เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 143 – Black Market Twelfth Shopping [31-03-2020]

Chapter 143 – Black Market Twelfth Shopping [31-03-2020]

Chapter 143 – Black Market Twelfth Shopping [31-03-2020]


Chapter 143 – Black Market Twelfth Shopping

[มานาต่ำ]

โอเปอเรอเตอร์ได้แจ้งเตือนออกมาในขณะที่ซังจินมองไปที่มือของเขา

"หืม..."

เขาสามารถจะปรับตัวได้เร็วมากกว่าที่คิดบางนี้อาจจะเป็นเพราะว่าเขาเคยที่จะประสบเหตุการณ์เดียวกันมาแล้วก็ได้

'หลังจากที่ฉันได้ใช้มันอีกสักครั้งสองครั้ง...ฉันก็น่าจะสามารถใช้มันได้อย่างสมบูรณ์'

ซังจินได้มองไปที่ฆาตกรที่ล้มลงไปในขณะที่คิดไปด้วย มันมีไอเทมสองชิ้นอยู่ข้างหน้าฆาตกร เขาได้เก็บมันมาทั้งคู่และใส่ลงไปในลูกบาศก์

"โอเปอเรเตอร์อีกนานแก่ไหนก่อนที่ฉันจะกลับไปที่ตลาดมืด?"

[อีก 14 นาที 8 วินาที]

มันยังมีเวลาเหลืออยู่อีกหลังจากที่เขาได้ทำทุกๆอย่างเสร็จสิ้น ซังจินได้ถือคทาขุนศึกขึ้นมาอีกครั้งและมองไปที่นักล่า

"ตรวจสอบ"

คนแรกที่ได้ฆ่าบอสลับไปก็คือเซริน ตอนนี้เธอกำลังนั่งกินเค้กอยู่ในร้านค้าในตลาดมืด หรือก็คือเธอได้ประสบความสำเร็จในการเคลียร์ดันเจี้ยน 100% แล้ว

'ตามที่คาดเลย...นี่คือพลังแห่งอาหรับราตรีสินะ?'

มาฮาเดสและนาดาพวกเขาก็กำลังรับรางวัลอยู่

[ผลงานของคุณคือ....]

การได้รับรางวัลในตอนนี้นั้นก็หมายความว่ากลุ่มนี้ก็ได้รับความสำเร็จ 100% แล้วเช่นกัน และส่วนที่นาดาสนก็คือจากลูกบาศก์ของนาดาก็มีภาพของมาฮาเดสอยู่ และจากลูกบาศก์ของมาฮาเดสก็มีภาพของนาดาอยู่

'เมื่อฉันได้คิดเกี่ยวกับมัน...มันก็เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็น 'ผู้ถูกเลือก' อยู่ในปาตี้เดียวกัน แม้ว่ามันจะเป็นเพราะว่าฉันเพียงจะไปล้างบาปมาก็ตาม'

ส่วนเบลเทรนและฟรานซ์กำลังดำเนินการกันไปอย่างช้าเล็กน้อย พวกเขาได้ฆ่าบอสลับไปแล้วและกำลังไล่ฆ่ามอนสเตอร์ปกติที่เหลืออยู่ เมื่อเห็นสมาชิกทั้งห้าคนของทั้้งสองปาตี้ที่อยู่กันครับ พวกเขาก็สามารถจะประสบความสำเร็จการจู่โจมแบบ 100% ได้ในเวลาที่เหลืออยู่

'ถ้าสิ่งต่างๆเป็นแบบนี้...พวกเขาก็คงไม่ต้องการความช่วยเหลือใดๆ'

เมื่อได้ยืนยันเรื่องนี้แล้ว ซังจินก็เรียกโอเปอเรเตอร์และพูดขึ้น

"โอเปอเรเตอร์ช่วยส่งฉันไปที่ตลาดมืดที"

โอเปอเรเตอร์ได้ตอบรับคำขอนี้ในทันที

[จะเทเลพอตในอีก 10 วินาที]

โอเปอเรเตอร์ดูเหมือนจะมีความยืดหยุ่นเล็กน้อยเมื่อเป้าหมายหลักของการจู่โจมสำเร็จเรียบร้อย

*****

"แคร๊ก"

ก้อนน้ำแข็งในกาแฟได้ถูกละลายและเกิดเสียงขึ้น ซังจินได้นั่งอยู่ที่ร้าน 'เฟิสดรอป' และจัดการกับรายกายไอเทมที่มี

'6000 ถึง 7000 สำหรับเจ้านี่...'

ในบรรดาไอเทมทั้งหลายเหล่านี้ 'สวิฟพาว' ที่เขาได้ใช้อยู่มันทำให้เขาต้องยกมันขึ้นมาด้วยความสงสัย

'ใครจะซื้อมันไป...'

ในความจริงแล้วเพราะว่ามันเป็นไอเทมระดับวีรชนดังนั้นมันจึงไม่ได้ขายดีนัก นี้มันเป็นเพราะว่านักล่าที่มีชิวิตอยู่ส่วนใหญ๋ล้วนแต่ใช้ไอเทมระดับ 'วีรชน' หรือ 'ตำนาน' เกือบจะครบทุกส่วนแล้ว

'สำหรับตอนนี้ฉันควรจะตั้งราคามันไว้ซัก 2000 ถึง 3000 แล้วถ้ามีใครมาซื้อมันก็จะดีมาก ถ้าไม่อย่างนั้นฉันก็แค่เอามันไปขายที่ร้านค้า'

เมื่อซังจินได้คิดแบบนี้เขาก็เอาเก็บลงไปในลูกบาศก์ เมื่อการคำนวนทุกอย่างเสร็จแล้ว ซังจินก็ออกไปจากร้านเฟิสดรอปและเดินไปทางร้านประมูล

"ยินดีต้อนรับท่านนักล่า"

เหมือนเคยมนุษย์หมูทั้งสามตัวได้ต้อนรับอย่างดี หลังจากที่ซังจินได้วางสินค้าไว้แล้วเพื่อขาย เขาก็ถามพวกนั้น

"เป็นยังไงมั้ง? จำนวนไอเทมในร้านประมูลได้ลดลงมาเมื่อไม่นานมานี้ใช่มั๊ย?"

"โชคร้ายจริงๆเลย มันเป็นความจริงเพราะว่าจำนวนของนักล่าได้ลดลง"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ซังจินก็คิดขึ้น

"ตามที่คาดเลย...มันไม่มีเวลามากนักแล้ว"

จำนวนของนักล่าได้ลดลงเมื่อผ่านบทต่างๆไปเรื่อยๆ ในตอนท้ายของบทที่ 11 มีนักล่าอยู่ประมาณ 100000 คน และหลังจากที่สิ้นสุดบทที่ 14 จำนวนของพวกเขาก็จะลดลงอย่างไม่น่าเชื่อจนเหลือน้อยยิ่งกว่าครึ่งของเดิม

นอกจากนี้ในตอนท้ายของการจู่โจมแบบ 10 คนในบทที่ 17 นักล่าก็ควรที่จะวนกลับมาพบคนที่เคยพบมาก่อนได้ เนื่องด้วยประสบการณ์ในชีวิตที่แล้วของเขา ซังจินนั้นรู้เรื่องนี้ดี

'จนกว่าจะถึงตอนนั้นฉันจะต้องได้รับทุกสิ่งทุกอย่างให้มากที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้...'

ซังจินก็ยังได้ถามมนุษย์หมูไปอีกเพื่อยืนยันอีกเรื่อง

"อีกอย่าง มีไอเทมในระดับตำนานมาขายมั๊ย?"

"อา ใช่แล้วมันมีอยู่ ท่านต้องการจะดูรายกายไอเทมมั๊ย?"

"ดู"

ไอเทมหลายชนิดได้ปรากฏที่เบื้องหน้าสายตาของซังจิน ส่วนใหญ่ไอเทมที่ปรากฏออกมามันจะเป็นอาวุธ นี้มันเป็นเพราะว่าทุกๆคนนั้นจะต้องใส่เกราะและขายอาวุธที่ไม่สามารถจะใช้ได้

'ฉันคิดว่ามันน่าจะไม่มีอะไรที่ฉันต้องการ'

ในตอนนี้มันไม่มีผลอะไรกับซังจินเลยเพราะว่าซังจินมีไอเทมระดับตำนานพิเศษถึงสามชิ้นแล้ว แม้ว่ามันจะแตกต่างออกไปถ้าหากมีการขายอาเรี่ยนสามเล่ม แต่อย่างไรก็ตามมันเป็นไอเทมที่เขาได้สร้างขึ้นดังนั้นมันก็ไม่น่าจะมีอยู่ได้ ซังจินได้ส่ายหัวและพูดขึ้น

"มันไม่มีอะไรที่ฉันจะซื้อ...อย่างไรก็ตามช่วยสงใบเสร็จรับเงินมาตามเดิมด้วยนะ"

"ครับ ท่านนักล่า"

หลังจากนั้นซังจินก็ได้เดินไปที่โรงตีเหล็กของคาร์กอส เขาได้รับหินเอนชานต์มาจากการโจมตีครั้งก่อนและอีกสองก้อนจากการโจมตีครั้งนี้ ซังจินส่งอาเรี่ยนออกไปเป็นสิ่งแรกและพูดออกมา

"ช่วยอัพเกรดเจ้าสิ่งนี้ให้เป็นระดับตำนานพิเศษที มันพอจะเป็นไปได้มั๊ย?"

"อืม ได้สิ มันจะต้องใช้ความพยายามที่มากขึ้น แต่...เอาล่ะ ฉันจะรับมัน"

"แล้วก็..."

ซังจินได้หยิบเอาต่างหูที่ใส่ไว้อยู่ออกมาให้คาร์กอสดู

"มันเป็นไปได้มั๊ยที่จะอัพเกรดระดับของมัน? มันเป็นต่างหูระดับวีรชน..."

ไม่มีอะไรนอกเหนือไปจาก 'ไทด์ - ดวงตาแห่งเจรามิส' มันเป็นไอเทมที่สามารถจะอ่านความคิดพื้นฐานได้ เพราะว่ามันมีระยะเวลาเพียงแค่ 10 วินาที มันก็จะเป็นการดีถ้าระดับของมันเพิ่มขึ้น คาร์กอสได้หยิบไอเทมทั้งสองอันไปและพูดขึ้น

"มันไม่มีเหตุผลที่ฉันจะทำไม่ได้"

"สำหรับสองอย่างนี้มันราคาเท่าไหร่?"

"มันจะเป็น 13000"

"ฉันจะจ่ายในตอนนี้เลย"

ซังจินได้ใช้เหรียญดำที่เขาได้รับมาจากการจู่โจมนี้เพื่อจ่ายค่าอัพเกรดของไอเทมทั้งสองชิ้น

"ถ้างั้นก็เหมือนเดิมฉันจะมารับมันได้ในตอนเช้า"

"แน่นอน"

ซังจินได้เดินออกไปจากโรงตีเหล็กและมองขึ้นไปบนฟ้า ท้องฟ้าของตลาดมืดนั้นโล่งอยู่เสมอและมีสีน้ำเงิน

ตอนนี้มันไม่มีเวลาเหลือมากนักก่อนจะถึง 'การจู่โจมปราสาทราชาปีศาจ' แล้ว มันเป็นที่ๆนักล่าได้ล้มเหลวเป็นครั้งแรก นอกจากนี้พ่อค้าในร้านค้าลับก็ยังบอกอีกด้วยว่าบทสุดท้ายมันอยู่ไม่ห่างไกลไปจาก 'การจู่โจมปราสาทราชาปีศาจ'

'ถ้างั้น...มันก็หมายความว่าในการจู่โจมครั้งสุดท้ายในอดีตมันไม่ได้ไกลออกไปอีกแล้ว...'

ก่อนที่จะถึงตอนนั้นเขาจะต้องจัดการเตรียมพร้อมปาตี้ให้แข็งแกร่งและขมัดความไม่แน่นอนทั้งหมดออกไป จากมุมมองนี้การจู่โจมเมื่อสักครู่นี้ประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง

เขาได้เคลียร์การจู่โจม 100% ประสบความสำเร็จในการล่าฆาตกร และได้ใช้ย้อนเวลาในการต่อสู้จริง และยิ่งกว่านั้นอย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือการที่เขาสามารถจะได้รับมาฮาเดสมาเป็นพวกได้

ซังจินนั้นได้กังวลว่าเขาจะทำยังไงถ้าเขาไม่สามารถจะพบกับมาฮาเดสได้อีกครั้ง โชคดีที่มาฮาเดสยังมีชีวิตอยู่และเหนือสิ่งอื่นใดพวกเขาได้พบกันผ่านทาง 'ตรวจสอบ' เพราะว่าเขาได้อยู่ในปาตี้เดียวกันกับนาดา

พิจารณาจากเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่หาได้ยาก มันเป็นโชคดีจริงๆที่เขาได้รับคนแบบมาฮาเดสเข้ามาในปาตี้

'มันเป็นไปได้ดีจริงๆ'

หลังจากที่ได้กลับมาที่โรงแรม ซังจินก็ได้ใช้คทาขุนศึกเรียกผู้ถูกเลือกมารวมกัน แน่นอนว่าในตอนนี้พวกเขาได้พบกับสมาชิกคนใหม่

"ฝากตัวด้วยนะ"

เมื่อเห็นความสงบนิ่งและชายตาสีฟ้าที่ป้องมือเข้าด้วยกัน สมาชิกเดิมก็ค่อนข้างจะอึดอัดเล็กน้อยในตอนแรก แต่ในไม่ช้าพวกเขาก็ได้เริ่มตระหนักถึงธรรมชาติที่ดีของกันและกันและเริ่มที่จะเข้ากันได้ดี

ด้วยเหตุนี้มีผู้ถูกเลือกทั้งหมด 5 คนแล้ว ปาตี้ในตอนนี้ได้กลายเป็นกลุ่ม 6 คน ด้วย 4 ตำแหน่งที่เหลืออยู่นั้นจะต้องเข้ามาเติมเต็มช่องว่างของบทบาทหน้าที่ที่ขาดหายไป

'ฉันจะต้องเติมแต็มตำแหน่งด้วยคนที่เหมาะสมในเวลาที่เหลืออยู่...'

นี่มันไม่ใช่เรื่องที่ง่าย นี่มันเป็นเพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาคนที่มีทักษะและที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือมีความน่าเชื่อถือ ไว้ใจได้

นั่นก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมซังจินถึงต้องการที่จะอัพเกรดดวงตาแห่งเจรามิท อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นเวลา 10 วินาที หรือ 10 นาที มันก็ไม่เพียงพอที่จะใช้ทำความเข้าใจกับคนที่เราไม่คุ้นเคยได้ ไม่ว่าคุณจะสามารถอ่านความคิดเบื้องต้นของเขาได้ก็ตาม

'มันจะดีมากถ้าหากว่าฉันได้พบใครบางคนที่ฉันรู้จัก'

สิ่งที่เข้ามาในจิตใจเขาในทันทีสำหรับคนที่น่าเชื่อถือจาก 10 คนสุดท้ายในอดีตก็คือฮิวเดอร์แบรนและมุสตาฟา เขาพร้อมที่จะมอบสองที่ให้แก่พวกเขาได้เลย เพราะว่าตำแหน่งของแท้งและนักเวทย์ยังเป็นตำแหน่งที่ต้องการอยู่ มันจะสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นถ้าหากได้พวกเขาเข้ามา

ซังจินนั้นมีนาดา มาฮาเดสและเบลเทรนเท่านั้นคือผู้ที่ยังไม่ได้มีส่วนร่วมกับการมอบเหรียญขาว แต่พวกเขาก็ได้จูบแหวนเมื่ออาหารเย็นสิ้นสุดลง

เพราะว่าซังจินได้ใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์ไปแล้วสองครั้งหลังจากที่ได้รับมาสามขวดจากก่อนหน้านี้ในการจู่โจมรังมังกรแดง ตอนนี้เขาเหลือเพียงแค่ขวดเดียวเท่านั้น หากว่าเขาได้ใช้เหรียญขาวทราได้รับจากพวกนี้เพื่อซื้อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ถ้าอย่างนั้นเขาก็สามารถที่จะได้รับมันมาเป็นทั้งหมด 4 ขวด

น้ำศักดิ์สิทธิ์สี่ขวดเพื่อที่จะเตรียมพร้อม 10 คนสุดท้ายชุดใหม่ นักล่าทั้งสามคนนั้นประหลาดใจกับการลงโทษการได้รับเงินลดลง 10% ไปตลอด แต่ว่าพวกเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร

"ฉันจะทำมัน เพราะว่าคนอื่นๆก็ทำมันเหมือนกัน ฉันไม่สามารถที่จะเป็นคนเดียวที่อยู่นิ่งๆได้"

"เอาล่ะ...ถ้ามันเป็นเพื่อสำหรับทีม ถ้าอย่างนั้นฉันก็ยินดีที่จะทำในสิ่งที่ฉันต้องทำ"

"อามิตตาพุทธ"

ในฐานะที่พวกเขาทุกคนเป็นผู้ถูกเลือก เหมือนกันกับฟรานซ์พวกเขาได้คิดว่ามันก็เหมือนกับภาษีที่จะต้องจ่ายไปให้กับโบนัสสเตตัส หลังจากที่อาหารเย็นสิ้นสุดลง นักล่าก็ได้แยกย้ายกันไปและกลับไปสู่มิติของตัวเอง

สำหรับตอนนี้ซังจินก็ได้กลับไปที่ห้องนอนหลังจากที่ได้เก็บเอาใบเสร็จรับเงินมาจากคนส่งไปรษณีย์ จำนวนเงินที่เขาได้รับจากการขายไอเทมมีอยู่ประมาณ 70000 เหรียญกำ แม้ว่าราคาขายไอเทมในแต่ละชิ้นจะเพิ่มขึ้น แต่มันก็ไม่สามารถที่จะขายไปเป็นจำนวนมากได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับไอเทมระดับวีรชนอย่างสวิฟพาว มันก็ยังไม่ได้ถูกขายออก

'ตามที่ฉันคิด'

อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้เป็นปัญหาที่ใหญ่อะไรนักเพราะว่าด้วยจำนวนเหรียญดำที่มากมายนี้มันก็เพียงพอที่จะใช้ซื้ออิลิกเซอร์แล้ว

แม้ว่าถ้ามันได้รับเหรียญดำน้อยกว่าเก่า ถ้าเขาพิจารณาจากราเที่ยน-ดวงดาวแห่งความโดดเดี่ยวแล้ว ถ้าอย่างนั้นมันก็เหมือนกับจะไม่มีผลอะไรจากการได้รับเหรียญดำน้อยลง

'ถ้ามันจะยังเหลือที่ๆจะต้องใช้เงินอยู่อีกก็...'

มันก็คงจะเป็นการเรียนรู้เวทย์ระดับ 9 ของสายอื่นๆที่ไม่ใช่สายน้ำเงิน อย่างไรก็ตามราคาของเวทย์ระดับ 9 มันสูงเกินไป ซังจินจะต้องเก็บเงินเอาไว้ประมาณสองบทถ้าหากว่าเขาต้องการที่จะซื้อมัน

'เมื่อเทียบกับการใช้กว่า 100000 เหรียญดำเพื่อที่จะเรียนพวกนั้น มันจะเป็นการดีกว่าถ้าฉันนำเงินจำนวนนั้นไปซื้ออิลิกเซอร์มาดื่มแทน ด้วยวิธีนี้มันยังจะเป็นการช่วยนักล่าคนอื่นๆได้อีกด้วย'

นี้มันเป็นสิ่งที่ซังจินรู้สึก จากตอนเริ่มแรกซังจินไม่สามารถจะใช้เวทย์ระดับเก้าได้โดยที่ไม่ใช้แหวนของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่อยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงมุ่งเน้นไปที่เวทย์ย้อนเวลาซะมากกว่า

*****

มันเป็นอีกครั้งในเวลารุ่งสางตีสี่ครึ่ง ซังจินได้วางเหรียญขาวเอาไว้บนโต๊ะและพูดออกมาอย่างห้วนๆ

"น้ำศักดิ์สิทธิ์สามขวด"

พ่อค้าของร้านค้าลับได้ลวงเข้าไปในเสื้อกั๊กและหยิบเอาขวดออกมาสามขวด ซังจินได้เก็บมันมาในลูกบาศก์โดยที่ไม่ได้พูดอะไร ในเวลาเดียวกันพ่อค้าก็ได้พูดออกมา

"ด้วยเหตุผลบางอย่างมันรู้สึกเหมือนกับว่านายจะพูดน้อยมาก"

"ซังจินก็ได้ตอบกลับไปอย่างเย็นชา

"ไม่นะ เติมพลังของหินแสวงฆาตกร...และฉันต้องการแลกเปลื่ยนเหรียญดำที่เหลือของฉันกับอิลิกเซอร์"

พ่อค้าได้ชาจน์พลังของหินแสวงหาฆาตกรและเอาเงินจำนวนมากของซังจินไปและเอาอิลิกเซอร์มอบให้แกซังจิน ซังจินได้เก็บหินแสวงหาฆาตกรและอิลิกเซอร์มาในครั้งเดียว ในขณะเดียวกันพ่อค้าก็ถามออกมา

"วันนี้มันเป็นยังไงมั้ง? ถ้านายแข็งแกร่ง ถ้าอย่างนั้นการจู่โจมในตอนนี้มันก็ควรจะง่ายสินะ ใช่มั๊ย?"

"อืม...ใช่"

"คุคุ เข้าใจแล้ว"

ซังจินกำลังจะลุกออกไปจากโต๊ะในทันทีที่ทำธุระเสร็จแล้ว แต่อย่างไรก็ตามมันได้มีคำถามเข้ามาในหัวของเขาในทันที

"ยังไงก็ตามได้มีใครมาถึงที่นี่นอกเหนือไปจากฉันมั๊ย?"

"ใครบางที่คนที่มาที่นี่?"

"ใช่แล้ว นักล่าคนอื่นๆ ตัวอย่างเช่น..."

คำพูดของซังจินได้หายไปในทันที เมื่อพ่อค้าได้เปลื่ยนรูปร่างไปเป็นเด็กหนุ่มผมบลอนด์ ตาสีน้ำเงิน และมีลักษณะที่สง่างาม เอ็ดเวิร์ด

"นายกำลังพูดถึงคนๆนี้งั้นหรอ?"

ซังจินได้ตบหน้าปากและพูดขึ้นทันที

"ใช่แล้ว คนๆนั้นแหละ"

จบบทที่ Chapter 143 – Black Market Twelfth Shopping [31-03-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว