทู่' โดยอาศัยประสบการณ์จากชาติที่แล้ว

เขายุ่งจนถึงบ่ายโมง ในที่สุดแผนงานก็เสร็จสมบูรณ์

ฉู่เหิงเรียกหยางหว่านหรงมาหา แล้วส่งไฟล์เอกสารให้เธออ่าน

ขณะที่หยางหว่านหรงไล่สายตาอ่านเอกสาร สีหน้าของเธอก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นตื่นตะลึง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

"บอสคะ นี่บอสทำเองหมดเลยเหรอ?" หยางหว่านหรงมองฉู่เหิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ

"ใช่ครับ ในอีกสิบปีข้างหน้า อุตสาหกรรมเครื่องดื่มชงสดจะเป็นช่วงขาขึ้นอย่างรวดเร็ว มูลค่าตลาดจะแตะระดับ 8 หมื่นล้านหยวน และมีความเป็นไปได้สูงที่จะทะลุ 1 แสนล้านหยวนในอีกสิบกว่าปี เราต้องรีบคว้าโอกาสนี้ ขยายตัวให้เร็ว สร้างความได้เปรียบ และต้องครองส่วนแบ่งการตลาดให้ได้อย่างน้อย 50%!" ฉู่เหิงกล่าวด้วยความมุ่งมั่น

ได้ยินดังนั้น หัวใจของหยางหว่านหรงก็เต้นระรัว!

บอสหนุ่มตรงหน้าเธอกลับมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลขนาดนี้!

หาได้ยากมากในหมู่คนหนุ่มสาวรุ่นเดียวกัน!

"แล้วบอสวางแผนจะทำอะไรต่อคะ?" หยางหว่านหรงถาม

"อย่างแรก รีบจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และเริ่มเตรียมหาทำเลเปิดสาขาใหม่ทันที!"

"อย่างที่สอง เตรียมลงทุนสร้างโรงงาน เพื่อควบคุมการวิจัยและพัฒนาวัตถุดิบ รวมทั้งการผลิตเอง ซัพพลายเชนคือเส้นเลือดใหญ่ เราต้องกุมมันไว้ในมือตัวเอง"

ฉู่เหิงกล่าวอย่างเยือกเย็น

"หือ? บอสคะ เราเพิ่งเปิดร้านวันที่สอง จะขยายสาขาเลยเหรอคะ?" หยางหว่านหรงถามด้วยความตกใจ กลัวว่าจะก้าวเร็วเกินไปจนล้ม

แถมยังต้องสร้างโรงงานผลิตวัตถุดิบอีก ต้องใช้เงินมหาศาลเลยนะ

ฉู่เหิงยิ้มมุมปากแล้วถามกลับ "ออเดอร์หนึ่งหมื่นแก้วที่เราเตรียมไว้วันนี้ ขายไปได้เท่าไหร่แล้วครับ?"

"ตอนนี้ขายไปได้สามพันแก้วแล้วค่ะ วันนี้คนเยอะกว่าเมื่อวานอีก ถ้าฉันไม่จ้างพาร์ตไทม์เพิ่มมาอีก 10 คน คงทำไม่ทันแน่ๆ หมื่นแก้วน่าจะหมดเกลี้ยงก่อนเย็นค่ะ!" หยางหว่านหรงรายงาน

พอพูดจบ หยางหว่านหรงก็นิ่งไป เพิ่งจะตระหนักได้ว่ากำไรของร้านนี้น่าตกใจขนาดไหน!

ราคาเฉลี่ยแก้วละ 35 หยวน กำไรขั้นต้นต่อแก้วสูงถึง 20-25 หยวน ถ้าขายได้วันละหมื่นแก้ว กำไรขั้นต้นก็อย่างน้อย 2 แสนหยวนแล้วไม่ใช่เหรอ?

แค่ร้านเดียวก็ทำเงินมหาศาล!

รายได้วันละ 2 แสน หักค่าใช้จ่ายอื่นๆ กำไรสุทธิต่อวันก็น่าจะเกินแสน!

