เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 106 – Red Dragon’s Lair (12) [18-01-2020]

Chapter 106 – Red Dragon’s Lair (12) [18-01-2020]

Chapter 106 – Red Dragon’s Lair (12) [18-01-2020]


Chapter 106 – Red Dragon’s Lair (12)

อาเรี่ยนได้ยกมือและพูดออกมา

"อัญเชิญ"

และบนฝ่ามือของเธอก็ได้มีแหวนวงเล็กๆโผล่ออกมา เธอได้มอบมันให้กับซังจิน ซังจินก็รับมันมาและดรวจสอบแหวนแปลกๆนี้

มันเป็นแหวนที่มีความโปร่งใสและมีวัตถุลึกลับสีฟ้าลอยอยู่ภายใน มันได้เคลื่อนย้ายไปอย่างไม่นอนนอน บางครั้งมันก๋รวมตัวกัน แยกจากกัน หรือไหลไปเหมือนกับน้ำ

ในขณะที่ซังจินกำลังเฝ้ามองดูวัตถุนั้นอยู่ อาเรี่ยนก็กล่าวออกมา

"มันเป็นไอเทมที่มีพลังของจอมเวทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของประวัติศาสตร์มนุษย์บรรจุเอาไว้อยู่ อนาทอลแห่งท้องฟ้าสีคราม"

ซังจินได้เอียงหัวเมื่อได้ยินชื่อนี้ ในก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินชื่อ จอมเวทย์ท้องฟ้าสีคราม มาจากซาดาเมียร์ แต่ซาดาเมียร์ที่อยู่ข้างๆเขาก็ได้ตอบกลับมา

"พระเจ้า ไอเทมชิ้นนี้มันบรรจุพลังของจอมเวทย์เอาไว้?"

ซังจินได้จ้องไปที่เขา ตอนนี้เขาได้นึกกลับไปในเรื่องที่ซาดาเมียร์ได้เคยกล่าวออกมาก่อน

'มีจอมเวทย์หลายคนที่มีชื่อเสียงในอดีค แต่ในหมู่พวกเขา จอมเวทย์แห่งเพลิงทมิฬ พ่อมดแห่งแสงสีม่วง และจอมเวทย์นภาที่มีชื่อเสียงมากที่สุ ด ตั้งแต่ที่ฉันได้กลาบมาเป็นจอมเวทย์น้ำเงินด้วยตนเอง ฉันเคารพและสนใจในจอมเวทย์แห่งท้องฟ้าสีครามอนาทอลมากที่สุด...'

ซังจินได้ถือแหวนไว้เหนือหัวของเขา แต่แทนที่จะมีหน้าต่างข้อมูลออกมา โอเปอเรเตอร์ก็ได้กล่าวออกมาว่า

[ไอเทมชิ้นนี้ไม่ถูกต้อง]

ซังจินได้ขมวดคิ้ว แม้ว่าถ้าหากเขาพบอะไรในการจู่โจม ถ้าหากว่าโอเปอเรเตอร์ไม่ได้ให้ไอเทมนั้นแก่เขาอย่างเป็นทางการ เขาก็จะไม่สามรรถตรวจสอบข้อมูลหรือใช้งานมันได้

'มันเป็นไอเทมอะไรกัน...?'

เขาได้คิดขึ้นมา จากนั้นอาเรี่ยนก็บอกแก่เขา

"ใส่มันเอาไว้"

ซังจินได้ตอบเธอกลับไป

"แต่ฉันไม่สามารถจะสวมใส่หรือใช้มันได้ในตอนนี้"

"หืมม? นายหมายถึงอะไร?"

ซังจินได้เคาะไปที่ลูกบาศก์และพูดออกมา

"ถ้าหากว่าไม่ได้รับการอนุญาติจากลูกบาศก์ แม้ว่าฉันจะมีไอเทมแต่ฉันก็ไม่สามารถจะใช้มันได้ บางทีหลังจากที่การจู่โจมนี้สิ้นสัดลง ฉันก็จะได้รับไอเทมชิ้นนี้ในตอนแจกรางวัลจามปกติ และเมื่อได้รับมันอย่างเป็นทางการฉันก็อาจจะสามารถใช้งานมันได้"

"หืมม จริงรึ?"

อาเรี่ยนได้เดินเข้าไปหาเขาและคว้าลูกบาศก์มา นี่มันเป็นครั้งที่สองแล้วที่สิ่งนี้ได้เกิดขึ้น แต่มันก็ยังน่าทึ่งอยู่ดี เธอสามารถจะจับลูกบาศก์ของคนอื่นๆได้ อาเรี่ยนได้กล่าวออกมาในขณะที่มองดูลูกบาศก์

"สิ่งนี้จริงๆแล้ว....มันดูเหมือนกับไอเทมที่เกี่ยวข้องกับ..."

ซังจินได้เบิกตากว้าง

"เธอรู้ไหมว่าใครเป็นคนสร้างมัน?"

ซังจินไม่เคยคิดเลยว่าลูกบาศก์มันจะซ่อนเงื่อนงำของผู้สร้างมันเอาไว้ เขาได้ถามออกมาในทันที"นี่...ฉันหมายความว่าเธอรู้ตักใครที่สร้างโอเปอเรเตอร์ขึ้นมาไหม?"

อาเรี่ยนได้ให้ซังจินดูในขณะที่ตอบกลับไป

"ฉันไม่ได้รู้แน่ชัดนัก...แต่ไอเทมนี้มันจะต้องถูกสร้างมาโดยใครบางคน ใช่ไหมนะ?"

โอเปอเรเตอร์ มันคือเครื่องมือสำหรับในการดำเนินการจู่โจม ถ้าหากว่ามันมีผู้ที่สร้างมันขึ้นว่าก็หม่ายความว่าเขาเป็นคนที่วางแผนเรื่องทั้งหมดนี้

"แต่ใครกันหละ..."

"...ฉันไม่สามารถจะบอกนายได้ไปมากกว่านี้....แม่ของฉันได้เตือนฉันไม่ให้ฉันมีส่วนเกี่ยวข้องกับมัน"

"แม่?"

เมื่อเห็นซังจินแสดงความประหลาดใจ เธอก็ได้ตอบเขากลับไปตามความเป็นจินง

"ทำไมหละ? ทุกๆชีวิตก็จะต้องมีแม่ ถูกไหม?"

เธอพูดถูก ซังจินได้ถูกทอดทิ้งและเป็นเด็กกำพร้า แต่มันจะต้องมีคนให้กำเนิดเขามาแน่นอน สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมันก็คือการที่เธอยังคงมีแม่คอยดูแลอยู้

อาเรี่ยนนั้นมีความแข็งแกร่งเป็นของตัวเองที่มหาศาล เขาไม่สามารถจะจินตนาการพลังของแม่ของเธอได้เลย ซังจินได้พูดกับเธอ

"เธอไม่สามารถจะให้คำใบ้เกี่ยวกับสิ่งนี้ได้ซักหน่อยเลยหรอ? ใครกันที่เป็นคนวางแผนและบังคับดำเนินการระบบการจู่โจมนี้?"

อาเรี่ยนได้มองไปด้านข้างอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบกลับไป

"มันไม่ถูกต้องนักที่จะพูดว่ามีคนวางแผนและบังคับดำเนินการระบบการจู่โจมนี้...พูดยังไงดีหละ...มันเหมือนกับการเฝ้าดูและบันทึกผลซะมากกว่า...เนื่องจากว่ามันมีความหมายในการกระทำเช่นนี้"

เธอได้พูดอะไรบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจออกมา ซังจินได้คิดที่จะใช้เจรามิทในการที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติม แต่ว่าถ้าหากเขาสามารถจะอ่านความคิดเธอได้มันก็จะสามารถได้ข้อมูลที่มากขึ้น(ถ้าหากมันเป็นไปได้) แต่ว่าน่าเสียดาบที่มันกำลังคูลดาวอยู่

"เอาหละ3...ถ้าหากว่ามันเพียงแค่คำใบ้

เธอได้ยกมือขึ้นมาอีกครั้ง

"อัญเชิญ"

เธอได้อัญเชิญปากกาออกมาและมอบมันให้กับซังจินกร้อมกับพูดออกมา

"ลองใช้เจ้าสิ่งนี้ดู ฉันไม่รู้ว่ามันจะนับว่าเป็นคำใบ้ได้หรือไม่"

ซังจินได้ยอมรับปากกามา ปากกามันดูธรรมดาเป็นอย่างมาก ด้านนอกของมันดูเหมือนจะอยู่ในร้านขายของธรรมดา เมื่อตอนที่ซังจินกำลังยุ่งกับการตรวจสอบปากกา อาเรี่ยนก็ได้กล่าวอำลาออกมา

"มันสนุกมาก เจ้ามนุษย์ ฉันหวังว่าของขวัญของฉันมันจะช่วยให้นายสามารถรอดพ้นจากชะตากรรมที่น่าเศร้าได้"

ซังจินได้มองไปที่เธอ เขามีคำถามมากมายเลยที่จะถามกับเธอ แต่ก็ดูเหมือนกับว่าเธอจะไม่ยอมตอบอะไรมากกว่านี้อีกแล้ว

"ขอบคุณมาก"

ซังจินได้ก้มหัวลงเพื่อแสดงความขอบคุณ

"ถ้างั้นฉันไปละนะ"

เมื่อเขาได้มองกลับไป เธอก็หายตัวไปแล้ว สิ่งเดียวที่เธอทิ้งเอาไว้ให้ก็คือแหวนกับปากกา แม้ว่าจะยังไม่ได้รับรางวัลอย่างเป็นทางการ แต่นี้มันก็ควรจะเป็นสิ่งที่เขาจะต้องได้รับ

ซังจินกำลังจะเก็บไอเทมลงไปในกระเป๋าของเขา แต่ว่าเขาก็ได้สังเกตุเห็นซาดาเมียร์ที่เอียงหัวมองมาที่ไอเทมที่เขาถืออยู่ เขาจึงส่งมันไปให้้กับซาดาเมียร์

ซาดาเมียร์รู้สึกว่ามันล้ำค่ามากและรับแหวนไปด้วยมือทั้งสองข้าง

"โอ้ววว...นี้คือ..."

ซังจินยังไม่แน่ใจมากนัก แต่นี่มันจะต้องเป็นไอเทมที่น่าอัศจรรย์ ซังจินได้ถามกับเขา

"แล้วนี่มันคืออะไร?"

"ข้าก็ยังไม่ทราบ...เพียงแค่...มันมีมานาจำนวนมหาศาลที่ถูกบรรจุอยู่ภายใน"

ซังจินได้รับแหวนกลับมา เนื้อที่ภายในจองมันก็ยังคนขยับไปมาอย่างแปลกๆ

'ถ้าหากว่าฉันต้องการจะรู้มัน....ฉันก็จะต้องเริ่มการแบ่งรางวัลอย่างรวดเร็ว'

ทั้งหมดที่เขาจะต้องทำก็คือการใช้หินแสวงหาฆาตกร แต่ว่าเขาไม่สามารถจะใช้มันที่นี่ได้ ถ้าหากว่าเขาใช้มันที่นี่เขาก็จะต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการออกไปจากน้ำตกลาวา

การเคลื่อนย้ายมิติมันจะดีที่สุดในจุดที่บอสอาศัยอยู่ ซังจินได้กลับไปที่น้ำตกลาวาและพูดออกมา

"ซาดาเมียร์ช่วยให้ฉันบินที"

"พลังที่ต่อต้านแรงโน้มถ่วง ลอยตัว"

ซังจินได้ออกไปจากถ้านี้พร้อมกับซาดาเมียร์ เมื่อพวกเขาได้ออกมาจากภายในถ้าวกเขาก็ได้เห็นนักล่าในนระยะไกล นักล่าตกใจกันอย่างมากที่ได้เห็นซังจิน

"ยะ....ยังมีชีวิตอยู่..."

"นายทำสำเร็จ?"

ซังจินได้ขยับเข้าไประหว่างำวกเขาและพูดออกมา

"มันยังไม่ชัดเจนอีกหรอ?"

"โอ้..."

"มันมหัศจรรย์มาก"

แต่ว่าเขาก็ไม่มีเวลาที่จะมาฟังคำชมพวกนี้ ซังจินได้พูดกับพวกเขา

"ฉันจะไปจากที่นี่ พวกนายที่เหลือก็...."

เขากำลังจะพูดจบลงแล้วเมื่อสังเกตุไปเห็นนักบวช คนที่เป็นฆาตกร ในตอนแรกซังจินได้วางแผนที่จะให้เขาเปิดเผยตัวออกมาเอง และฆ่าเขาหลังจากนั้น แต่มันจะต้องใช้เวลานานเกินไป ซังจินได้หันไปพูดกับคนอื่นๆ

"ทำงานร่วมกันและไปล่าพวกมอนสเตอร์ที่เหลืออยู่"

"อะไรกัน? นายกำลังจะไปไหน?"

นักล่าหลายคนได้ถามออกมา แต่เขาก็ไม่มีเวลาที่จะตอบคำถามทั้งหมดของพวกเขา ซังจินได้ส่ายมือและพูดออกมา

"เอาหละ....ฉันไม่สามารถจะอธิบายทุกอย่างได้ แต่ว่าผู้อมตะและนักบวช ช่วยมาหาฉันหน่อยสิ"

ซังจินได้เรียกพวกเขาออกมา นักล่ากำลังสงสับว่าเขากำลังต้องการจะทำอะไร แต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดจังหวะสิ่งที่เขากำลังจะทำอยู่ พวกเขาได้มองซังจินเป็นสัตว?ประหลาดที่น่ากลัวกว่ามังกรไปแล้ว

ผู้อมตะและนักบวชได้ออกไปด้านหน้าตามคำสั่งของเขา ซังจินได้หันหน้าไปหาพวกเขาและพูดออกมา

"สำหรับนายนะผู้อมตะ...ช่วยรวมกลุ่มนักล่าคนอื่นๆและไล่ฆ่ามอนสเตอร์ที่เหลืออยู่ ถ้าหากว่านายใช้ความเป็นผู้นำของนาย นายก็จะสามารถควบคุมคนอื่นๆทั้งเก้าคนได้"

ผู้อมตะได้ร่วมมือกับซังจินตั้งแต่ต้นจนจบ

"โอเค"

"เอาหละไม่มีอะไรแล้ว กลับไปเถอะ"

ซังจินได้ส่งผู้อมตะกลับไปรวมกลับในกลุ่มและในตอนนี้เหลือเพียงนักบวชเท่านั้น นักบวชนั้นไม่รู้ว่าซังจินต้องการจะพูดอะไร แต่ว่าเขาคงจะคิดเอาไว้ว่าซังจินจะพูดกับเขาว่า

'ตั้งแต่ที่นายเป็นนักบวชก็ช่วยดูแลคนอื่นๆด้วย'

เหมือนกับที่ซังจินได้พูดกับผู้อมตะ แต่ทันใดนั้นเองซังจินก็พูดอีกอย่างออกมา

"ฉันรู้นะว่านายกำลังวางแผนอะไร"

"ห๊ะ?"

นักบวชดูตกใจมาก ซังจินก็ทำพียงแค่พูดต่อไป

"ฉันไม่รู้ว่านายจะทำมันในอนาคตหรือไม่ แต่ว่า....ฉันจะให้คำเตือนนายเอาไว้อย่างหนึ่ง ถ้าหากนายทำมันในอนาคต ฉันก็จะกลับมาฆ่านายหลังจากนั้น"

คำพูดของซังจินได้ทำให้นักบวชตัวแแข็งขึ้น ซังจินได้อ่านใจของเขาอย่างทะลุปรุโปร่ง

"นายเข้าใจใช่ไหม?"

ซังจินได้สะบัดไหล่ของเขาสองครั้งและเดินเข้าไปหาคนอื่นๆ

"จากนี้ฉันหวังว่าพวกเราจะได้พบกันอีกครั้งนะ เพื่อน"

ซังจินได้ทิ้งนักล่าไปข้างหลังและเดินกลับไปที่ถ้ำที่มีซากศพของคาลกัลป์อยู่

หลังจากที่หยิบเอาหินแสวงหาฆาตกรออกมา และพูดขึ้น

"การแสวงหาความยุติธรรม"

เสาแสงได้ส่องสว่างลงมาที่ซังจินจากด้านบน

[การเคลื่อนย้ายมิติได้ถูกร้องขอ]

การแจกรางวัลได้เริ่มขึ้น

[มอนสเตอร์ที่กำจัด เฮลฮาว 48 ตัว โกเลมลาวา 4 ตัว ครึ่งปีศาจ 2 ตัว ทั้งหมด 32000 คะแนน]

[บอสที่กำจัด มังกรคาลกัลป์ 2000 คะแนน]

[บอลับ แม่ของคาลกัลป์อาเรี่ยน 2000 คะแนน]

[รวมทั้งหมดเป็น 36000 คะแนน เริ่มการแบ่งคะแนน]

[ผลงานของคุณคือ 58% ได้รับแต้มสเตตัส 20880 แต้ม เหรียญดำ 20880 เหรียญ โบนัสเคลียการจู่โจมแต้มสเตตัส 3000 แต้ม เหรียญดำ 3000 เหรียญ ผลของไอเทมเพิ่มเงิน 10% รวมทั้งหมดเป็นแต้มสเตตัส 23880 แต้ม และเหรียญดำ 26268 เหรียญ]

เพราะว่าการที่มีคนถึง 10 คนมันได้ทำให้เกิดการกระจายผลงานมากยิ่งขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ค่าผลงานของเขาน้อยมากตั้งแต่ที่เคยทำมา

[และในตอนนี้เราจะเริ่มการแจกไอเทม]

ซังจินได้เฝ้ารอไอเทมที่จะโผล่ออกมาอย่างเคร่งขรึม

[เรดรัน - เกราะเกล็ดมังกร]

[ไอโอ - แหวนของจอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่]

[มู - แปลงแห่งการเฉลย]

[เมอร์ก้า - ผลไม้วิวัฒนาการ]

[หินเอนชานต์ 3 ก้อน]

มันได้มีไอเทมที่น่าเหลือเชื่อออกมา ไม่เพียงแค่ไอเทมที่เขาได้รับมาจากอาเรี่ยนเท่านั้น แต่เขาก็ยังได้รับเกราะเกล็ดมังกร ผลไม้วิวัฒนาการ และหินเอนชานต์อีกถึงสามก้อน

[ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้รับไอเทมระดับตำนานเรดรัน....]

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาได้รับมาในรอบนี้มันเป็นไอเทมระดับตำนานทั้งหมด ซังจินได้เก็บทุกอย่างลงไปยกเว้นเกราะ แหวน และแปลง ในขณะเดียวกันโอเปอเรเตอร์ก็ได้มอบฉายาให้แก่เขา

[และในสุดท้ายนี้ คุณจะได้รับฉายาจากการกระทำในการจู่โจมนี้]

[นักล่ามังกร - การโจมตีมังกรจะทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็นสี่เท่า]

"โอ้..."

นักล่ามังกรมันเป็นฉายาที่น่าสนใข และทักษะติดตัวความเสียหาย 4 เท่า แม้ว่ามันจะไร้ประโยชน์ถ้าเขาสู้กับสิ่งอื่นแต่ว่าถ้าหากเขาต่อสู้กับมังกรมันจะมีประโยชน์ยิ่งกว่าฉายาสุดยอดนักล่าซะอีก

'ตั้งแต่ที่ฉันมีดวงดาวไร้นาม มันก็อาจจะมีวันที่ฉันอาจจะต้องใช้งานมัน...'

ซังจินได้ตัดสินใจที่จะเก็บความคิดนี้เอาไว้ในใจ

[การแจกรางวัลได้สิ้นสุดลงแล้ว]

[การขอเคลื่อนย้ายมิติได้รับการยอมรับ]

[คุณจะถูกเทเลพอตไปในอีก 10 วินาที 10 9]

"ซาดาเมียร์ ไว้เจอกันอีกครั้งหลังจากกลับไปที่โรงแรม"

"ขอรับ นายท่าน"

ซาดาเมียร์ได้กล่าวออกมา และจากนั้นไม่นาน ซังจินก็ได้ถูกเทเลพอตออกไปยังมิติแห่งใหม่

****

ซังจินได้มองออกไปรอบๆ ศพของคาลกัลป์ได้นอนลิ้นห้อยอยู่อีกด้านหนึ่ง

'มันเป็นงานที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก...'

ซังจินได้ฆ่าคาลกัลป์และแม้กระทั้งเคลียบอสลับอีกด้วย แต่เวลาก็ได้ผ่านไปไม่มากนัก ความจริงนี้แสดงว่าการที่คาลกัลป์ได้ถูกล้มลงไปอย่างรวดเร็วนั่นเป็นเพราะว่าสมาชิกทีมของเขาเต็มไปด้วยคนที่แข็งแกร่ง

'ฉันไม่คิดว่าพวกเขาจะไปได้ไกล...'

ซังจินได้ตัดสินใจที่จะวิ่งไปที่ถ้ำที่ชิ้นส่วนลับซ่อนอยู่ ตั้งแต่ที่มีฆาตกรเขาก็ควรที่จะไปทิศทางนั้น

แต่แม้ว่าในขณะที่เขาวิ่งไปเขาก็ตรวจสอบไอเทมที่เขาได้รับมาจากการจู่โจมไปด้วย ปกติแล้วเขาจะค่อยๆตรวจสอบมันหลังจากที่ฆ่าฆาตกร แต่ว่าในคราวนี้เขาไม่สามารถจะระงับความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองได้

'มันจะทำอะไรได้กันนะ?'

จบบทที่ Chapter 106 – Red Dragon’s Lair (12) [18-01-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว