เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11: บทลงโทษบนโต๊ะอาหาร

บทที่ 11: บทลงโทษบนโต๊ะอาหาร

บทที่ 11: บทลงโทษบนโต๊ะอาหาร


บทที่ 11: บทลงโทษบนโต๊ะอาหาร

ชิงเฉิงแค่นเสียง 'หึ' ในลำคอเบาๆ เป็นเชิงยอมรับในความรู้ความเข้าใจของเขา

ฟู่เหิงซิวเป็นคนประเภทไม่ชอบให้คนแปลกหน้าเข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัว ดังนั้นหลังจากแม่บ้านทำความสะอาดและจัดเตรียมอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็รีบขอตัวกลับไปทันที

อาหารมื้อเที่ยงถูกจัดวางไว้บนโต๊ะอย่างสวยงาม หน้าตาดูน่ารับประทานจนน้ำลายสอ

ดวงตาของชิงเฉิงเป็นประกายวาววับ ช่วงนี้เธอใช้พลังงานไปมากจนรู้สึกหิวโซจนไส้กิ่วไปหมดแล้ว

ฟู่เหิงซิวรวบร่างบางของเธอให้มานั่งบนตัก แขนแกร่งโอบรัดเอวคอดกิ่วเอาไว้อย่างหวงแหน ก่อนจะกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำปนออดอ้อน "เมิ่งเหยา นั่งอยู่แบบนี้แหละ อย่าขยับไปไหนนะ"

"ก็ได้ค่ะ" ชิงเฉิงตอบรับโดยไม่เกรงใจ "งั้นคุณก็เริ่มปรนนิบัติฉันได้แล้ว"

"ได้สิ" ดวงตาของฟู่เหิงซิวหยีลงจนเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว เขายิ้มบางๆ ที่มุมปาก เต็มใจให้บริการอย่างยิ่ง

ระหว่างมื้ออาหาร ฟู่เหิงซิวสรรหาวิธีการต่างๆ มาหยอกเย้าและป้อนอาหารเธอ

หัวใจของชิงเฉิงเต้นรัวเร็ว... ผู้ชายสมัยนี้ช่างมีลูกเล่นแพรวพราวเสียจริง

ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของฟู่เหิงซิวก็ดังขึ้น

เมื่อกดรับสาย ฟู่เหิงซิวก็เอ่ยเสียงเรียบเย็นและทรงอำนาจเพียงคำเดียว "ว่ามา..."

ผู้ช่วยจ้าวนิ่งไปครู่หนึ่ง "..."

เขารู้สึกเย็นวาบไปที่ต้นคอ... ก็สมควรอยู่หรอก ชายหนุ่มผู้ถือศีลกินเจมานานหลายปี ในที่สุดก็ได้ลิ้มรสเนื้อหวานฉ่ำ ช่วงแรกๆ ก็คงอยากจะขลุกอยู่บนเตียงตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเป็นธรรมดา

เขาเป็นผู้ชายเหมือนกัน ย่อมเข้าใจดี

หากสถานการณ์ไม่เร่งด่วนจริงๆ เขาคงไม่กล้ามารบกวนอารมณ์สุนทรีย์ของท่านประธานฟู่ในเวลานี้แน่

"ท่านประธานครับ เกิดปัญหาเรื่องความร่วมมือกับทางประเทศ A ครับ ผู้รับผิดชอบทางฝั่งนั้นโกรธมาก..."

ฟู่เหิงซิวตั้งใจฟังรายงานจากปลายสายด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

ทว่าจู่ๆ ชิงเฉิงก็นึกอยากแกล้งคนขึ้นมา

เธอขยับตัวเล็กน้อย ก่อนที่มือไม้จะเริ่มอยู่ไม่สุข ลูบไล้ไปตามแผงอกแกร่งอย่างซุกซน

มือของฟู่เหิงซิวที่กำโทรศัพท์อยู่บีบแน่นขึ้นเรื่อยๆ เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะเบนความสนใจกลับไปที่งาน

แต่ชิงเฉิงกลับยิ่งได้ใจและทำตัวเหิมเกริมหนักข้อขึ้น

ฟู่เหิงซิวแทบคลั่ง เขากัดริมฝีปากแน่น กลัวว่าตัวเองจะเผลอหลุดเสียงครางออกมาตามสัญชาตญาณ

ในที่สุด ความยับยั้งชั่งใจของฟู่เหิงซิวก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

ใครจะไปทนไหวกัน!

เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ตัดสายทิ้งและปิดเครื่องทันที

ชายหนุ่มอุ้มร่างของชิงเฉิงขึ้นไปวางบนโต๊ะอาหารอย่างรวดเร็ว

ชิงเฉิงรู้สึกมึนงงเล็กน้อย... นี่เขา... ไม่ใช่ว่ากำลังทำงานอยู่เหรอ?

บริษัทมีเรื่องด่วนไม่ใช่หรือไง?

ท่านประธานคนนี้ช่างไร้ความรับผิดชอบสิ้นดี!

เธอไม่ได้ตั้งใจจะสานต่อ 'บทเรียนภาคปฏิบัติ' นี้เสียหน่อย

ชิงเฉิงถอยหนีตามสัญชาตญาณ

ทว่าฟู่เหิงซิวกลับตรึงเอวบางของเธอไว้แน่นด้วยสองมือ

เสียงของเขาแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ "เมิ่งเหยา เธอเป็นคนจุดไฟ ก็ต้องรับผิดชอบดับมันซะ"

สิ้นเสียง เขาก็ประกบจูบลงมาทันที

...

มื้อเที่ยงที่ควรจะจบลงง่ายๆ กลับกินเวลายาวนานถึงสองชั่วโมงครึ่ง... นี่ถ้าบริษัทไม่มีเรื่องด่วนรอให้จัดการจริงๆ

มื้ออาหารนี้คงไม่มีทางจบลงเร็วขนาดนี้แน่

ชายหนุ่มผู้ได้รับความอิ่มเอมจนเปรมปรีดิ์จำต้องกลับไปจัดการงานที่บริษัท

ก่อนไป เขายังหันกลับมามองภรรยาตัวน้อยด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์

ชิงเฉิงหันหลังให้เขาอย่างหงุดหงิด

อีตานี่อึดถึกทนเกินไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะลีลาดีล่ะก็ เธอคงชิ่งหนีไปนานแล้ว

หลังจากจัดการธุระส่วนตัวและแต่งตัวเรียบร้อย ชิงเฉิงก็เดินทางไปเยี่ยมหรูเสวี่ยเฟิงที่โรงพยาบาล

ฟู่เหิงซิวจัดการทุกอย่างไว้ให้อย่างดีเยี่ยม

ห้องพักฟื้นเป็นห้องวีไอพีส่วนตัว มีพยาบาลพิเศษคอยดูแลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ทำให้หวงกุ้ยหลานไม่ต้องเหนื่อยมากนัก

อย่างไรก็ตาม สองสามีภรรยากลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง

พวกเขารู้สึกเหมือนได้รับลาภลอยโดยที่ไม่ได้ลงแรง แม้ว่าเมิ่งเหยาจะโทรมาอธิบายด้วยตัวเองแล้วก็ตาม

แต่หัวใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ยังคงกังวลอย่างหนัก

ทุกอย่างที่นี่แพงเกินไป เกินกว่ากำลังที่ลูกสาวของพวกเขาจะจ่ายไหว

ในขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งไม่ติดที่ ชิงเฉิงก็มาถึง

หวงกุ้ยหลานรีบเดินเข้าไปหา กุมมือเธอไว้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เมิ่งเหยา โรงพยาบาลนี้แพงเกินไป เราย้ายโรงพยาบาลกันเถอะลูก หนูเสียสละเพื่อพวกเรามามากพอแล้ว พ่อกับแม่ไม่อยากเป็นภาระของหนูอีก"

พูดจบ น้ำตาของหวงกุ้ยหลานก็ไหลพราก "เป็นเพราะพ่อกับแม่มันไม่ได้เรื่องเอง ที่ต้องมาเป็นตัวถ่วงหนูแบบนี้"

หรูเสวี่ยเฟิงหันหน้าหนีไปอีกทางเพื่อลอบเช็ดน้ำตา

แม้ลูกสาวจะคอยรายงานแต่เรื่องดีๆ ปิดบังเรื่องร้ายๆ โดยบอกเสมอว่าตระกูลเจียงดูแลเธอดีมาก

แต่นี่คือลูกสาวที่พวกเขาเลี้ยงดูมากับมือ ต่อให้เธอจะพยายามซ่อนความรู้สึกแค่ไหน ก็ไม่อาจตบตาพวกเขาได้

พวกเขาเคยคุยเรื่องที่จะยอมแพ้ ไม่รักษาตัวต่อมาหลายครั้งแล้ว

แต่ทุกครั้งที่พูดเรื่องนี้ ลูกสาวของพวกเขาจะอารมณ์รุนแรงมาก ครั้งหนึ่งเธอถึงกับไปยืนบนขอบหน้าต่าง แววตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าพลางตะโกนว่า "พ่อ แม่ หนูไม่อยากมีความรู้สึกติดค้างในใจ หนูอยากทำให้เต็มที่ที่สุด อย่าพูดเรื่องเลิกรักษาอีกนะคะ ไม่อย่างนั้นหนูจะรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า และหนูจะตายไปพร้อมกับพ่อแม่นี่แหละ"

เธอพูดจริงจังจนหรูเสวี่ยเฟิงและภรรยาหวาดกลัว ไม่กล้าเอ่ยเรื่องหยุดรักษาต่อหน้าเธออีกเลย

หรูเสวี่ยเฟิงและภรรยามีปัญหาสุขภาพทำให้ไม่สามารถมีลูกได้ หลังจากรับหรูเมิ่งเหยามาเลี้ยง พวกเขาก็รักและดูแลเธอเป็นอย่างดี

ด้วยเหตุนี้ หรูเมิ่งเหยาจึงยอมทนทุกข์ทรมานในตระกูลเจียงเพื่อแลกกับเงินค่ารักษา

ชิงเฉิงรับรู้เรื่องราวทั้งหมดนี้ดี เธอเป็นคนประเภทบุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระอยู่แล้ว

หญิงสาวยื่นมือไปกุมมือหวงกุ้ยหลานไว้ น้ำเสียงอ่อนโยนลง "พ่อคะ แม่คะ อยู่รักษาตัวที่นี่ให้สบายใจเถอะค่ะ พอหายดีเมื่อไหร่ จะได้ไปร่วมงานแต่งงานของลูกสาวไงคะ"

"ลูกเขยของพ่อกับแม่ชื่อ 'ฟู่เหิงซิว' เป็นประธานของฟู่กรุ๊ป... สิ่งเดียวที่เขาไม่ขาดแคลนเลยก็คือเงินค่ะ"

"วันนี้เขามีประชุมด่วนที่บริษัท ไว้รวันหลังหนูจะพาเขามากราบพ่อกับแม่นะคะ"

"จริง... จริงเหรอลูก?"

หวงกุ้ยหลานทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ

เธอรู้จักฟู่กรุ๊ปดี... นั่นมันคนละชั้นกับพวกเธอราวฟ้ากับเหว

ความกังวลในใจของหวงกุ้ยหลานยิ่งทวีคูณ "เมิ่งเหยา ลูกห้ามทำเรื่องผิดศีลธรรมเพื่อแลกกับเงินเด็ดขาดนะลูก อย่าไปยุ่งกับพวกกู้หนี้นอกระบบนะ"

หรูเสวี่ยเฟิงเองก็พูดด้วยน้ำเสียงตื้นตัน "เมิ่งเหยา พ่อมันแก่แล้ว แต่ชีวิตของลูกยังมีความเป็นไปได้อีกมากมาย ถ้าเพราะพ่อทำให้ชีวิตลูกต้องพังพินาศ พ่อยอมตายดีกว่า"

หัวใจของชิงเฉิงอบอุ่นขึ้นมา... การเสียสละของหรูเมิ่งเหยานั้นคุ้มค่าจริงๆ

แม้พ่อแม่ตระกูลเจียงจะไม่ใช่คนดี

แต่พ่อแม่บุญธรรมคู่นี้ดีกับเธอมากจริงๆ

ชิงเฉิงโผเข้ากอดหวงกุ้ยหลาน พลางออดอ้อน "แม่คะ แม่ไม่เชื่อใจลูกสาวคนนี้เหรอ?"

"พ่อกับแม่สอนหนูมาตั้งแต่เด็ก ไม่รู้นิสัยหนูหรือไงคะ?"

"เงินทั้งหมดนี้ ว่าที่ลูกเขยของแม่เป็นคนให้มาค่ะ"

"และการแต่งงานกับเขา ก็เป็นสิ่งที่หนูเต็มใจ"

ได้เงินมหาศาลขนาดนี้ แถมยังได้มีลูกที่มีพันธุกรรมดีเยี่ยม

ใครจะปฏิเสธลงกันล่ะ?

หวงกุ้ยหลานยังอยากจะพูดอะไรต่อ

แต่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน

หวงกุ้ยหลานทำได้เพียงปาดน้ำตาแล้วเดินไปเปิดประตู

ทันทีที่เห็นคนที่ยืนอยู่หน้าประตู หวงกุ้ยหลานก็ถึงกับยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่

จบบทที่ บทที่ 11: บทลงโทษบนโต๊ะอาหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว