- หน้าแรก
- เริ่มต้นตกปลาก่อนวันสิ้นโลก
- ตอนที่ 119 - ฟรี สำหรับปีใหม่
ตอนที่ 119 - ฟรี สำหรับปีใหม่
ตอนที่ 119 - ฟรี สำหรับปีใหม่
วิ๊ง!!! ภาพนิมิตจาก [สัญชาตญาณอันตราย] ฉายชัดเข้ามาในสมองของเฉินหมิงราวกับภาพยนตร์
ทันทีที่เท้าของเขาเหยียบลงบนบันไดขั้นแรก
กลไกกับดักจะทำงาน รูปปั้นกิเลนและสิงโตทองคำที่เฝ้าอยู่หน้าประตูจะอ้าปากกว้าง
พ่นเสาเพลิงที่มีอุณหภูมิสูงจัดออกมาเผาผลาญผู้บุกรุก และที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น
เปลวไฟเหล่านี้ไม่ได้มาเปล่าๆ แต่มันผสมด้วย "น้ำมันเชื้อเพลิง" ชนิดพิเศษที่มีความหนืดสูง
เมื่อมันพ่นออกมา มันจะเกาะติดเสื้อผ้าและผิวหนังเหมือนกาวร้อน ต่อให้รีบถอดชุดหรือกระโดดลงน้ำ
ไฟนี้ก็จะยังคงลุกไหม้ต่อไป ...จนกว่าเหยื่อจะกลายเป็นตอตะโก
บันไดทุกขั้นที่อยู่เบื้องหน้า ล้วนเป็นสวิตช์มรณะ เจ้าของสุสานคงไม่คิดว่าจะมีใครรอดพ้นจากกับดักนี้ไปได้
ถ้าอยากจะผ่าน ก็ต้องใช้ชีวิตคนสังเวยเพื่อให้น้ำมันในรูปปั้นหมดไปเสียก่อน
แต่เมื่อเฉินหมิงรู้ล่วงหน้า... เกมก็เปลี่ยน
"ถอยออกมา" เฉินหมิงสั่งสั้นๆ ไป๋หยวนรับคำสั่ง ก้าวถอยหลังออกมาพร้อมกับเจ้านายอย่างเป็นจังหวะ
เฉินหมิงกางแขนออก รวบรวมพลังเวทไว้ที่ปลายนิ้ว สร้างลูกบอลเพลิงขนาดใหญ่สองลูกขึ้นมา
ฟุ่บ! ฟุ่บ! เขาขว้างลูกไฟเข้าใส่รูปปั้นหินทั้งสองตัวอย่างแม่นยำ
ตูม! ตูม! ทันทีที่เปลวไฟสัมผัสกับถังน้ำมันที่ซ่อนอยู่ภายในรูปปั้น แรงระเบิดมหาศาลก็ปะทุขึ้น
เสาเพลิงและควันดำพวยพุ่งขึ้นสูงกว่าสิบเมตร ท่วมท้นประตูสุสาน น้ำมันเชื้อเพลิงที่ผสมไขมันสัตว์และส่งที่ไวไฟ
ไหลทะลักลงมาตามขั้นบันได ส่งกลิ่นฉุนกึกก้องไปทั่ว
เฉินหมิงลองสร้าง 'งูวารี' จากเวทน้ำส่งเข้าไปดับไฟ ซู่... เมื่อน้ำปกคลุม ไฟก็มอดลงชั่วขณะ
แต่ทันทีที่น้ำระเหยและน้ำมันสัมผัสกับอากาศ ไฟก็ลุกพรึ่บขึ้นมาใหม่ทันที
"ตาแก่นี่เจ้าเล่ห์นักนะ..." เฉินหมิงบ่นอุบ ในเมื่อน้ำใช้ไม่ได้ผล ก็ต้องใช้ไฟสู้ไฟ!
เขาอัดเวทไฟเข้าไปเพิ่ม เร่งปฏิกิริยาการเผาไหม้ให้รุนแรงที่สุด เพื่อให้น้ำมันเชื้อเพลิงหมดไวที่สุด
ไม่นานนัก เปลวไฟก็มอดดับลง เหลือทิ้งไว้เพียงรอยไหม้สีดำเป็นทางยาวและกลิ่นเหม็นไหม้ที่ฉุนจมูก
"เข้าไปดูกันเถอะ... อยากรู้จริงๆ ว่าขุนนางยศใหญ่แค่ไหนถึงได้สร้างสุสานระดับนี้"
"ค่ะ นายท่าน" ไป๋หยวนพยักหน้า ชักมีดทั้ง 4 เล่มออกจากฝัก ลอยวนเวียนอยู่รอบกาย
ปลายมีดชี้ไปข้างหน้าพร้อมปะทะทุกเมื่อ
ทั้งสองเดินขึ้นบันไดทีละขั้น จนมาหยุดอยู่หน้าประตูหินบานยักษ์ เฉินหมิงวางฝ่ามือนาบลงไปบนประตู...
คราวนี้สัญชาตญาณอันตรายเงียบสนิท
ครืนนนน...
เขาออกแรงผลัก ประตูหินที่หนักอึ้งดุจภูเขาค่อยๆ แง้มเปิดออกกว้างพอให้คนเดินผ่าน
พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ! ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในความมืด เสียงจุดไฟก็ดังขึ้นต่อเนื่องราวกับโดมิโน
เปลวไฟในรางน้ำมันบนผนังวิ่งวนจากซ้ายและขวา ลามขึ้นไปจนถึงเพดาน ทำให้ทั่วทั้งห้องโถงสว่างไสวในพริบตา
กลิ่น 'น้ำมัน' ที่คุ้นเคยโชยมาเตะ
เฉินหมิงปิดสกิลมองกลางคืน เพราะแสงไฟในห้องสว่างพอแล้ว ภาพเบื้องหน้าทำเอาเขาตะลึงเล็กน้อย นี่ไม่ใช่สุสานธรรมดา...
แต่มันคือ ‘พระราชวังหินใต้ดิน!’ แม้จะดูดิบเถื่อนกว่าวังบนดิน
แต่ขนาดของมันกลับใหญ่โตมโหฬารกว่ามาก อาจเป็นเพราะ... มันถูกสร้างมาเพื่อรองรับโลงศพที่เรียงรายอยู่เต็มพื้นที่
เฉินหมิงกวาดสายตามองการจัดวางโลงศพ
"ตำแหน่งการวางโลงพวกนี้... ดูเหมือนการเข้าเฝ้าของขุนนางในท้องพระโรงเลยแฮะ"
มองไกลออกไป บนแท่นยกสูงด้านในสุด มี โลงศพทองคำ ที่แกะสลักรูปมังกรพันรอบหัวท้ายตั้งตระหง่านอยู่
เฉินหมิงแค่นหัวเราะ
"ตายไปแล้วก็ยังวางไม่ลงสินะ... อยากจะเป็นราชาคุมขุนนางต่อในปรโลกงั้นเหรอ?"
ปัง! ยังไม่ทันที่เฉินหมิงจะคิดจบ ฝาโลงทางด้านขวามือก็เปิดผัวะออก
ร่างในชุดขุนนางใหม่เอี่ยม สร้อยลูกปัดยังแวววาว หมวกประดับขนนกสีแดงเลือด ลุกพรวดขึ้นมานั่ง
มันค่อยๆ หันคอแข็งๆ มาจ้องมองเฉินหมิงและไป๋หยวนด้วยแววตาอาฆาต
"ลายไก่ฟ้าขาว..." เฉินหมิงมองดูสัญลักษณ์บนหน้าอก
"ถ้าจำไม่ผิด นี่คือชุดของ ขุนนางฝ่ายพลเรือน ขั้น 5"
ฝั่งขวาเป็นฝ่ายบุ๋น ฝั่งซ้ายเป็นฝ่ายบู๊... และการมีลายปักแบบนี้
แสดงว่าศพในห้องนี้ต้องเป็นขุนนางขั้น 5 ขึ้นไปเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์เข้ามาอยู่
"แฮ่!!!" ซอมบี้ขุนนางคำรามลั่น กระโดดลอยตัวสูง 3-4 เมตร พุ่งเข้าหาเฉินหมิง
กลิ่นเลือดสดๆ ของมนุษย์กระตุ้นความหิวโหยของมันจนคลุ้มคลั่ง
ฉับ! ฉับ! ฉับ! ไป๋หยวนไม่เปิดโอกาสให้มันได้แตะต้องเจ้านาย มีดบิน 4 เล่มพุ่งสวนออกไป
ตัดร่างของมันเป็นชิ้นๆ กลางอากาศราวกับหั่นเต้าหู้
[สังหารเจียงซือขุนนางขั้น 5 สำเร็จ! ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้สำหรับการได้รับหีบสมบัติทองแดง x3]
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! การตายของซอมบี้ตัวแรกเหมือนไปกดสวิตช์ปลุกระดม ฝาโลงนับร้อยใบถูกกระแทกเปิดออกพร้อมกัน
เสียงฝาโลงตกกระทบพื้นดังสนั่นหวั่นไหว สองฟากฝั่งของทางเดิน...
ขุนนางฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋น ตั้งแต่ขั้น 5 ไปจนถึงขั้น 1 ลุกขึ้นยืนพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง!
พวกมันกระโดดออกจากโลง หันหน้าไปทางโลงศพทองคำของจักรพรรดิบนแท่นสูง ยกมือขึ้นคารวะ...
ก้มหัวลงกราบ สามคารวะ เก้ากราบ แม้ร่างจะแข็งทื่อ แต่ท่วงท่ากลับเปี่ยมไปด้วยความเคารพยำเกรงต่อเจ้านายเหนือหัว
"กิเลน... นกกระเรียน... มากันครบองค์ประชุมเลยแฮะ" เฉินหมิงมองดูพิธีกรรมของคนตายด้วยความสงบนิ่ง
เมื่อทำความเคารพเจ้านายเสร็จ เหล่าขุนนางผีดิบก็หันขวับมาทางผู้บุกรุก
ดวงตาสีเขียวนับร้อยคู่จ้องเขม็งไปที่เฉินหมิงเพียงคนเดียว
พวกมันไม่สนใจไป๋หยวน... เพราะร่างกายที่ไร้เลือดเนื้อและไร้ลมหายใจ ไม่ใช่อาหารในสายตาพวกมัน
เป้าหมายอันดับหนึ่งคือมนุษย์ที่มี "ไอชีวิต" ที่เข้มข้นอย่างเฉินหมิง!
ตึง! ตึง! ตึง! เสียงกระโดดของกองทัพขุนนางผีดิบดังก้องพื้นหิน
ทุกย่างก้าวทิ้งรอยเท้าลึกเป็นนิ้ว แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามา
"นายท่าน... ขอข้าจัดการพวกมันเองได้ไหมคะ?" ไป๋หยวนก้าวออกมาขวางหน้า เอ่ยขออนุญาต
"อืม... ฝากด้วยแล้วกัน" เฉินหมิงพยักหน้าอนุญาต
"รับทราบ" สิ้นเสียงตอบรับ ไป๋หยวนก็พุ่งทะยานเข้าหาฝูงศัตรู นิ้วมือเรียวยาวขยับไปมา ควบคุมมีดบินให้ร่ายรำสังหาร
ส่วนฝักมีดดาบที่ถืออยู่ในมือ เธอประกบมันเข้าด้วยกันกลายเป็น "โล่"
ตูม! เจียงซือขุนนางฝ่ายบู๊ตัวหนึ่งกระโดดเข้ามาหมายจะตะปบเฉินหมิง แต่โดนไป๋หยวนใช้โล่กระแทกสวนกลับไปเต็มแรง
ร่างของมันปลิวละลิ่วไปไกลกว่าสิบเมตร กระแทกเสาหินจนเกิดรอยร้าวเป็นใยแมงมุม
และในจังหวะที่มันกำลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศ...
ดาบยาวเล่มหนึ่งก็พุ่งลงมาจากเพดาน ปักทะลุกลางหน้าผาก ตรึงร่างของมันติดกับพื้นแน่นสนิท
ในขณะเดียวกัน... โล่ในมือของไป๋หยวนก็แยกออกจากกัน เผยให้เห็นคมดาบที่ซ่อนอยู่ภายใน
ฉัวะ!
ซอมบี้ขุนนางขั้น 5 อีกตัวที่พยายามจะลอบกัด ถูกเธอฟันขาดสองท่อนในดาบเดียว!