เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 162 – Great Plains of Barrastan (13) [08-05-2020]

Chapter 162 – Great Plains of Barrastan (13) [08-05-2020]

Chapter 162 – Great Plains of Barrastan (13) [08-05-2020]


Chapter 162 – Great Plains of Barrastan (13)

"แกว๊ก! แกว๊ก!"

เหนือสนามรบได้มีนกยักษ์ตัวหนึ่งกำลังบินอยู่ มันก็คือร็อคที่ถูกอัญเชิญมาโดยเซรินผ่านทางอาหรับราตรี

ตามคำอธิบายในหนังสือร็อคสามารถจะจับช้างได้ทั้งตัวด้วยเล็บเพียงข้่างเดียวในขณะที่บินร่อนไปทั่วท้องฟ้า นกยักษ์ได้ใช้ปากของมันจิกปีศาจและใช้กรงเล็บของมันจับปีศาจเต็มมือและปล่อยพวกมันลงมาหลังจากบินขึ้นไปบนท้องฟ้า

"อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!"

ปีศาจได้หล่นลงมาจากท้องฟ้าตายด้วยการคอหักไม่ก็สะโพกหัก ในช่วงกลางของสนามรบก็ได้มีชายคนหนึ่งตะโกนออกมา

"ย๊ากกกกกกกก!"

ชื่อของชายคนนั้นก็คือธอร์เทพเจ้าสายฟ้าที่เอ็ดเวิร์ดได้เลิกออกมาโดยการใช้ตำนานแห่งยุโรปเหนือ เขาได้ใช้ค้อนสายฟ้าทุบและกวาดล้างเหล่าศัตรู

ในบางครั้งจะมีปีศาจหนึ่งหรือสองตัวแทงหอกหรือไม่ก็เหวี่ยงดาบไปที่เขา แต่ว่าเขาจะฆ่าพวกปีศาจต่อไปโดยที่ไม่มีบาดแผล ต้องขอบคุณซัมม่อนทั้งสองนี้ที่ทำให้กอพทัพของศัตรูไม่สามารถจะรักษารูปแบบของพวกเขาได้

ในระหว่างช่วงเวลานั้นนักล่าก็ได้พุ่งเข้าไปหาผู้บัญชาการของศัตรูซาราต้า พวกเขาเชื่อว่าถ้าพวกเขาฆ่าผู้บัญชาการของศัตรู ศัตรูที่เหลือก็จะสูญเสียความตั้งใจจะต่อสู้ไป เซรินเป็ยเพียงคนเดียวที่ยังยืนอยู้ข้างหลังในขณะยิงธนู

"ฟิ่ว"

"ฟิ่ว"

"ฟิ่ววววว"

เซรินไม่สามารถจะหยุดพักได้แม้แต่วินาทีเดียวตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ เธอได้ยิงลูกธนูออกไปนับหมื่นแล้วตั้งแต่ที่เริ่มยิงธนูในตอนเด็ก แต่อย่างไรก็ตามนี่เป็นครั้งแรกที่เธอยิงลูกธนูเป็นจำนวนมากในครั้งเดียว

ลมหายใจของเธอแผ่ว ไหล่ของเธอเริ่มปวดและแขนของเธอก็โดนไหม้ อย่างไรก็ตามเธอไม่สามารถพักได้ ที่เบื้องหน้าเธอนักล่าคนอื่นๆกำลังต่อสู้กับบอส

หน้าที่ของเธอคือการป้องกันมอนสเตอร์ตัวอื่นๆที่จะเข้าไปใกล้ ถ้าเธอหยุดลงไปนักล่าพวกนั้นก็จะถูกล้อม ด้วยเหตุนี้เธอก็จะต้องยิงลูกธนูออกไปแม้ว่าจะอยู่ในสถานะที่เหนื่อยล่า ในท้ายที่สุดเสียงที่เธอรอคอยมานานก็ดังออกมา

[บอสมอนสเตอร์ผู้บัญชาการซาราต้าได้ถูกเคลียร์]

ในเวลาที่ผู้บัญชาการศัตรูตายไป ปีศาจทั้งหมดก็ได้ยุ่งอยู่กับการหลบหนี อย่างไรก็ตามเซรินก็ยังยิงลูกธนูต่อไปโดยไม่หยุดพัก

"ฟิ่ว!"

ทุกๆครั้งที่ลูกธนูได้ถูกยิงออกไปจะต้องมีปีศาจตัวหนึ่งล้มลง มันเพียงแค่หลังจากที่ปีศาจหายไปจากระยะสายตาเท่านั้นเธอจึงหยุดที่จะยิงลูกธนูออกไปเหมือนกับหุ่นยนต์ เมื่อการต่อสู้ในจบลงในที่สุดเธอก็สามารถปลดปล่อยความวิตกกังวลและตรึงเครียดไปได้ จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงมาจากเหล่านักล่า

"เฮ้นี่!"

เธอได้หันหัวไปและเห็นเหล่านักล่าที่มารวมตัวกันอยู่ เซรินได้คล้องธนูไว้กับไหล่และวิ่งไปหาพวกเขา ที่นั่นนักล่า 'Juggernaut' ได้นอนทรุดตัวอยู่ แม้ว่าเขาจะไม่มีบาดแผลแต่มันก็เห็นได้ชัดว่าเขาหมดสติ

'เขาตายแล้วหรอ?'

ในขณะที่เซรินคิดแบบนี้ ลูกบาศก์ของชายคนนั้นก็ส่งเสียงออกมา

[คำเตือนพลังชีวิตต่ำกว่า 20%]

เขายังไม่ตาย เมื่อเธอมองดูดีๆแล้วมันมีมีดขนาดเล็กแทงเขาอยู่

"บอสได้แทงมีดเข้าไปที่เขาก่อนที่จะตาย"

ตอนนี้ที่เธอมองมันแผลได้มีสีม่วงแปลกๆออกมา

"มีดสั้นนี่มีพิษ พวกเราจะต้องเอามันออกมา"

นักล่าได้จับมีดและดึงมันออกมา ครู่หนึ่งเลือดก็ได้เริ่มพุ่งออกมาจากบาดแผล ขระนั้นเองหนึ่งในนักล่าก็ได้เอาโพชั่นออกมาและป้อนมันให้กับJuggernaut

มันเป็นโพชั่นพลังชีวิตเกรดพิเศษที่มีราคาแพงถึง 1000 เหรียญทอง อย่างไรก็ตามแม้อย่างนั้นเสียงของลูกบาศก์ก็ได้ดังขึ้นมาอีกครั้ง

[คำเตือนพลังชีวิตมีน้อยอย่างมาก พลังชีวิตต่ำกว่า 10%]

คนจากด้านหลังได้กล่าวเสริมออกมา

"มันเป็นพิษร้ายแรงที่ทำให้การใช้โพชั่นไม่ทำงาน ไม่มีใครมียาแก้พิษเลยหรอ?"

เซรินได้หยิบเอายาแก้พิษออกมาจากเข็มขัดของเธอ นี่ก็เป็นยาแก้พิษเกรดพิเศษที่มีราคาแพงทำให้มันช่วยรักษาพิษได้เกือบจะทุกชนิด นักล่าได้โยนมันเข้าไปในปากของ Juggernaut ในทันที อย่างไรก็ตามในขณะนั้นเขาก็ได้เริ่มไอขึ้น

"แค่ก"

"เขาเสียเลือดมากเกินไป เขาจะตายถ้าเป็นแบบนี้"

ในขณะที่นักล่าไม่สามารถจะทำอะไรได้เซรินก็มองหาเอ็ดเวิร์ดโดยที่ไม่ตั้งใจ ถ้าเป็นเขาแล้วอาจจะมีบางอย่างที่เขาสามารถจะทำได้ เมื่อเซรินได้หันไปเธอก็พบว่าเขาอยู่ห่างจากนักล่าเพียงเล็กน้อยและนั่งสมาธิพร้อมกับหลับตาอยู่ เซรินต้องการจะไปเขย่าตัวเขาและพูดออกมาว่า

'นี่มันไม่ใช่เวลาทำแบบนี้'

แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเธอได้เข้าไปใกล้เขา เขาก็ได้ลืมตาขึ้น เมื่อเซรินลังเลเล็กน้อย เขาก็ได้ลุกขึ้นมาและเดินผ่านเธอไปพร้อมกับพูดกับนักล่า

"ช่วยถอยไปหน่อยนะ"

เมื่อเอ็ดเวิร์ดได้ปรากฏตัวนักล่าก็ได้หลบให้เขาโดยไม่พูดอะไร เอ็ดเวิร์ดได้มองลงไปที่แผลจากนั้นเขาก็แตะแหวนครั้งหนึ่งในขณะที่พูดขึ้น

"ระบุ: สีขาว"

ครู่หนึ่งสีของแหวนก็ได้กลายเป็นสีขาว เขาได้วางมือลงไปบนแผลของ Juggernaut และร่ายเวทย์

"ด้วยพลังของเทพเจ้าช่วยหนึ่งชีวิตนี้ หัตถ์แห่งพระเจ้า"

ครู่หนึ่งแสงสว่างจ้าก็ได้ส่องออกมาจากมือของเขา

*****

"ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณนายจริงๆเลยเอ็ดเวิร์ด ขอบคุณจริงๆ"

"มันไม่มีอะไรหรอก อย่ากังวลเลย"

ในขณะที่พวกเขากำลังค้นหาชิ้นส่วนลับคนที่เกือบจะตายไปแล้วเมื่อก่อนหน้านี้ก็ได้ขอบคุณเอ็ดเวิร์ดซ้ำไปซ้ำมา เขาไม่สามารถจะขยับตัวได้เพราะพิษอัมพาตแต่เขาก็สามารถจะเห็นในสิ่งที่ทุกคนทำได้ เขาได้ก้มหัวในขณะที่พูดขึ้น

"เมื่อเราได้รับรางวัลการจู่โจมครั้งนี้ ฉันจะตอบแทนนายไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม"

"นายไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น..."

"ไร้สาระ นายช่วยฉันแม้ว่ารางวัลการจู่โจมของนายจะลดลง"

มันมีเหตุผลว่าทำไมเขาถึงต้องขอบคุณเอ็ดเวิร์ดอย่างมาก ในระหว่างการจู่โจมจนกว่าบอสจะตายพวกเขาก็จะเป็นพันธมิตรกัน แต่อย่างไรก็ตามหลังจากฆ่าบอสแล้วพวกเขาก็จะถูกแบ่งรางวัลกัน ความจริงมีคนหลายคนที่จะทิ้งเอาไว้แบบนั้นแม้ว่าจะเห็นคนที่กำลังจะตาย แต่ว่าแม้อย่างนั้นเอ็ดเวิร์ดก็ได้เสียสละผลงานที่จะเพิ่มขึ้นและมาช่วยเขาแทนที่จะปล่อยให้ตาย

จากนั้นเขาก็ไปหาเซรินและแสดงความขอบคุณออกมา

"นายก็ด้วย ฉันเห็นนายมอบยาแก้พิษให้ฉัน ขอบคุณนะ"

"อ่า...ไม่เป็นไร"

เซรินได้หยักหน้าครั้งหนึ่ง ในความจริงแล้วเธอกำลังจดจ่อกับสิ่งอื่น

'ฉันควรจะเรียกโอปป้าซังจินในตอนนี้ดีมั๊ย?'

เซรินได้เรียกโอเปอเรเตอร์และตรวจสอบเวลาที่เหลืออยู่

"โอเปอเรเตอร์เหลือเวลาอยู่เท่าไหร่?"

[จะกลับสู่ฮอลล์นักล่าในอีก 2 ชม. 20 นาที]

มันมีเวลาทั้งหมด 3 ชม. 30 นาทีสำหรับการจู่โจม ดังนั้นเวลาที่ได้ผ่านไปก็คือ 1 ชม. 10 นาที เวลาที่ผ่านไปก็คือ 1 ใน 3 ของเวลาทั้งหมด ซึ่งถ้ามันเป็นเวลา 1 ใน 5 ของทั้งหมด ซังจินได้บอกเอาไว้ว่าสามารถเรียกเขาได้ในเวลานี้ แต่ว่ามันก็ยังแปลกที่ซังจินยังไม่มาหาเธอในเวลานี้ เซรินได้คิดถึงรายละเอียดของมัน

'ถ้ามันเป็นในเวลานี้ถ้างั้นก่อนที่ฉันจะเรียกเขา...เขาก็ควรจะมาถึงแล้ว...เขายังไม่เสร็จสิ้นการจู่โจมงั้นหรอ?'

เมื่อเธอได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันก็ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น ไม่เพียงแต่การจู่โจมปัจจุบันมันจะยากรำบากเท่านั้น แต่พื้นที่ของมันยังกว้างมากอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าซังจินจะพยายามมากยังไงมันก็จะต้องใช้เวลาเพื่อที่จะให้เสร็จสิ้นการจู่โจมแบบ 100% ในที่สุดเซรินก็ได้ตัดสินใจ

'ถ้าโอปป้าเสร็จสิ้นการจู่โจมแล้ว... ถ้างั้น...เขาก็จะมาที่นี่ก่อนที่ฉันจะเรียกเขา'

ด้วยเหตุนี้เธอก็เลยตัดสินใจที่จะรอให้ซังจินมาแทนที่จะเรียกเขา ถ้าเขาเสร็จสิ้นการจู่โจมแล้วเขาก็จะต้องใช้การตรวจสอบในทันทีและจากนั้นเขาก็จะรีบมาที่นี่ ตอนนี้เธอจะต้องพิจารณาว่าจะทำยังไงเมื่อซังจินมาถึง

'เอ็ดเวิร์ดดูเหมือนจะเป็นคนที่ค่อนข้างดี...ทำไมโอปป้าซังจินถึงเกลียดคนแบบเอ็ดเวิร์ดกันนะ?'

ในขณะที่เซรินกำลังคิดอยู่ หนึ่งในนักล่าก็ได้ตะโกนขึ้น

"เฮ้! ดูนี่!"

เซรินได้เงยหน้าขึ้นและมองไปข้างหน้า นักล่าสองคนกำลังลากศพขึ้นมาจากลำธาร

"มันมีอะไรแปลกๆเกี่ยวกับศพนี้ใช่มั๊ย?"

"แน่นอน"

ในหมู่นักล่าทั้งสิบคนมีคนที่มีฉายานักล่าสมบัติอยู่ทั้งหมด 4 คน หลังจากการจู่โตมสิ้นสุดมันก็เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะค้นหาชิ้นส่วนลับ และความพยายามของพวกเขาก็สำเร็จผลในที่สุด

"เฮ้ข้างในหน้าอกนั่น ฉันเห็นแสงสีฟ้า"

"งั้นเรามาผ่าท้องเขากัน"

เซรินได้ยืนมองฉากนี้อยู่ห่างๆ ครู่หนึ่งเสียงของโอเปอเรเตอร์ก็ดังขึ้น

[ขอแสดงความยินดีด้วย! คุณได้รับชิ้นส่วนลับ]

[การเตรียมการขั้นสุดท้ายของอเลนดิล]

"โอ้ๆ! มันเป็นอัญมณี!"

"เราพบมันแล้ว!"

อย่างไรก็ตามในขณะที่นักล่ากำลังตื่นเต้นไปกับการค้นพบชิ้นส่วนลับ ก็ได้มีคนๆหนึ่งลงมาจากท้องฟ้าในทันที

'ฟึบ'

เซรินได้หันไปมองเขาสั้นๆ

'เป็นโอปป้าซังจินหรอ?'

อย่างไรก็ตามชายที่ปรากฏตัวนั้นสูงกว่าซังจิน เป็นชายรูปหล่อที่เธอไม่รู้จัก ดวงตาของเหล่านักล่าได้ถูกดึงไปโดยเขา ในช่วงเวลานั้นชายคนนั้นก็พูดขึ้น

"ดูนี่มนุษย์ ส่งมันมา"

นักล่าได้งุนงงไปแต่ในไม่ช้าพวกเขาก็เตรียมตัวที่จะต่อสู้ แม้แต่เซรินเธอก็ได้เอาธนูออกมา อย่างไรก็ตามชายคนนั้นก็ได้พูดเพิ่มขึ้น

"พวกนายต้องการจะต่อสู้กับฉันงั้นหรอ? พวกนายจะตายนะ"

'พวกเราจะตาย?'

เพียงประโยคเดียวนี้ร่างกายของเซรินก็รู้สึกเหมือนจะแข็งทื่ออย่างกระทันหัน อย่างไรก็แม้มันจะมีเรื่องนี้เธอก็ยังหยิบลูกธนูออกมาและวางมันบนคันธนู หลังจากนั้นเธอก็มองไปที่นักล่าคนอื่นๆ

นักล่าคนื่อนไม่สามารถจะขยับได้ ในหมู่พวกเขามีเพียงเอ็ดเวิร์ดเท่านั้นที่ถอยหลังไปเล็กน้อย ถ้ามันเป็นแบบนี้พวกเขาก็ไม่สามารถจะต่อสู้ได้ ในเวลานี้ชายคนนั้นก็ได้มองไปทางเซรินและพูดออกมา

"ลดธนูลงซะแม่คนสวย ถ้าเธอไม่ต้องการที่จะบาดเจ็บละก็นะ"

เซรินประหลาดใจมาก มันราวกับว่าชายคนนี้สามารถมองผ่านหน้ากากและเห็นตัวตนที่แแท้จริงของเธอได้ เมื่อนั้นเองเธอก็ได้ลดธนูลงไปโดยที่ไม่รู้ตัว ชายคนนั้นก็พูดต่อมา

"มนุษย์ฉันจะพูดอีกแค่ครั้งเดียวดังนั้นฟังให้ดีนะ ถ้านายส่งอัญมณีมาให้ฉัน ฉันจะปล่อยให้พวกนายมีชีวิต ถ้าพวกนายไม่ส่งมันมา พวกนายก็จะตาย พวกนายจะเลือกอะไร?"

ในตอนนั้นเองที่นักล่าคนอื่นๆก็ได้ตระหนักว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา จากการที่เขาเรียกพวกเราว่ามนุษย์ มันสามารถจะเดาได้ว่าเขาอาจจะเป็นบอสลับก็เป็นได้ นักล่าได้หันหน้าไปมองเซรินและเอ็ดเวิร์ดเพราะว่าทั้งคู่เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด มันดูเหมือนว่าพวกเขากำลังขอให้ทั้งคู่ตัดสินใจ เซรินได้นึกไปถึงสิ่งที่ซังจินได้พูดในระหว่างตอนเช้า

'อย่าต่อสู้กับบอสลับจากการจู่โจมแบบ 10 คน'

เธอได้บอกกับนักล่า

"เรา...เราจะมอบมันให้เขา"

เอ็ดเวิร์ดก็ยังหยักหน้าโดยไร้ซึ่งคำพูดใดๆ นักล่าได้ส่งอัญมณีไปให้กับชายคนนั้น

"หืม หืม ดีนี่ ฉลาดดีนะ"

หลังจากนักล่าได้เข้ามาใกล้และเขาก็ได้คว้าอัญมณีไป เขาก็ได้กล่าวคำอำลา

"พวกนายทำงานให้ฉันได้ดีมาก ถ้างั้นฉันไปล่ะ"

ชายคนนั้นได้เปิดพอทัลสีฟ้าขึ้นมากลางอากาศ

"เปิด"

แล้วก็หายตัวเข้าไปภายในนั้น

"ฟู่ววว...."

ในเวลาที่ชายคนนั้นได้หายไปนักล่าทุกคนก็ได้ถอนหยใจออกมาแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ช่วงสั้นๆ แต่มันก็เป็นเรื่องยากที่จะหายใจเมื่อเผชิญหน้ากับเขา หนึ่งในนักล่าได้พูดขึ้น

"ชายคนนั้น...เป็นบอสลับใช่มั๊ย?"

"เขาน่าจะเป็นนะ ความรู้สึกกดดันนั่น...ฉันไม่คิดว่าเขาจะเป็นมนุษย์"

ในขณะที่นักล่ากำลังคุยกันอยู่ทันใดนั้นก็ได้มีเส้นแสงปรากฏขึ้นจากท้องฟ้า นักล่าได้สะดุ้งตกใจทันที่เพราะบอสลับเพิ่งจะไปเพียงแค่แปปเดียวเอง

"อะ...นั่นอะไร?"

ยกเว้นเซริน นี่มันเป็นเพราะว่าเธอได้เห็นมันมาหลายครั้งแล้ว ครู่หนึ่งซังจินก็ได้ปรากฏตัวจากเสาแสง อย่างไรก็ตามดาบทั้งสองเล่มของเขาได้ถูกชักออกจากฝักแล้วมันราวกับว่าเขาพร้อมที่จะแกว่งมันในตอนนี้ เซรินที่เห็นแบบนี้ได้คิดขึ้น

'ฉันควรทำยังไงดี?'

จบบทที่ Chapter 162 – Great Plains of Barrastan (13) [08-05-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว