เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 99 – Red Dragon’s Lair (5)

Chapter 99 – Red Dragon’s Lair (5)

Chapter 99 – Red Dragon’s Lair (5)


Chapter 99 – Red Dragon’s Lair (5)

ซังจินได้วิ่งออกไป ในตอนนี้ผู้อมตะและนักล่าคนอื่นๆกำลังเผชิญหน้ากับมังกร แต่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ของพวกเขาล่อแหลมมาก

ผู้อมตะทำได้เพียงแต่รับมือกับการโจมตีของคาลกัลป์เพียงคนเดียว เขายังมีปัญหาแม้ว่าจะร่วมมือกับแท้งคนอื่นๆ ดัฃนั้นก็ไม่ต้องพูดถึงในตอนนี้เลย เพียฃแค่แรงเหวี่ยงครึ่งเดียวของมังกรมันก็ได้ทำให้ผู้อมตะถูกผลักมากกว่าเมตรนึงแล้ง

"ก๊าาา"

ซังจินกลัวว่าผู้อมตะอาจจะตายได้ ดังนั้นเขาจึงได้ใช้เวทย์จากระยะไกล

"ปิดบาดแผลและลบล้างความเจ็บปวด ฮีล"

ซังจินได้ร่ายเวทย์รักษาให้กับผู้อมตะในขณะที่เขาเร่งรีบพุ่งไปข้างหน้าเมื่อซังจินได้มายืนอยู่ถัดไปจากผู้อมตะ คาลกัลป์ก็ได้ตะโกนออกมาอย่างโกรธแค้น

"แก! ข้าจะกินแกทั้งตัวเลย"

กรงเล็บของคาลกัลป์ได้พุ่งเข้ามาหาเขา แม้ว่ามันจะมีชื่อว่ากรงเล็บ แต่ขนาดความยาวของมันก็เท่ากับหอกไปแล้ว ซังจินได้ถอยไปด้านหลังเพื่อหลบกาารโจมตี จากนั้นก็กระโดดขึ้นไปบนอากาศ

หินบนพื้นได้ถูกทำลายลงไปด้วยกรงเล็บ ไม่ว่าพลังชีวิตของซังจินจะมากแค่ไหน เขาก็น่าจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอนหากถูกมันโจมตีสักครั้งหนึ่ง

ซังจินได้แขวนชีวิตของตนเองไว้ลนเส้นด้ายและมองไปมี่มังกรอย่างระมัดระวัง เมื่อมังกรมันได้เหวี่ยงแขนออกมาอีกครั้ง ซังจินก็ได้สังเกตุไปเห็นเลือดบนคอของมัน

'เลือด...?'

แม้ว่าในขณะที่เขาหลบอยู่ เขาก็ได้หาโอกาสสังเกตุศัตรู จุดๆนั้นมันเป็นแผลกากบาทที่เขาได้ทำมันเอาไว้

มันเป็นเรื่องยากมากที่จะเห็นเช่นนี้เนื่องจากเกล็ดของมัน แต่ว่าเกล็ดของมันก็ได้หายไปในตอนที่ซังจินได้โจมตีมันก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าเลือดของมันกำลังไหลออกมาอย่างช้าๆจากตรงนั้น

'ตรงนั้น'

จากนั้นซังจินก็ตะโกนออกมา

"ทุกคน! เน้นการโจมตีไปที่คอของมัน นายสามารถจะเห็นรอยแผลกากบาทได้ถ้านายสังเกตุดีๆ"

ตามคำแนะนำนี้ ลูกธนูและหน้าไม้ รวมไปถึงเวทย์ได้มุ่งเป้าไปที่จุดนั้น แม้ว่านักล่าที่ยังอยู่ในเปลวเพลิงก็ยังโจมตีมาที่คอ

คาลกัลป์หงัดหงิดมากเนื่องจากการโจมตีทั้งหมดได้มุ่งเป้ามาที่คอของมัน มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่คอยาวแต่แขนสั้นมันจึงไม่สามารถจะป้องกันได้สะดวกนัก

มันได้พยายามจะใช้ปีกป้องกันเอาไว้ แต่ว่ามันก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีเนื่องจากว่าปีกมันก็ได้รับความเสียหายจากก่อนหน้านี้เช่นกัน

มังกรได้โจมตีออกมาอย่างรำคาญเพื่อที่จะปกป้องจุดอ่อน แต่ว่าซังจินก็หลบไปได้ทุกครั้ง มังกรเริ่มที่จะโมโหและตะโกนออกมา

"ไอ้เวร สมุนของข้าไปอยู่ไหนกัน? ขาบอกให้พวกแกมาช่วยข้าไง"

มันได้มองไปที่ทางออก แต่ว่าลูกสนุนของเขาได้ถูกจัดการไปดดยเคนและพรรคพวก

"ไร้ประโยชน์"

คาลกัลป์ที่หยิ่งยโสจนกระทั่งในตอนนี้เริ่มที่จะตระหนักถึงความแตกต่างและเริ่มที่จะกรีดร้องออกมา

"มันต้องไม่ใช่แบบนี้"

ได้เริ่มเริ่มกระพือปีกรัวๆราวกับไก่ และวิ่งอาละวาดไปถั่วถ้ำนักล่าจึงจำเป็นจะต้องกระจายตัวกันออกไปจากการโจมตีนี้ที่อาจจะทำให้พวกเขาตายไปได้ แต่ว่าทุกอย่างก็ยังคงเป็นไปด้วยดี

นักล่าได้กลับมาร่วมตัวกันอีกครั้งเมื่อมังกรมันได้พุ่งผ่านไป และเริ่มที่จะเตรียมตัวพุ่งเข้าไปโจมตีมันอีกครั้ง

คาลกัลป์ได้รับความเสียหายที่ด้านหลังและปีกจากการโจมตีนี้ .ัฃจินได้คิดขึ้นมา

"ทุกอย่างกำลังไปได้ดี"

และเขาก็ได้พุ่งเข้าไปหามังกร แต่แล้วจากนั้น

'นายท่าน เตรียมตัวหยุดเสียงคำราม'

มูนสเปคได้ให้คำเตือนออกมา มังกรมันไม่ได้วิ่งออกไป มันได้ซ่อนใบหน้าของมันเอาไว้และเตรียมพร้อมที่จะโจมตีด้วยการคำราม ซังจินจึงรีบตะโกนออกมาอย่างรวดเร็ว

"ระวัง มันกำลังจะคำราม"

เขาได้ให้คำเตือนกับนักล่าคนอื่นๆ

'ฉันควรจะทำยังไงดี?'

ถ้าหากว่ามันเป็นการตะโกนธรรมดามันก็อาจจะไม่มีผลมากนัก แต่ว่านี้มันมีพลังเวทย์ผสมอยู่ด้วย ดังนั้นเมื่อเสียงได้เข้าไปในหูของทุกคน พวกเขาก็จะสูญเสียความนึกคิดและพลังไป

และเป้าหมายอันดับหนึ่งที่มังกรเล็งเอาไว้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากตัวเขาเอง ถ้าหากว่าเขาสูญเสียความคิดไปและเกิดการหวาดกลัว มังกรมันก็จะใช้ทุกอย่างเพื่อที่จะจัดการเขา

'ฉันได้รับการป้องกันจากผลของกำแพงเหล็กในก่อนหน้านี้ แต่ว่าฉันไม่มีอะไรแบบนี้อีกแล้ว...'

จากนั้นเขาก็ได้นึกถึงบาฃอย่างที่สำคัญมาก ซังจินได้ตรวจสอบไปที่แหวนแห่งการผสมสัตว์ - คิเมโร่ มันเป็นแหวนที่มีรูปร่างของสัตว์สี่ตัวอยู่ มนุษย์ อสรพิษ แพะ และสิงโต

'สิงโตมันให้ภูมิคุ้มกันความกลัวใช่ไหม?'

ซังจินได้จับแหวนเอาไว้ในขณะที่มองดูปากของมังกร ซังจินตั้งใจที่จะใช้มันเมื่อที่มังกรมันอ้าปากตะโกนออกมาเพื่อที่จะใช้โอกาสนั้นสวนกลับไป แต่แล้วจากนั้น

ผู้อมตะได้เดินมาหาซังจินและพูดออกมา

"ฉันจะปกป้องนายจากการคำรามเอง เตรียมตัวโต้กลับได้เลย สุดยอดนักล่า"

'อะไรนะ?'

เขาไม่มีเวลาที่จะตอบสนองอะไรกลับไป มังกรมันได้หันหน้ากลับมาทันทีที่เตรียมตัวเสร็จสิ้น จมูกขอฃมันได้เรืองแสงออกมาในขณะที่มันกำลังจะตะโกน

แต่แล้วผู้อมตะก็ได้หยิบกระดิ่งออกมา

"กระดิ่งแห่งความเงียบ"

"กริ่ง"

เสียงที่สงบได้ดังออกมา และซังจินก็รู้สึกแปลกๆ หูของเขาได้อื้อไปในทันที

คาลกัลป์ได้เปิดปากออกมาและตะโกน

"ฉันจะฆ่าพวกแกทั้งหมด ไอ้พวกเวรมนุษย์"

แต่ซังจินก็ไม่สามารถจะได้ยินอะไรเลย ผู้อมตะได้พยายามที่จะฑุดอะไรบางอย่างกับเขา แต่ซังจินก็ไม่ได้ยินเสียงของเขาเช่นกัน

ดูเหมือนว่าไอเทมชิ้นนี้จะสร้ามพื้นที่ลบล้างเสียง ดังนั้นซังจินจึงไม่สามารถจะได้ยินอะไรได้เลย

ส่วนนักล่าอีกแปดคนที่เหลือรวมไปถึงเคนและพรรคพวก พวกเขาได้วิ่งออกไปอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

เมื่อซังจินได้เข้าใจถึงสถานการณ์ เขาก็รีบรวมรวบสมาธิและวิ่งออกไปอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

"อ๊ากกก"

เสียงกรีดร้องได้ดังออกมาจากปอดของเขา

***

ผู้อมตะประหลาดใจอย่างมาก

"ระวัง มันกำลังจะคำราม"

เมื่อเขาได้ยินคำเตือนของซัฃจิน เขาก็ได้เข้าไปปกป้องซังจินทันที และเข้าไปใช้กระดิ่งแห่งความเงียบเพื่อที่จะป้องกันเสียงทั้งหมด

มันเป็นแผนที่ดี เมื่อเสียงกระดิ่งได้ดังออกมาเขาก็จะไม่ได้ยินเสียงอะไรได้เลย แต่ว่าสุดยอดนักล่าก็ยังคงวิ่งออกไปและกรีดร้อง

ผู้อมตะงงอย่างมาก

"เกิดอะไรขึ้น?"

เขาได้เคยใช้กระดิ่งมาแล้วหลายครั้ง มันสามารถจะสร้างพื้นที่ป้องกันเสียงได้ แต่ว่าในครั้งนี้มันดูเหมือนจะไม่มีผล

ไม่สิ ไอเทมมันทำงาน เขาเองก็ยังได้รับการคุ้มครองจากเสียงคำราม เขาได้จ้องมองไปที่ซังจินอย่างมึนงง

"คิ คิ คิ ใช่แล้ว วิ่งเข้าไปเจ้าคนแคระตัวจ้อย"

เขาได้เฝ้ามองคาลกัลป์วิ่งไล่ตามหลังของสุดยอดนักล่าไป

'ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นนะ แต่ว่า'

ผู้อมตะไปวิ่งออกไปข้างหน้าเพื่อที่จะปกป้องเขาจกาคาลกัลป์ แต่ว่าคาลกัลป์ไม่ได้สนใจเขาเลย คาลกัลป์มันได้ตระหนักว่าการฆ่าซังจินนั้นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ดังนั้นผู้อมตะจึงทำได้เพียงตะโกนออกมา

"สุดยอดนักล่า!!!"

แต่แล้วจากนั้นเขาก็ได้ตระหนักว่าสถานะของสุดยอดนักล่ามันเป็นเรื่องแปลก เขาได้แอบสับเปลื่ยนดาบไป จากดาบสีม่วงไปเป็นคาตะนะที่มีออร่าสีแดง ผู้อมตะได้ตระหนักว่าเขาคงจะต้องวางแผนบาสงอย่างเอาไว้

"ตายซะไอ้แมลงตัวจ้อย"

คาลกัลป์ไม่ได้สังเกคุเห็นการสับเปลื่ยนนี้ เขาให้ความสนใจไปเพียงแค่การจับสุดยอดนักล่าที่ยังคงกรีดร้องอยู่เท่านั้น

"อ๊ากกกก"

แต่สุดยอดนักล่าผู้ซึ่งกำลังวิ่งหนีอยู่ ทันใดนั้นเขาก็ได้หันกลับมาและกระโดดไปบนอุ้งเท้าของคาลกัลป์ และกระโดดไปหามังกร

ที่ๆเขาเล็งเอาไว้นั่นก็คือแผลกากบาทที่เขาได้ทำเอาไว้ในก่อนหน้านี้

****

ซังจินได้แทงบลัดเวเจนและมูนสเปคทั้งคู่ลงไปบนคอของมังกร ต้องขอบคุณแผลที่เขาทำเอาไว้ในก่อนหน้านี้ที่ทำให้เขาสามารถแทงดาบลงไปได้อย่างง่ายดาย

"ก๊าซซซซซ"

คาลกัลป์ที่ถูกแทงได้ร้องออกมาในแบบที่ไม่เคยร้องออกมาก่อนในขณะที่ถอยหลังไป ซังจินผู้ที่สามารถหลอกมังกรได้สำเร็จ ได้เคลื่อนที่ไปเพื่อที่จะจบชีวิตมันในทันที

แต่ว่ามังกรมันก็ได้กระพือปีกขึ้นและหนีออกไปเหมือนกับไก่ยักษ์คลั่ง มันเป็นการยากที่จะติดตามมันไปและโจมตีมันในตอนที่มันกำลังวิ่งอาละวาด

ซังจินได้ไล่ตามมันไปห่างๆและพยายามที่จะฟันและแทงไปที่หางและปีกของมัน แต่แค่นี้ก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายถึงตายให้มันได้

'ฉันต้องการแค่...โอกาสเดียวเท่านั้น...'

มังกรมันได้มีเลือดไหลออกมาอย่างมากมายจากคอของมัน ซังจินได้มองหาโอกาสในขณะที่ไล่ล่ามันไป แต่แล้วจากนั้นเขาก็เห็นมังกรหายใจเข้าลึกๆอีกครั้ง

'คราวนี้มันเป็นอะไร?'

มูนสเปคได้ตอบคำถามกลับมาให้เขา

'นายท่าน โปรดระวังมันเป็นการโจมตีด้วยลมหายใจ'

คราวนี้มันเป็นการโจมตีด้วยลมหายใจ ซังจินได้หันหน้าไปหานักล่าคนอื่นๆและตะโกนออกมา

"มันเป็นการโจมตีด้วยลมหายใจมังกร"

นักล่าได้กระจายตัวกันออกไปทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ พวกเขารู้ถึงความอันตรายของมันแล้วจากก่อนหน้านี้ ซังจินได้หันกลับมามองที่คาลกัลป์ มันกำลังสูดลมหายใจและมีสะเก็ดใจปลิวอยู่แถวๆปากของมัน

มันได้วางแผนที่จะได้ใช้ลมหายใจจริงๆ ซังจินมีความเชื่อมั่นว่าเขาสามารถจะหลบลมหายใจของมันได้ เนื่องจากว่าเขาสามารถจะสังเกคุเส้นทางที่มันจะปล่อยออกมาได้ด้วยการเฝ้ามองคอของมัน

เขาจะเป็นห่วงก็แค่เคนและคนอื่นๆที่อยู่ด้านหลังเขา เนื่องจากว่าลมหายใจมังกรมันอันครายมาก

แม้แต่แค่โดนสะเก็ตของมันก็ร้ายแรงมากแล้ว ซังจินรู้สึกกดดันมากที่จะตัดสินใจ

'ฉันควรจะทำยังไงดี?'

แต่แล้วแผนการก็ได้โผล่ขึ้นมาบนหัวของเขา เขารีบขยับเพื่อที่จะไปทำมันในทันที เขาได้ใช้ทักษะของบัลดเวเจนในทันที

"การล้างบาปแห่งโลหิต"

เขาได้ใช้บลัดเวเจนตัดไปที่หางของคาลกัลป์ คาลกัลป์ไม่สามารถจะร้องออกมาได้เนื่องจากมันกำลังรวบรวมอากาศเอาไว้ภายในปาก มันทำได้เพียงแค่จ้องมองมาที่ซังจินแทน ซังจินก็ได้ตัดสินใจที่จะยั่วยุมัน

"นายจะวิ่งไปอีกนานแค่ไหน เจ้าจิ้งจก"

ดวงตาของมังกรมันได้เต็มไปด้วยความโกรธ ซังจินได้ไปอยู่ที่มุมกำแพงและจับมูนสเปคเอาไว้

"พรึบบ"

ไอน้ำจำนวนมากได้ถูกปล่อยออกมาจากจมูกของซังจิน มันกำลังเตรียมตัวที่จะปล่อยลมหายใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ซังจินจึงพูดออกมา

"ฉันจะปล่อยเธอออกมามูนสเปค"

และดึงดาบออกมา

"เสียงคร่ำครวญของคนตาย"

"กรี๊ดดดดดด"

มูนสเปคได้กรีดร้องออกมาในเวลาเดียวกับที่มังกรได้เริ่มปล่อยลมหายใจออกมา

มังกรที่ตอนแรกเล็งมาที่ซังจินมันก็ได้ยกหัวขึ้นด้วยความหวาดกลัวและไฟของมันก็ไม่ได้เผาอะไรเลยนอกไปเสียจากเพดาน

ตอนนี้แผลของมันสามารถเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เนื่องจากมันแหวนหน้าไปบนเพดาน ซังจินเตรียมพร้อมดาบและวิ่งไปที่คอของมัน แต่แล้วจากนั้น

สายตาของคาลกัลป์ก็ได้กลับมาเป็นปกติ และเขาก็จ้องลงมาที่ซังจินอีกครั้ง

'นายท่าน มังกรตัวนี้มีความต้านทานต่อความกลัวเป็นอย่างมาก'

จบบทที่ Chapter 99 – Red Dragon’s Lair (5)

คัดลอกลิงก์แล้ว