- หน้าแรก
- อสูรคู่หูของข้า จะบ้าพลังไปถึงไหน
- บทที่ 4 เซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่แด่ผู้ใช้อสูร
บทที่ 4 เซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่แด่ผู้ใช้อสูร
บทที่ 4 เซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่แด่ผู้ใช้อสูร
บทที่ 4 เซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่แด่ผู้ใช้อสูร
ซินเป่าเป็นเด็กดีและเชื่อฟังมาก
นางจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิดในทันทีโดยไม่อิดออด
ระบบเองก็มิได้เข้ามาขัดขวางแต่อย่างใด
ถังผิงเผยรอยยิ้มชั่วร้ายที่มุมปาก แอบชื่นชมความเฉลียวฉลาดของตนเองอยู่ในใจ
แม่สาวน้อย คิดไปเถอะ พรุ่งนี้ก็สอบย่อยแล้ว
หากเธอคิดเพลินจนโต้รุ่ง พวกเราก็รอดตัวแล้ว!
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก"
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น ถังผิงกำชับให้ซินเป่าตั้งสมาธิกับการขบคิดต่อไป ก่อนจะเดินไปเปิดประตู
"เจ้าถังโต้ว นายเป็นบ้าอะไรไป!"
ทันทีที่ประตูเปิดออก ถังผิงก็พบเมิ่งหลินยืนเกาหัวด้วยความหงุดหงิดอยู่หน้าห้อง
พี่ชายเมิ่งอยากจะพูดเรื่องนี้ตั้งแต่อยู่บนรถแล้ว แต่เกรงว่าจะกระทบกระเทือนจิตใจอันเปราะบางของซินเป่า จึงรอจนกลับมาถึงที่พักเพื่อคุยกับถังผิงตามลำพัง
"ม้าของนายมันเหมือนจิ๋นซีฮ่องเต้สั่งประหารหานเฟยจื่อ ชัดเจนว่าไม่มีทางรอดและไม่มีอนาคต!
"นายจะเอาชีวิตที่เหลือมาล้อเล่นเพียงเพื่อประหยัดเงินไม่ได้นะเพื่อน! อีกอย่าง สัตว์อสูรเผ่าพันธุ์เดียวกันราคาก็เท่ากัน นายจะมัวสับสนอะไรอยู่? ถ้าจะเลือกก็ต้องเลือกตัวดีๆ สิ!
"เชื่อฉันเถอะ นั่งแท็กซี่กลับไปเปลี่ยนตัวใหม่เดี๋ยวนี้! เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ส่วนต่างเดี๋ยวฉันออกให้ก่อน นายทำงานแล้วค่อยผ่อนใช้คืนฉันก็ได้!"
ถังผิงส่ายหน้าอย่างหนักแน่น "ฉันไม่ได้ทำเพื่อประหยัดเงิน แต่ซินเป่าคือทางเลือกของฉัน"
"...ทำไมล่ะ?"
"...เพราะความแข็งแกร่งของนาง"
"ขอเหตุผลหน่อย?"
"เหตุผลก็คือ... นางเหมาะกับฉันที่สุด"
ถังผิงจะให้บอกได้อย่างไรว่าเขาจงใจเลือกสัตว์อสูรที่อ่อนแอที่สุด และระบบเองก็คงไม่ยอมให้เขาแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป
"..."
เมิ่งหลินอึกอัก เหมือนมีคำพูดจุกอยู่ที่คอ
แต่ในฐานะพี่น้องที่เติบโตมาด้วยกัน เขารู้ดีว่าถังผิงไม่ใช่คนชอบล้อเล่น
เพื่อนของเขาต้องการทำสัญญากับม้าบินตัวน้อยที่ดูจืดชืดตัวนี้จากใจจริง
เมิ่งหลินไม่แน่ใจว่าถังผิงทำไปเพื่ออะไร แม้จะมั่นใจว่าไม่ใช่เพราะความเก่งกาจของมันแน่ๆ
แต่อีกฝ่ายคงมีเหตุผลส่วนตัว
บางทีม้าตัวน้อยที่ดูไร้จุดเด่นตัวนี้ อาจจะมีดีอะไรบางอย่างที่ชนะใจเพื่อนรักของเขาก็เป็นได้!
"เข้าใจแล้วถังโต้ว"
ไฟในใจของเมิ่งหลินลุกโชนขึ้นมา
"ถ้าอย่างนั้นก็ลุยเลย! ต่อให้ไม่มีเหตุผล นายก็ต้องทำมันให้ได้!!! นี่แหละคือวัยรุ่น!!!! วู้ววว!!!!"
"ขอโทษนะจ๊ะ ที่ต้องขัดจังหวะวัยรุ่นของพวกเธอ"
หญิงวัยกลางคนผมดัดลอนท่าทางใจดีจากห้องข้างๆ เดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม
เมิ่งหลินผงะถอยหลัง "แม่?"
"ถังผิงสอบทฤษฎีได้ที่หนึ่งตลอด ส่วนแกสอบได้ที่โหล่เป็นประจำ ยังมีหน้าไปห่วงคนอื่นอีกหรือ! พรุ่งนี้เช้ามีสอบย่อย ถ้าแกทำพลาด คอยดูว่าแม่จะจัดการยังไง..."
ในอดีตมีมารดาเมิ่งจื่อโยกย้ายบ้านสามคราเพื่อบุตร ในปัจจุบันก็มีมารดาเมิ่งหลินเคี่ยวเข็ญบุตรให้ศึกษาเล่าเรียนเช่นกัน
...
ภายในห้องนอน
ซินเป่ายังคงยืนนิ่งสนิท
เสียงเอะอะโวยวายจากทางเดินมิได้รบกวนสมาธิของนางแม้แต่น้อย
ณ เวลานี้ ห้วงความคิดของเจ้าม้าน้อยได้ก้าวเข้าสู่อีกระดับหนึ่งแล้ว—
หลังจากจิตใจสงบลง นางก็ได้ค้นพบมุมมองใหม่จริงๆ
ตอนอยู่ที่สวนนิเวศ ผลการฝึกฝนของนางย่ำแย่มาตลอด
ทักษะเผ่าพันธุ์อย่าง 'คลื่นแสงศักดิ์สิทธิ์' ไม่เคยตื่นขึ้น และนางก็ไม่สามารถเรียนรู้ทักษะธาตุแสงต่างๆ ที่ควรจะทำได้
เมื่อเห็นเพื่อนพ้องทำได้ดีกว่า ซินเป่าก็รู้สึกหดหู่และเศร้าหมองกับความล้าหลังของตนเอง
แต่ตอนนี้เมื่อลองตรองดู การเอาแต่เปรียบเทียบกับผู้อื่นทำให้นางมองข้ามความหมายที่แท้จริงของการฝึกฝน
การฝึกฝนคือการทำให้ตัวเองในวันนี้ดีกว่าเมื่อวาน มิใช่เพื่อเอาชนะผู้อื่น
ต่อให้ไม่เป็นที่โปรดปรานแล้วอย่างไรเล่า?
ตอนนี้ซินเป่ารู้สึกเลื่อมใสถังผิงอย่างที่สุด
สมกับเป็นผู้ใช้อสูรของนาง
เขามองเห็นปัญหาของนางได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และใช้คำพูดเพียงไม่กี่คำเยียวยาจิตใจที่เหนื่อยล้าของนางจนหายดี
ซ้ำยังมอบโอกาสล้ำค่าให้นางได้คิดวิเคราะห์ด้วยตนเอง!
ซินเป่าค่อยๆ เข้าใจทุกอย่างกระจ่างแจ้ง
ความจริงแล้ว นางเป็นม้าน้อยที่จิตใจอ่อนไหวมาตลอด
ลองคิดดูสิ ผู้ใช้อสูรบอกว่านางคือสัตว์อสูรที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ดังนั้น หากนางฝึกฝนอย่างหนักแล้วยังไม่เก่งขึ้น จะเป็นความผิดของนางได้อย่างไร?
แน่นอนว่าไม่!
มันเป็นความผิดของรูปแบบการฝึกต่างหาก!
แม้จะเป็นม้าบินแพลทินัมเหมือนกัน แต่ม้ากับม้าย่อมไม่เหมือนกัน
เรื่องนี้เคยถูกบันทึกไว้ในปรัชญา "ปุจฉาวิสัชนาม้าขาว"
ในเมื่อ "ม้าขาวไม่ใช่ม้า" เมื่อนำเงื่อนไขมารวมกัน ซินเป่าก็ย่อมไม่ใช่ "ม้าบินแพลทินัม" ทั่วไป
เช่นนั้นการฝึกฝนแบบไหนถึงจะเหมาะกับนางกันนะ?
ซินเป่ายกกีบเท้าหน้าขึ้นมาเกยคาง ทำท่าครุ่นคิดอย่างลึกซึ้งต่อไป
นางนึกย้อนถึงเศษเสี้ยวความทรงจำในอดีต
ตั้งแต่จำความได้ นางก็ถูกเพื่อนฝูงกีดกัน ไม่มีม้าตัวไหนยอมเล่นกับซินเป่า
และไม่มีใครยอมทำสัญญากับนาง
ดังนั้นซินเป่าจึงมักจะใช้วิธีการวิ่งเพื่อสลัดความกลัดกลุ้ม
ความรู้สึกยามสายลมแรงปะทะใบหน้าทำให้นางเพลิดเพลินยิ่งนัก
แม้เผ่าพันธุ์ม้าบินแพลทินัมจะไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องพละกำลังทางกายภาพ แต่นางกลับแตกต่างออกไปเล็กน้อย
ขอเพียงแค่อยากวิ่ง นางก็สามารถวิ่งต่อเนื่องได้เป็นเวลานาน
จำได้ว่ามีคืนหนึ่ง นางวิ่งเล่นลำพังในสวน วิ่งเตลิดจนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้น!
บาดแผลจากการถูกกลั่นแกล้งตามปกติก็จะหายเร็วมาก ต่างจากลูกม้าตัวอื่นที่แค่หกล้มถลอกก็ต้องเข้าห้องพยาบาลแล้ว
เดี๋ยวนะ... พละกำลังทางกายภาพ...
ซินเป่าเกิดปัญญาญาณวูบหนึ่ง
จริงอยู่ที่นางไม่อาจปลุกทักษะเผ่าพันธุ์ให้ตื่นขึ้นได้ แต่การแข็งแกร่งขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่การฝึกทักษะเผ่าพันธุ์นี่นา
ทำไมไม่ลองฝึกทักษะอื่นดูล่ะ?
ซินเป่าหมุนตัวกลับ หันไปจ้องมองกล่องใส่สัตว์เลี้ยงที่ดูแข็งแรงทนทาน
สวนข้างๆ เป็นที่อยู่ของพวก 'แรดดำวายุ' ซินเป่าเคยเห็นพวกมันฝึกฝนและใช้ชีวิตอยู่ไกลๆ
ท่าไม้ตายประจำตัวของแรดดำวายุคือทักษะธาตุลมระดับสูงอย่าง 'ลูกข่างพายุหมุน'
ท่านี้ทรงพลังมาก สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่ระดับสูงกว่าได้ และเป็นฝันร้ายของสัตว์อสูรธาตุไม้ แต่มันจำเป็นต้องใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าเป็นฐานรองรับ
ซินเป่าตรองดูแล้ว ท่านี้อาจจะเหมาะกับนางก็ได้
ดังนั้นนางจึงลองเลียนแบบท่าทางของแรดดำวายุ ย่อตัวลง และเตรียมหมุน...
จากนั้น ตามที่คาดเดา นางพยายามรวบรวมแรงกดดันวิญญาณออกมาสัก 1%...
【บันทึกการตรวจสอบระบบ: ตรวจพบความผิดปกติ (#ไฟล์ภายใน โฮสต์ไม่สามารถมองเห็นได้)】
【ตรวจพบการตื่นขึ้นของสายเลือดที่ไม่รู้จัก!】
【ตรวจพบการขยายทักษะที่ผิดปกติ: ลูกข่างพายุหมุน (กลายพันธุ์)】
【คำเตือน! กระบวนการเติบโตของปัจเจกบุคคลเกินกว่าโมเดลที่ตั้งไว้!】
【สิทธิ์ของโฮสต์ไม่เพียงพอ ไม่สามารถส่งบันทึก...】
【โมเดลเกิดความเสียหาย (รหัสข้อผิดพลาด FNJ001)】
"โครม!!!"
ทันทีที่ถังผิงส่งมารดาและบุตรสกุลเมิ่งกลับไป เขาก็ได้ยินเสียงกระแทกดังสนั่นมาจากในห้อง
เกิดบ้าอะไรขึ้น? เสียงอะไรกัน?
เขารีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องนอน และพบกับซินเป่าที่ยืนทำหน้าตาตื่นตระหนก กับกล่องใส่สัตว์เลี้ยงที่กระเด็นเข้าไปอยู่ในห้องน้ำ
"เป็นอะไรไหม ซินเป่า!"
เมื่อตรวจสอบจนแน่ใจว่าสัตว์เลี้ยงของเขาปลอดภัยดี ถังผิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ซินเป่าสื่อสารบอกเขาว่านางสะดุดขาตัวเอง แล้วเผลอชนกล่องกระเด็นไป
"ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ตัวเธอสำคัญกว่ากล่องนั่นเยอะ"
ถังผิงไม่ได้เก็บเรื่องเล็กน้อยนี้มาใส่ใจ
และไม่ได้สืบสาวราวเรื่องว่าซินเป่าทำอีท่าไหนถึงเตะกล่องใส่สัตว์เลี้ยงแบบพิเศษที่มีน้ำหนักมากกว่าตัวนางเสียอีก ให้ปลิวจากห้องนอนเข้าไปในห้องน้ำได้
เอาเถอะ ตราบใดที่ซินเป่าไม่ได้แอบฝึกวิชาก็พอแล้ว
จากนั้นถังผิงก็จัดแจงทำความสะอาดระเบียงเพื่อใช้เป็นรังนอนให้ซินเป่า เตรียมอาหารสูตรพิเศษและอุปกรณ์อาบน้ำ
เขาถามความเห็นซินเป่าในทุกเรื่อง ให้ความสำคัญและดูแลเอาใจใส่อย่างพิถีพิถัน!
กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่าแล้ว
"พรุ่งนี้สอบย่อยทำให้เต็มที่ตามมาตรฐานของเธอก็พอ ไม่ต้องกังวลเรื่องแพ้ชนะนะ"
ถังผิงลูบหัวซินเป่า แววตาฉายรอยยิ้มเอ็นดูโดยไม่รู้ตัว
"ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง เธอก็คือสัตว์อสูรที่ดีที่สุดในใจฉัน ดึกแล้ว รีบพักผ่อนเถอะ!"
"ซิน~"
ซินเป่าไม่ได้บอกถังผิงว่านางเรียนรู้ทักษะ 'ลูกข่างพายุหมุน' ได้ในครั้งเดียว
ความจริงแล้ว นางเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน
ผู้ใช้อสูรช่างแข็งแกร่งจนน่ากลัวจริงๆ!
เพียงแค่ชี้แนะเบาๆ ก็ทำให้นางเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้!
เมื่อการสอบย่อยในวันรุ่งขึ้นมาถึง นางจะมอบเซอร์ไพรส์ชิ้นโตให้แก่ผู้ใช้อสูรด้วยผลงานบนสังเวียน
นางต้องการพิสูจน์ว่าผู้ใช้อสูรของนางคิดไม่ผิด และนางคือสัตว์อสูรที่ยอดเยี่ยมที่สุด!
ซินเป่าล้มตัวลงนอนข้างเตียงถังผิง หลับตาลง และจมดิ่งสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว
นี่เป็นการนอนหลับที่สุขสบายที่สุดเท่าที่นางเคยสัมผัสมา
【พัฒนาการสายเลือดที่ไม่รู้จัก 2/100】
【กำลังประเมินศักยภาพ "ซินเป่า" อีกครั้ง... เกิดข้อผิดพลาด ไม่สามารถประเมินได้...】
【กำลังซ่อมแซมบันทึก...】
วันรุ่งขึ้น
เวลาเจ็ดโมงเช้า ณ สนามประลองของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมืองหรงเฉิง เนืองแน่นไปด้วยเหล่านักเรียน
พื้นที่ภายในสนามประลองมีลักษณะยาวและแคบ มีเวทีวงกลม 5 แห่งเรียงรายเป็นเส้นตรง แต่ละเวทีสูง 1.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เมตร และเว้นระยะห่างกัน 10 เมตร
การสอบย่อยใช้รูปแบบการดวลตัวต่อตัว โดยมี 'แมลงปอเนตรปัญญา' ซึ่งเป็นสัตว์อสูรธาตุเครื่องจักรจากฝ่ายวิชาการ คอยคำนวณคะแนนและจัดอันดับตามผลงานของทั้งสองฝ่ายโดยอัตโนมัติ
สิ่งที่ควรกล่าวถึงคือ แม้สัตว์อสูรจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ตราบใดที่ผู้ใช้อสูรปลอดภัย มันก็ยังสามารถรักษาสภาพชีวิตขั้นต่ำเอาไว้ได้ คล้ายกับระบบล็อกเลือดในเกม
สัตว์อสูรที่บาดเจ็บเมื่อกลับเข้าไปในห้วงมิติสัตว์เลี้ยง อาการบาดเจ็บก็จะทรุดลงช้ากว่าปกติ
ดังนั้น การประลองอย่างเป็นทางการจึงแทบไม่ปรากฏกรณีที่สัตว์อสูรเสียชีวิต
ทว่า การใช้สัตว์อสูรที่ยังไม่ทำสัญญามาต่อสู้กันถือเป็นความผิดทางอาญาที่มีบทลงโทษรุนแรง
"คนที่ถูกขานชื่อ ขึ้นเวทีได้! อย่าโอ้เอ้! เตรียมตัวให้จริงจัง! ให้ถือว่าการสอบย่อยทุกครั้งเปรียบเสมือนการสอบเข้ามหาวิทยาลัย!"
แมลงปอเนตรปัญญาเปิดเสียงบันทึกวนซ้ำไปมา
รอบข้างบ้างก็กำลังกินมื้อเช้า บ้างก็ให้สัตว์อสูรวอร์มอัพร่างกาย บางคนถึงกับไลฟ์สดเพื่อหารายได้พิเศษ
ช่างเป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและการแข่งขันอันดุเดือด
ทันใดนั้น เกิดเสียงฮือฮาขึ้นที่ด้านล่างเวทีประลองของห้องเจ็ด
"นี่... นี่มันม้าบินแพลทินัมงั้นเหรอ?"
"น่าจะใช่นะ แต่ขนดูหม่นหมองเหลือเกิน เกรดคงไม่ดีเท่าไหร่"
"ทำไมหัวหน้าห้องถังถึงเลือกสัตว์อสูรแบบนี้ล่ะเนี่ย...?"
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อันเต็มไปด้วยความกังขา ถังผิงพาซินเป่าเดินขึ้นสู่สังเวียน
ที่ฝั่งตรงข้าม มะเขือม่วงขนาดยักษ์สูงเกือบหนึ่งเมตรและยาวสองเมตรยืนตระหง่านอยู่!
ส่วนปลายที่เล็กกว่าคือส่วนหัว ซึ่งเต็มไปด้วยฟันแหลมคม
มีเท้าขนาดมหึมาคู่หนึ่งรองรับน้ำหนัก และหางหนาหนักลากยาวอยู่ด้านหลัง
แผ่นหลังปกคลุมด้วยกิ่งก้านและใบไม้ คล้ายกับนกยูงรำแพนหาง ดูองอาจน่าเกรงขามยิ่งนัก
ข้อมูลวิ่งผ่านหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ข้างสนาม:
คู่ที่ 014
ถังผิง (ม้าบินแพลทินัม) VS เมิ่งหลิน (มะเขือม่วงราชัน)