เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 144 – Black Market Twelfth Shopping (2) [02-04-2020]

Chapter 144 – Black Market Twelfth Shopping (2) [02-04-2020]

Chapter 144 – Black Market Twelfth Shopping (2) [02-04-2020]


Chapter 144 – Black Market Twelfth Shopping (2)

ร่างของพ่อค้าที่ได้เปลื่ยนไปเป็นเอ็ดเวิร์ดเงยหน้าขึ้นมามองที่ซังจินและยิ้มขึ้นก่อนจะพูดออกมา

"นั่น...ฉันจะบอกนายถ้านายจ่ายให้ฉัน 10000 เหรียญดำ"

ซังจินได้จ้องไปที่เขา ซังจินพึ่งจะได้ใช้เหรียญกำทั้งหมดเพื่อที่จะซื้ออิลิกเซอร์ไป พ่อค้าลับคนนี้จงใจที่จะพูดแบบนั้นทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว

'อะไรล่ะ'

ซังขินได้ปล่อยเขาเอาไว้และลุกออกไปจากที่นั่ง พ่อค้าลับก็ได้กลับเป็นรูปร่างปกติและพูดกับซังจิน

"ถ้านายรวบรวมได้ 10000 ในครั้งต่อไป..."

อย่างไรก็ตามซังจินไม่ได้รอฟังให้เขาพูดขบและเดินออกไปแล้ว

"แคร๊ก แคร๊ก แครํก"

หลังจากที่เดินผ่านบันไดที่ชำรุดและกลับมาที่ด้านบนตลาดมืด ซังจินก็เริ่มเดินไปที่ร้านตีเหล็กของคาร์กอส จากนั้นครู่หนึ่งซังจินก็ได้หันกลับไปมองที่ร้านที่พึ่งออกมา

เหมือนเคยมันก็ยังคงปกคลุมไปด้วยความมืดมิด ซังจินได้มองมันไปอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ร้านค้าทั่วๆไปในตลาดมืดจะเปิดในช่วงเก้าโมงเช้าถึงเที่ยงคืนเท่านั้น ดังนั้นในเวลานี้จึงไม่มีร้านที่เปิดอยู่

ถ้าคุณไม่ใช่คนที่ประหลาดนักก็จะไม่มีใครที่จะมาที่นี่ในเวลาตีสี่ครึ่ง และคิดที่จะเดินเข้าไปในที่ๆมืดมิด

'นั่นมันอาจจะ...ไม่สิ มันเป็นไปไม่ได้เลย'

ตีสี่ครึ่ง มันไม่เพียงแค่เป็นช่วงเช้าเกินไป มันยังเหลือเวลาอีกแค่ 4 ชั่วโมงก่อนจะเริ่มการโจมตีเท่านั้น มันคงจะไม่มีใครที่จะมาเดินเล่นไปรอบๆในขณะที่จะต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงในเวลาข้างหน้าหรอก แม้ว่าคุณจะนอนไม่หลับก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมาถึงสถานที่แห่งนี้และเดินเข้าไปในความมืดมิด

'ในความเป็นจริง...มันควรจะเป็นไปได้มากกว่าถ้าได้รับข้อความจากอาเรี่ยน...'

คนที่บอกให้เขารู้ถึงที่ตั้งของร้านนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกไปจากเอ็ดเวิร์ดที่บอกพวกเขาในขณะที่กำลังพักผ่อนในระหว่างก่อนเริ่มการจู่โจม เขาได้พูดออกมาว่า

'มันมีที่หนึ่งอยู่ตรงนั้น มันขายแม้แต่ไอเทมที่จะช่วยให้คุณได้ข้ามไปในมิติอื่นๆ'

ถ้าเอ็ดเวิร์ดได้รู้ที่ตั้งของร้านค้านั่นหมายความว่าเขานั้นก็จะต้องได้ผ่านการทดสอบของอาเรี่ยนมา

'แม้ว่าฉันจะแทบไม่สามารถจะผ่านไปได้...'

อย่างไรก็ตามเอ็ดเวิร์ดเป็นคนที่แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อซังจินได้คิดไปถึงเรื่องราวของ 'พงศาวดารสามก๊ก' ที่เคยมีเจ้าของเป็นเอ็ดเวิร์ด และถ้าเอ็ดเวิร์ดได้ท้าทายอาเรี่ยนในชีวิตนั้นก็อาจจะเป็นไปได้

'ถ้างั้นความนี้...เขาจะสามารถ...'

เขาไม่แน่ใจนัก ไม่ว่าในกรณีใด ซังจินก็ไม่สามารถที่จะมั่นใจได้ว่าเอ็ดเวิร์ดได้เติยโตขึ้นแค่ไหนเพราะว่าการจู่โจมนั้นมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากโชคในเรื่องของพรรคพวกตัวเองเป็นพื้นฐาน ไม่แน่เขาก็อาจจะเสียชีวิตไปในระหว่างการจู่โจมแล้วก็เป็นได้

โชคมันเป็นแบบนั้นแหละ ผลลัพธ์ที่แย่ๆมันสามารถจะเกิดขึ้นได้ไม่ว่าคุณจะพยายามแค่ไหน หรือมันอาจจะตรงกันข้ามซึ่งผลลัพธ์ดีๆจะเข้ามาแทนแม้ว่าคุณจะไม่ทำอะไรเลย

'ตัดสินจากทักษะของเขา...มันก็อาจจะเป็นไปได้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่'

ซังจินได้คิดในขณะที่เดินไปเรื่อยๆ โดยที่เขาไม่รู้ตัวเขาก็ได้มาถึงที่ร้านตีเหล็กของคาร์กอสแล้ว

"เคร๊ง เคร๊ง เคร๊ง"

ซังจินได้มองดูคาร์กอสที่กำลังตีดาบอยู่โดยที่ไม่พูดอะไร เขาไม่รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเลยในขณะที่เฝ้ามองประกายไฟจากค้อนของคาร์กอส

ซังจินรู้สึกราวกับถูกสะกดจิตเหมือนกับว่าเขากำลังเฝ้ามองการทำงานของศิลปะ ในเวลาต่อมาจากนั้นคาร์กอสก็ได้เช็ดเหงื่อออกมาแล้วพูดขึ้น

"มันเสร็จแล้ว"

ความเงางามของอาเรี่ยรได้รับการปรับปรุงขึ้นให้ชัดเจนและมีขอบที่คมมากขึ้น คาร์กอสได้ส่งให้ซังจินตรวจสอบดูเมื่อรับสินค้าไป

-----

อาเรี่ยน - มังกรสาว

คาตานะระดับตำนานพิเศษ - ความแข็งแรง SS ความคล่องแคล่ว S พลังเวทย์ B

ทักษะใช้งาน

กระแสมานา (III) - ให้ครึ่งหนึ่งของมานาที่จะใช้สำหรับ 30 วินาทีถัดไป ทั้งนี้มันจะขึ้นอยู่กับขนาดของหัวใจมังกรคือขีดจำกัดในการมอบมานา

ทักษะติดตัว

ลมหายใจมานา (III) - หัวใจมังกรและผู้ใชจะฟื้นคืนมานา 3% ต่อนาที

-----

ซังจินได้ยืนยันการเปลื่ยนแปลงนี้อย่างรวดเร็ว

'ความแข็งแรงและความคล่องแคล่วเพิ่มขึ้นอย่างละ 1 ขั้น...พลังเวทย์ก็เหมือนกัน...ทักษะใช้งานและทักษะติดตัวก็เพิ่มขึ้นอย่างละระดับ...ระยะเวลาของกระแสมานาเพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของลมหายใจมานาก็เพิ่มขึ้น'

อย่างแรกเลยก็คือมีค่าสเตตัสที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ตอนนี้มันสูงพอที่เขาจะสามารถใช้อาเรี่ยนเป็นได้เหมือนดาบปกติแล้ว การเพิ่มขึ้นของระยะเวลากระแสมานามันก็เป็นสิ่งที่ดี

ตอนนี้เนื่องจากระยะเวลาของมันได้เท่ากันกับ 'แหวนของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่' จึงทำให้เขาสามารถจะใช้เวทย์ได้อย่างต่อเนื่องในเวลานั้น

โชคร้ายที่ปริมาณมานาที่ให้มานานั้นไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างได้ เขาจะต้องมีมานาเพิ่มขึ้นกว่านี้เพื่อที่จะใช้ช่วงเวลานั้นได้อย่างสมบูรณ์

'อย่างเคยมานานั้นเป็นปัญหา'

"นี่ รับไป"

คาร์กอสได้เรียกซังจิ เมื่อซังจินหันไปมอง เขาก็เห็นต่างหูอยู่บนมือของคาร์กอส

'อา...ใช่แล้ว'

ไทด์ ต่างหูที่สามารถจะใช้ฟังความคิดของคนอื่นๆได้ ซังจินได้รับมันมาและมองไปที่มัน

-----

ไทด์ - ดวงตาแห่งเจรามิท

ต่างหูระดับตำนาน

ทักษะใช้งาน

อ่านใจ (III) - อ่านความคิดในระดับเบื้องต้นของคนที่สนทนาด้วย เปิดใช้งานโดยการสัมผัสไปที่ต่างหู ระยะเวลาใช้งานคือ 30 วินาทีเมื่อการสนทนาได้เริ่มต้นขึ้น คูลดาวล์ 10 นาที

มุมมองที่แท้จริง (III) - มองเห็นศัตรูที่ล่องหน ระยะเวลา 1 นาที คูลดาวล์ 10 นาที

ความจริงนี้สามารถจะส่องสว่างได้เมื่อมีการโกหกและโป้ปด

ตัวช่วยที่จะทำให้จอมเวทย์สามารถจะใช้มันในการสร้างยุคแห่งความยุติธรรมได้

------

'โอ้...'

การได้รับทักษะใช้งานนี้มันเป็นเรื่องที่ดี มันเยี่ยมมากเพราะว่าเขาได้เจอกับฆาตกรที่สามารถจะล่องหนได้ในระหว่างการจู่โจมล่าสุดถึง 2 คนแล้ว แถมระยะเวลาของทักษะอ่านใจก็เพิ่มขึ้นอีกด้วย จนตอนนี้เขาสามารถจะอ่านใจของผู้อื่นได้ถึง 30 วินาที

'นี้มันยิ่งกว่าเยี่ยมซะอีก'

ซังจินได้ใส่ต่างหูอีกครั้งและกล่าวขอบคุณกับคาร์กอส

"ขอบคุณมากนะ คาร์กอส"

คาร์ก็ได้หยักหน้ารับอย่างสบายๆ

"ในตอนนี้ดาบทั้งหมดของนายได้กลายเป็นระดับตำนานพิเศษหมดแล้วนี่"

"ใช่แล้ว...เพราะว่านายเป็นคนทำมัน"

"ถ้าหากมันบังเอิญว่านายได้รวบรวมหินเอนชานต์ได้ 9 ก้อน ฉันก็จะแสดงให้เห็นถึงความสามารถของฉันอีกครั้ง แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่ามันจะเป็นไปได้มั๊ยก็ตาม"

เมื่อซังจินได้ยินแบบนี้เขาก็เอียงหัวและพูดออกมา

"นั่น...นายกำลังจะมองว่ามันเป็นไปได้หรอที่จะทำให้มันมีระดับที่สูงกว่าไอเทมระดับตำนานพิเศษ?"

"ใช่แล้ว มันมีระดับที่เหนือกว่านั้นไปอีก มันเป็นระดับในเทพนิยาย เอาล่ะ แม้ว่าดาบของนายในตอนนี้มันก็สามารถจะพิจารณาได้ว่าเป็นสมบัติระดับชาติแล้ว แต่ว่าหากนายต้องการจะให้ฉันทำมันขึ้นอีก ฉันก็สามารถจะทำมันได้ แม้ว่าการรวบรวมหินเอนชานต์มันจะไม่ง่ายก็ตาม"

ซังจินได้ยินคำพูดเหล่านี้และคิดสั้นๆเกี่ยวกับมัน

'ไอเทมระดับเทพนิยาย'

จากนั้นซังจินก็ได้ลาคาร์กอส

"....ฉันเข้าใจแล้ว ถ้างั้นก็ไว้จนกว่าจะถึงเวลาละกัน"

"โชคดี"

ในระหว่างที่กลับไปที่โรงแรม คำพูดของคาร์กอสก็ยังติดอยู่ในใจของซังจิน

'ฉันกำลังวางแผนที่จะเอาเกรดอุปกรณ์หรือชุดที่ถ้าฉันมีหินเอนชานต์ แต่ว่าในตอนนี้...'

ไอเทมระดับเทพนิยาย ในหมู่ไอเทมระดับเทพนิยายมันมีไอเทมเพียงชิ้นเดียวที่เขาเคยเห็น ซึ่งนั้นก็คือน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งการล้างบาป อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่ไอเทมสวมใส่ แต่มันเป็นไอเทมใช้งาน เขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับไอเทมสวมใส่ระดับเทพนิยายมาก่ิอนเลย

ซังจินได้มองลงไปที่ดาบมูนสเปค บลัดเวเจน อาเทอร์มิโอ และอาเรี่ยน เมื่อตอนที่เขาได้อัพเกรดพวกมัน เขาก็เคยคิดว่า 'มันเพียงพอแล้ว' แต่ตอนนี้มีคนมาบอกกับเขาว่ายังมีสิ่งที่อยู่เหนือกว่าพวกมันกับเขาอีก

'แต่ว่าการรวบรวมหินเอนชานต์ 9 ก้อน...มันเป็นไปได้หรอ?'

คุณอาจจะได้รับหินเอนชานต์ 1 ก้อน แต่บางทีมันจะเป็น 2 หากโชคดีมากๆต่อการจู่โจมหนึ่ง หากว่าต้องการจะรวบรวมมันให้ครบทั้ง 9 ก้อนมันเป็นเรื่องยาก

'...สำหรับตอนนี้ ฉันควรที่จะเก็บความคิดนี้เอาไว้ก่อน'

ซังจินได้คิดไปในขณะที่กลับเข้าไปในโรงแรม และจากนั้นเข้าก็ขึ้นไปที่ห้องนอนและหยิบกระดาษข้อมูลขึ้นมา จากนั้นก็นั่งลงบนโต๊ะพร้อมปากกาในมือ เขาจะต้องทำให้ดีในเช้าวันนี้ในการประชุม เขาพยายามที่นึกให้ได้ถึงเรื่องเก่าๆให้มากที่สุด

'ถ้าย้อนกลับไป...มันเป็นแบบไหนนะ...'

การจู่โจมที่เขาได้เคยมีประสบการมาแล้วครั้งหนึ่ง เขาเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถจะแบ่งประสบการนี้ออกไปได้ ซังจินได้เขียนข้อมูลต่างๆลงไปในกระดาษข้อมูล

'สิ่งที่จะต้องระวัง'

'กลยุทธ์สำหรับบอส'

'วิธีการหาบอสลับ'

ด้วยวิธีนี้เขาได้เปลื่ยน 'แผ่นข้อมูล' ให้การเป็นคู่มือกลยุทธ์เรียบร้อยแล้ว จากนั้นเขาก็หยิบกระดาษข้อมูลขึ้นและลงไปที่ชั้น 1 เมื่อมันถึงเวลาที่จะเริ่มต้นซังจินก็หยิบเอาคทาขุนศึกขึ้นมา

"เรียกตัว"

และเรียกผู้ถูกเลือกทั้งหมดออกมา

"สวัสดี"

"อรุณสวัสดิ์"

ในตอนนี้มีผู้ถูกเลือกทั้ง 5 คนและซังจินอีกหนึ่งคน ตอนนี้กลุ่มของเขาคือ 6 คน พวกเขาแต่ละคนต่างก็สั่งอาหารเช้าจากดารูปิน

"ครัวซองค์กับเนยนะ"

"สำหรับฉันก็ข้าวผัดกิมจิ"

"มัฟฟินช็อกโกแลตแล้วก็กาแฟ"

"หืมม ฉันเอาผักกับนม"

โต๊ะของโรงแรมที่ซังจินอยู่อย่างเงียบๆมาเสนอมและโดดเดี่ยวได้อึกทึกขึ้นมา

"พี่สาว คุณได้ลองหน้ากากนั่นหรือยัง?"

"ใช่แล้ว ฉันได้ลองมันแล้ว แต่ฉันไม่สามารถจะใช้มันได้เพราะว่าการเห็นลักษณะของฉันที่เปลื่ยนแปลงไปมันน่าอึดอัดใจจนเกินไป ดังนั้นฉันก็จะต้องไปรอบๆด้วยใบหน้านี้ของฉันเท่านั้นเอง

"เอ๊ะ? แล้วถ้าเกิดมีคนไม่ดีพยายามจะโจมตีพี่ล่ะ? พี่ไม่ได้ผ่านประสบการณ์แบบนั้นมาก่อนหรอ?"

"หืม...ฉันไม่เคยเห็นใครแบบนั้นมาก่อนเลย"

"จริงหรอ? ไม่มีทางน่าที่พวกเขาจะปล่อยคนที่มีร่างกาบแบบพี่เอาไว้..."

"ใครจะรู้ล่ะ บางทีมันอาจจะเป็นเพราะฉันได้เรียกศพมาอยู่รอบๆตัวฉัน"

มันเหมือนว่าเซรินและนาดดจะกลายเป็นเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาทีเดียว พวกเขาได้พูดคุยกันพ่อยๆด้วยกันในขณะที่ปล่อยพวกผู้ชายเอาไว้

"นายบอกว่ามาจากแคนนาดาหรอ? แล้วนายอาศัยอยู่ที่ไหนอะ?"

"ในโอตาริโอ้"

"อ่า เข้าใขแล้ว ฉันอาศัยอยู่ในรัฐนิวยอร์ก"

"ถ้าหสกเป็นนิวยอร์กล่ะก็ ฉันก็ไปที่นั่นบ่อยๆเลยล่ะ"

"อ่า นายหรอ?"

เบลเทรนและมาฮาเดสทั้งสองคนอเมริกาเหนือเหมือนกันดังนั้นพวกเขาก็เลยคุยกันเกี่ยวกับบ้านเกิดของพวกเขา

"นี่เค แล้วนายไปเรียนรู้เทคนิคดาบของนายมาจากไหนกันหรอฦW

"อ่า... นั่นมันเป็นเมื่อนานมาแล้วในตอนที่ฉันยังเด็ก ฉันได้ศึกเคนโด้มาบ้างโดยบังเอิญน่ะ"

"โดยบังเอิญ?"

"ใช่แล้ว ฉันได้ทำงานพาทไทน์ที่อยู่ใกล้กับโรงเรียนเคนโด้ และด้วยเหตุผลบางอย่างฉันก็ได้ต่อสู้กับใครบางคนที่เข้าเรียนอยู่ในโรงเรียนเคนโด้น่ะ"

"ทำไมแบบนั้นล่ะ?"

"อืม จริงๆแล้วมันไม่มีอะไรเลย ในทางแคบๆฉันได้บังเอิญไปชนกันกับเขา แต่เขาก็เริ่มแสดงออกมาอย่างรุนแรงและต้องการที่จะต่อสู้กับฉัน ถามฉันว่าฉันตาบอดและไม่เห็นว่าเขามีไม้หรอ?"

"แล้วจากนั้นล่ะ?"

"ฉันก็แค่ทำเป็นมองไม่เห็น แต่ว่าเนื่องจากฉันไม่ได้สนใจเขา เขาก็ได้พุ่งเข้ามาใส่ฉันด้วยดาบไม้ ดังนั้นฉันก็เลยคว้าดาบเขามาและจัดการตีหัวของเขาไปด้วยมัน แต่ว่าอาจารย์ของโรงเรียนเคนโด้ได้เห็นแบบนั้นและจากนั้นเขาก็บอกกับฉันว่าฉันดูเหมือนจะมีพรสวรรค์ในด้านเทคนิคดาบ แล้วจากนั้น อืมม...ฉันก็เริ่มเรียนที่นั่น"

"โอ้ เข้าใจแล้ว"

เพราะว่าทั้งซังจินและฟรานซ์เป็นนักดาบพวกเขาก็เลยมังจะพูดกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลังจากที่พวกเขากินข้าวกันเสร็จ เวลาสำคัญในการประชุมก็มาถึง

"เอ่อ ถ้างั้นฉันจะเริ่มการไกด์ของวันนี้แล้วนะ"

นักล่าที่กำลังคุยกันอยู่ได้เงียบลงไปเมื่อซังจินได้เริ่มพูดออกมา ซังจินได้ถือกระดาษข้อมูลขึ้นและพูดออกมา

"การจู่โจมในวันนี้ก็คือบึงคาร็อท ที่นี่คำว่าคาร็อทมันก็คือชื่อของราชาลิซาร์ดแมนผู้ที่เป็นบอส มันเหมือนกับอเฮนน่าที่ปรากฏตัวป่าอเฮนน่า แต่ว่าพวกมันมีการร่วมมือที่ดีกว่าพวกออร์ค และพวกมันก็ยังคล่องแคล่วมากอีกด้วย พวกมันสามารถจะเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วในบึงนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าพวกนายจะต้องพยายามไปต่อสู้กับพวกมันในพื้นที่ดินที่แห้งแล้งถ้าหากมันเป็นไปได้"

มันเป็นความรู้สึกแปลกๆที่ได้รับจากคนอื่นๆที่เป็นแบบนี้เพราะว่าซังจินนั้นเป็นคนที่เกิดมายากจนเขาเลยไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อน ในขณะที่เขาได้รู้สึกถึงการมุ่งเน้นความสนใจมาที่ตัวเขา เขาก็คิดขึ้นมาว่า

'เหมือนกันว่าฉันได้กลายเป็นอาจารย์เลย'

จบบทที่ Chapter 144 – Black Market Twelfth Shopping (2) [02-04-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว