เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 107 – Red Dragon’s Lair (13) [20-01-2020]

Chapter 107 – Red Dragon’s Lair (13) [20-01-2020]

Chapter 107 – Red Dragon’s Lair (13) [20-01-2020]


Chapter 107 – Red Dragon’s Lair (13)

อย่างแรกซังจินได้ถือเกราะเกล็ดมังกรเอาไว้ มันดูเหมือนกับว่าเป็นเพราะที่ทำมาจากเกล็ดของคาลกัลป์

ซังจินได้หยิบมันเอาไว้ในขณะวิ่งอยู่ ครู่หนึ่งโอเปอเรเตอร์ก็ได้แสดงข้อมูลออกมา

เรดรัน - เกราะเกล็ดมังกรแดง

เกราะอกระดับตำนาน

ป้องกัน 43%

ทักษะติดตัว

เกล็ดมังกร(แดง) - ลดดาเมจจากไฟลง 20%

ความโกรธของมังกร (I) - ทุกๆการโจมตีหนึ่งครั้งจะเพิ่มการการสะสมความโกรธของมังกร 1 สะสมสูงสุดได้ 25

ทักษะใช้งาน

ลมหายใจมังกร(แดง) - ใช่ความโกรธที่สะสมเอาไว้เพื่อที่จะปล่อยลมหายใจมังกรไฟออกมา

เกราะที่ถูกสร้างมาจากเกล็ดของคาลกัลป์

แม้ว่ามันจะมีขนาดเล็ก แต่ว่ามันก็สามารถจะสร้างลมหายใจมังกรได้

หน้าจอของข้อมูลมันได้สั่นขึ้นลงตามที่เขาวิ่ง แต่ว่าเขาก็สามารถจะเข้าใจในข้อมูลหลักๆของมันได้

'โอ้'

ซังจินได้พูดออกมาในทันที

"สวมใส่"

มันอยู่ในบทที่ 10 แล้วแต่ว่าเขาก็ยังไม่มีเกราะอกอยู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว และในตอนนี้เขาก็ได้มันมาแล้วแถมเป็นในระดับตำนานอีกด้วย

'ตอนนี้ฉันสามารถจะใช้ลมหายใจมังกรได้แล้ว...แต่ว่ามันใช้งานยังไงหละ?'

เขาไม่ได้รู้ถึงผลกระทบของมัน แต่ว่าเดี๋ยวเขาก็จะได้รู้ผลของมันเองว่าทำอะไรได้บ้าฃ ชิ้นถัดไปก็คือแหวนที่สำคัญที่สุด

มังกรแดงอาเรี่ยนได้กล่าวว่ามันสามารถจะเปลื่ยนโชคชะตาของเขาได้ และซาดาเมียร์ก็รู้สึกประทับใจกับแหวนเป็นอย่างมาก เขาได้ยกมันขึ้นมา

ไอโอ - แหวนของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่

แหวนระดับตำนานพิเศษ

ทักษะติดตัว

จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่(น้ำเงิน) - อนุญาติให้สามารถจะร่ายเวทย์น้ำเงินได้ทุกๆบท

ทักษะใช้งาน

จักรพรรดิ์เวทมนตร์ (V) - เพิ่มพลังเวทย์ 5 เท่า เป็นเวลา 30 วินาที

สามารถจะใช้ได้วันละครั้ง

แหวนที่บรรจุพลังของอนาทอลเอาไว้

เขาได้สร้างแหวนวงนี้ขึ้นมาตั้งแต่ที่อายุยังน้อย

สิ่งแรกที่เห็นได้ชัดที่สุดเลยก็คือมันเป็นไอเทมระดับตำนานพิเศษที่ไม่เหมือนใคร มันเป็นไอเทมเพียงหนึ่งเดียวที่มีอยู่

การที่เห็นว่าจอมเวทย์เช่นซาดาเมียร์ได้รับมันด้วยความเคารพสูงสุดมันก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าของสิ่งนี้มันมีค่ามากแค่ไหน มันมีราคาที่ไม่สามารถจะประเมินได้

ซังจินได้อ่านข้อมูลต่อไป มีสองอย่างที่สะดุดตาเขามากที่สุด 'อนุญาติให้สามารถจะร่ายเวทย์น้ำเงินได้ทุกๆบท' และ 'เพิ่มพลังเวทย์ 5 เท่า เป็นเวลา 30 วินาที'

'ทั้งสองสิ่งนี้...สามารถจะใช้คู่กันได้..'

ซังจินได้นึกไปถึงช่วงเวลาที่เขาได้ไปที่ร้านขายเวทย์

'แล้ว...'

เขาสามารถจะนึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่น่าสนใจอย่างยิ่งได้ แต่ว่าในระยะไกลออกไป

"จงพันธนาการด้วยน้ำแข็ง ฟรอสต์ไบท์"

เขาสามารถจะได้ยินเสียงใครบางคนร่ายเวทย์ออกมา ซังจินได้เร่งรีบขึ้น

"สวมใส่"

เขาได้ใส่แหวนไว้ในนิ้วหนึ่ง และเก็บปากกาลงไปในกระเป๋าเสื้อ เขาได้วิ่งไปในจุดที่มาของเสียงทันที และในตอนนี้เขาก็ได้นึกถึงบางอย่าง ฉษยาที่อยู่บนหัวขอเขายังคงเป็นสุดยอดนักล่าอยู่

"เปลื่ยนชื่อ"

เขาได้เปลื่ยนฉายาไปเป็นสุดยอดนักล่า และเข้าไปสู่การต่อสู้

****

'จิตแกร่ง' ทานาแบท มีความสุขเป็นอย่างมากจนกระทั่งสักครู่ที่ผ่านมา ในตอนแรกทั้งสิบคนกังวลเป็นอย่างมากกับการต่อสู้กับมังกรยักษ์ แต่ว่าคงจะต้องขอบคุณพรรคพวกที่ทรงพลังของเขา เขาจึงสามารถจะอยู่รอดได้หลังจากที่ฆ่ามังกรไป แน่นอนว่าเขาก็ได้รับผาดแผลมาเช่นกันทั้งรอดข่วนบนหน้าอกและไฟจากลมหายใจมังกร

แต่ว่าหลังจากที่การต่อสู้ผ่านไปนาน มันก็ได้จบลงโดยที่ไม่มีใครเสียชีวิต

'ขอบคุณพระพุทธองค์'

เขาได้รวมมือเขาด้วยกันและอธิษฐานออกมา จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปหาพรรคพวกของเขาที่มีความสามารถมากที่สุด 'นักธนูศักดิ์สิทธิ์'

"ขอบคุณมากนักธนูศักกดิ์สิทธิ์ ถ้าหากไม่มีนาย...ฉันก็คงจะตายไปแล้ว"

นักธนูศักดิ์ศิทธิ์เป็นชาวเอเชียตะวันออกไปตัวเล็ก คล่องแคล่วและใช้ธนูได้อย่างแม่นยำ เขาเป็นคนที่ทำให้มังกรตาบอดด้วยธนูของเขา

นอกจากนี้เขาก็ยังมีเวทย์แปลกๆอีกด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะเขาอย่างน้อยจะต้องมีนักล่าคนหรือสองคนที่จะต้องเสียชีวิต แม้ว่าทานาแบทจะแสดงท่าทางขอบคุณเขา แต่ว่าเขาก็ยังคงถ่อมตน

"มันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก มันจะต้องขอบคุณทุกๆคนที่ทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี"

เขาได้ตอบกลับมาด้วยความถ่อมตนและสุภาพแม้ว่ามันจะขัดกับหน้าตา ทานาแบทได้คิดว่าเขาเป็นคนที่อยู่สูงมาก

'ฉันหวังว่าพวกเราจะได้พบกันอีกครั้ง'

การจู่โจมมันก็ยังคงดำเนินต่อไปแม้ว่าบอสจะถูกกำจัดไปแล้ว แน่นอนว่าจุดประสงค์หลักก็คืออการเก็บสะสมแต้มผลงาน ถ้าหากพวกเขาโชคดีก็อาจจะสามารถหาชิ้นส่วนลับได้ด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนตัดสินใจที่จะถามโอเปอเรเตอร์ออกมา

'โอเปอเรเตอร์ระดับผลงานของฉันมีเท่าไหร่?'

ทีละคนได้ตรวจสอบผลงานของพวกเขาและก็สังเกคุเห็นว่ามันต่ำเป็นอย่างมาก ประมาณ 8% ถึง 10%

เหตุผลนี้มันก็ชัดเจน มันเป็นเพราะนักธนูศักดื์สิทธิ์ได้ยึดครองผลงานั้งหมด ทานาแบทก็มีผลงานที่น้อยกว่า 10% ซะอีกแต่ว่าเขาก็ไม่สนใจมัน

เขายอมรับว่ามันเป็นผลงานที่เหมาะสมแล้วกับความสามารถของตัวเขา ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ตระหนักเลยว่ามีนักล่าหลายๆคนไม่มีความสุขกับมัน และได้หันมาจะกลายไปเป็นฆาตกร

ในขณะที่กลุ่มของพวกเขากำลังทำการล่าเฮลฮาวอยู่ด้วยกันกับเขา เขาก็ได้สังเกตุเห็นว่าลูกธนูของนักธนูศักดิ์สิทธิ์ได้หยุดลงไป เขาจึงหันกลับมาตรวจสอบ ที่เบื้องหลังนักล่าทั้งสี่คนกำลังลุมโจมตีนักธนูศักดิ์สิทธิ์พร้อมๆกัน

ทั้งสี่คนได้ตกอยู่ในสถานะฆาตกรพร้อมๆกัน ทานาแบทได้กระโดดเข้าไปช่วยปกป้องนักธนูในทันที ดังนั้นมันจึงกลายไปเป็นการต่อสู้แบบ 4 ต่อ 2 ศัตรูยังคงมีจำนวนคนที่มากกว่าเท่าหนึ่ง

แต่เนื่องจากว่าทั้งนักธนูและแท้งสามารถจะร่วมมือกันได้เป็นอย่างดี พวกเขาจึงสามารถจะต้านเอาไว้ได้ แต่ปัญหาก็คือนักล่าคนอื่นๆที่กำลังเฝ้ามองดูอยู้ได้เข้ามาร่วมมือกับฝั่งฆาตกร

จากนั้นจอมเวทย์แดงก็ยิงเวทย์เข้าใส่ช่วยพวกทานาแบทจากด้านข้าง แต่ว่ามันก็ยังคงเป็นการต่อสู้แบบ 7 ต่อ 3 ทานาแบทได้ต่อสู้อย่างดุเดือด แต่ในที่สุดจอมเวทย์แดงก็ได้ถูกฆ่าลงไป ศัตรูคนหนึ่งก็ได้ถูกสังหารเขาไปด้วยลูกธนูเช่นกัน แต่ว่ามันก็เป็นการต่อสู้แบบ 6 ต่อ 2 ทานาแททเริ่มที่จะตกอยู่ในอันตราย

จนกระทั่งตอนนั้นเอง

"6 ฆาตกรในครั้งเดียว ฉันได้มาเจอแจ็คพอทเข้าแล้ว"

ทันใดนั้นเองใครบางคนก็ได้โผล่ออกมาตรงกลางการต่อสู้ เขาคือ 'ผู้พิพากษา' ที่กวัดแกว่งดาบคู่ในแต่ละมือ การปรากฏตัวของเขาทำให้ทุกคนตกอยู่ในความประหลาดใจ

'มันเป็นมอนสเตอร์? หรือว่าบอสลับ?'

แต่ว่ามันก็ไม่สำคัญว่าเขานั้นคือใคร ในช่วงกลางของการต่อสู้ที่ล่อแหลม สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือเขาเป็นมิตรหรือศัตรู หนึ่งในฆาตกรก็ได้ตะโกนออกมา

"แกเป็นใคร? แกต้องการที่จะตายใช่ไหม?"

ผู้พิพากษาได้เริ่มที่จะกวัดแกว่งดาบโดยที่ไม่ตอบอะไร และเมื่อการโจมตีมันเริ่มต้นขึ้น ทานาแบทก็ไม่สามรถจะทำอะไรได้นอกจากอาการประหลาดใจ

เขามีทักษะที่ไม่น่าเขื่อเป็นอย่างยิ่ง นักธนูศักดิ์สิทธิ์สามารถจะยิงธนูออกไปได้อย่างแม่นยำ แต่ว่าทักษะของเขามันแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

เขาได้เริ่มต่อสู้กับฆาตกรทั้งหกคนด้วยตัวคนเดียว นักธนูศักดิ์สิทธิ์ก็ได้สนับสนุนเขาด้วยการยิงธนูออกไปเช่นกัน ดังนั้นสามในหกฆาตกรก็ได้ถูกฆ่าตายลงไปในไม่กี่วินาที เมื่อฆาตกรได้เช่นเช่นนี้

"อะ..."

"มะ...เมตตาด้วย"

พวกเขาเริ่มที่จะวิ่งหนีออกไป พวกเขาได้วิ่งกลับไปที่ถ้ำหลักของมังกรคาลปัลป์ ผู้พิพากษาได้ไล่ตามพวกเขาไปโดยที่ไร้คำพูด แต่ลูกธนูของนักธนูศักดิ์สิทธิ์เร็วยิ่งกว่าเขา

'ฟิ้ว~ ฟิ้ว~'

ลูกธนูได้พุ่งออกไปและปักลงบนเท้าของฆาตกร

'ฟิ้ว~ ฟิ้ว~'

ตามมาด้วยการเจาะลงไปที่หัวใจและหัวของพวกเขา เรื่องนี้มันได้ทำให้ผู้พิพากษาโกรธขึ้นมา

"เฮ้ นักธนูศักดิ์สิทธิ์ หยุด ฉันจะฆ่าพวกเขาเอง ฉันจำทำ"

ทานาแบทไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่เขาได้แสดงออกมามากนักว่าทำไมเขาถึงต้องการที่จะฆ่าพวกนั้นด้วยตนเอง

และนักธนูศักดิ์สิทธิ์ก็

"เอ๊ะ?"

เขาประหลาดใจ เขาลงลดธนูลงไป ผู้ตัดสินได้หันไปหานักล่าคนสุดท้ายและ

"ฟรอสต์ไบท์"

เขาทำให้ศัตรูตัวแข็งและตัดไปที่หัว ในบรรดานักล่าทั้งสิบคน มีเพียงทานาแบทและนักธนูศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู้ มันช่วยไม่ได้เลยที่ทานาแบทจะรู้สึกตรึงเครียดเมื่อผู้พิพากษาเดินเข้ามาหาพวกเขา

เขาไม่รู้ว่าผู้พิพากษาเป็นใคร แต่มันเป็นไปได้ที่ผู้พิพากษาจะเป็นศัตรูของพวกเขาทุกคน เขาได้หันหน้าไปหานักธนูศักดิ์สิทธิ์และพูดออกมา

"เฮ้...เราไม่ควรที่จะวิ่งหนีไปงั้นหรอ?"

แต่นักธนูศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ส่ายหัวของเขา

"ไม่ คนๆนั้น...ไม่ใช่คนเลว"

ทานาแบทไม่รู้ว่าเขามีอะไรมายืนยันคำพูดนี้ ทานาแบทก็ไม่สามารถจะผ่อนคลายได้เลย แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนเลว แต่ว่าเขาก็สามารถที่จะเหวี่ยงดาบและฆ่าคนที่พึ่งจะพบได้เลย

เขาไม่ลังเลเลยที่จะเหวี่ยงดาบออกไปและตัดหัวของคนอื่นๆ ดังนั้นทานาแบทจึงมองว่ามันเป็นการยากที่จะไว้ใจเขา

เขาได้ถือดาบติดเลือดอยู่ทั้งสองเล่ม และสวมหัวกระโหลกที่แปลกประหลาดไว้บนหัว

ทานาแบตได้เห็นนักล่าแปลกๆหลายคนในขณะที่ดำเนินการจู่โจมผ่านมา แต่ชายคนนี้เขาห่างจากคำว่าปกติไปมากนัก ผู้พิพากษาได้เดินจากศพไปสู่ศพเพื่อที่จะเก็บไอเทมที่ตกอยู่

เมื่อตรวจสอบดีๆ จะเห็นว่าเขาได้หยิบเอาสิ่งของที่คล้ายๆกับชุดเกราะและเครื่องสวมใส่ของนักล่าที่ตายลงไป มันราวกับว่าเขากำลังเก็บของจากศพที่ตายไปแล้ว

'ฉันคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ซะอีกที่จะเอาไอเทมจากคนอื่นๆ...'

ในขณะที่เขาคิดเช่นนั้น ผู้พิพากษาก็หยิบไอเทมเสร็จสิ้นและพูดออกมา

"มันน่าเศร้าขนาดไหนกัน...มีทั้งหมดหกคน แต่ฉันสามารถจะฆ่าไปได้แค่ 4..."

เขาได้พึมพัมออกมาในขณะที่เดินตรงมาหาทานาแบทและนักธนูศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นเขาก็ถามออกมา

"เฮ้ พวกนายสองคนเป็นอะไรไหม?"

ทานาแบทได้หยักหน้ารับ แต่นักธนูศักดิ์สิทธิ์ได้พูดออกมา

"มันผ่านมาพักหนึ่งแล้วนะ"

ผู้พิพากษาได้เอียงหัวอย่างสงสัยและตอบกลับมา

"อะไร นายรู้จักฉันหรอ?

ทานาแบทก็ได้มองไปที่นักธนูศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน เขาก็อยากรู้ว่าพวกเขานั้นรู้จักกันได้อย่างไร แต่แล้วเมื่อนักธนูศักดิ์สิทธิ์ยกมือขึ้นมาสัมผัสที่คอ เชาก็ดึงผิวหนังออกมา

และภายใต้ผิวที่หมองคล้ำและหยาบก้าน เขาก็ได้เห็นผิวที่ขาวกระจ่างใส ที่ตรงกันข้ามกับก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง มันช่วยไม่ได้ที่ทานาแบทจะประหลาดใจ

เมื่อนักธนูศักดิ์สิทธิ์ได้ดึงผิวหนังออก...ไม่สิหน้ากากออก ร่างกายของเขาก็ได้เริ่มเปลื่ยนไป

ผู้ที่ดูเหมือนกับชาวเอเชียตะวันออกที่เต็มไปด้วยขน ตอนนี้ได้เปลื่ยนไปเป็นหญิงสาวชาวเอเชียผมตรงที่ดูสง่างาม

ในขณะที่ทานาแบทกำลังจ้องมองด้วยดวงตาและขากรรไกรที่เบิกกว้าง เขาก็ได้ยินเสียงของผู้พิพากษาจากด้านหัลง

"...มันก็พักหนึ่งละนะ คุณเซริน..."

จบบทที่ Chapter 107 – Red Dragon’s Lair (13) [20-01-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว