เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 100 – Red Dragon’s Lair (6)

Chapter 100 – Red Dragon’s Lair (6)

Chapter 100 – Red Dragon’s Lair (6)


Chapter 100 – Red Dragon’s Lair (6)

ก่อนที่ซังจินจะถูกวาปไปที่มังกร เขาได้คิดในขณะที่อ่านกระดาษข้อมูล

'การถูกโจมตีลมหายใจมังกรแดง?'

เขาไม่ได้ต้องที่จะจิตนาการถึงมันเลย

'ไม่ว่าค่าความอดทนจะสูงแค่ไหน....นี้มันก็จะเป็นตั๋วไปสู่นรกในทางเดียวเลย....'

ซังจินได้จิบลาเต้วานิลาในขณะที่กำลังกำจัดความคิดของเขา แหวนในทุกๆนิ้วของเขาได้ส่องแสงประกายออกมา

ในหมู่พวกนี้ แวหนที่น่าจับตามองมาที่สุดก็คืออันที่ถูกเพิ่มเข้ามาใหม่ 'คิเมโร่ - แหวนแห่งการผสมสัตว์' แหวนมันได้ถูกตบแต่งไปด้วย มนุษย์ แพะ อสรพิษ และคน

แต่ละตัวจะให้ภูมิคุ้มกัน ไฟ พิษ ความหวาดกลัว และความหนาวเย็น เป็นเวลา 5 วินาที

เขาได้เล่นแหวนในขณะที่คิดกับตัวเอง

'ถ้าฉันใช้สิ่งนี้...ฉันจะสามารถอยู่รอดได้จากลมหายใจมังกรได้ใน 5 วินาที'

'ไม่สิ....ฉันไม่ควรจะคิดถึงความเป็นไปได้เช่นนี้ การมีหรือไม่มีไอเทมการถูกโดยแตะโดย....'

มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในเมื่อเช้านี้

****

คาลกัลป์ได้ฟื้นคืนสติและหันปรับลมหายใจมังกรมาที่ซังจิน

ซังจินได้วิ่งหลบออกไปข้างกำแพง แต่ว่าโดยความโกรธของคาลกัลป์มันจึงใช้ลมหายใจมังกรไล่หลังเขามมา ซังจินจะต้องรอให้ลมหายใจมังกรหยุดลงเท่านั้นถึงจะหาโอกาสส่วนกลับไปได้ แต่แล้วคาลกัลป์ก็ได้ยกแขนขึ้นมาและ

"ตูมมม"

มันได้เหวี่ยงแขนมาปิดเส้นทางของซังจิน

มันเป็นการโจมตีที่แนวแน่ มังกรมันได้เตรียมพร้อมที่จะเสียสละแขนของมันเพื่อแลกกับการขวางซังจิน ซังจินในตอนนี้จึงไม่มีสถานที่ๆจะวิ่งไปได้อีก

มันเป็นสถานการณ์ที่สิ้นหวัง ซังจินจึงได้ตัดสินใจที่จะใช้ตัวเลือกที่เขาได้คิดเอาไว้ในตอนเช้า

"ความเย็นของจอมเวทย์"

ด้วยคำพูดน้ แหวนคิเมโร่ก็ได้ปล่อยแสงสีฟ้าออกมา และด้านบนลมหายใจมังกรก็ได้พุ่งเข้ามาใส่เข้าแล้ว

แสงไฟจ้าทำให้เขาไม่สามารถจะมองเห็นอะไรได้ เขาจึงปิดตาลงในขณะที่ถูกผลักเข้าไปชนกับกำแพงจากแรงดัน แต่เขากลับไม่รู้สึกร้อนเลย

ภูมิคุ้มกันไฟมันได้เริ่มขึ้นแล้ว ซังจินได้เริ่มนับถอยหลังจากจุดนั้น

'5'

มูนสเปคก็เป็นกังวล

'นายท่าน! นายท่าน!'

เธอได้ตะโกนเรียกเขา

'4'

เบสโกโร่ที่ยังคงเงียบอยู่ตลอดเวลาก็ยังได้ตะโกนออกมาอย่างเร่งด่วน

'นายกำลังทำอะไรเค? ถ้าหากนายตาย ฉันก็จะตายเช่นกัน'

'3'

เมื่อวานได้ผ่านไป ซังจินก็เริ่มรู้สึกเสียใจกับการตัดสินใจของเขา

'ใครจะไปสนถ้านักล่าคนสองคนตายไป? ฉันไม่ควรที่จะเอาหวังมาพิงกับกำแพง'

ถ้าหากลมหายใจมันยังมีระยะเวลาอยู่นานอีก 2 วินาที มันก็จะเป็นจุดจบของชีวิตที่สองของเขา

'2'

แต่ว่าเมื่อเขาได้นับถึงวินาทีที่ 4 เขาก็ไม่รู้สึกถึงแรงดันใดๆ

'1'

ซังจินได้เปิดตาของเขาในวินาทีสุดท้าย คาลกัลป์ที่ปกติมักจะมองมาด้วยความหยิ่งผยอง ในตอนนี้มันมีแต่นับตาที่แสดงถึงความหมดหวัง

การโ๗มตีมันได้สิ้นสุดลงในระยะเวลา 5 วินาที เขาได้กลิ่นบางอย่างที่ไหม้ ดังนั้นเขาจึงมองไปที่ด้านข้างและเห็นว่าแขนของมังกรมันได้ไหม้เป็นสีดำ

มันได้เสียสละแขนตัวเองเป็นมาตรการสุดท้ายที่สิ้นหวัง มันจะไม่สามารถใช้แขนของมันได้อีกต่อจากนี้ไป

'มันทำเพื่อ...'

ซังจินได้กระโดดขึ้นไปที่แขนของมังกรและวิ่งเข้าไปหาร่างกายของมัน มังกรได้หันไปเพื่อพยายามที่จะหนี แต่ซังจินก็ไม่อนุญาติให้มันหนีไป

ซังจินได้กระโดดไปที่ไหล่ของมัน

"การล้างบาปของโลหิต"

เขาได้เปิดใช้งานทักษะของบลัดเวเจนและสร้างลอยแผลกากบาทบนอกของมังกร

"ก๊าซซซซ"

คาลกัลป์ได้ร้องออกมา แต่นี่ก็ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด ซังจินได้ใช้บลัดเวเจนเป็นจุดยึกและพุ่งไปที่คออย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกันนักล่าคนอื่นๆก็เริ่มฟันแทงและยิงธนูไปที่มังกร คาลกัลป์ได้ร้องออกมาอย่างทุกทรมานและสิ้นหวัง แต่ว่ามันไม่มีประโยชน์

"นี้มันไม่จริง...."

คาลกัลป์ได้พูดออกมาไม่กี่วินาที ก่อนที่จะล้มลงไป เลือดได้ไหลออกมาทั่วทั้งร่างของมัน

[ขอแสดงความยินดีด้วย บอสมอนสเตอร์]

[มังกรแดงคาลกัลป์ได้ถูกกำจัด]

การประกาศนี้ไม่ได้รับการยินดีมากนัก

"โฮ่ง"

เคนได้วิ่งมาที่ซังจิน เขาก็คงจะกังวลกับความเป็นอยู่ของเจ้านายเขาเช่นกัน เขาได้เลีบมาที่ใบหน้าของซังจินที่เต็มไปด้วยเลือด ซังจินจึงพูดกับเคน

"อา เคนฉันสบายดี ฉันสบายดี"

ในขณะเดียวกันนักล่าคนอื่นๆอีก 9 คนก็ได้วิ่งเข้ามาหาซังจินเช่นกัน เมื่อซังจินได้ลุกขึ้น นักล่าคนอื่นๆก็เขาไปแสดงความยินดีกับเขา

"มันช่าง....น่าอัศจรรย์จริงๆ สุดยอดนักล่า"

"พวกเราสามารถรอดมาได้ต้องขอบคุณนาย ถ้าเป็นนาย...อาจจะ..."

"ฉันไม่สามารถจะทำอะไรได้เลยนอกจากเคารพนาย"

ซังจินได้ลุกขึ้นยืนและมองไปที่นักบวช เขาคนนั้นก็ประหลาดใจ เขารู้ว่าซังจินแข็งแกร่ง แต่ว่าซังจินได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขามีพลังที่มากกว่าที่พวกนั้นคิด ซังจินได้ยืดตัวตรงในขณะที่พูดออกมา

"ทำได้ดีมากทุกคน งั้นเราไปพักพ่อนกันก่อนที่จะไปต่อกันเถอะ"

****

ภายในถ้ำของคาลกัลป์ นักล่าที่ได้เพิ่มเลือดที่เสียไปและตรวจสอบอุปกรณ์ ไม่มีใครที่ได้รับบาดแผลสำคัญเลย ต้องขอบคุฯการมีส่วนร่วมทุกอย่างของซังจิน

นักล่าคนอื่นๆได้คุยกันเองเกี่ยวกับการต่อสู้นองเลือดของซังจินและมังกร

"ถ้าไม่ใช่เพราะสุดยอดนักล่าพวกเราก็ไม่สามารถที่จะอยู่รอดกันมาได้ครบทุกคนW

Wข่าวลืมมันเป็นจริง เขาสามารถจะเคลียการจู่โจมได้ด้วยตัวคนเดียว"

ซังจินรู้สึกเขินกับการสรรเสริญพวกนี้ เขาจึงออกมานั่งห่างๆและพูดคุยกับเคน

"แล้วเพื่อนของนายมาจากไหนเคน? ที่ป่านั่นหรอ?"

"โฮ่ง"

"ฉันเห็นแล้ว ทำได้ดีมาก ขอบคุณมากที่คอยระวังหลังเอาไว้ให้พวกเรา มันทำให้การต่อสู้กับมังกรง่ายขึ้น ขอบใจมากนะเคน"

ในขณะที่เขากล่าวออกมาเขาก็เดินไปที่ศพของเฮลฮาว เขาได้ใช้มานาไปอย่างในการต่อสู้นี้ และการล้างบาปของโลหิต ก็ได้ดูดเลือดเขาออกไปเช่นกัน

"การกวักมือของลิช"

ซังได้ใช้แหวนนิ้วมือของลิชเพื่อที่จะเพิ่มมานาของเขา

"ปิดบาดแผลและลบล้างความเจ็บปวด ฮีล"

เขาได้ใช้เวทย์เพื่อที่จะรักษาตัวเอง

[พลังชีวิตเต็มแล้ว]

ซังจินก็ได้ถามเพิ่มออกมาอีก

"เวลาผ่านไปเท่าไหร่แล้ว?"

[เวลาที่ได้ใช้ไปในการจู่โจมนี้คือ 34 นาที 49 วินาที]

มันได้จบลงเร็วกว่าที่เขาได้คิดเอาไว้ การต่อสู้กับมังกรเป็นอีกเรื่อวหนึ่ง แต่การที่บาบาเรี่ยนมีฉายาไกด์มันเป็นปัจจัยสำคัญมาก

'ฉันไม่เคยให้ความสำคัญกับมัน...แต่ว่านี้ได้แสดงให้เห็นว่าสิ่งนั้นมันไม่ใช่ฉายาที่ไร้ประโยชน์...'

แต่ว่าเขาก็ยังคงเร่งรีบ ในบทนนี้มันเป็นเขาวงกต เขาไม่มีทางจะรู้ได้เลยว่าคนอื่นๆจะอยู่ไหนในตอนที่เขาไปล่าฆาตกร เขาอาจจะต้องใช้เวลาถึง 20-30 นาทีต่อครั้งเพื่อค้นหาฆาตกร

'ฉันควรจะรีบ'

ซังจินได้กลับไปที่ๆนักล่ารวมตัวกันอยู่อย่างรวดเร็ว

"ถ้าทุกคนพักผ่อน..."

ทักทีที่เขาได้พูดออกมาคนอื่นๆก็หันมาจ้องมองเขา พวกเขานั้นเป็นผู้ชายทั้งหมด แต่ว่าเหมือนว่าซังจินจะดึงดูดความสนใจทั้งหมด มันเป็นความรู้สึกแปลกๆ ผู้อมตะได้ยืนขึ้นและพูดออกมา

"ไปค้นหามอนสเตอร์กันต่อเถอะ เราควรที่จะเพิ่มผลงานของพวกเราให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

"ไปทำแบบนั้นกัน"

"ไปกันเถอะ"

ซังจินได้หันไปพูดกับนักล่าที่ได้เตรียมพร้อมที่จะเดินทางต่อ

"พวกนายรู้เรื่องเกี่ยวกับชิ้นส่วนลับกันใช่ไหม? นายจะคิดยังไงกับการค้นหาสิ่งนี้?"

พวกเขาทั้งหมดได้มองมาที่ซังจิน

"ชิ้นส่วนลับ? มันคืออะไรหละ?"

"มันยอดเยี่ยม แต่ว่า...."

"ถ้าเราพบมันก็ดี แต่ถ้าไม่หละW

"ของจากมังกร...ฉันก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่า...

และในหมู่พวกเขา

"บอลลับมันจะไม่ยากเกินไปงั้นหรอ?"

ในที่สุดก็ได้มีใครบางคนพูดไปถึงบอสลับ ซังจินได้หันไปพูดกับพวกเขา

"ฉันนั้นมีฉายานักล่าสมบัติ ดังนั้นเราจะไปค้นหาชิ้นส่วนลับกันเป็นหลัก และแน่นอน พวกเราก็จะล่ามอนสเตอร์ตามทางไปด้วย...แต่วสมบัติมันจะดีขึ้นยิ่งไปอีกถ้ามันยเกี่ยวกับบอสลับ....ลองคิดเรื่องนี้ดูนะ"

ทุกๆคนได้หยักหน้ารับในคำพูดนี้

"แน่นอน"

"ชิ้นส่วนลับมันยอดเยี่ยมเสมอ"

ซังจินที่ได้รับความเห็นชอบจากคนในกลุ่มแล้วเขาก็ได้หันไปพูดคุยกับลูกบาศก์

"โอเปอเรเตอร์ส่งดวงดาวไร้นามมาที"

ครู่หนึ่งลูกบาศก์ก็ได้ส่งจีรูปดาวออกมา

"เปลื่ยนชื่อ"

มันเป็นครั้งแรกที่ซังจินได้ใช้มัน โอเปอเรเตอร์ก็ได้ถามออกมา

[ชื่อใดที่คุณต้องการจะเปลื่ยน?]

"นักล่าสมบัติ"

[คุณได้เปลื่ยนชื่อแล้ว]

ซังจินได้เงยหน้าขึ้นไปเพื่อที่จะตรวจสอบฉายา แต่แล้วเขาก็ไม่จำเป็นต้องทำ เพราะนักล่าทั้งเก้าคนได้มองไปบนหัวของเขาด้วยปากที่อ้าค้าง

"เดี๋ยวก่อนนะ...นายสามารถจะเปลื่ยนฉายากลางการจู่โจม?"

"ไอเทมอะไรกัน..."

ไม่มีใครที่ถามออกมาว่า

'นายได้รับมันมายังไง'

ทุกๆคนคิดว่า 'เขาเป็นคนที่พิเศษ' และปล่อยมันไป ซังจินได้รวบรวมนักล่าและพูดออกมา

"ทักษะของนักล่าสมบัติจะทำให้เราได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับชิ้นส่วนที่ซ่อนอยู่ ฉันจะใช้ความสามารถนี้...แต่ว่าฉันต้องการความคิดของพวกนายเพื่อช่วยฉันคิดเกี่ยวกับมัน"

ตาของพวกเขาได้ส่องประกายออกมาตามคำพูด พวกเขาไม่ได้รู้เกี่ยวกับผลของฉายานักล่าสมบัติ แต่ว่าพวกเขาก็รู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าทักษะนักล่าสมบัติก็ยอดเยี่ยม

"โปรดฟังเกี่ยวกับคำแนะนำจากลูกบาศก์และบอกฉันถ้าหากว่าพวกนายเข้าใจเงื่อนงำนี้"

ทุกคนได้หยักหน้าตามคำพูดของเขา

'ฉันรู้สึกเหมือนเป็นครูกำลังสอนนักเรียนอยู่เลย'

จากนั้นซังจินก็หันไปถามกับโอเปอเรเตอร์

"โอเปอเรเตอร์ฉันจะใช้งานทักษะนักล่าสมบัติ ถ้าหากว่ามีชิ้นส่วนลับในพื้นที่ก็ช่วยบอกฉันที"

โอเปอเรเตอร์ได้ให้คำใบ้ออกมา

[มังกรแดงแห่งอวไลท์ คาลกัลป์]

[ได้ฆ่าคนไปมากมาย ในช่วงชีวิตหลายร้อยปี]

[มันได้เก็บสะสมสมบัติเอาไว้ภายในรัง]

[ทางเดินสีแดง เป็นสถานที่เดียวที่สามารถจะเข้าไปได้]

[การกลิ้งสมบัติและปกคลุมมันด้วยปีก]

[มันคือช่วงเวลาที่เขารักมากที่สุด]

ซังจินได้ตั้งใจฟังอย่างระมัดระวัง ส่วนสำคัญมันดูเหมือนจะอยู่ตรงที่

'เส้นทางสีแดง เป็นสถานที่เดียวที่สามารถจะเข้าไปได้ และก็ปกคลุมด้วยปีก'

"เส้นทางสีแดง? แต่ว่าทุกๆอย่างที่นี่มันเป็นสีดำและแดง"

"มีแต่เส้นทางนี้เท่านั้นที่จะเข้าไปได้....สถานๆที่ๆมีขนาดใหญ่เท่ามังกร?"

"ปีกที่ปกคลุม...ฉันคิดว่านี้มันเป็นกุญแจสำคัญ"

ซังจินได้หยักหน้า

"โอเค ฉันรู้แล้ว งั้นมาลองดูกันว่าบอสลับมันอยู่ที่ไหน ฉันไม่รู้ว่าเราจะสามารถเอาชนะได้หรือไม แต่ว่า...เราก็ควรจะรู้ว่ามันอยู่ที่ไหนเพื่อที่ว่าเราจะหลีกเลี่ยงมันได้ ใช่ไหม?"

ทุกๆคนได้หยักหน้าตามคำแนะนำของเขา

"ใช่แล้ว นี่มันเป็นความคิดที่ดี"

"อย่างน้อยเราก็จะได้ไม่ไปพบมันในขณะที่เดินลงไป แต่...."

ซังจินได้แกล้งไอออกมาและถามคำถามที่สอง

"แค่กๆ...โอเปอเรเตอร์บอสลับซ่อนอยู่ที่ไหน?"

[เธอผู้ที่ได้ฟัง เธอผู้ที่เข้ามา]

[เธอได้เรียนรู้จากความไม่มั่นคงของเด็ก]

[และตื่นขึ้นจากการหลับไหลยาว]

[ได้รับการเตือนว่าเหนือการพิสูจน์ความชั่วร้าย]

[ได้โกหก และเธอก็ยังโกรธ]

มันสั้น แต่ว่ามันค่อนข้างจะแตกต่างกัน ซังจินเป็นเช่นเดียวกับคนอื่นๆคือกลายเป็นใบ้ไป

'มันพูดถึงอะไรกัน?'

การแสดงออกของทุกคนได้เหมือนกับซังจิน และท่าทางของพวกเขาดูเหมือนจะพูดเช่นนี้ ซังจินได้ลูบคางของเขาและถามออกมาอีกครั้ง

"เฮ้ โอเปอเรเตอร์ช่วยให้คำใบ้อีกครั้งหนึ่ง?"

จบบทที่ Chapter 100 – Red Dragon’s Lair (6)

คัดลอกลิงก์แล้ว