ฉู่เหิงยิ้มอย่างใจเย็น "เรื่องจดทะเบียนบริษัท เครื่องหมายการค้า แบรนด์ และหาทำเลร้าน ผมอยากจะมอบหมายให้คุณจัดการ คิดว่าไหวไหมครับ?"

หยางหว่านหรงรู้สึกถึงความไว้วางใจอันยิ่งใหญ่ รีบลุกขึ้นยืนตอบรับอย่างหนักแน่น "บอสไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันรับรองว่าจะทำให้สำเร็จ!"

ฉู่เหิงพยักหน้าอย่างพอใจ หยางหว่านหรงมีความสามารถสูงมาก อนาคตต้องเป็นมือขวาคนสำคัญของเขาได้แน่นอน

จากนั้นฉู่เหิงก็สั่งงานอื่นๆ เพิ่มเติม แล้วให้เธอไปจัดการต่อ

หลังจากจัดการเรื่องร้านชานมเสร็จ ฉู่เหิงก็หิ้วชานม 6 แก้วเดินออกจากร้าน

ขณะเดินออกมา มองเห็นแถวที่ยาวเหยียดด้านนอก เขาหันกลับไปมองป้ายร้าน 'เมิ่งเสี่ยวทู่' ด้วยความคาดหวัง

ถ้า 'กระต่ายน้อย' รู้เรื่องนี้ เธอคงจะดีใจมากแน่ๆ!

พอคิดถึงกระต่ายน้อย รอยยิ้มแห่งความสุขก็ผุดขึ้นที่มุมปากของฉู่เหิงโดยไม่รู้ตัว

พอกลับถึงหอพัก ฉู่เหิงก็แจกชานมให้เหล่า 'สามหน่อ'

หลิวต้าจ้วงตื่นเต้นสุดขีด "พี่ฉู่โคตรเจ๋ง! พี่ฉู่คือเทพเจ้าตลอดกาล!"

เขากระโจนเข้าใส่ ทำท่าจะจูบฉู่เหิง แต่ก็โดนถีบกระเด็นออกมาตามระเบียบ

"ไปไกลๆ เลยตีน รีบเอาไปให้แฟนนู่น!" ฉู่เหิงด่าพร้อมรอยยิ้ม

หลิวต้าจ้วงยิ้มร่า หิ้วชานมวิ่งปรู๊ดออกไปทันที

ฉู่เหิงทิ้งตัวลงนอนพักบนเตียง หยิบมือถือขึ้นมาดู ก็เห็นข้อความจากกระต่ายน้อย

กระต่ายน้อย: "เฮิงเฮิง คิดถึงจัง ทำอะไรอยู่คะ? กินข้าวยังเอ่ย? (หน้าเขิน)"

เฮิง: "ที่รัก ผมเพิ่งกินเสร็จ กำลังนอนพักอยู่บนเตียงครับ"

กระต่ายน้อย: "กินอิ่มแล้วก็นอน ระวังจะกลายเป็นหมูนะ! (รูปหมูน่ารัก)"

ฉู่เหิงยิ้มอย่างมีความสุข

เฮิง: "ทำไม ถ้าผมกลายเป็นหมู คุณจะไม่ชอบผมแล้วเหรอ?"

กระต่ายน้อย: "ไม่หรอกน่า ต่อไปฉันจะเลี้ยงดูนายเอง ขุนให้อ้วนท้วนสมบูรณ์ จะได้ไม่มีสาวคนไหนมาแย่งนายไป! เฮิงเฮิงเป็นของฉันคนเดียว! (หน้าเชิด)"

เฮิง: "พูดแบบนี้แสดงว่าจะเลี้ยงผมใช่ไหม? เยี่ยมไปเลย หมอบอกว่าฟันผมไม่ค่อยดี เหมาะกับการกินข้าวต้ม (เกาะผู้หญิงกิน) พอดีเลย อิอิ (หน้าเจ้าเล่ห์)"

...

ณ หอพักหญิง

หวังปิงปิงกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงพร้อมมือถือ เดี๋ยวคว่ำเดี๋ยวหงาย ขาเรียวยาวแกว่งไปมาอย่างอารมณ์ดี หัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว

สำหรับเธอ สิ่งที่มีความสุขที่สุดในแต่ละวันคือการได้อยู่กับฉู่เหิง ไม่ว่าจะเจอตัวจริงหรือคุยผ่านแชท

ขอแค่ได้คุยกับฉู่เหิง เรื่องกลุ้มใจทั้งหลายก็มลายหายไปหมด โลกทั้งใบดูสดใสเรียบง่ายขึ้นทันตา

มีแต่ความสุขล้วนๆ

หวังปิงปิงวางมือถือลง หันไปเห็นแก้วชานมข้างเตียงที่ฉู่เหิงดื่มไปแล้ว ใบหน้าสวยหวานแดงซ่านขึ้นมาทันที

ถ้าแอบดูดสักอึก ตอนนี้คงไม่มีใครเห็นหรอกมั้ง?

อ๊ะ แบบนี้มันนับเป็นจูบทางอ้อมหรือเปล่านะ?

หวังปิงปิงรู้สึกหน้าร้อนผ่าว

เธอรีบลุกขึ้นนั่ง หยิบแก้วชานมขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด จ้องมองที่หลอดดูด

ไม่รู้ทำไม หัวใจดันเต้นรัวเร็วขึ้นมาซะอย่างนั้น!

เหมือนมีลูกกวางวิ่งชนอยู่ในอก จนแทบจะกระดอนออกมา!

หวังปิงปิงค่อยๆ หลับตาลง ช้าๆ ยกแก้วชานมขึ้นจรดริมฝีปาก วินาทีที่สัมผัสหลอด เธอก็งับมันเบาๆ

อึก อึก... เธอดูดชานมคำโตลงคอ

กรี๊ด! ฉันจูบทางอ้อมกับเฮิงเฮิงแล้ว! อิอิ!

แก้มของหวังปิงปิงแดงก่ำราวกับลูกแอปเปิ้ล เธอรีบวางแก้วชานมไว้ข้างเตียง แล้วมุดหน้าหนีเข้าไปในผ้าห่มด้วยความเขินอาย

เสียงหัวเราะคิกคักดังลอดออกมาจากใต้ผ้าห่ม

ผ่านไปสักพัก หวังปิงปิงค่อยๆ โผล่หัวออกมาจากผ้าห่ม จ้องมองแก้วชานมอีกครั้ง

ทำยังไงฉันถึงจะใกล้ชิดเฮิงเฮิงและเข้าใจเขาได้มากกว่านี้นะ?

หวังปิงปิงนึกถึงคำพูดของฉู่เหิงที่สนามบาสเกตบอล แล้วดวงตาก็ลุกวาว!

ฉันมีวิธีแล้ว!

เธอกระเด้งตัวออกจากผ้าห่ม วิ่งไปที่โต๊ะเขียนหนังสือทันที

เปิดสมุดบันทึกที่มีตัวล็อคออกมา

นี่คือไดอารี่ส่วนตัวของเธอ เขียนไปแล้วกว่าครึ่งเล่ม เนื้อหาข้างในทั้งหมดล้วนเกี่ยวกับฉู่เหิง

บันทึกเรื่องราวที่ทำร่วมกับฉู่เหิงในแต่ละวัน สิ่งที่อยากพูดกับเขา และความในใจทั้งหมดที่มีต่อเขา

หวังปิงปิงจรดปากกาลงบนหน้ากระดาษ

บรรทัดแรกเขียนว่า...

"แผนปฏิบัติการ 'ตีเนียน' เข้าหาเฮิงเฮิง!"

จบบทที่ บทที่ 17 ดาวคณะหวังกับปฏิบัติการ 'ตีเนียน' เข้าหาเฮิงเฮิง

คัดลอกลิงก์แล้ว