- หน้าแรก
- พลิกชะตาฟ้า ไหนบอกว่าเจ้าไม่เป็นวรยุทธ์
- บทที่ 32 เจ็ดศพแห้งกรัง, ทำอาชีพไหนก็ต้องรักอาชีพนั้น
บทที่ 32 เจ็ดศพแห้งกรัง, ทำอาชีพไหนก็ต้องรักอาชีพนั้น
บทที่ 32 เจ็ดศพแห้งกรัง, ทำอาชีพไหนก็ต้องรักอาชีพนั้น
บทที่ 32 เจ็ดศพแห้งกรัง, ทำอาชีพไหนก็ต้องรักอาชีพนั้น
นายอำเภอหวังไม่ได้คิดจะลองดีกับบุตรศักดิ์สิทธิ์ไคหยาง
แต่เขาปลีกตัวไปไม่ได้จริงๆ
เพราะช่วงบ่ายวันนั้น หัวหน้ามือปราบมารายงานด่วนว่าเกิดคดีฆ่ายกครัวที่หมู่บ้านวังเจียวานนอกเมือง ผู้ตายคือครอบครัวซิ่วไฉเฒ่ารวมเจ็ดศพ การกระทำบ่งชี้ว่าเป็นฝีมือผู้ฝึกยุทธ์ แถมยังพบผ้าเช็ดหน้าปักลายสัญลักษณ์ลัทธิเสวียนหวงตกอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย
ตามหลักแล้ว ถ้าเป็นคดีเกี่ยวกับยุทธภพ ก็ส่งให้หน่วยจิ้งอันจัดการได้เลย
แต่เพราะเหตุเกิดในทงโจว และอาจพัวพันกับลัทธิเสวียนหวง นายอำเภอหวังในฐานะหัวหน้าสาขาทงโจวของลัทธิ จึงทนอยู่เฉยไม่ได้ ต้องออกไปดูที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง
แม้จะผ่านความเป็นความตายมามาก แต่สภาพศพที่น่าสยดสยองก็ทำให้นายอำเภอหวังสะเทือนใจไม่น้อย
ศพแห้งกรังเจ็ดร่างวางเรียงรายอยู่ในลานบ้าน ผิวหนังสีเทาเขียวแห้งติดกระดูกซี่โครงจนเห็นเป็นรอยแตก เบ้าตาลึกโหล ลูกตาเหี่ยวแห้งจนเกือบเป็นถุงน้ำใสๆ มีเส้นเลือดฝอยกระจายอยู่
ใบหน้าของแต่ละศพยังคงหลงเหลือร่องรอยอารมณ์ที่แตกต่างกัน ทั้งความหวาดกลัว สิ้นหวัง และเคียดแค้น
"ใต้เท้า ผู้ตายไม่มีบาดแผลภายนอก ในบ้านและลานบ้านก็ไม่มีรอยเลือด แต่เลือดในตัวพวกเขากลับแห้งเหือดไม่เหลือสักหยด นอกจากนี้ ลูกสะใภ้และหลานสาววัยสิบขวบของท่านผู้เฒ่ายังเสื้อผ้าหลุดลุ่ย คาดว่าถูกข่มขืนก่อนตายขอรับ" หัวหน้ามือปราบเฉินรายงานสรุป
นายอำเภอหวังหน้าเครียดขึงขัง เลือดในตัวผู้ตายถูกสูบออกจนหมดด้วยวิชามารหรือของวิเศษชั่วร้ายบางอย่าง
ถ้าคนร้ายทิ้งผ้าเช็ดหน้าไว้เพื่อใส่ร้ายลัทธิ เขาจะโกรธมาก แต่ถ้าคนร้ายเป็นคนของลัทธิจริงๆ... เขาจะยิ่งโกรธกว่านี้ร้อยเท่า
"คนชั่วช้าเยี่ยงนี้ หากปล่อยไว้ ฟ้าดินคงไม่ยอม" เขาพูดเสียงต่ำ แล้วหันหลังเดินกลับ "เฝ้าที่เกิดเหตุไว้ให้ดี"
"ขอรับ!" หัวหน้ามือปราบเฉินรับคำ
นายอำเภอหวังลืมเรื่องบุตรศักดิ์สิทธิ์ไคหยางไปจนหมดสิ้น รีบมุ่งหน้ากลับเมืองตรงไปยังกองร้อยหน่วยจิ้งอันทันที
บังเอิญเดินสวนกับเฉินจงอี้ที่หน้าประตู เฉินจงอี้ชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
"อ้าว ลมอะไรหอบนายอำเภอหวังมาถึงนี่ได้ล่ะขอรับ"
นายอำเภอหวังไม่แม้แต่จะปรายตามอง เดินหน้าบึ้งผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เฉินจงอี้ยืนหน้าแตกอยู่ตรงนั้น ถ่มน้ำลายตามหลัง
"เก๊กหาอะไรวะ ไอ้หนอนบ่อนไส้หน้าไหว้หลังหลอก"
พอเจอหน้าเป้ยเส้าชิง เขาก็ทักทายคล้ายๆ กัน "วันนี้ลมอะไรหอบท่านมาถึงนี่ได้?"
"ลมปีศาจ ลมความชั่วร้าย" นายอำเภอหวังตอบเสียงเย็น
เป้ยเส้าชิงเห็นท่าไม่ดี โบกมือไล่ซ่งโหย่วไฉที่พาเขาเข้ามาให้ออกไปก่อน แล้วถึงถาม "เกิดเรื่องอะไรขึ้น?"
นายอำเภอหวังนั่งลงกระแทกตัวใส่เก้าอี้ คว้ากาน้ำชาบนโต๊ะมากรอกใส่ปากดับกระหายและดับไฟในใจ แต่พอเล่าถึงคดี น้ำเสียงก็ยังเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
"เกิดคดีฆาตกรรมที่หมู่บ้านวังเจียวานนอกเมือง ครอบครัวบัณฑิตเฒ่าเจ็ดชีวิตถูกฆ่าล้างโคตร เลือดในตัวถูกสูบจนแห้งเหือดด้วยวิชามาร สภาพศพสยดสยอง ลูกสะใภ้กับหลานสาวตัวน้อยถูกข่มขืนก่อนตาย ในที่เกิดเหตุพบผ้าเช็ดหน้าปักลายสัญลักษณ์ลัทธิศักดิ์สิทธิ์ของข้าตกอยู่"
"โหดเหี้ยมผิดมนุษย์" เป้ยเส้าชิงขมวดคิ้ว "ท่านสงสัยว่ามีคนจงใจใส่ร้าย?"
นายอำเภอหวังตอบเสียงอู้อี้ "นั่นก็ส่วนหนึ่ง"
"แต่ท่านกลัวว่า... จะไม่ได้ใส่ร้ายสินะ" เป้ยเส้าชิงเข้าใจทันที แล้วพูดต่อ "สาวกลัทธิเสวียนหวงในทงโจวอยู่ใต้บังคับบัญชาท่าน..."
"ไม่ใช่ฝีมือคนของข้าแน่นอน!" นายอำเภอหวังพูดแทรกเสียงแข็ง "ต่อให้เป็นฝีมือคนของลัทธิ ก็ต้องเป็นพวกนอกรีตที่ผ่านมาทางนี้ คนของข้า ข้ารู้จักดี"
เป้ยเส้าชิงไม่แสดงความเห็น ถามตรงประเด็น "แล้วท่านมาหาข้า ต้องการอะไร?"
"ข้าอยากให้คุณชายช่วยตามจับไอ้สารเลวนี่ ข้าจะช่วยท่านเต็มที่ แต่ก่อนความจริงจะปรากฏ ขอให้ปิดข่าวเรื่องที่อาจเกี่ยวข้องกับลัทธิไว้ก่อน" นายอำเภอหวังถอนหายใจ
เป้ยเส้าชิงถามด้วยความสนใจ "แล้วถ้าสืบไปสืบมากลายเป็นคนของลัทธิเสวียนหวงจริงๆ ล่ะ?"
"ก็แล้วแต่คุณชายจะจัดการ" นายอำเภอหวังตอบ
เป้ยเส้าชิงยิ้ม "ข้านึกว่าท่านจะขอให้ข้าช่วยปิดข่าวเพื่อรักษาชื่อเสียงลัทธิเสียอีก"
"ถ้าทำแบบนั้น ลัทธิศักดิ์สิทธิ์ของข้าจะต่างอะไรกับพวกสุนัขรับใช้ราชสำนักบางคน? การรักษาชื่อเสียงทำได้หลายวิธี สร้างสะพานทำถนน ช่วยเหลือชาวบ้าน แต่ไม่ใช่ด้วยการกลับดำเป็นขาวแน่ๆ" นายอำเภอหวังตอบอย่างตรงไปตรงมา
เป้ยเส้าชิงส่ายหน้า "ท่านหลอกด่าข้าด้วยนะนั่น"
"ขออภัยด้วย" นายอำเภอหวังทำหน้าจริงใจสุดๆ
เป้ยเส้าชิงพลันรู้สึกว่า ที่ลัทธิเสวียนหวงดำรงอยู่มาได้นานขนาดนี้โดยไม่ล่มสลาย ทั้งที่ไม่เคยทำการใหญ่สำเร็จ อาจเพราะยังมีคนแบบนายอำเภอหวังคอยค้ำจุนอยู่กระมัง
แม้ลัทธิจะผุพัง
แต่ก็ยังมีคนคอยปะชุน
เหมือนกับโลกใบนี้
"ตกลง ข้ารับปาก กล้ามาก่อเรื่องในถิ่นข้าเท่ากับไม่ไว้หน้าข้า และคนที่ไม่ไว้หน้าข้า ข้าก็มักจะไม่ปล่อยให้มันมีชีวิตรอด"
เป้ยเส้าชิงเกลียดคนสองประเภทที่สุด หนึ่งคือพวกชอบขอให้เขาไว้หน้า และสองคือพวกที่ไม่ยอมไว้หน้าเขา
นายอำเภอหวังลุกขึ้นคาราวะอย่างซาบซึ้ง "ขอบคุณ"
เป้ยเส้าชิงพยักหน้าแล้วยกถ้วยชาขึ้นจิบ
นายอำเภอหวังเห็นดังนั้นก็ขอตัวลา
"เด็กๆ" เป้ยเส้าชิงวางถ้วยชาแล้วเรียก
ซ่งโหย่วไฉวิ่งเหยาะๆ เข้ามาทันที "ใต้เท้า"
"พาคนมาสักสองสามคน ตามข้าไปที่เกิดเหตุหน่อย" เป้ยเส้าชิงสั่งเสียงเรียบ
ตอนเป็นโจร เขาก็ตั้งใจปล้นอย่างขยันขันแข็ง
ตอนนี้เป็นขุนนาง เขาก็จะตั้งใจสืบคดีอย่างขยันขันแข็งเช่นกัน
คนเราไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร ถ้ามีใจรักและทุ่มเท ย่อมก้าวหน้าไปสู่จุดสูงสุดของอาชีพนั้นๆ ได้
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เห็นสภาพศพแห้งเจ็ดร่างที่น่าเวทนา เป้ยเส้าชิงถึงกับยอมแพ้
ไอ้ฆาตกรนี่มันเลวกว่าเขาซะอีก
เขาถามหาหลักฐาน "ของกลางล่ะ?"
"นี่ขอรับใต้เท้า" หัวหน้ามือปราบเฉินยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
ผ้าเช็ดหน้าทำจากผ้าไหมเนื้อดี ปักลวดลายดวงอาทิตย์เจิดจรัสด้วยฝีมือประณีต คนที่ใช้ผ้าไหมราคาแพงแบบนี้ทำผ้าเช็ดหน้าได้ ถ้าไม่รวยก็ต้องมียศศักดิ์
"ค้นให้ละเอียดทุกซอกทุกมุม แล้วสอบปากคำชาวบ้านทุกคน" เป้ยเส้าชิงสั่งการ
ซ่งโหย่วไฉรับคำ "รับทราบ!"
…………………………
พอนายอำเภอหวังกลับถึงที่ว่าการอำเภอ ก็ยังไม่ได้ไปพบบุตรศักดิ์สิทธิ์ไคหยางทันที แต่ไปพบรองหัวหน้าสาขาเล่าหม่าก่อน
"ท่านหัวหน้าสาขา เพราะท่านไม่ไปรับ บุตรศักดิ์สิทธิ์ไคหยางเลยไม่พอใจมาก หาว่าท่านไม่เห็นหัวเขา เสี่ยวอู่แค่พูดแทรกนิดเดียว ก็โดนซัดจนกระอักเลือด" เล่าหม่าฟ้องทันทีที่เจอหน้า
"ป่าเถื่อนขนาดนั้นเชียว?" นายอำเภอหวังขมวดคิ้ว แม้ยังไม่เจอหน้า แต่ความประทับใจต่อบุตรศักดิ์สิทธิ์คนนี้ติดลบไปแล้ว
เล่าหม่าทำหน้าเหมือนคนอมทุกข์ "คำว่าป่าเถื่อนยังน้อยไปขอรับ ออกจากบ้านมาก็เรียกร้องแต่ของดีที่สุด ทั้งเสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่ แถมยังบ่นว่าข้าไม่จัดสาวงามมาคอยปรนนิบัติอีก ขอพูดจาล่วงเกินต่อหน้าท่านหน่อยเถอะ ลัทธิเรายังกู้ชาติไม่สำเร็จ แต่เขาทำตัวยิ่งกว่าองค์ชายซะอีก"
ยิ่งเจอพวกผู้บริหารประสาทแดกในพรรคมากเท่าไหร่
เขายิ่งซาบซึ้งว่าหัวหน้าอย่างนายอำเภอหวังประเสริฐแค่ไหน
"ยังไงเขาก็เป็นศิษย์รักของท่านประมุข ตราบใดที่ไม่ถึงขั้นฆ่าแกงใคร ก็ตามใจเขาไปเถอะ" นายอำเภอหวังถอนหายใจ "แล้วเขาบอกไหมว่ามาทงโจวทำไม?"
"ท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์บอกว่ามาตามล่าคนทรยศชื่อโจวซุ่นชิ่งที่หนีมาทางนี้" เล่าหม่าทำหน้างงๆ "แต่ทำไมเขาถึงส่งข่าวมาบอกเราล่วงหน้าตั้งหลายวัน? เขาตรัสรู้หรือไงว่าคนทรยศจะหนีมาทงโจว? แล้วถ้ารู้ล่วงหน้า ทำไมไม่สั่งให้พวกเราดักจับไว้ก่อน?"
"อาจจะเกี่ยวกับความลับของลัทธิ เขาเลยพูดมากไม่ได้" นายอำเภอหวังเดา แล้วก็นึกถึงคดีที่หมู่บ้านวังเจียวาน หรือว่าจะเป็นฝีมือไอ้คนทรยศโจวซุ่นชิ่งนั่น? "พาข้าไปพบท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์ที"
(จบตอน)