เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 153 – Great Plains of Barrastan (4) [20-04-2020]

Chapter 153 – Great Plains of Barrastan (4) [20-04-2020]

Chapter 153 – Great Plains of Barrastan (4) [20-04-2020]


Chapter 153 – Great Plains of Barrastan (4)

เมื่อเห็นสถานการณ์แบบนี้ เซรินก็ได้รีบดึงสายธนูขึ้น ในทันทีที่ปีศาจออกมาจากแคมป์พะวกเขาก็จะต้องเข้าเข้าต่อสู้กับมันก่อนที่จะได้มุ่งหน้าไปหากองทัพ

ถ้าหากมันเกิดถึงแล้วไม่ว่าเธอจะมีความมั่นใจมากแค่ไหนปาตี้ของเธอก็จะต้องถูกทำลาย เธอได้ตั้งใจจะยิงธนูใส่ปีศาจที่จะวิ่งหนีออกไปในทันที แต่อย่างไรก็ตามปีศาจมันได้เตรียมที่จะต่อสู้แทนการวิ่ง

"ทุกคนหยิบอาวุธขึ้นมา!"

มันเป็นที่โล่งใจมากที่พวกมันไม่ได้กระจายตัวและหนีออกไป แต่ปัญหาก็คือเสียงปะทะกันของอาวุธ

"เคร๊ง!"

นอกจากนี้มันก็เหมือนกับว่าอีกครู่หนึ่งก็จะมีเสียงกรีดร้องดังออกมา

"ก๊าซซซซซ!"

"ก๊าาาาา!"

เซรินได้ง้างธนูและเล็งไปที่หัวของปีศาจ แต่ว่าเธอก็ไม่สามารถจะปล่อยลูกธนูออกไปได้เพราะความกังวล

'จะทำยังไงดีกับเสียงที่ดังเกินไป?'

อย่างไรก็ตามในขณะนั้น เสียงร่ายเวทย์ของเอ็ดเวิร์ดก็ดังขึ้น

"บริเวณที่ไร้ซึ่งคลื่น ไซเรนโซน!"

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง คลื่นพลังเวทย์ก็ได้ส่องแสงสีม่วงออกมาและกระจายออกไปจากคทาของเอ็ดเวิร์ด ในตอนนั้นเองเซรินก็ได้รู้สึกถึงบางอย่างแปลกๆ มันเป็นความรู้สึกเหมือนกับเมื่อได้ขับรถเข้าไปในอุโมงค์ซึ่งทำให้เสียงมันอู้อี้ ในเวลาเดียวกันนั้น

เสียงของดาบที่ปะทะกันไม่สามารถจะได้ยินอีกต่อไป มันดูเหมือนว่าจะมีพลังอะไรบางอย่างมาปิดกั้นเสียงเอาไว้ เซรินได้ปล่อยสายธนูทันที

เมื่อลูกธนูได้ถูกยิงออกไปเสียงที่ปกติจะมีก็ไม่มี นอกจากนี้เสียงที่ลูกธนูปักเข้าไปที่คอของปีศาจก็ไม่มีอีกด้วย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมามันก็ไม่มีเสียงใดๆเลย

เซรินได้ยิงธนูออกไปต่ออย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่หยุดพัก มันเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดอย่างมาก แต่ว่าการต่อสู้นี้ก็ไร้ซึ่งเสียงใดๆ ปีศาจที่ได้ตื่นขึ้นมาแต่ละตัวต่างก็ดุร้ายโหดเหี้ยมทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตามลูกธนูของเซรินและเวทย์ของเอ็ดเวิร์ดก็ได้ค่อยๆทำลายกำลังของปีศาจไปอย่างช้าๆ และพวกเขาก็ได้เริ่มที่จะฆ่ามันไปทีละตัว แม้ว่าจะไร้ซึ่งเสียงใดๆแต่เอ็ดเวิร์ดก็ยังคงร่ายเวทย์ได้อยู่

ในขณะที่ชัยชนะของเหล่านักล่ากำลังใกล้เข้ามา ปีศาจที่อ่อนแอลงไปก็ได้หันหลังและเริ่มที่จะวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วในทิศทางที่ตั้งของแคมป์อื่นๆ เอ็ดเวิร์ดได้ร่ายเวทย์และเซรินได้ง้าวศรในทันที

กิ่งไม้ได้งอกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็วและรัดเท้าของปีศาจเอาไว้ ลูกธนูของเซรินก็ได้เจาะเข้าไปที่หัวของมัน ปีศาจได้ล้มเหลวในการหลบหนีไปและล้มลงภายในแคมป์

การโจมตีค่ายครั้งแรกของพวกเขาได้จบลงด้วยความสำเร็จ หลังจากที่การต่อสู้จบลงนักล่าก็ได้มองไปที่เอ็ดเวิร์ดและเปิดปากและปิดปากของพวกเขาเงียบๆ

'อา จริงสิ' เอ็ดเวิร์ดอาจจะต้องพูดมัน

หลังจากนั้นเขาก็ร่ายเวทย์ออกมาและไม่ช้าเสียงก็ได้กลับคืนมา

"นั่นมันยอดมากเอ็ดเวิร์ด!"

"มันเป็นการเลือกใช้เวทย์ที่เยี่ยมไปเลย"

"ขอบคุณนายมากที่ทำให้พวกเขาทำสำเร็จโดยที่ไม่มีปัญหาอะไรเอ็ดเวิร์ด"

นักล่าได้มารวมตัวล้อมเขาและต่างก็ชื่นชมเอ็ดเวิร์ด เอ็ดเวิร์ดได้ก้มหัวรับอย่างสุภาพ เซรินก็ยังมองไปที่เอ็ดเวิร์ดด้วยความอยากรู้อย่างเห็ฯในสายตา ไม่ว่าเธอจะมองเขายังไง เขาก็ไม่ได้ดูเหมือนจะเป็นคนที่อันตรายเลย แปลกมากๆ

"ถ้างั้นพวกเราไปที่ค่ายต่อไปกันเถอะ"

นักล่าได้เดินมุ่งหน้าไปต่อทีละค่าย ในระหว่างที่ทำแบบนั้นอยู่เอ็ดเวิร์ดก็ยกมือขึ้นให้เซรินและพูดขึ้น

"ก่อนหน้านี้ลูกธนูของนายมันยอดเยี่ยมไปเลยนะ"

มันดูเหมือนกับว่าเขาต้องการที่จะแท๊กมือ เซรินได้ลังเลเล็กน้อยก็จะแตะมือกับเขา แม้ว่าเขาจะบอกว่ามือของเธอนั่นเล็กสำหรับผู้ชาย แต่ว่ามือของเขาก็ยังเล็กเหมือนกัน

นักล่าได้พบที่ตั้งของค่ายอื่นๆและเดินเข้าไปในนั้น เซรินได้ตัดสินใจว่าในตอนนี้มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะหาความจริงจากเขา เธอได้สัมผัสไปที่ต่างหูและพูดออกมา

"เอ็ดเวิร์ด นายค่อนข้างจะแข็งแกร่งเลยนะ นายได้รับพลังขนาดนี้มาได้ยังไงหรอ?"

"หืม ใครจะไปรู้ล่...อาจจะ...เพราะว่าค่าสเตตัสเริ่มต้นของฉันมันดีมั้ง? ฉันคิดว่านะ"

เซรินได้รอคอยที่จะฟังเสียงความคิดของเขา แต่อย่างไรก็ตามเธอก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรที่รอคอยเลย นั่นมันหมายถึงว่าสิ่งที่เขาคิดและสิ่งที่เขาพูดนั้นตรงกัน เซรินได้มองไปที่เขาและจากนั้นก็พูดสิ่งที่เป็นการหยาบคายกับเขา

"นายไม่ได้...นายไม่ได้เป็นอะไรแบบฆาตกรใช่มั๊ย?"

เขาก็ได้ตอบคำถามเธอกลับมา

"ไม่มีทาง"

ในครั้งนี้ความคิดของเขาก็ไม่มีออกมาเช่นกัน เซรินได้เริ่มรู้สึกท้อแท้

"แน่นอน ฉันรู้ว่านักล่าจะกลายเป็นแข็งแกร่งด้วยการเป็นฆาตกร แต่อย่างไรก็ตามฉันไม่ต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้นโดยการทำแบบนั้น นั่นมันไม่ใช่เป้าหมายของการจู่โจมดันเจี้ยนนะ เป้าหมายมันคือการช่วยเหลือคนไม่ใช่หรอ? แล้วแม้ว่านายจะแข็งแกร่งขึ้นด้วยการเหยียบย่ำคนอื่นๆก็ตาม แต่นั่นมันก็ยังไม่ได้ทำให้เข้าใกล้เป้าหมายได้เลย"

เซรินได้มองไปที่เขาอย่างไร้จุดหมาย ความคิดทั้งหนดนี้ของเขาไม่สามารถจะได้ยินออกมาได้เพราะว่ามันเลย 10 วินาทีไปแล้ว แต่ว่าด้วยเหตุผลบางอย่างมันดูเหมือนเขาจะพูดความจริง เซรินทำใจแข็งและสร้างข้ออ้างขึ้น

"อ่า...ใช่ ฉันรู้สึกถึงมันเหมือนกัน นั่นมันเป็นเรื่องตลกนะ มันเป็นเพราะว่านายแค่แข็งแกร่งเกินไปน่ะเอ็ดเวิร์ด"

ในขณะที่เซรินพูด ผู้นำปาตึ้ที่อยู่ด้านหน้าก็ได้วางนิ้วลงบนริมฝีปาก

"ชู่วววว"

ในตอนนี้เธอได้มองไปข้างหน้า ค่ายพักของทหารได้เรียงเป็นแถวอยู่ต่อหน้าของพวกเขา นักล่าได้เดินไปทางค่ายพักอย่างระมัดรวัง เซรินได้มองไปที่เอ็ดเวิร์ดที่เดินด้านหน้าเธอและคิดขึ้น

'ไม่วาฉันจะมองยังไงก็ตาม...เขาก็ดูไม่เหมือนฆาตกรเลย....'

แต่เธอก็จะยังคงเรียกซังจินในภายหลังอยู่ดี เธอรู้สึกว่าควรจะให้พวกเขาได้พูดคุยกัน แม้ว่ามันจะดูเหมือนว่าซังจินจะโจมตีทันทีเมื่อเห็นเอ็ดเวิร์ดก็ตาม

'ถ้าฉันหยุดเขา...เขาก็ควรจะฟังฉัน'

เซรินได้คิดในขณะที่เดินไปที่ค่ายทหารที่ของศัตรูแห่งที่สอง

*****

ซังจินได้มองไปรอบๆค่ายพักทหารที่เต็มไปด้วยเลือด ที่นี่มันไม่มีปีศาจที่เหลือรอดอยู่อีก ซังจินได้สังหารปีศาจทั้งหมดโดยที่ไม่ได้ทำให้มีเสียงเกิดออกมาแม้แต่นิดเดียว เบสโกโร่ก็ได้แสดงความเห็นออกมา

'นี่มันหมดจดมาก'

ซังจินได้หยักน่ารับและพูดออกมา

"ฉันจะต้องทำต่อไป ฉันจะทำให้มากขึ้นและมากขึ้น"

แม้ว่าในตอนแรกเบสโกโร่จะมองมันในเชิงลบ แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกของเขาก็ได้เปลื่ยนไปเล็กน้อยในขณะที่พวกเขาได้ทำกันต่อไป

'ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างมันดำเนินไปได้ดีแล้วมันน่าจะเป็นไปได้ที่จะทำลายกองทัพทั้งหมดด้วยการลอบสังหารเพียงเท่านั้น'

"มันเป็นไปไม่ได้ นายเห็นเต็นท์ขนาดใหญ่นั่นมั๊ย?"

ซังจินได้ถือบลัดเวเจนชี้ไปทางค่ายพักในบริเวณด้านในของพื้นที่ ที่นั่นมันมีเต็นท์ที่ตกแต่งด้วยสีแดงและสีม่วงอยู่

'อ่อ นั่นมันคือที่อยู่ของผู้ยัญชาการศัตรูใช่มั๊ย?'

"ใช่แล้ว"

ซังจินได้ตอบเขาในขณะที่มองลงไป มันได้ทำให้เขานึกถึงบาดแผลในอดีตของเขา ช่องท้องที่ถูกทำร้ายโดยเขาของผู้บัญชาการ ซังจินได้กัดฟันแน่นในขณะที่คิดขึ้น

'ฉันจะทำให้คราวนี้มันเป็นตับอ่อนของแก'

"การรักษาความปลอดภัยในบริเวณนี้มันจะเข้มงวดอย่างมาก เมื่อไปถึงจุดนั้นนายจะไม่สามารถใช้เวทย์หรือเคล็ดลับใดๆได้อีก การลอบสังหารมันก็เป็นไปไม่ได้ ในตอนท้ายนายก็จะต้องต่อสู้กับมันในการเผชิญหน้าตรงๆอย่างเดียว"

'ฉันเข้าใจแล้ว ถ้างั้นในตอนท้ายการแก้ไขทุกอย่างก็คือการต่อสู้ตรงๆสินะ'

"หลังจากที่เรากวาดแคมป์ของมันออกไปอีกสักหน่อย พวกเราก็จะเริ่มต่อสู้แล้ว"

'เยี่ยม'

ในขณะที่ซังจินได้เดินไปที่ค่ายต่อไป เขาก็ได้เริ่มวาดแผนคร่าวๆของเขา

'ฉันไม่รู้ว่าตัวอะไรจะเป็นบอสลับ แต่ว่าพิจารณาจากบททดสอบของอาเรี่ยนในครั้งนั้น...มันก็จะต้องเป็นศัตรูที่แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อแน่ๆ ฉันควรที่จะเก็บทุกๆความสามารถที่ฉันใช้ได้แค่วันละครั้งเอาไว้ต่อสู้กับมัน'

ซังจินได้ตรวจสอบสิ่งของที่เขาสามารถจะใช้ได้เพียงวันละครั้งเท่านั้น นั่นก็คือ 'พงศาวดารสามก๊ก' การอัญเชิญเช่น เคนและซาดาเมีย และ 'แหวนของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่'

'ฉันควรจะเก็บสิ่งเหล่านี้เอาไว้และจากนั้นก็ไปสู้กับบอสลับ'

ซังจินได้ตัดสินใจที่จะหลีกเลี่ยงพวกมันถ้าเป็นไปได้ แม้อย่างนั้นเขาจะสามารถรู้ได้แค่หลังจากที่ต่อสู้กับบอสลับเท่านั้น มันเป็นไปได้ว่ามันก็อาจจะเป็นศัตรูที่เขาไม่สามารถจะเอาชนะได้แม้ว่าจะใช้ทุกสิ่งก็ตาม

มันอาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ บอสของการจู่โจมนี้ 'ผู้บัญชาการซาราต้า' ก็ยังแข็งแกร่งมากๆเช่นกัน มันเป็นไปได้ว่าซังจินก็อาจจะพ่ายแพ้ถ้าหากเขาประมาท ในครั้งนั้นตอนที่เขาต่อสู้กับมันด้วยพรรคพวกอีก 9 คน เขาก็ได้สูญเสียพรรคพวกทั้งหมด 9 คนไป

ถ้าหากว่ามันไม่ได้เป็นไปตามแผน มันก็เป็นไปได้ที่เขาอาจจะใช้ทักษะสักหนึ่งหรือสองอย่าง แน่นอนว่ามันจะดีที่สุดถ้าเขาสามารถจะเก็บมันเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซังจินยังคงดำเนินการสังหายหมู่ต่อไปโดยที่อาศัยการล่องหนไปสู่ค่ายต่างๆ

เวลาในการที่เขาได้ใช้ในการสังหารศัตรูนั้นเร็ซกว่าแต่ก่อนมาก นี่มันเป็นเพราะว่าซังจินได้เคยชินกับมันแล้วหลังจากที่ทำมันหลายครั้ง อย่างที่สองเป็นเพราะจำนวนของศัตรูทั้งหมดได้ลดลงไปเป็นจำนวนมากแล้ว ซังจินก็เลยสามารถจะทำมันแบบรีบเร่งได้

ซังจินได้เข้าไปในค่ายที่มีปีศาจหลับอยู่และเหี่ยวดาบราวกับกังหันลมตัดคอเหล่าปีศาจไป อย่างไรก็ตามในขณะที่เขาทำแบบนั้นเขาก็ไม่เห็นยามที่เข้ามาในเต็นท์เผื่อเปลื่ยนกะ

ยามปีศาจตนนั้นที่เห็นเทคนิคดาบของซังจินที่น่าทึ่งอย่างมาก ซึ่งกำลังตัดหัวของปีศาจออกไปอย่างเยีบๆ มันก็ได้ออกไปจากค่ายพักเงียบๆและเริ่มไปตีกลองเพื่อแจ้งเตือนถึงผู้บุกรุก

"บูม ~! บูม ~! บูม ~!"

ขณะที่ซังจินได้เดินออกมาจากค่าย เขาก็ได้ยินเสียงนี้

"อ่า..."

เขาได้ตระหนักถึงข้อผิดพลาดของตัวเอง

'เกิดอะไรขึ้น พวกเราถูกพบแล้วหรอ?' เบสโกโร่ได้ถามออกมา

"ฉันแล้ว ฉันต้องการที่จะต่อสู้ตรงๆหลังจากที่จัดการมันอีกสักครั้งหนึ่ง...แต่มันได้กลายเป็นแบบนี้ไปซะแล้ว"

"บูม ~! บูม ~! บูม ~!"

เมื่อเสียงกลองได้ดังขึ้นในที่แรง เสียงกลองที่คล้ายๆกันก็ได้ดังออกมาจากที่อื่น

"บูม ~! บูม ~! บูม ~!"

และจากที่อื่นๆ

"บูม ~! บูม ~! บูม ~!"

ครู่หนึ่งก็ได้มีเสียงทหารรวมตัวกันดังออกมา

"มันเป็นศัตรู!"

"มันเป็นมนุษย์!"

ซังจินได้เก็บบลัดเวเจนกลับเข้าฝักและเอาอาเทอร์มิโอออกมาในขณะที่พูดขึ้น

"ตอนนี้ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ก็คือทำสงครามกับพวกมัน..."

ไม่นานนักก่อนที่กองทัพติดอาวุธหนักของพวกปีศาจจะเริ่มมุ่งหน้าเข้ามาหาซังจิน มันดูเหมือนจะมีปีศาจเป็นร้อยตัว ปาตี้ของนักล่าจำนวนมากไม่สามารถจะเอาตัวรอดได้หลังจากต่อสู้งกับพวกปีศาจเหล่านี้ตรงๆ

นั่นมันจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมอัตราการรอดชีวิตของบทนี้จึงน้อยนัก นักล่าหลายคนได้สูญเสียจิตวิญญาณที่จะต้องสู้ไปได้ง่ายๆเลยด้วยการเห็นภาพของปีศาจเหล่านี้ อย่างไรก็ตามซังจินได้โจมตีครั้งแรกอย่างใจเย็น

"สายฟ้าแห่งการฆ่าจงพุ่งใส่เหล่าศัตรูของข้าไปเรื่อยๆ! โซ่สายฟ้า!"

"สายฟ้าแห่งการฆ่าจงพุ่งใส่เหล่าศัตรูของข้าไปเรื่อยๆ! โซ่สายฟ้า!"

ซังจินได้ร่ายเวทย์ออกมาพร้อมๆกับเบสโกโร่และปล่อยมันเข้าใส่เหล่าปีศาจ พวกแนวหน้าที่พุ่งเข้ามาได้โดนการโจมตีทั้งสองครั้งนี้และกลายเป็นขี้เถ้าไป แน่นอนว่าศัตรูตัวอื่นๆก็ได้โดนเวทย์นั้นอีกด้วย ปีศาจทีร่เกิดมาพร้อมพลังเวทย์ตัวหนึ่งในพวกนั้นมันได้ใช้เวทย์เข้าใส่ซังจิน

"หอกความมืด!"

ครู่หนึ่ง เวทย์ที่มีรูปร่างเหมือนหอกก็ได้พุ่งเข้ามาใส่ซังจิน

"ดูดกลืนเวทย์"

ซังจินได้ดูดเวทย์เข้ามาด้วยอาเทอร์มิโอและปล่อยมันกลับไป

"ปลดปล่อยเวทย์"

หอกเวทย์ที่ซังจินยิงออกไปได้เจาะผ่านปีศาจสองตัวราวกับไม้เสียบลูกชิ้น ซังจินได้ร่ายเวทย์ต่อทันที

"สิ่งที่แท้จริงคือสิ่งลอง และของลวงคือความเป็นจริง! ภาพลวงตา!"

ในอดีตที่เขาเคยใช้มันมีร่างลวงตาแค่ 3 หรือ 4 คนเท่านั้นแต่ว่าในตอนนี้มันมีร่างมายาถึง 8 ร่าง

ถ้าเขาได้ใช้พลังของแหวนอีก บางทีมันอาจจะสร้างภาพลวงตาออกมาเป็นกองทัพเลยก็ได้ อย่างไรก็ตามมันจะดีกว่าหากใช้ในด้านเวทย์อื่นมากกว่าเขาจึงไม่ใช้มันแบบนั้น

จากนั้นซังจินก็พุ่งเข้าไปหาเหล่าศัตรูพร้อมด้วยภาพลวงตาที่้เขาได้สร้างขึ้น ต้องขอบคุณเวทย์นี้ที่ทำให้ตอนนี้มันดูเหมือนเป็นการต่อสู้แบบ 9 ต่อ 100 แทนที่จะเป็น 1 ต่อ 100 แทน ซังจินทั้งเก้าและปีศาจทั้งร้อยตัวได้ปะทะกันอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ Chapter 153 – Great Plains of Barrastan (4) [20-04-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว