เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่มที่ 1: บทที่ 7-2 (God Room)

เล่มที่ 1: บทที่ 7-2 (God Room)

เล่มที่ 1: บทที่ 7-2 (God Room)


เล่มที่ 1: บทที่ 7-2 แปลโดยกิลด์เทพอสูร

“คนดีย่อมได้รับพรจากพระเจ้า แต่ผมยังถือว่าเป็นคนดีอยู่รึเปล่า?”

เจิ้งรู้ตัวว่าเขานั้นไม่ใช่คนดี การตายของโลริมันทำให้เขาช็อคมากเกินไป จนทำให้เขากลายเป็นคนเลว เขาอาศัยอยู่ในโลกสีดำ และ สีขาว, เกมส์, บาร์ ,เซ็กส์แบบชั่วข้ามคืน,ยาเสพติด ...

เขาไม่อาจจะจินตนาการได้ ว่าเธอจะมีปฎิกิริยาอย่างไรหากได้รู้เรื่องราวทั้งหมด เธอนั้นบริสุทธิ์ราวกับคริสตัลที่ไร้ตำหนิ และไร้รอยมลทินใดๆ จนเหมือนกับเป็นกระจกสะท้อนที่ทำให้เห็นถึงความสกปรกโสมมของเขา

เจิ้งเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เขานั่งอยู่บนโซฟา และ เอาไฟจุดบุหรี่เพื่อตรียมตัวบอกเธอ โลริลุกขึ้นยืน "แค่นั้นแหละ. หยุด. ฉันเห็นสีหน้าของนาย ฉันก็พอเดาได้ว่านายคงผ่านอะไรมาเยอะ ฉันไม่อยากได้ยินมันอีกแล้วล่ะ เพราะมันอาจจะทำให้ฉันเป็นบ้าได้.”

จากนั้นเธอยื่นศรีษะเข้ามาใกล้ๆ เขา “คนนิสัยเสีย ตั้งใจฟังให้ดี. ตอนนี้ฉันกลับมาเเล้ว นายควรจะลืมเรื่องราวทุกอย่างให้หมด ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงพวกนั้น หรือ เด็กสาวคนอื่น ๆ ลืมทุกอย่าง และ ทิ้งมันไปซะ ตอนนี้มีแค่โลริเพียงคนเดียวเท่านั้นพอ เข้าใจรึเปล่า?”

เธอเริ่มร้องไห้ขณะที่เธอพูด "ฉันขอโทษ. ขอโทษจริงๆ. ที่ฉันไม่สามารถรักษาสัญญาของเราไว้ได้ ว่าจะอยู่ด้วยกันจนผมของเราเปลี่ยนเป็นสีขาว พอคิดถึงความทรงจำในวัยเด็กของพวกเราที่เหมือนกับบทเพลง ฉันอาจจะลืมเรื่องราวเกี่ยวกับนาย หรือ ความทรงจำของฉันอาจจะหายไป แต่ฉันจะไม่มีวันที่จะลืมสัญ ญาของเรา ในปีที่ฉันตายนายคงเศร้ามาก ฉันมันเป็นคนเห็นแก่ตัวที่ทิ้งนายไว้ให้อยู่เพียงลำพัง ฉันขอโทษ.”

เจิ้งกอดเธอไว้โดยไม่มีถ้อยคำใดเอ่ยมา มีเสียงเดียวที่ยังคงเหลืออยู่ในห้องคือเสียงร้องไห้ของเธอ พวกเขารู้ว่าหลังจากที่ความทุกข์ และ ความโศกเศร้า ทั้งหมดได้ถูกชะล้างออกไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงเหลืออยู่นั่นก็คือความหวัง อดีตที่ผ่านมาได้สิ้นสุดลงแล้ว ต่อไปนี้อนาคตของพวกเขาจะไม่มีข้อจำกัด หรือ มีคำว่าเป็นไปไม่ได้อีก เพราะพวกเราจะกระโจนเข้าหามัน

เวลามักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่อยามที่คุณกำลังมีความสุขมากที่สุด ตลอดทั้งวันเจิ้งใช้เวลาไปกับการฝึกซ้อมจนหมดเรี่ยวแรง เขาเลื่อนรายการแล้วมองผ่านๆ ไอเท็มต่างๆ ที่พระเจ้ามี เมื่อคืนเขาดูหนังสยองขวัญกับโลริ ใช่,หนังสยองขวัญนั่นแหละ เขาพึ่งรู้ว่าสามารถแลกเปลี่ยนหนังต่างๆ จากพระเจ้าได้ด้วยเช่นกัน เพราะมันสำคัญมากสำหรับคนที่ยังอยากมีชีวิตรอดจากหนังสยองขวัญ จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องศึกษาทำความคุ้นเคยกับพล็อตเรื่องต่างๆ

วันนี้เป็นวันที่ 9  เป็นวันสุดท้ายที่พวกเขาจะได้อยู่ในสถานที่แห่งนี้ พวกเขาตัดสินใจที่จะใช้เวลาที่เหลือไปกับการพักผ่อน แล้วรอจนกว่าจะถึงช่วงเย็น ก่อนที่พวกเขาจะต้องถูกส่งไปยังหนังเรื่องต่อไป และยังต้องตระเตรียมความพร้อมทุกอย่างให้เสร็จสิ้นก่อนถึงช่วงเวลาสุดท้าย

11.00 AM. เจิ้งพูดคุยอยู่บนเตียงกับโลริ

“นายจะไปวันนี้ใช่ไหม?”

เจิ้งรู้สึกหนักใจ เขาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าต่อไปจะเป็นหนังเรื่องอะไร บางทีอาจเกี่ยวกับเชื้อไวรัส , ปีศาจ หรือไม่ก็เอเลี่ยน เมื่อเขาเข้าไปในหนัง ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าจะรอด เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่ได้ตอบเธอ เพียงแค่กอดเธอเอาไว้แน่นๆ ในตอนนี้

“สัญญาของเรา ... ว่าจะอยู่ด้วยกันจนผมของพวกเราเปลี่ยนเป็นสีขาว คิดถึงช่วงวัยเด็กนะ นายมักจะเล่าเรื่องให้ฉันฟัง ว่าพวกเราจะเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก จะไปดูแสงออโรร่ากัน ดูรูปปั้นในหมู่เกาะอีสเตอร์ ... ถ้อยคำสัญญามากมาย . บอกฉันสิว่านายจะกลับมา และ ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ทั้งหมดกับฉัน.”

โลริยกศรีษะของเธอขึ้น แล้วจ้องมองเข้าไปที่ดวงตาของเจิ้ง เธอรอจนกว่าเขาจะพยักหน้า

“ความรักก็เหมือนการสร้างปราสาททราย เราต้องช่วยกันก่อทีละนิดๆ และต้องคอยป้องกันไม่ให้มันถูกคลื่นทะเลซัดออกไป มันอาจจะเป็นเรื่องยาก และ เป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่นายได้เห็นตอนที่มันเสร็จสมบูรณ์แล้ว นายจะรู้ว่ามันสวย งามมากเพียงใด และมันคุ้มค่ากับการที่ต้องใช้ทั้งชีวิตเพื่อปก ป้องมัน.”

เขาไม่ได้ยินเรื่องนี้มากว่า 10 ปีแล้ว เธอมักชอบพูดแบบนี้อยู่เสมอๆ แล้วเธอก็มักมองมาที่เขาด้วยสายตาคาดหวัง เมื่อก่อนเขาไม่เคยที่จะใส่ใจกับมัน แต่เมื่อเขากลับมาได้ยินมันอีกครั้งหลังจากผ่านไป 10 ปี ในครั้งมันกลับทำให้หัวใจเขานั้นสั่นสะท้าน

“ถ้าอย่างงั้น ... ได้โปรดช่วยกันสร้างปราสาททรายให้เสร็จ ครั้งนี้เราจะต้องรักษาสัญญาของเราไว้ด้วยกัน.”

เจิ้งหลับตาลง และ เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้งเขาก็ได้ตัดสินใจ อย่างแน่วแน่ ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

“อุปกรณ์พื้นฐาน ระเบิดคนละ 3 ลูก ,สเปรย์ห้ามเลือด 1 ชิ้น ยารักษาบาดแผลทางช่องปาก 1 ชิ้น ผ้าพันแผล 1 ชิ้น และเครื่อง ราง ต้องขอบคุณเจิ้ง ของทั้งหมดนี้ต้องใช้ 100 คะแนน แต่พวกเราไม่มีคะแนนเหลือพอที่จะซื้อพวกมันมา.”

เจิ้งมองคะแนนของเขาด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น เพราะตอนนี้มันเหลือเพียง 276 คะแนนจาก 6,502. แต่พอเขามองไปที่ไอเท็มสนับสนุนทั้งหมดที่อยู่ในแหวนมิติ มันก็ช่วยทำให้เขารู้สึกดีขึ้น

เจี๋ยเก็บของทั้งหมดใส่กระเป๋าของเขาแล้วพูดว่า “ถึงแม้จะฝึกเพียงไม่กี่วัน แต่นายได้ฝึกทุกอย่างที่ควรฝึกหมดแล้ว ให้จำไว้ข้อหนึ่ง: ในหนังอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ ดังนั้นนายจะต้องระวังตัว และพยายามช่วยคนอื่นด้วยถ้าเป็นไปได้ แต่ถ้าพวกเขาสร้างผลกระทบต่อความปลอดภัยของพวกเรา ให้รีบจัดการฆ่าเขาทิ้งซะ.”

หลาน และ เสี่ยวอี้ ลังเลที่จะตอบ แต่สำหรับเจิ้งพยักหน้า “เราจะไปหนังเรื่องต่อไปยังไง? เราคงไม่เพียงแค่หายไปอย่างกระทันหันหรอกนะ?”

เจี๋ยส่ายศรีษะ “ไม่ใช่ เมื่อถึงเวลาจะมีแสง 20 สายส่องลงมาคาน นายต้องยืนในตำแหน่งที่แสงส่อง 1 แสงต่อ 1 คน.”

พวกเขานั่งอยู่บนพื้นเวทียกสูงขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน โลริ และ ผู้หญิงอีกสองคนไม่ได้ออกมาไปส่งพวกเขา บางทีผู้หญิงทุกคนก็คงจะเหมือนกัน พวกเธอไม่ต้องการที่จะเห็นการจากลาของคนรัก

หลังจาก 20 นาทีผ่านไป พระเจ้าค่อยๆ สว่างขึ้น จากนั้นก็ยิงลำแสง 20 สายลงไปที่พื้น มีเสียงดังขึ้นมาในหัวของพวกเขา

“เข้าไปยืนที่ลำแสงภายใน 30 วินาที ล็อคเป้าหมาย ระบบเริ่มการลำเลียงส่งไปยังกำเนิดเอเลี่ยน.”

 

ติดตามข้อมูลข่าวสารนิยายเรื่องนี้ได้ก่อนใครที่ FB: www.facebook.com/IDTR8  หรือพิมพ์ค้นหา นิยายแปล: เกมส์สยองต้องไม่ตาย  Blog: www.idtr8.wordpress.com 

จากตอนปัจจุบันในเพจตอนนี้กลุ่มลับนำไปแล้ว 150+ ตอนน้ะค้า

จบบทที่ เล่มที่ 1: บทที่ 7-2 (God Room)

คัดลอกลิงก์แล้ว