- หน้าแรก
- ราคาทองพุ่งปรี๊ด ขุดทีได้เป็นกระสอบ
- บทที่ 28 - ไฟแรงเฟร่อ
บทที่ 28 - ไฟแรงเฟร่อ
บทที่ 28 - ไฟแรงเฟร่อ
บทที่ 28 - ไฟแรงเฟร่อ
มันคือเม็ดทองคำ ถึงจะไม่ใหญ่มาก หนักประมาณ 3 กรัม แต่แค่นี้จ้าวซานเหอก็ฟินแล้ว ปกติร่อนทอง โอกาสเจอทองยากยิ่งกว่างมเข็ม เขาเจอได้เพราะระบบช่วย ส่วนพี่ชายเจอได้เพราะดวงล้วนๆ ขอแค่เจอทอง ก็ถือเป็นฤกษ์งามยามดี ปลุกไฟในตัวให้ลุกโชน มีแรงฮึดสู้เต็มถัง
ลุยงานยาวจนฟ้าใกล้มืด จ้าวซานเหอก็เลิกงานกลับมาที่รถ สรุปผลงานช่วงหลัง ได้ทองมาอีกเม็ดหนัก 3 กรัม กับเม็ดเงินอีกสิบกว่าเม็ด ถือว่าไม่เลวเลย
จ้าวซานเหอกลับมาถึงไม่นาน จ้าวซานเฟิงก็ตามมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส "น้องรอง ช่วงหลังพี่ขุดได้เม็ดเงินอีกสองเม็ด ที่นี่แม่งสุดยอดจริงๆ ดีกว่าบ่อเน่าๆ แถวบ้านเราเยอะ ว่าแต่ เอ็งได้ของไหม?"
จ้าวซานเหอไม่ปิดบัง เพราะพี่ชายได้ของดีไปแล้ว พอเขาโชว์ทองสองเม็ด กับเม็ดเงินในขวดแก้วให้ดู จ้าวซานเฟิงตาถลน "ต้องยกให้น้องกูจริงๆ! โคตรเทพ! นอกจากได้ทองสองเม็ด ยังได้เงินเยอะขนาดนี้ มิน่าถึงหาสมบัติทวดเจอ เอ็งนี่มีของจริงๆ!" "ฮะๆ! พี่ ผมนี่มันพรสวรรค์ฟ้าประทาน คนธรรมดาเทียบไม่ติดหรอก!" "แหม! ร่อนทองยังอ้างพรสวรรค์ พูดซะพี่เกือบเชื่อ!"
ทั้งคู่ได้ของเต็มกระเป๋า อารมณ์ดีสุดๆ เริ่มตั้งวงกินข้าวเย็น อาหารที่ซื้อมาตุนไว้เพียบ มีทั้งขนมขบเคี้ยว หม้อไฟแบบอุ่นร้อนเอง (Self-heating hot pot) เทคโนโลยีสมัยนี้มันล้ำ อยากกินอะไร อาหารสำเร็จรูปจัดให้ได้หมด อิ่มท้อง ฟ้ามืดสนิท สองพี่น้องขึ้นรถ ปรับเบาะเอนนอน จุดบุหรี่สูบ คุยสัพเพเหระ คุยเรื่องวัยเด็ก เรื่องชาวบ้านร้านตลาด จนวกมาเรื่องจ้าวจิ่นซิ่ว
"น้องรอง รู้ไหมทำไมพี่สาวเอ็งป่านนี้ยังโสด?" จ้าวจิ่นซิ่วแก่กว่าจ้าวซานเหอสามปี นับดูแล้วก็ 26 เข้าไปแล้ว ในหมู่บ้านถือว่าเป็นสาวเทื้อ รุ่นเดียวกันแต่งงานมีลูกวิ่งกันเกลื่อนแล้ว "พี่รู้เหรอ?" "ก็พอรู้นิดหน่อย ช่วงสองสามปีมานี้เอ็งไปเรียนมหาลัย แล้วก็ทำงานในเมือง คงไม่รู้เรื่องพี่สาว จริงๆ แล้วพี่สาวเอ็งมีคนที่ชอบแล้ว แต่ไม่กล้าบอก กลัวอาสองอาสะใภ้ไม่ยอมรับ เลยแกล้งดึงเกมไม่ยอมหาแฟน" "พี่! ถ้ารู้ก็เล่ามาให้หมดเปลือกเลย!"
จ้าวซานเฟิงพยักหน้า เล่าต่อ "คนที่พี่สาวเอ็งชอบ คือ จางเลี่ยง หมู่บ้านหงเฟิงข้างๆ นี่เอง" "จางเลี่ยง? ไม่เคยได้ยินชื่อ" "เขาแก่กว่าเอ็งหลายปี เอ็งไม่รู้จักก็ไม่แปลก พี่เคยเจอจางเลี่ยงคนนี้ ตัวสูง หล่อเหลาเอาการ ดูรวมๆ ก็เหมาะสมกันดี แต่ติดอยู่อย่างเดียว... มีข้อเสียใหญ่หลวงสองข้อ!" "อะไรบ้าง?" "ข้อแรก จางเลี่ยงเป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่ตายหมด แต่ไม่ได้โชคดีเหมือนพี่นะ พี่เสียพ่อแม่แต่ยังมีอาสองอาสะใภ้คอยดูแล แต่เขาตัวคนเดียว เมื่อก่อนมีปู่ แต่ปู่ป่วยหนัก เขาต้องไปกู้หนี้ยืมสินมารรักษา สุดท้ายปู่ก็ตาย ทิ้งหนี้ก้อนโตไว้ให้ ถ้าใครแต่งงานกับเขา ก็ไม่มีผู้ใหญ่ให้พึ่งพา แถมต้องมาช่วยใช้หนี้ คิดว่าอาสองอาสะใภ้จะยอมเหรอ?"
"ข้อสอง เขาเป็นคนพิการ! เพื่อจะหาเงินใช้หนี้ เขาไปทำงานบนเรือประมง โดนเครื่องกว้านอวนหนีบขา ขาซ้ายต่ำกว่าเข่าลงไปโดนตัดทิ้ง ตอนนี้ใส่ขาเทียม เอ็งลองคิดดู ผู้ชายแบบนี้ ทั้งจน ทั้งมีหนี้ แถมพิการ ถ้าให้พี่สาวเอ็งแต่งงานด้วย อาสองอาสะใภ้จะทำหน้ายังไง?"
"ทำไมเจ๊ไม่เคยบอกผมเลย?" จ้าวซานเหอขมวดคิ้ว "พี่สาวเอ็งเก็บความรู้สึกเก่งจะตาย ใครจะไปรู้ว่าไปชอบพอกันตอนไหน ได้ยินว่าเขาเคยช่วยชีวิตพี่สาวเอ็งไว้ แต่รายละเอียดลึกๆ พี่ก็ไม่รู้ รู้แค่นี้แหละ น้องรอง ถ้าเอ็งเป็นอาสอง เอ็งจะยอมยกลูกสาวให้ผู้ชายแบบนี้ไหม?" "ไม่ยอมแน่นอน!" "นั่นไง!"
"แต่ว่า..." จ้าวซานเหอแววตาอ่อนลง "ถ้าเจ๊ชอบจริงๆ แล้วจางเลี่ยงนิสัยดีผ่านเกณฑ์ ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้นะ ขอแค่เจ๊รัก ผมว่าไม่มีอะไรที่คุยกันไม่ได้!"
ได้ยินน้องชายพูดแบบนั้น จ้าวซานเฟิงกางแขนสองข้าง ทำท่าเอือมระอา "เอ็งเลิกเพ้อเจ้อเถอะ ชอบแล้วไง? จะให้แต่งกับคนพิการเนี่ยนะ? พี่ไม่ได้ดูถูกคนพิการนะ แต่สภาพจางเลี่ยงแบบนั้น ให้พี่สาวเอ็งแต่งไป ก็เหมือนกระโดดลงกองไฟชัดๆ!"
พูดจบ จ้าวซานเฟิงก็ขยับตัวหามุมสบาย ไม่นานก็กรนสนั่น จ้าวซานเหอยังไม่นอน หยิบมือถือขึ้นมา เปิดวีแชท ทักหาพี่เป่า "พี่เป่า ภายในสามวัน ผมขอข้อมูลทั้งหมดของคนที่ชื่อจางเลี่ยง หมู่บ้านหงเฟิง!"
ปรากฏว่าพี่เป่าตอบกลับมาทันที "อ้าว? อาเฟิงเล่าให้ฟังแล้วล่ะสิ? เอ็งเพิ่งรู้เรื่องว่าที่พี่เขยลับๆ คนนี้เหรอ? อยากรู้ว่าเป็นคนยังไง?" "พี่ก็รู้เรื่องนี้ด้วย?" "แหงสิ! พี่สาวเอ็งเคยมาขอให้พี่ช่วยด้วยซ้ำ! ตอนเขาสองคนแอบนัดเดตกัน หลายครั้งพี่นี่แหละเป็นคนดูต้นทางให้!" "เชี่ย!"