เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 82 – Magician’s Ivory Tower (3)

Chapter 82 – Magician’s Ivory Tower (3)

Chapter 82 – Magician’s Ivory Tower (3)


Chapter 82 – Magician’s Ivory Tower (3)

"วูว"

ซังจินได้ถอนหายใจออกมาในขณะที่เช็คเหงื่อออกไป

'บลิ้งไปได้ทุกๆที่ด้วยเวทมนตร์...'

มันได้ใช้เวลานานมากกว่าที่เขาคาดเอาไว้ ในการที่จะใช้หินแสวงหาทั้งห้าก้อน เขาจะต้องทำทุกอย่างให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นซังจินก็เดินลงไปที่ชั้นล่าง

"ถ้าหากว่าที่นี่เป็นชั้นที่ 10...งั้นชิ้นส่วนลับมันคงอยู่ที่...'

ซังจินได้พยายามทบทวนความทรงจำของเขา ในตอนที่เขาได้เดินขึ้นไปและต่อสู้กับมอนปกติ เขาก็ได้เดินมาเจอกับปนะตูลับ ซึ่งมันเก็บหมวกจอมเวทย์เอาไว้ มันเป็นหมวกที่จะสามารถเพิ่มสถานะได้ชั่วคราว

'มันอยู่ที่ชั้น 5 หรือชั้น 6 กันนะ?'

มันเป็นที่ๆมนุษย์แมงป่องอยู่ แต่ว่าเขาจำไม่ได้ว่ามันอยู่ตรงไหน ในชีวิตที่แล้วเขายุ่งกับการเอาชีวิตรอดมากเกินไปที่จะเอาเวลามาสำรวจพื้นที่รอบๆ

'ไม่เป็นไร ฉันควรจะเห็นมันในตอนที่ฉันเดินลงไป'

"ไปกันเคอะ ซาดาเมียร์ เคน"

ซังจินได้เดินลงไปข้างล่างพร้อมกับสัตว์อัญเชิญของเขา การที่การอัญเชิญของเขามีเวลาถึง 15 นาทีคงจะต้องขอบคุฉายา 'ผู้อัญเชิญ' ของเขา

มันเป็นการดีที่สุดที่เขาจะลงไปชั้นล่างพร้อมกับพรรคพวกที่น่าเชื่อถือได้ และเมื่อเขาได้ลงมาถึงชั้น 9 ที่ชั้นนี้มันก็ได้มีแพะสีดำตัวใหญ่อาศัยอยู่ แพะมันได้มองมาอย่างไร้เดียงสา แต่แล้ว

"แบ๊ะ~"

เมื่อแพะได้ร้องออกมา ซังจินก็รู้สึกง่วงนอนไปเอง ความต้านทานของเขากลายเป็นสิ่วไร้ค่าในทันที และตาของเขาก็เริ่มจะปิดลงด้วยตัวเอง ซังจินได้พยายามร้องเรียกซาดาเมียร์ผู้ที่อยู่ด้านหลังเขาในทันที

"ซาดา..."

แต่ว่าก่อนที่เขาจะพูดจบ เขาก็หลับลงไปแล้ว

"สายฟ้าสัมผัส"

ซาดาเมียร์ได้ใช้เวทย์สายฟ้าออกมาเพื่อปลุกเขา แต่แพะก็ได้พุ่งเข้าใส่พวกเขาอีก ซังจินจึงพยายามจะยกดาบขึ้นมาป้องกัน แต่แล้ว

"ฟิ้ว~"

เคนได้พุ่งออกไปอย่างกับสายฟ้าจากด้านข้าง และกระแทกตัวเข้าใส่แพะ

"แบ๊ะ~"

แพะก็ได้ร้องออกมาในขณะที่ดันกลับไป ซึ่งจากนั้นเคยก็กลับมาอยู่ข้างๆซังจิน

"กรร..."

เคนได้แยกเขี้ยวออกมาและขู่ขึ้น

"ข..ขอบคุณ เคน"

ซังจินได้ขอบคุณเคนในขณะที่นึกย้อนกลับไป แพะตัวนี้มันไม่ใช่แพะธรรมดา มันสามารถจะใช้เวทย์ได้ มันเป็นแพะเวทมนตร์ ซึ่งมันก็อาจจะถูกสร้างโดยจอใเวทย์ที่บ้าคลั่งเรนินก็ได้ หลังจากนั้นแพะก็ร้องออกมาอีกครั้ง

"แบ๊ะ~"

วงเวทย์ได้ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของแพะ และบอลไฟก็ได้พุ่งออกมาึากวงเวทย์นั้น มันเล็กกว่าลูกไฟของเรนิน แต่ว่าเพียงแค่นี้มันก็มีลูกที่ใหญ่อยู่พอควร ซังจินจึงร่ายเวทย์ออกมา

"โล่ต้านเวทย์"

บอลไฟได้พุ่งตรงเข้ามาใส่ซังจิน

"ตูมม"

และระเบิดออก

'แพะที่ไหนกันปล่อยบอลไฟได้...'

ซังจินจำเป็นจะต้องเอาชนะมันให้ได้อย่างรวดเร็ว เขาจึงพุ่งเข้าไปใส่แพะอีกครั้ง ซึ่งแพะมันก็ได้เหวี่ยงหัวของมันไปรอบๆมันพยายามจะโจมตีซังจินด้วยเขาของมัน แต่ว่านั่นคือความผิดพลาด

มันไม่มีทางเลยที่จะสามารถต่อสู้กับซังจินในระยะประชิดได้ ซังจินเขาไม่ได้หลบเขาเลย เขาใช้ดาบมูนสเปคฟันใส่เขาแทนที่จะหลบ

"แกร๊ก"

เขาของแพะมันได้หักออกมา ซึ่งเขามันได้หักลงภาวในการโจมตีเพียงครั้งเดียว มันทำให้แพะตกใจกลัวมากและ

"แบ๊ะ~"

ในขณะที่มันร้องออกมาอีกครั้ง ซังจินก็วิ่งเข้าไปเพื่อที่จะปลิดชีวิตมันลง แต่ว่า

''วิ้ง"

แสงได้ส่องออกมาจากตัวแพะ และมันก็ได้วาปไปอยู่ในอีกมุมหนึ่ง มันเหมือนกับทักษะ 'บลิ้ง' ที่เรนินใช้เลยซังจินได้ยิ้มแยกเขี้ยวออกมา

'ฉันรู้อยู่แล้ว...ฉันได้เรียนรู้ทริคนี้มาจากเจ้านาของแกแล้ว...'

ซังจินได้หันไปกล่าวกับซัมมอนของเขา

"ใช้วิธีเดียวกับก่อนหน้านี้"

ด้วยคำสั่งนี้ ซาดาเมียร์ได้เริ่มร่ายเวทย์ออกมา และเคนก็วิ่งไปทางขวาของแพะ และซังจินก็วิ่งไปทางซอมย

มันเป็นกลยุทเดียวกันกับที่จัดการเรนิน มันไม่มีทางเลยที่แพะจะสามารถรอดไปได้

"ศรสายฟ้า"

"แบ๊ะ~"

แพะได้วาปหลบออกไปจากเวทย์ของซาดาเมียร์ แต่ว่าในตอนท้ายมันก็ได้เข้าไปใกล้ซังจินด้วยตัวเอง ซังจินจึงใจบลัดเวเจนในการตัดหัวของมันออกมา จากนั้นเขาก็สะบัดดาบเพื่อเอาเลือดออก และซาดาเมียร์ก็เข้ามาหาเขาและพูดขึ้น

"เจ้าวิ่งนี้...มันเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เวทมนตร์"

ซาดาเมียร์ได้หยิบหัวแพะขึ้นมา

'มันคืออะไร...'

ซังจินกำลังจะถามออกไปแต่ว่าซาดาเมียร์ก็ได้กระซิบออกมาเบาๆ

"สัญลักษณ์ของอิลล์ โอเมน..."

ซังจินได้มองไปที่เขา บนหัวของแพะมีสัญลักษะดาวห้าแฉกสีแดงอยู่

"นั่นคืออะไร?"

ซาดาเมียร์ได้อธิบายออกมาอย่างจริงจัง

"นี้มัน...เป็นรูปแบบต้องห้าม"

"ต้องห้าม? มันคือ?"

"มันเป็นเวทย์ต้องห้าม อย่างเช่น...การผสมพันธุ์สัตว์สองสายพันธุ์เข้าด้วยกัน"

"จริง?"

"ใช่แล้ว เพียงแค่วาดสัญลักษณ์นี้ในคูตาลก็จะมีโทษแล้ว...ในจุดๆนี้...."

ซังจินได้กอดอกขึ้นและกล่าวออกมา

"เจ้าของหอคอยเป็นคนที่นอกรีต แม้ว่าในก่อนหน้านี้นายจะไม่ได้เห็น แต่ว่าเขาได้เผาสิ่งก่อสร้างรอบๆหอคอยทิ้ง"

ซังจินไม่ได้จริงจังมากนัก แต่ว่าซาดาเมียร์กำลังฝังศพอยู่ จากนั้นซังจินก็กล่าวออกมา

"เฮ้ ไปชั้นล่างกันเถอะ พวกเราจะไปพบกับคนอื่นๆในอีกครึ่งทาง"

****

ซังจินได้ก้าวลงไปชั้นล่างเรื่อยๆในขณะที่เดียวกันก็กวาดล้างพวกมอนสเตอร์ออกไป

ความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์จะยิ่งมากขึ้นตามชั้นที่สูงขึ้นไป ดังนั้นซังจินที่ค่อยๆไล่ระดับหอคอยลงมาจากชั้นบนสุดจึงพบว่ามันง่ายมากขึ้นเรื่อยๆ

ในที่สุดซังจินก็ได้มาถึงชั้นที่ 6 ชั้นที่ชิ้นส่วนลับอยู่ ผู้พิทักษ์ชั้นนี้คือมนุษย์แมงป่อง มนุษย์แมงป่องมันก็ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นมาเช่นกัน

ร่างกายของมันเหมือนกับแมงป่องยักษ์ในทะเลทรายคูตาล แต่ว่าท่อนบนของมันเป็นมนุษย์ซึ่งมีแขนเป็นก้ามแมงป่อง และแม้ว่าซังจินต้องการจะลองพูดกับมันดู มนุษย์แมงป้องก็ได้มีหมวกเหล็กปิดใบหน้าเอาไว้

"เยี่ยม ฉันจะได้รู้หลังจากที่ฆ่ามันสินะ"

ซังจินได้ดึงดาบออกมา และซาดาเมียร์ก็ได้กล่าวกับเขา

"นายท่านนี่จะเป็นเวทย์สุดท้ายของข้า"

ดังนั้นสู้มาตลอดโยที่ไม่ได้หยุดพักเลยืดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

"อา โอเค"

จากนั้นซังจินก็หันไปกล่าวกับเคน

"เคนไปจัดการหางของมัน"

ซังจินได้กล่าวออกมาและจากนั้นเขาก็พุ่งตรงเข้าไปข้างหน้า

"ศรสายฟ้า"

เวทย์ของซาดาเมียร์ได้พุ่งออกมาจากด้านหลังของเขา

"เปรี๊ย~"

มนุษย์แมงป่องได้ถูกสายฟ้าช็อตเข้าใส่ จากนั้นซังจินก็ได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ พุ่งเข้าไปตัดก้ามทั้งสองข้างของมนุษย์แมงป่องออกไป

"อั๊ก..."

แมงป่องได้ของออกมาด้วยความเจ็บปวดและเหวี่นงแขนเข้าใส่ แต่ว่าซังจินก็ได้หลบอย่างสบายๆด้วยการเอียงหัวหลบ ทุกอย่างมันได้อยู่ในการคำนวนของเขาหมดแล้ว

"กรร~"

เคนได้พุ่งเข้าไปและกัดหางของแมงป่องเอาไว้

"ฮา โฮ..."

แมงป่องก็ยังคงร้องเสียงแปลกๆออกมาด้วยความโกรธแค้น ซังจินเริ่มจะเบื่อหน่ายแล้ว เขาจึงวิ่งขึ้นไปบนร่างกายของแมงป่องและตัดข้อมือของส่วนที่เป็นมนุษย์ทิ้ง

จากนั้นซังจินก็เอาดาบบลัดเวเจนแทงลงไปที่ใจกลางของร่ายกายของแมงป่อง ซึ่งได้ทำให้มันตายลงไป และหางของมันก็สูญเสียความแข็งแกร่งและตกลงไปเอง

และจากนั้นร่างกายส่วนของก็ไร้เรี่ยวแรงและตายตามๆกันไป

"หืมม..."

ซังจินคิดเกี่ยวกับใบหน้าของมัน แต่ว่าในท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะไม่สนมัน เขาคิดว่ามันไม่จำเป็นที่เขาจะต้องไปดูใบหน้าใต้หน้ากากนั้น จากนั้นซังจินก็หันไปรอบๆ

ซาดาเมียร์ได้กลับเข้าไปในตะเกียงแล้ว

'เวทย์ต้องห้าม...จริงๆมันไม่ควรจะมี'

เขรได้คิดขึ้นกับตัวเอง และจากนั้นที่บันไดชั้นล่าง

"นายคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา?"

"ทำไมเราจะต้องไปสนใจเจ้านั่นด้วย?"

"แต่ว่าบอสถูกกำจัด..."

"ลืมมันไปซะ พวกเราเพียงแค่เตรียมพร้อมสำหรับศัตรูตัวถัดไปก็พอ"

ได้มีเสียงของคนอื่นๆดังขึ้นมา พวกเขาได้มาถึงแล้ว ซังจินจึงได้ไปพบกับคนอื่นๆพร้อมกับเคน

"โย่ว~ ทำได้ดีนี่"

การตอบสนองต่อซังจินของแต่ละคนต่างก็ไม่เหมือนกัน

"นาย..."

จอมเวทย์เขียวหมดคำพูด

"นายเป็นคนฆ่าบอส? ด้วยตัวคนเดียว?"

ภูผาได้ถามออกมาอย่างสงสัย

"ทำไมนายถึงไปเพียงคนเดียว?"

ฮอปไลต์ได้กล่าวโทษเขา และสุดท้าย

"ไอเวรฆาตกร ตายซะ"

ชาวภูเขาได้พุ่งเข้ามาใส่ซังจิน ซังจินได้คิดขึ้นในขณะที่มองดูชายที่กำลังวิ่งเข้ามาหาเขา

'มันก็จะเกิดการณ์แบบในรอบที่แล้วงั้นหรอ...'

ซังจินได้เตรียมอาวุธขึ้นมาและปัดป้องดาบสองมือของชาวภูเขส ดาบแรก ดาบสอง ดาบสาม พวกเขาได้ปะทะกัน...และชายคนนี้แข็งแกร่ง เขสไม่เพียงแต่จะเร็วเท่านั้น แต่การโจมตีของเขาก็ยังหนักหน่วงอีกด้วย

ซังจินได้ปัดดาบลงและวางแผนที่จะผลักดาบของเขากลับไป

แต่เมื่อซังจินได้ผลักดาบออกมา ชาวภูเขาก็ไม่ได้ต่อต้านอะไรและใช้แรงผลักนั้นในการหมุนตัว

เพราะเหตุนี้มันจึงได้ทำให้การผลักของซังจินไร้ฆ่า และชาวภูเขาก็ได้ใช้โอกาสนี้ในการโจมตีซังจิน

"วูบ~"

ดาบได้ส่งเสียงที่อันตรายออกมา ซังจินจึงได้ยกดาบบลัดเวเจนขึ้นมาป้องกัน

"เคร๊ง"

ชายคนนั้นได้ถอยกลับไปหลังจากที่การโจมตีล้มเหลว ชาวภูเขาได้แสดงออกมาอย่างจริงจัง

'เขาป้องกันมัน?'

ดูเหมือนว่าดวงตาของเขาจะพูดเช่นนั้น แต่แม้กระทั่งซังจินก็ยังประหลาดใจเช่นกัน การโจมตีในครั้งนี้เขาจำเป็นจะต้องใช้ 'ความสนใจเต็มที่' ในการป้องกันมัน

ถ้าหากว่าเขามีความคล่องแคล่วและความแข็งแกร่งไม่น้อยไปกว่าสองเท่า เขาก็จะต้องตกเป็นเหยื่อของการโจมตีนี้แน่นอน

'เฮ้...เขาทำได้ดีจริงๆ'

ซังจินได้ปรายตามองไปที่ชายคนนั้น ชาวภูเขาคนนี้เป็นเด็กหนุ่มผิวขาว ผมสีบลอนด์ ดวงตาสีฟ้า มีลักษณะที่น่าไว้วจ และนอกจากนี้ก็ดูสมาท จากนั้นชาวภูเขาก็ได้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมทีม

"เฮ้! พวกนายกำลังทำอะไรอยู่? มาช่วยฉันสิ!"

แต่คนอื่นๆก็ยังคงลังเล พวกเขารู้าึกลำบากมจที่จะโจมตีคนอื่นๆ ด้วยในตอนนี้ทุกๆคนควรจะรู้จักระบบฆาตกรแล้ว

พวกเขาไม่ต้องการที่จะเป็นคนโจมตีคนแรก ซังจินได้พบว่ามันน่าสนใจดีเขาอยากรู้บางอย่าง ซังจินจึงตัดสินใจใช้ 'ไทดท์ - ดวงตาแห่งเจเรเมียร์'

ซังจินได้สัมผัสไปที่ต่างหูด้านขวา การที่จะมช้งานทักษะนี้ควรจะต้องมีการสนทนากัน ดังนั้นซังจินจึงกล่าวกับนักล่าคนอื่นๆ

"ฉันไม่ได้เป็นฆาตกร ทั้งหมดที่ฉันทำก็คือการก้าวไปข้างหน้า"

และในไม่ช้าเขาก็ได้ยินเสียงของทุกๆคนพร้อมกัน

'ดังนั้นแล้วการประกาศเกี่ยวกับการฆ่าบอสเป็นความจริง?'

'แต่ว่าเขาก็ดูไม่เหมือนจะเป็นฆาตกรเลย? เยี่ยม ตั้งแต่ที่เขาไม่ได้เป็นฆาตกร ฉันก็ไม่ควรที่จะโจมตีเขาก่อนและได้รับบทลงโทษ

'ถ้าหากมีใครคนใดคนหนึ่งตาย...ผลงานของฉันก็จะเพิ่มมากขึ้น ฉันเพียงแค่ไม่ต้องเข้าไปยุ่งกับมันและเพียงแค่มองทุกอย่างดำเนินไปและจบลงด้วยตัวมันเอง'

เขาสามารถจะได้ยินเสียงภายในความคิดของแต่ละคนได้ มันเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจมาก และในเสียงพวกนั้น มีเสียงหนึ่งที่มีผลต่อซังจินมากที่สุด

'แม่แกสิ...หุบปากไป ไอ้เวรเอ้ย!'

มันเป็นความคิดที่โกรธแค้นของชาวภูเขา จากนั้นชาวภูเขาก็ได้พุ่งเขามาใส่ซังจินอีกครั้ง

"เคร๊ง"

ดาบสองมือของชาวภูเขาได้ปะทะเข้ากับดาบคู่ของซังจิน

"เฮ้ ทำไมนายถึงทำอย่างงั้น?"

"พวกนายไม่รู้ความจริงงั้นหรอ?"

และเสียงที่เหมือนกับเสียงกระซิบก็ได้ดังออกมา

'พวกเราเกือบจะตายกันก็เพราะว่าไอหมอนี่มันออกไปจากทีม'

เขาดูไม่เหมือนจะเป็นคนเลวเลย ซังจินต้องการที่จะอธิบายกับเขา

"เฮ้ ฉันไม่ได้เป็นฆาตกร มันเพียงแค่..."

"ไม่มีข้อแก้ตัวอะไรทั้งนั้น!"

บทสนทนาของพวกเขาไม่ยาวนัก และเขาก็ได้พุ่งเขามาหาซังจินพร้อมกับดาบสองมือของเขา และจากนั้นความคิดของเขาก็ดังออกมา

'ฆาตกรมันก็เหมือนกับศัตรูของมนุษยชาติ! แกมันก็แค่เศษสวะ'

ซังจินได้มองดูเขาพุ่งเข้ามา มันช่วยไม่ได้ที่เขาจะต้อวยิ้มออกมา

'เฮ้...ชายคนนี้เป็นคนที่มีความชอบธรรมมาก"


เรื่องนี้ได้แปลจนถึงตอนจบแล้วครับ มีทั้งหมด 3 กลุ่ม สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <

จบบทที่ Chapter 82 – Magician’s Ivory Tower (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว