- หน้าแรก
- พลิกชะตาฟ้า ไหนบอกว่าเจ้าไม่เป็นวรยุทธ์
- บทที่ 21 แพะรับบาป, บันทึกจอมเลีย, ไม่เคยคิดแค้น
บทที่ 21 แพะรับบาป, บันทึกจอมเลีย, ไม่เคยคิดแค้น
บทที่ 21 แพะรับบาป, บันทึกจอมเลีย, ไม่เคยคิดแค้น
บทที่ 21 แพะรับบาป, บันทึกจอมเลีย, ไม่เคยคิดแค้น
ณ ห้องลับใต้ดินของโรงเตี๊ยมจวี้หยวน ในเมืองทงโจว แสงเทียนสลัวส่องกระทบเงาคนหลายร่างบนผนัง
ชายร่างกำยำใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครา ผมสั้นสวมเสื้อกั๊กสีน้ำตาล ตบโต๊ะด้วยความโกรธ "บัดซบ! ไอ้โจรชั่วที่ไหนกล้าก่อคดีนองเลือดแล้วโยนขี้มาให้พวกเรา! พวกหน่วยจิ้งอันกับชาวบ้านที่หลงเชื่อข่าวลือก็โง่เง่าสิ้นดี ใครๆ ก็รู้ว่าลัทธิศักดิ์สิทธิ์ของเราไม่เคยฆ่าผู้บริสุทธิ์!"
เขาคือพ่อครัวของโรงเตี๊ยม
เสมียนบัญชีเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมบาง สวมแว่นตา ไว้เครายาวที่ปลายคาง ถอนหายใจ "แต่ในสายตาชาวบ้านหลายคน ตระกูลโม๋ไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์น่ะสิ ยิ่งทำให้ดูเหมือนเป็นฝีมือเราเข้าไปใหญ่"
ชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ แต่งตัวเหมือนเด็กรับใช้ที่นั่งอยู่มุมห้องพูดด้วยความจนใจ "ตอนนี้หน่วยจิ้งอันปักใจเชื่อว่าเป็นฝีมือเราไปแล้ว เราจะไปจับตัวคนร้ายแล้วลากคอไปส่งให้พวกมันเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ก็ไม่ได้ เดี๋ยวพวกมันจะได้ผลงานสองเด้งพอดี"
"แต่จะอยู่เฉยๆ ก็ไม่ได้เหมือนกัน ให้หน่วยจิ้งอันตรวจเข้มทั่วเมืองแบบนี้ นอกจากพวกเราจะทำงานลำบากแล้ว ชาวเมืองก็เดือดร้อนไปด้วย" ชายอีกคนที่แต่งตัวเหมือนเด็กรับใช้พูดแทรกขึ้น
สุดท้ายทุกคนก็หันไปมองชายวัยกลางคนร่างท้วม สวมชุดหรูหรา ใบหน้ายิ้มแย้มใจดี ที่นั่งเงียบอยู่ที่หัวโต๊ะ เขาคือเถ้าแก่โรงเตี๊ยม
และเป็นรองหัวหน้าสาขาทงโจวของลัทธิเสวียนหวง
"เราไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์กับหน่วยจิ้งอัน แต่โดนใส่ร้ายแบบนี้จะให้ยอมรับว่าเป็นแพะรับบาปเฉยๆ ก็คงไม่ได้" เถ้าแก่หยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ "อีกอย่าง ท่านหัวหน้าสาขาแจ้งมาว่า 'บุตรศักดิ์สิทธิ์ไคหยาง' กำลังจะมาเยือนทงโจว เราต้องทำให้เรื่องนี้เงียบลงก่อนท่านจะมาถึง ไม่งั้นถ้าหน่วยจิ้งอันยังคุมเข้มอยู่ แล้วฐานะของท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์ถูกเปิดเผย พวกเรารับผิดชอบไม่ไหวแน่"
"บุตรศักดิ์สิทธิ์ไคหยาง? ท่านจะมาทำอะไรที่สาขาทงโจวของเรา?" คนอื่นๆ ต่างตกใจและสงสัย
ประมุขลัทธิเสวียนหวงทุกรุ่นจะมีศิษย์เอกเจ็ดคน ได้แก่ เทียนซู, เทียนเสวียน, เทียนจี, เทียนเฉวียน, อวี้เหิง, ไคหยาง และ เหยาควง ทั้งหมดมีสถานะเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์หรือธิดาศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิ
แม้วรยุทธ์อาจจะไม่ถึงขั้นไร้เทียมทาน แต่ก็เป็นตัวแทนของท่านประมุข มีอิทธิพลและสถานะสูงส่งมาก
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน" เถ้าแก่ส่ายหน้า "ตั้งแต่วันนี้ไป ให้ระดมคนทั้งหมดออกสืบหาตัวคนร้ายคดีตระกูลโม๋อย่างลับๆ พอเจอตัวแล้วก็สั่งสอนให้สาสมกับที่กล้าโยนความผิดมาให้เรา แล้วค่อยโยนให้หน่วยจิ้งอันไปจัดการปิดคดี"
เขาไม่อยากช่วยหน่วยจิ้งอันหรอก แต่ท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์จะมาแล้ว ต้องเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยไว้ก่อน
"รับทราบ!" ทุกคนขานรับพร้อมเพรียง
……………………………
เป้ยเส้าชิงกำลังอ่านบันทึกเผ่าปีศาจในมือ
ตอนแรกก็น่าสนใจดี เจ้าของบันทึกจดเรื่องราวการฝึกฝนและเรื่องสนุกๆ ในแต่ละวันอย่างละเอียด
ทำให้เขาได้รู้ข้อมูลมากมายจากบันทึกนี้
เช่น เมื่อสองพันกว่าปีก่อน แผ่นดินจิ่วโจวมีพลังวิญญาณอุดมสมบูรณ์ ปีศาจและผู้บำเพ็ญเพียรเดินกันขวักไขว่ ตำหนักเทียนเยาคือขุมกำลังปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุด ส่วนอาณาจักรจิ่งคือขุมกำลังมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ทั้งสองฝ่ายทำสงครามกันหลายครั้ง ฯลฯ
อ่านแล้วได้อารมณ์เหมือนอ่านนิยายแฟนตาซีสุดมันส์
แต่อ่านไปอ่านมา สีหน้าเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป
"ปฏิทินจิ่วโจว ปีที่ 529 เดือน 7 วันที่ 6 ข้าตกหลุมรักแม่นางคนหนึ่ง นางเป็นปีศาจแมวสาวที่... ฉ่ำมาก วันนี้ข้าเผลอจ้องนางไม่วางตา นางก็หันมามองข้าแวบหนึ่ง ข้าว่านางต้องมีใจให้ข้าแน่ๆ คืนนี้กลับไปข้าทนไม่ไหวเลยช่วยตัวเองไปทีหนึ่ง หลับฝันดีถึงนางทั้งคืน"
"ปฏิทินจิ่วโจว ปีที่ 529 เดือน 7 วันที่ 7 เห็นนางป้อนข้าวศิษย์พี่ปีศาจเสือด้วยมือตัวเอง ช่างอ่อนโยนและเป็นแม่ศรีเรือนจริงๆ ข้าว่านั่นต้องเป็นน้องชายของนางแน่ๆ คืนนี้ข้าทนไม่ไหวอีกแล้ว ก็เข้าใจได้ สองที พรุ่งนี้ข้าจะเลิกหมกมุ่นกามรมณ์!"
"ปฏิทินจิ่วโจว ปีที่ 529 เดือน 7 วันที่ 8 วันนี้เป็นวันที่ 3 ที่ข้าหลงรักนาง ในที่สุดก็ตัดสินใจสารภาพรักอย่างกล้าหาญ นางบอกให้ข้าไสหัวไป นางคงกลัวว่าจะทำให้ข้าเสียเวลาฝึกฝนสินะ ถึงได้ปฏิเสธ ช่างเป็นคนดีที่คิดถึงคนอื่นจริงๆ! วันนี้ไม่เลิกแล้ว จัดไปอีกดอก"
"เชี่ย!" เป้ยเส้าชิงเปิดข้ามไปหลายหน้า ทนอ่านต่อไม่ไหว นี่มันกลายเป็น 'บันทึกจอมเลีย' ไปตั้งแต่เมื่อไหร่?
แม่งเอ๊ย! หงุดหงิดชิบหาย อ่านไม่ลงแล้วโว้ย!
เขาเปิดข้ามไปหน้าท้ายๆ พบว่าเจ้าของบันทึกตายตอนอยู่ระดับ 'เลี่ยนชี่' ขั้น 8 ส่วนสาเหตุการตาย... บันทึกหน้าสุดท้ายเขียนว่าพรุ่งนี้จะลงเขาไปหาประสบการณ์ สงสัยจะไปเจอดีเข้าแล้วตายอนาถ บันทึกเลยจบแบบปาหมอน
เป้ยเส้าชิงรู้สึกสะใจ ไอ้โง่นี่วันๆ ในหัวมีแต่เรื่องผู้หญิงกับเรื่องว่าว จนละเลยการฝึกฝน สมควรตาย!
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก!" เสียงเคาะประตูดังขึ้น
เป้ยเส้าชิงวางสมุดบันทึกพอดี "เข้ามา"
กงซุนอี้ผลักประตูเข้ามา "คุณชาย"
"หาโอกาสฆ่านายอำเภอหวังซะ ทำให้สะอาดๆ หน่อยนะ" เป้ยเส้าชิงสั่งการทันที
เขาเป็นคนไม่ชอบเก็บความแค้น มีแค้นต้องรีบชำระ นายอำเภอหวังสมคบคิดกับเจิ้งเสวียนเฉิงเล่นงานเขา สมควรตายอยู่แล้ว!
ฆ่ามันตอนนี้ก็โยนความผิดให้ลัทธิเสวียนหวงได้พอดี
ยังไงลัทธิเสวียนหวงก็มีประวัติฆ่านายอำเภออยู่แล้วนี่นา
ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการให้เจิ้งเสวียนเฉิงเป็นแพะรับบาปและเก็บหัวไว้สร้างผลงานทีหลัง เขาคงสั่งให้กงซุนอี้ฆ่ามันทิ้งไปด้วยแล้ว
"หา!" กงซุนอี้เงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ
ขุนนางราชสำนักสั่งให้ข้าไปฆ่าขุนนางราชสำนักเนี่ยนะ?
เป้ยเส้าชิงไม่อธิบายอะไร "ไปจัดการซะ"
"ขอรับ!" กงซุนอี้จำต้องรับคำ แต่ยังไม่รีบออกไป เขาเอ่ยต่อ "คุณชาย มีอีกเรื่องจะรายงาน หลานเอ๋อร์ตกลงจะอยู่ที่นี่แล้ว แต่ภรรยาข้าก็อยากจะขออยู่ด้วยสักพักเพื่อดูแลนาง"
โอ้โห โชคสองชั้น!
ถึงเขาจะไม่ยุ่งกับเมียชาวบ้าน แต่มีสาวงามวัยสะพรั่งให้ดูเล่นเจริญหูเจริญตาก็ไม่เลว
แถมมีตัวประกันสองคน ยิ่งวางใจได้มากขึ้น
เป้ยเส้าชิงยิ้มมุมปาก "คุณหนูจ้าวคงกลัวว่าข้าเป็นโจรราคะ ฮูหยินกงซุนเลยไม่วางใจสินะ? แล้วท่านเจ้าสำนักกงซุนวางใจให้ภรรยามาอยู่ใกล้ชิดคนบ้ากามอย่างข้าเหรอ?"
"คุณชายล้อเล่นแล้ว ผู้หญิงแบบไหนที่คุณชายจะหาไม่ได้? จะมาสนใจภรรยาหน้าตาบ้านๆ ของข้าได้ยังไง?" กงซุนอี้ตอบหน้าตาย
เป้ยเส้าชิงหรี่ตาลง
เขาไม่เชื่อหรอกว่ากงซุนอี้จะไม่รู้ว่าเมียตัวเองสวยแค่ไหน และไม่เชื่อด้วยว่าจะดูไม่ออกว่าเขาเป็นคนเจ้าชู้ แต่ก็ยังยอมให้เมียอยู่ต่อ แถมยังตอบโต้คำพูดจาบจ้วงของเขาได้อย่างใจเย็น
ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นคนเก็บความรู้สึกเก่งมาก ก็แปลว่าไม่ได้ใส่ใจเมียขนาดนั้น มีอย่างอื่นที่สำคัญกว่าในใจ
น่าสนใจแฮะ
"อยากอยู่ก็อยู่ไป ฮูหยินกงซุนอยู่ด้วยก็แค่เพิ่มถ้วยเพิ่มตะเกียบอีกชุดตอนกินข้าวเท่านั้นเอง"
กงซุนอี้รีบกล่าว "ขอบพระคุณคุณชาย"
เขาลอบสังเกตปฏิกิริยาของเป้ยเส้าชิง คิดในใจว่าศิษย์น้องคงคิดมากไปเอง คุณชายเป้ยจะมาสนใจแม่บ้านอายุมากอย่างนางได้ยังไง เห็นชัดๆ ว่าสนใจสาวน้อยวัยใสอย่างหลานเอ๋อร์มากกว่า
สมมติว่าเป้ยเส้าชิงเกิดชอบศิษย์น้องขึ้นมาจริงๆ...
กงซุนอี้ลองจินตนาการดู... คิดไปได้ครึ่งทางก็ชะงัก เพราะตระหนักได้ว่าการที่เขาเริ่มจินตนาการเรื่องนี้ได้ แสดงว่าเขาไม่ได้รังเกียจขนาดนั้น ไม่ได้รู้สึกว่าศิษย์น้องเป็นของต้องห้ามที่แตะต้องไม่ได้
ไม่งั้นคงไม่แม้แต่จะคิด
ทำไมถึงเป็นแบบนี้?
ศิษย์น้องคือคนที่ข้าแคร์ที่สุดนี่นา!
เขาเพิ่งจะเคยสับสนกับตัวเองเป็นครั้งแรก จิตใจว้าวุ่น
"อ้อ ฝากบอกนายอำเภอหวังด้วยนะว่าน่าเสียดายที่เขาจะไม่ได้อยู่ดื่มฉลองตอนข้าจับตัวคนร้ายคดีตระกูลโม๋ได้ และข้าจะกวาดล้างกบฏลัทธิเสวียนหวงในทงโจวเพื่อแก้แค้นให้เขาเอง" เป้ยเส้าชิงเห็นเขาเหม่อลอยก็ขมวดคิ้ว ขึ้นเสียงสั่งการ
กงซุนอี้สะดุ้ง ได้สติกลับมา "ขอรับ!"
แม้จะไม่รู้ว่าเป้ยเส้าชิงกับนายอำเภอหวังมีเรื่องอะไรกัน แต่เขาก็ไม่อยากสอดรู้สอดเห็น
ในฐานะจอมยุทธ์เก๋าเกม
เขารู้ดีว่ายิ่งรู้น้อย ยิ่งตายช้า
"ทำงานให้ข้าดีๆ ข้าไม่เคยเอาเปรียบคนกันเอง วันที่เจ้าจากไป ข้าจะมีรางวัลชิ้นใหญ่ให้" เป้ยเส้าชิงพูดอย่างจริงจัง
กงซุนอี้รีบแสดงความภักดี "คุณชายโปรดวางใจ ขอเพียงท่านช่วยฟื้นฟูสำนักกระบี่เหล็ก ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ ข้าก็ยอม!"
เป้ยเส้าชิงเข้าใจแล้ว ในใจกงซุนอี้ เมียรักและศิษย์รักยังสำคัญรองลงมาจากความฝันที่จะฟื้นฟูสำนัก
รู้จุดอ่อนแล้ว ก็ควบคุมง่ายขึ้นเยอะ
เขาโบกมือไล่ให้กงซุนอี้ออกไป
พอกงซุนอี้ไปแล้ว เป้ยเส้าชิงก็หมดอารมณ์อ่านบันทึกจอมเลียต่อ เตรียมตัวออกไปเดินเล่นชมเมืองทงโจวยามค่ำคืน
และจะชวนเซี่ยชิงอู๋ไปด้วย
(จบตอน)