เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 179 – The Chosen Ones (4) [11-06-2020]

Chapter 179 – The Chosen Ones (4) [11-06-2020]

Chapter 179 – The Chosen Ones (4) [11-06-2020]


Chapter 179 – The Chosen Ones (4)

ฟรานซ์ได้ขยับปากและขมวดคิ้ว นี้เป็นเพราะว่าเขามอนสเตอร์ที่อยู่ตรงหน้าของเขามันดูคล้ายกับปลาหมึกที่กึ่งจะโปร่งแสงและสามารถจะหมุนหัวได้ 360 องศาขยับไปมาแบบกระเพื่อมๆราวกับมันกำลังคลาน จริงๆแล้วคำว่าคลานก็ไม่ได้ถูกนัก การเคลื่อนไหวของมันสามารถจะอธิบายให้ชัดขึ้นก็คือมันกำลังแบ่งร่างออกมาครึ่งหนึ่งและย้ายมวลร่างกายจากใหญ่ไปเล็ก เมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดแบบนี้ทำให้ความอยากจะสู้ของฟรานซ์ต้องหมดไป

"อึก... นี้มันอะไรเนี้ย"

แต่แล้วคนที่อยู่ข้างๆเขาได้ก้าวขึ้นมาและตอบกลับ

"มันไม่สำคัญหรอกว่านี่คืออะไร พวกเราก็แค่ฆ่ามันซะ"

ฟรานซ์ได้เหลือบไปมองคนที่พูดอย่างนี้ คนๆนั้นยืนอยู่ในที่ๆมีแสงสลัวๆ คนที่พูดไม่ใช่ใครอื่นนอกไปเสียจากเซริน บางทีเป็นเพราะว่าการที่จำนวนนักล่าที่รอดชีวิตเหลืออยู่น้อยแล้วทำให้ฟรานซ์กับเซรินได้มาอยู่ในทีมเดียวกัน ในขณะที่ฟรานซ์ไม่สามารถจะใช้แรงชักดาบได้ เซรินได้ง้างสายธนูแล้ว ฟรานซ์ได้มองไปที่เธอพร้อมคิดขึ้น

'โอ้ ผู้หญิงคนนี้....เธอดูเข้มแข็งกว่าที่เห็นอีก'

เขาได้พบกับเธอแค่ในระหว่างกินอาหารค่ำเท่านั้น ดังนั้นจนกระทั่งตอนนี้เขาได้คิดเสมอว่าเธอมักจะมีภาพลักษณ์เป็นคนชอบเก็บตัว แต่ในตอนนี้เมื่อยืนอยู่ในสนามรบบรรยากาศรอบตัวของเธอแตกต่างไปจากเดิมสิ้นเชิง

"มาเริ่มกันเธอ"

เธอได้พูดขึ้นมาด้วยเสียงที่คมชัด นักล่าคนอื่นๆก็ได้เริ่มต่อสู้ตามคำพูดของเธอ

"ฟู่วว....."

ฟรานว์ได้สูดหายใจเข้าลึกๆและยกดาบขึ้น ในเวลาเดียวกันนั้นลูกธนูของเซรินก็ได้พุ่งออกไปแล้ว

'ฉึก'

'กี๊ดดดดดด'

มอนสเตอร์ที่ถูกลูกธนูปักได้ส่งเสียงร้องออกมาเหมือนกับเสียงของโลหะที่ขึ้นสนิมและพุ่งเข้ามาหานักล่

'พิสดาร'

ฟรานซ์ได้คิดกับตัวเองและหยิบดาบใหญ่วิ่งเข้าไปหามอนสเตอร์

*****

นาดาที่กำลังเดินไปพร้อมๆกับนักล่าในทางเดินที่แคบได้หยุดเดินลงเมื่อเธอได้สังเกตุเห็นอะไรบางอย่างที่ดูคล้ายๆกับเสาสีขาวที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของปลายทาง

"นั่นมันคืออะไร...."

เมื่อมองดูดีๆมันเป็นคนที่สูงมากๆ ลักษณะภายนอกไม่มีอะไรที่เหมือนมนุษย์เลย มันเป็นเพียงแค่ลำตัวยาวๆและใบหน้ายาวๆ ไม่มีตา หูหรือจมูกเลย มีเพียงก็แต่ปากที่เปิดๆปิดๆ ในท้ายที่สุดแล้วก็คือผมที่ยาวลงมาจนถึงเท้า นาดาผู้ที่รู้ตัวถึงสิ่งมีชีวิตกลายพันธ์นี้ได้แต่ตัวแข็งทื่ออยู่กับที่

"โว้.... นี้มันคืออะไร"

นาดาเคยได้ต่อสู้กับมอนสเตอร์มานับไม่ถ้วนจนถึงตอนนี้ แต่ว่านี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธอได้พบกับสิ่งมีชีวิตที่น่าเกียจแบบนี้ และเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆเธอฮิโรกิก็ได้ก้าวมาข้างหน้าและพูดขึ้น

"สิ่งนี้มัน... มันดูเหมือนกับเป็นผีในตำนานจากญี่ปุ่นเลย"

นาดาได้หันมามองเขา โชคดีมากที่เธอได้มาเจอกันกับ 'ผู้ถูกเลือก' อีกคนหนึ่ง นาดาได้ขมวดคิ้วในขณะตอบกลับไป

"ผีญี่ปุ่มหรอ"

ฮิโรกินได้ยิ้มและสะบัดดาบอย่างมั่นใจ

"ทำไมหรอ พี่สาวกลัวหรอ ถ้างั้นก็รอนี่แปปนะครับ เดี๋ยวผมจะไปจัดการเอง"

พูดตามตรงนาดาก็อย่าจะอยู่ตรงนี้เฉยๆเหมือนกัน แต่ว่ามันก็จะขัดกับอีโก้ของเธอเมื่อได้ยินคำๆนี้จากเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าตัวเอง

"อะไร ใครกันที่บอกว่าพวกนั้นน่ากลัว"

เธอได้ดึงมีดสั้นออกมา แต่ว่าเท้าของเธอกลับไม่ขยับตามปกติ คิ้วของนาดาได้ขมวดเป็นปมในขณะที่คิดกับตัวเอง

'ให้ตายสิ ฉันอยากให้บทนี้มันจบไวๆจังเลย'

*****

ในขณะที่นักล่าคนอื่นๆกำลังอยู่ในช่วงการเริ่มผ่านบทที่น่าสะพรึงนี้ ซังจินก็ได้ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและได้เผชิญกับบอสแล้ว นี้เป็นเพราะว่าซังจินนั้นเคยมาที่นี่ก่อนทำให้เขาสามารถจะทำเวลาในการเคลียร์การจู่โจมได้เป็นอย่างดี แต่ว่านี้ก็ไม่ใช่ว่าปาตี้นี้จะไร้ซึ่งปัญหาไปซะหมด

"เฮ้ผู้ก่อการร้าย ไปกันไอตัวที่บินทางขวามือที"

"แกเรียกใครว่าผู้ก่อการร้ายกัน!? ไอ้แยงกีจมูกโตเอ้ย"

นี้มันเป็นเพราะว่าทั้งสองคนมั่วแต่ทะเลาะกันเหมือนกับเด็ก บอสมอนสเตอร์เทเซอบูรันดาบาสนั้นสามารถจะเปลื่ยนรูปร่างได้อย่างอิสระและเคลื่อนได้ไปมาได้อย่างไร้ขีดจำกัดดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่าจุดไหนเป็นจุดอ่อนของมัน

"อั๊ก"

หมัดที่กำแน่นได้ต่อยเข้าไปที่ 'แยงกีจมูกโต' ส่งให้เขาต้องลอยกระเด็นไปไกลและ

"อ๊าาา"

'ผู้ก่อการร้าย' ได้ถูกกัดโดยเขี้ยวที่โผล่ขึ้นมาจากท้องของมอนสเตอร์ ซังจินได้ขมวดคิ้วขึ้นเมื่อมองออกไปและยกดาบขึ้น

'คนพวกนี้ไม่ได้ดีอย่างที่ฉันคิดเลย มาจบมันกันดีกว่ามูน สเปค เบสโกโร่'

'ค่ะนายท่าน'

'เอาเลย'

เหมือนอย่างที่เขาชอบทำในบทก่อนๆซังจินจะเฝ้ามองนักล่าคนอื่นๆสู้อยู่พักหนึ่งก่อนที่จะตัดสสินใจเริ่มเข้าไปต่อสู้จริงๆ และในสิบวินาทีต่อมาเทเซอร์บูรันดาบาสที่ถูกหันเป็นชิ้นๆก็ได้ส่งเสียง 'กี๊ดดดดดดด' ออกมาก่อนที่จะล้มลงไปแน่นิ่งกับพื้นและหายตัวไปเหมือนกับควัน

[บอสมอนสเตอร์เทเซอร์บูรันดาบาสถูกเคลียร์]

ซังจินได้เก็บดาบลงไปในตอนที่เขาได้ยินเสียงของโอเปอเรเตอร์ ยกเว้นมาฮาเดสที่รู้อยู่แล้ว นักล่าคนอื่นๆต่างก็ยืนอ้าปากค้าง เนื่องจากนี้้มันไม่ใช่ครั้งแรกที่คนอื่นๆเป็นกันแบบนี้ซังจินได้ตอบกลับไปอย่างสบายๆ

"ฉันไปทำการจัดการล่าทั้งหมดที่อยู่ข้างหน้านี้ ส่วนพวกนายที่เหลือก็ช่วยดูแล เข้าใจไหม?"

แม้ว่านักล่าจะต่างมีบุคลิกที่หยาบกระด้าง แต่ตอนนี้พวกเขาก็เหมือนกับลูกแกะเชื่องๆเมื่ออยู่ต่อหน้าความเหนือกว่าของซังจินทำให้พวกเขานั้นได้แต่หยักหน้ารับอย่างว่างาย ซังจินได้เริ่มคิดถึงสิ่งต่อไปที่เขาจะต้องทำทันที ในบทนี้เขาไม่มีพรรคพวกให้หาแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้มันคงจะดีกว่าหากเขาไปจัดการฆ่าบอสลับเร็วๆและออกหาไอเทมระดับตำนวนหรือแม้แต่เหรียญดำซักเล็กน้อย

'หืมม... ฟรานซ์บอกว่าเขาอยากจะได้ผ้าคลุม.. แล้วก็เซรินอยากจะเปลื่ยนรองเท้าของเธอ... ถ้าหากว่าฉันได้รับไอเทมระดับตำนวนดีๆฉันก็น่าจะเอาไปให้พวกเขา แล้วก็ถ้าหากว่าในวันนี้มันไม่มีไอเทมอะไรดีๆฉันก็ไปหาซื้อที่ตลาดมืดได้ตลอด'

อุปกรณ์สวมใส่ของซังจินส่วนใหญ่ถูกรวบรวมมาครบแล้วและเขาก็ไม่มีที่ให้ใช้เหรียญดำที่ไหนอีกแล้วในเมื่ออิลิกเซอร์ไม่มีมาขายแล้ว นี้มันเป็นเรื่องดีกว่าที่เขาจะใช้ของเหล่านี้ไปให้กับนักล่าคนอื่นๆ แม้ว่าจำนวนไอเทมที่มีอยู่และราคาจะน้อยลงเนื่องจากจำนวนนักล่าที่ลดลง แต่มันก็ยังเป็นไปได้ที่จะหาซื้อไอเทมระดับตำนานด้วยเหรียญดำอยู่

'ปัญหาก็คือฉันไม่รู้ว่าบอสลับอยู่ที่ไหน'

ซังจินได้หันไปมองมาฮาเดส

'เอาเถอะยังไงมาฮาเดสก็อยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน... มันไม่น่าจะมีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นหรอก'

ซังจินได้คำนวนข้อสรุปในใจและพูดกับโอเปอเรเตอร์ในทันที

"โอเปอเรเตอร์ ฉันขอใช้ทักษะนักล่าสมบัติ"

*****

"ย่าห์"

ฟรานซ์ได้เหวี่ยงดาบใหญ่ลงไปใส่ร่างของเทเซอร์บูรันดาบาสซึ่งลูกธนูได้ตามมาไม่นานหลังจากนั้นและปักลงไปบนร่างของมัน

'ฉึก ฉึก ฉึก'

ก่อนที่ฟรานซ์จะได้ทันเหวี่ยงดาบอีกครั้งหนึ่งร่างของมันก็หดและหายไป

[บอสมอนสเตอร์เทเซอบูรันดาบาสได้ถูกเคลียร์]

"ฟู่วววว"

ฟรานซ์ได้มองย้อนกลับไปตามทิศทางที่ลูกธนูพุ่งออกมา เซรินได้เก็บธนูกลับลงไปบนหลังแล้ว

'ว้าว เธอน่ากลัวจริงๆซึ่งต่างไปจากรูปลักษณ์ภายนอก...'

"ทุกคนทำได้ดีมาก"

"เยี่ยมไปเลย"

ในขณะที่นักล่าคนอื่นๆกำลังแสดงความยินดีกัน ฟรานซ์ก็ได้ยกเรื่องบอสลับขึ้นมาพูด

"เอายังไงล่ะ พวกเราดูเหมือนจะทำงานร่วมกันได้ดีเลยนะ พวกนายอยากจะไปฆ่าบอสลับกันไหม"

นักล่าต่างก็ลังเลใจ

"เอาล่ะ.... อย่างที่คุณพูดแหละว่าเราร่วมมือกันได้ดีจริงๆ แต่ว่า... พวกเราจะทำได้จริงๆหรอ"

"เขาพูดถูก... ก่อนหน้านี้ฉันเคยได้พยายามไปฆ่าบอสลับเหมือนกัน ฉันได้เสียพรคพวกไปถึงสามคน หลังจากนั้นฉันก็...."

"หืมม... แม้ว่ารางวัลมันจะดีก็เถอะ...."

การตอบสนองกลับมาของพวกเขาไม่ใช่เรื่องที่แปลกเลย นี้มันเป็นเพราะว่าหากคุณฆ่ามันได้ก็เป็นเรื่องดีไป แต่ฆ่าคุณทำไม่ได้มันก็เหมือนกับเป็นไกด์นำทางไปสู่ความตาย ยังไงก็ตามฟรานซ์ก็ยังคงต้องการจะฆ่าบอสลับที่นี่

'ฉันจะบอกให้ฟังนะ ฉันได้เรียนรู้มากกว่านายอีก'

'เป็นแบบนี้ได้ยังไงอะ อาจารย์ผมด้วยสิ ช่วยประลองกับผมด้วย ผมแข็งแกร่งขึ้นมามากแล้วนะหลังจากที่ได้ผ่านการจู่โจมหลายวันมานี้'

นับตั้งแต่ที่เขาได้ผมนักดาบชาวญี่ปุ่นฮิโรกิ ความปรารถนาในการแข็งแกร่งขึ้นของเขาก็ได้พุ่งขึ้นมา

'หืม แต่ว่าก็ยังมีอีกคนที่ได้รับการยอมรับจากเคย์อยู่กับฉันด้วยนี่'

ฟรานซ์ได้มองไปทางเซรินและถามออกมา

"คุณคิดว่าไงบ้างคุณเซริน ไปฆ่ามันกันดีกว่า พวกเราจะได้แข็งแกร่งมากพอที่จะช่วยเคย์ได้ถูกไหม"

ยังไงก็ตามแม้แต่เซรินก็ยังไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้

"ยังไงก็เถอะ... โอปป้า... ไม่สิ เคย์บอกว่าเราไม่ควรที่จะเสี่ยงกับเรื่องนี้โดยประมาท"

"สมาชิกทั้งห้าคนก็ยังมีชีวิตอยู่... แล้วก็มีถึงสองคนถึงเป็นผู้ถูกเลือกอยู่ที่นี่คือคุณเซรินกับผม ทำไมเราจะต้องกังวลอีกล่ะ"

เซรินได้จ้องมาที่เราอยู่พักหนึ่งจากนั้นก็หยักหน้า

"ก็จริงนะ ถ้าเป็นพวกเราสองคน... มันก็ไม่น่าจะอันตรายจนเกินไป"

"เยี่ยม ถ้าคุณเซรินยอมรับ...."

ฟรานซ์ได้หันหน้าไปหาอีกสามคนและถามขึ้น

"เอาไงล่ะ ไปฆ่าบอสลับกันดีกว่า คุณผู้หญิงนักธนูคนนี้กับฉัน... พวกเราทั้งสองคนจะรับผิดชอบไว้เอง ดังนั้นเรื่องการไป...."

ในก่อนหน้านี้พวกเขายังคงลังเลกันอยู่ แต่ว่าในท้ายที่สุดพวกเขาก็ยอมนับเนื่องจากได้เห็นในความสามารถของเซรินกับฟรานซ์แล้ว

"โอเค"

"ไปลองดูกัน"

"แล้วที่นี่มีใครที่มีฉายานักล่าสมบัติมั้งล่ะ...?"

ตามปกติแล้วจะมีนักล่าอย่างน้อยหนึ่งคนที่จะมีฉายานักล่าสมบัติอยู่ และก็เป็นไปตามที่คิดเอาไว้มีนักล่าคนหนึ่งยกมือขึ้น

"ผมมี"

"ถ้างั้นเรามาฟังคำใบ้กัน"

เขาได้หยักหน้าและหันไปพูดกับลูกบาศก์

"โอเปอเรเตอร์ ฉันขอใช้ทักษะของนักล่าสมบัติ ช่วยให้คำแนะนำเกี่ยวกับบอสลับด้วย"

ไม่นานนักโอเปอเรเตอร์ก็ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบอสลับออกมา

[ภายในสถานที่ๆยุคสมัยกาลเวลายากหยั่งถึง]

[มีปีศาจที่หลับไหลมาทั้งอายุขัย]

[มันจะต้องฝันร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า]

[ถ้าหากเธอได้พบและจ้าวแห่งความฝันได้ถูกปลุกให้ตื่น]

[จากนั้นแสงก็จะมา]

[และฝันร้ายทั้งหมดก็จะดับลง]

[แต่จงระวัง]

[ไม่ว่าจะฝันร้ายหรือฝันหวาน]

[อันตรายก็ซ่อนอยู่ทุกหนแห่ง]

"หืม"

อย่างที่คิดเขาไว้เลยเขาไม่สามารถจะจับใจความได้จากการที่ฟังเพียงแค่ครั้งเดียว นักล่าทั้งห้าคนได้ย้อนฟังอีกครั้งหนึ่ง

"ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม"

จบบทที่ Chapter 179 – The Chosen Ones (4) [11-06-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว