เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 83 – Magician’s Ivory Tower (4)

Chapter 83 – Magician’s Ivory Tower (4)

Chapter 83 – Magician’s Ivory Tower (4)


Chapter 83 – Magician’s Ivory Tower (4)

"เคร๊งๆ"

เสียงของดาบที่ปะทะกันได้ดังออกมา ซึ่งซังจินก็ยังคงพยายามจะพูดกับเขา

"เฮ้ฟังที่ฉันพูดก่อน"

แต่สิ่งที่เขาตอนกลับมาก็คือดาบที่เหวี่ยงเข้าใส่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น และเพราะว่าการสนทนาผ่านไปแล้ว 10 วินาที ไทดท์จึงหมดผลลง

"เคร๊ง ๆ"

ด้วยดาบของชาวภูเขา ดูเหมือนกับว่าเขาจะเต็มไปด้วยความโกรธ ซึ่งมากพอที่จะยอมเป็นฆาตกรเพื่อฆ่าซังจิน

อันที่จริงซังจินก็สามารถจะยอมรับการโจมตีจากชาวภูเขาสักทีสองทีเพื่อมผ้เขาเข้าสู่สถ่นะฆาตกร จากนั้นก็ฆ่าเขา และเอาไอเทมมา แต่ว่าซังจินก็ตัดสินใจที่จะไม่ทำเช่นนั้น

ซังจินชอบในเหตุผลของเขา

'พวกเราเกือบจะตายเพราะแกออกไปจากทีม'

เขาไม่ได้ผิด ความแตกต่างระหว่างเขากับซังจินก็คือว่าชาวภูเขานั้นไม่เคยมีประสบการณ์ในบทท้ายๆ พวกเขามีมุมมองและความรู้ที่แตกต่างกัน

'เต็มใจที่จะสละตัวเองเพื่อความยุติธรรม...เป็นประเภทของคนโง่ แต่ว่า...ชายคนนี้ก็มีเจตนาดี'

คนอื่นๆที่อยู่ที่เดียวกันก็คิดเช่นกัน

'เขาพูดจริง?'

''ฉันหวังว่ามันจะไม่เป็นอันตรายต่อฉัน'

'สู้กันไปเลย ฉันชอบ'

และเขาก็ยังแข็งแกร่งอีกด้วย ทุกๆครั้งที่ซังจินป้องกันการโจมตี เขาก็สามารถจะบอกได้เลยว่าชายคนนี้มีทักษะที่ไม่ธรรมดา เขามีพรสวรรค์และสเตตัสที่สูง

'...มาลองดูอย่างอื่นกัน'

ซังจินได้ไคว้ดาบไว้ในขณะที่ป้องกันและพลักออกไป

"จงพันธนาการด้วยน้ำแข็ง ฟรอสต์ไบท์"

เท้าของเขาได้ถูกแช่แข็งไว้กับที เขาไม่สามารถจะขยับได้อีก

มันดูเหมือนกับว่าเขาจะไม่มีความต้านทานเวทมนตร์เลย

'มันเหมือนกับว่าฉันกับลังมองตัวเองในอดีต'

ซังจินได้คิดขึ้นในขณะถามออกไป

"เฮ้นาย! นายชื่ออะไร"

"ทำไมฉันจะต้องบอกไอชั่วอย่างแก"

ดูเหมือนกับว่าเขาจะไม่ต้องการที่จะบอกชื่อแก่ซังจิน

'เขาแข็งแกร่งพอสมควร...และฉันก็ชอบในความยุติธรรมของเขา'

แต่ซังจินก็ไม่สามารถจะใช้ 'น้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งการล้างบาป' กับผู้ที่ไม่ต้องการมันได้

'ฉันควรจะทำยังไงดี?'

ในเวลาสั้นๆซังจินได้พิจารณาตัวเลือกของเขา ผลของเวทย์มันก็ค่อยๆไร้ผลเมื่อเวลาผ่านไปและจากนั้นชาวภูเขาก็ได้พุ่งเข้ามาใส่เขาในทันที แต่ว่า

"ฉันเห็นทุกสิ่งที่ฉันต้องการ'

ในที่สุดซังจินก็เริ่มจริงจัง เขาได้ใช้ดาบมูนสเปคในการป้องกันและใช้ดาบบลัดเวเจนในการปัดดาบสองมือออกไป

'เคร๊ง~"

ชาวภูเขาตกใจมาก เขาเชื่อว่าเขาได้จับดาบแน่นด้วยสองมือตลอดเวลา แต่ซังจินไม่เพียงแต่จะป้องกันการโจมตีไม่ด้วยมือเพียงข้างเดียวเท่สนั้น แต่เขาก็ยังสามารถจะปัดดาบของเขาไปจากมือได้อีกด้วย

ทั้งสามคนที่อยู่ด้านหลังก็ตกใจเช่นกัน พวกเขารู้ถึงความแข็งแกร่วของชาวภูเขาดีในตอนที่ขึ้นหอคอยมาด้วยกัน

ซังจินได้ยกดาบไปจ่อคอของชาวภูเขาและถามออกมา

"ฉันจะถามอีกครั้ง นายชื่ออะไร?"

แต่เขาก็ก้มมองซังจินและพูดออกมา

"ฆ่าฉัน"

เขาเตรียมพร้อมที่จะตายแล้ว ซังจินมองดูเขาอยู่ครู่หนึ่วก่อนที่จะยกดาบออกไป

"ฉันไม่ใช่ฆาตกร ฉันขอโทษด้วยที่ฉันทิ้งพวกนายไว้ข้างหลัง...ที่ฉันทำเช่นนั้นเพราะว่าฉันมีเหตุผลของฉัน..."

การพยายามจะอธิบายหรือชักจูงคนอื่นมันเป็นเรื่องยาก ชาวภูเขาได้วิ่งไปหยิบดาบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

การต่อสู้เมื่อครู่นี้จบลงไปอย่างง่ายดาย และการที่จะพยายามต่อต้านศัตรูที่แตกต่างกันมากมันเป็นเรื่องโง่เขลา

'ถ้าหากเขาก้าวเข้ามาอีกก้าว...'

แต่โชคดี เขาได้เดินกลับเข้าไปรวมกับนักล่าคนอื่นๆหลังจากที่เก็บดาบขึ้นมา

'มันไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิด'

ซังจินถูกใจเขามาก ถ้าหากว่าไม่ใช่ตอนนี้ ซังจินก็หวังว่าในคราวหน้าเขาจะได้พบกันอีกและใช้การล้างบาปกับเขา

ซังจินได้เดินไปจากนักล่าคนอื่นๆเพียงลำพังและไปทางบันไดสู่ชั้นที่ 5 ที่ๆมีชิ้นส่วนลับรอเขาอยู่ เคนได้ตามเขามาอย่างเงียบๆ ในตอนนี้เคนเริ่มฉลาดขึ้น

เมื่อตอนที่เจ้านายของเขาตกอยู่ในอันตราย เขาก็จะเข้าไปช่วยเหลือเสียสละตนเองเพื่อปกป้องซังจิน แต่เมื่อคนู่นี้ที่ซังจินกำลังปะทะกับคนแปลกหน้า เขาก็ได้นั่งนิ่งๆอยู่กับที่

เขาตระหนักดีว่าเจ้านายของเขากำลังทดสอบคนแปลกหน้าอยู่

'ฉลาดจริงๆ'

เคนได้ลูบหัวเคนในขณะที่เขาหยุดก้าวท้าวลงบันไดเมื่อเขาตระหนักได้ถึงบางสิ่ง

'จริงด้วย...ชิ้นส่วนลับสามารถใช้ได้ทุกคน'

ซังจินได้หยุดลงและหันหน้าไปพูดกับนักล่าคนอื่นๆ

"เฮ้มานี่เดี๋ยวสิ นี่น่าจะเป็นการแสดงออกถึงการขอโทษ....ไม่สิแต่ว่าเนื่อวจากที่นี่มีชิ้นส่วนลับอยู่ ดังนั้นมาเอามัน"

รักล่าคนอื่นๆยังคงยืนอยู่กับที่แม้ว่าจะได้ยินคำพูดของซังจิน พวกเขายังคงระแวงซังจิน

"ไมเป็นไรทำตามที่นายต้องการเถอะ ที่ด้านมันนั้นมันไม่มีอะไรแล้วนอกจากศพ"

ซังจินได้เดินลงไปหลังจากที่พูดจบ ในตอนนี้เขาได้ให้ความสนใจกับกำแพงบันได ความสูงของบันไดในแต่ละชั้นปกตืแล้วจะเท่ากัน

ยกเว้นแต่ในชั้นที่ 5 ไปชั้นที่ 6 ช่องว่างมันจะห่างกันต่างจากชั้นอื่นๆ ซึ่งก็คือมันมีห้องลับซ่อนเอาไว้อยู่

'ฉันคิดว่ามันควรจะเรียกว่า ชั้นที่ 5.5...'

ซังจินได้ตรวจสอบในอิฐแต่ละก้อนในระหว่างที่เขาเดินลงไป

'มีบางอย่างแปลกๆ...'

แต่ในมี่สุดเขาก็ได้ลงมาถึงที่ชั้น 5 บนชั้น 5 นี้มีศพของสัตว์ที่มีหัวเป็นสิงโตและร่างกายของฟมาอยู่ เมื่อเคนได้มองเห็น เขาก็เริ่มคำรวมออกมา

"กรร~"

ซังจินก็ได้มองไปที่มอนสเตอร์ตัวนี้เช่นกัน มันเป็นการผสมกันระหว่างสิงโตและสุนัข

'...เวทย์ต้องห้าม...'

ซังจินไม่ต้องการที่จะมองมันนานนัก เขาได้หันหลังกลับไปและเดินขึ้นไปที่ชั้นบนในระหว่างทางเขาก็ลูบไปที่อิฐแต่ละก้อน

"คลิ้ก"

มีอิฐก้อนหนึ่งที่หลวม

'นี้แหละ'

ซังจินได้ดึงอิฐก้อนนั้นออกมา มันหลุดออกมาโดยไม่มีแรงด้านใดๆเลย และที่ด้านในนั้นมีปุ่มสีแดงอยู่ จากนั้น

"คลืน คลืน"

กำแพงตามแนวบันไดก็ได้เปิดขึ้นมา และในเวลาเดียวกับโอเปอเรเตอร์ก็ประกาศขึ้น

[ขอแสดงความยินดีด้วย]

[คุณได้พบกับ 'สถานที่ลับ - ขุมทรัพย์ของจอมเวทย์]

ซังจินได้เข้าไปในห้องนั้น แสงได้สว่างออกมาในอัตโนมัตและส่องสว่างไปทั่วทางเข้า ในห้องแห่งนี้มันเต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่า

ในระหว่างกองภูเขาเหรียญทอง มันก็มีถ้วยเงิน กล่องอัญมณีที่ทำมาจากทับทิมและไพลินผสมกันกระจัดกระจายไปทั่วห้อง

ถ้าหากว่าคนธรรมดามาเห็นสิ่งเหล่านี้พวกเขาก็จะถูกครอบงำด้วยภาพดังกล่าว แต่ซังจินก็ไม่ได้สนใจทองเหล่านนั้นเลย มีเพียงเหรียญดำเท่านั้นที่เนาสนใจ ทองมันไร้ซึ่งคุณค่า

ซังจินคิดว่ากองทองเหล่านั้นก็เหมือนกับกองเศษหินธรรมดา ในระหว่างที่เขากำลังเดินเข้าไปดูสมบัติ ในขณะเดียวกันนั้น

'นั่นมันอะไร?"

เขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านหล

"เดี๋ยวก่อน....ทั้งหมดนั่นคือ...ทอง?"

"รวยแล้ว พวกเรารวยแล้ว!"

พวกเขาเหล่านั้นได้ตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้น คนอื่นๆคงจะติดตามซังจินลงมา ซังจินได้มองไปที่พวกเขา ทั้งสามคนได้แสดงอาการร่าเริงอย่างเห็นได้ชัด แต่ว่าชาวภูเขาไม่ได้แสดงออกเช่นคนอื่ขๆมีเพีงตาของเขาที่โตขึ้นเท่านั้น ดูเหมือนเขาก็ถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเหล่านี้

จอมเวทย์เขียวได้วิ่งเข้ามาและเก็บสร้อยคอเพรชเข้าไปในลูกบาศก์ ซังจินมองไปที่เขาด้วยสายตาที่แคบลง

"ทำไมเขาถึงทำเช่นนั้น...'

แต่เมื่อเขาวางสร้อยคอไว้บนลูกบาศก์ ด้านล่างของลูกบาศก์ก็เปิดขึ้นและสร้อยก็ตกลงไปบนพื้น

'นายไม่สามารถจะเอามันกลับไปได้แม้แต่ชิ้นเดียว...'

เขาได้พยายามมันครั้งแล้วครั้งเลา แต่ว่าไอเทมที่ไม่ได้เป็นเจ้าของจะถูกปฎิเสธโดยลูกบาศก์ ซังจินได้ปล่อยเขาเอาไว้ตามลำพังและเดินลึกเข้าไปในห้อง

ด้านในนั้นมีหมวกแหลมสูงของจอมเวทย์วางเอาไว้อยู่ ซังจินได้หยิบมันขึ้นมาและจากนั้น

"นายเป็นใคร?"

หมวกได้พูดกับเขา ซังจินก็ได้ตอบกลับไปโดยที่ไม่ประหลาดใจเลย

"ฉันเค เป็นนักล่า"

"...หืมมมม จริงหรอ? นายไม่ได้แปลกใจเลยกับการปรากฏตัวของฉัน นายจะต้องเป็นนักล่าทีมีประสบการณ์มาก"

'มีประสบการณ์...ใช่แล้ว...นี้มันเป็นครั้งที่สองของฉัน..'

หมวกเวทย์ยังคงพูดออกมาต่อ

"ฉันไม่รู้ว่านายเข้ามาในนี้ได้ยังไง แต่ถ้าเป็นไปได้ออกไปซะ เจ้าของหอคอยเริ่มที่จะบ้าคลั่งมากๆยิ่งขึ้น สิ่งที่อันตรายมันอาจจะเกิดขึ้นได้"

สิ่งที่อันตรายมันได้สิ้นสุดไปแล้ว

"ฉันรู้ ถ้านายหมายถึงเรนินละก็ ฉันได้ฆ่าเขาไปแล้ส"

"ฆ่า?"

ซังจินหยักหน้ารับ

"ใช่ ฉันฆ่าเขา"

หมวกได้เงียบไปเป็นเวลานาน

"งั้น...ความบ้าคลั่งก็ได้จบลงแล้ว?"

ซังจินหยักหน้ารับ

"ใช่ เขาได้เสียสติไปหมดแล้ว ในความบ้าของเขา เขาได้ทำลายเมืองทิ้งไปและเริ่มทดลองสสิ่งแปลกๆในหอคอย"

"ทดลอง...นายหมายถึงการรวมสายพันธุ์ที่ต่างกัน?'"

"ใชดังนั้นในตอนท้าย...เกิดอะไรขึ้น..."

บทสนทนาของหมวกได้เปลื่ยนไปอย่างมากจากตอนแรก

'ฉันคิดว่าในครั้งนั้นที่ฉันเจอกับเขา เขาได้เพิ่มสเตตัสฉันนิดหน่อย...ฉันจะต้องพูดยังไงให้เขาทำมันอีกครั้ง?'

ในขณะที่ซังจินกำลังพยายามนึกถึงเรื่องในอดีต หมวกเวทย์ก็ได้กล่าวกับเขา

"เรนินเป็นเพื่อนของฉัน"

มันเป็นคำพูดที่แฝงไปด้วยความเสียใจ ซังจินจึงตัดสินใจที่จะฟังเขา

"ในครั้งแรกที่เขาได้รับมอบหมายให้มาเมืองนี้ เขาได้ปกป้องเมืองนี้จากมอนสเตอร์และได้รับความนับถือ แต่เขาก็เปลื่ยนไปเมื่อเขาทำภารกิจเสร็จและกลับไปเมืองหลวง"

ในตอนที่เขาคิดถึงสิ่งนี้ เขาก็จำคำพูดนี้ได้ แต่ซังจินก็ยังคงฟังเรื่อวราวอย่างเงียบๆ

"อาจารย์ที่เมืองหลวง 'ออคินแห่วมหาสมุทรสีน้ำเงิน' เป็นจอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ แต่เขาก็ไม่ได้เลือกเรนินเป็นศิษย์ เขาได้เลือกเด็กที่ไหนไม่รู้มาแทน"

ซังจินรู้สึกได้ว่ามีคนได้เดินมาจากด้านหลัง นักล่าคนอื่นๆได้มาถึงและมาฟังเรื่องราวนี้

"เขาได้อุทิศทั้งชีวิตให้กับอาจารย์คนนี้...และในตอนแรกเขาก็พยายามที่จะทำความเข้ามจกับสิ่งที่อาจารย์เลือก...แต่เขาก็ไม่เคยเอาชนะความรู้สึกที่ถูกปฏิเสธและเขาก็ได่สูญเสียจิตใจไปช้าๆ และในที่สุดเขาก็ได้ข้ามเส้นมาทดลองเวทย์ต้องห้าม..."

หมวกได้หยุดพูดในขณะที่ฝืนห้ามอารมณ์ของเขา

"ฉันพยายามจะหยุดเขา...และได้จบลงเช่นนี้หลังจากที่พ่ายแพ้เขา นักล่า ฉันขอขอบคุณสำหรับการที่หยุดเขาแทนฉัน"

ซังจินได้ก้มหัวรับคำขอบคุณ จากนั้นหมวกก็กล่าวต่อ

"และฉันก็อยากจะแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ ดังนั้นฉันอยากจะมอบพลังเวทย์ที่เหลืออยู่ให้แก่นาย นายจะยอมรับไหม?"

ถ้าเขาคิดถึงในอดีตบทสนทนามันจะต่างกันเล็กน้อย เมื่อในอดีตตอนที่เขาพบเจอกับหมวกมันเป็นในตอนก่อนที่เขาจะฆ่าเรนิน

'รับพลังเวทย์บางส่วนจากฉัน ได้โปรดฆ่าเพื่อนของฉันเรนินแทนฉันที'

มันมีบางอย่างที่เกิดขึ้นในทางใดทางหนึ่ง จากนั้นซังจินก็หยักหน้ารับ

"ฉันจะขอรับมันไว้ด้วยความเต็มใจ

หมวกได้จากลงไปครู่หนึ่งและแสงสีฟ้าก็ได้ส่องมาที่ซังจิน จากนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศออกม

[คุณได้รับแต้มสเตตัส 5000 แต้ม]

เมื่อได้รับรางวัลแล้ว ซังจินก็เตรียมตัวจะวางหมวก แต่แล้วหมวกก็ได้ถามเพิ่มออกมา

"คนที่ยืนอยู่ข้างหลังนาย...พวกเขาใช่พรรคพวกของนายหรือป่าว?"

ซังจินได้มองกลับไป ที่ด้านหลังเขาชาวภูเขาและนักล่าทั้งสามคนกำลังดูอยู่

เขาไม่สามารถจะใช้ไทดท์เพื่อที่จะอ่านจิตใจได้ แต่ว่าท่าทางความคิดของพวกเขาสามารถจะได้ยินได้อย่างชัดเจน

'ขอร้องหละ ได้โปรดพูดว่าใช่"

จบบทที่ Chapter 83 – Magician’s Ivory Tower (4)

คัดลอกลิงก์แล้ว